๒๑

ฝ่ายหยินโป้ครั้นกลับมาถึงเมืองแพเสีย แล้วแจ้งความซึ่งพระเจ้าฌ้อปาอ๋องใช้ให้ไปฆ่าพระเจ้างี่เต้นั้นให้ฟัมแจ้งฟังทุกประการ ฟัมแจ้งรู้ว่าพระเจ้างี่เต้สิ้นพระชนม์เสียดายนัก จึงว่าพระเจ้าฌ้อปาอ๋องคิดการทั้งนี้หาต้องด้วยประเพณีกษัตริย์ไม่ เพราะจะใคร่มาอยู่เมืองแพเสีย แม้นยกมาไม่ถึงร้อยวันฮั่นอ๋องก็จะยกไปจากเมืองโปต๋ง จะได้เมืองหํ้าเอี๋ยงเป็นที่มั่นการศึกจะเข้มแข็งขึ้น เราทั้งปวงจะไม่มีความสุขจำจะทูลให้งดไว้ก่อนเห็นฮั่นอ๋องยังไม่ยกมา หยินโป้จึงว่า ฮั่นเสงตายก็เพราะทูลทัดทานไม่ให้มาอยู่เมืองแพเสีย ท่านยังจะกล้าหาญอีกเล่า ฟัมแจ้งก็ไม่ฟังชวนหยินโป้กับทหารทั้งปวงกลับไปเมืองหํ้าเอี๋ยง ครั้นถึงเห็นทหารขุนนางทั้งปวงจัดแจงการที่จะยกไปเมืองแพเสีย ฟัมแจ้งกับหยินโป้ก็พากันเข้าไปเฝ้าพระเจ้าฌ้อปาอ๋อง หยินโป้จึงเอาตราหยกแลเครื่องสำหรับกษัตริย์ถวาย แล้วแจ้งความซึ่งกำจัดพระเจ้างี่เต้สิ้นทุกประการ พระเจ้าฌ้อปาอ๋องจึงตรัสว่าสิ้นธุระในงี่เต้สมคิดซึ่งเราจะไปเมืองหลวง ฟัมแจ้งได้ฟังพระเจ้าฌ้อปาอ๋องตรัสดังนั้นจึงทูลว่า เหตุใดพระองค์จึงคิดเป็นกังวลด้วยงี่เต้ไม่ต้องกับข้าพเจ้าคิดไว้ อันน้ำใจข้าพเจ้ามีวิตกด้วยฮั่นอ๋องซึ่งไปอยู่เมืองโปต๋งจะเป็นศัตรู แม้นพระองค์อยู่ ณ เมืองหํ้าเอี๋ยงจึงจะไม่มีอันตราย ถ้ายกไปจากเมืองนี้ไม่ถึงร้อยวันฮั่นอ๋องคงจะยกมาเป็นมั่นคง พระเจ้าฌ้อปาอ๋องจึงตรัสว่า เราพึ่งได้ครองแผ่นดิน หมายจะให้คนทั้งปวงสรรเสริญว่ามีความสัตย์ การซึ่งจะไปอยู่เมืองแพเสียนั้นได้แจกกฎหมายไปแล้ว ครั้นจะไม่ไปคนจะนินทาว่าได้สั่งแล้วไม่สิทธิ์ขาด ถึงฮั่นอ๋องจะมาตีเมืองหำเอี๋ยงได้ เราก็ไม่กลัวฝีมืออ้ายเล่าปัง หยินโป้จึงทูลว่าซึ่งพระองค์จะยกจากเมืองนี้จะให้ผู้ใดอยู่รักษาเมืองห้ำเอี๋ยงเล่า แม้นฮั่นอ๋องยกมาตียังจะรับศึกใหญ่ได้หรือ ข้าพเจ้าได้ยินว่าหัวเมืองทั้งปวงซึ่งขึ้นแก่ไต้อ๋องเป็นสองใจก็มีบ้าง หมายจะคอยกองทัพฮั่นอ๋องถ้ายกมาจะเข้าด้วยก็หลายเมือง พระเจ้าฌ้อปาอ๋องจึงตรัสว่า แต่เดิมเราคิดกับห้างเหลียงฆ่ายินถองเจ้าเมืองกุยกีเสียได้ จนชาวเมืองแลทหารมาเข้าด้วยเป็นอันมาก จึงให้มาตีเมืองหํ้าเอี๋ยงจนได้เป็นกษัตริย์ ครั้งนี้รี้พลก็มาก บรรดาหัวเมืองก็ครั่นคร้ามทุกทิศจะกลัวอะไรกับเล่าปังดังแมลงหวี่จะบินเข้ากองเพลิง ซึ่งท่านทั้งปวงมาห้ามเราจะเอาอย่างเหมือนฮั่นเสงหรือ ฟัมแจ้งแลหยินโป้กับขุนนางซึ่งเฝ้าอยู่ครั้นได้ฟังพระเจ้าฌ้อปาอ๋องตรัสดังนั้นมีความกลัวมิได้ทูลประการใด ฟัมแจ้งออกมาจากที่เฝ้าจึงคิดว่า พระเจ้าฌ้อปาอ๋องจะยกไปเมืองแพเสียทหารจะหลบหนีเป็นอันมาก จึงแต่งหนังสือให้คนไปกำชับชาวด่านทางทุกตำบลให้ตรวจตราจงกวดขัน ถ้าผู้ใดเดินเข้าออกให้จับตัวไต่ถามเอาข้อความให้จงได้ คนใช้รับหนังสือไปกำชับด่านตามคำฟัมแจ้งสั่งทุกประการ พระเจ้าฌ้อปาอ๋องจึงสั่งให้ผ่อนครอบครัวทหารไปเมืองแพเสีย

ฝ่ายฮั่นสินจำเดิมแต่ได้พูดกับเตียวเหลียง คิดตั้งหน้าแต่จะไปเมืองโปต๋ง ครั้นจวนฌ้อปาอ๋องจะยกไปเมืองแพเสีย จึงคิดว่า เราจะไปพูดดูทีตันแผง ถ้าตันแผงเห็นว่าฮั่นอ๋องจะมีบุญเหมือนกับเราคิด จะว่ากล่าวติดสอยขอหนังสือเป็นสำคัญไปสำหรับตัวจึงจะป้องกันพวกด่านทางได้ คิดแล้วไปบ้านตันแผงๆ เห็นฮั่นสินก็ออกมาต้อนรับ ต่างคนคำนับกันเชิญให้นั่งที่สมควร ฮั่นสินจึงว่า ข้าพเจ้ามาหาท่าน เป็นธุระวิตกด้วยพระเจ้าฌ้อปาอ๋องยกไปจากเมืองหํ้าเอี๋ยงครั้งนี้ ท่านเห็นว่าเมืองคงจะอยู่กับพระเจ้าฌ้อปาอ๋องหรือๆ จะได้แก่ฮั่นอ๋อง ท่านเห็นว่าบุญใครจะมากกว่ากัน ตันแผงจึงว่า ถ้าพระเจ้าฌ้อปาอ๋องยกไปแล้ว ที่ไหนเมืองห้ำเอี๋ยงจะพ้นมือฮั่นอ๋อง ด้วยพระเจ้าฌ้อปาอ๋องถือว่าไม่มีใครเสมอ ทิ้งเมืองหลวงซึ่งเป็นที่ชัยภูมิเสีย เราเห็นว่าพระเจ้าฌ้อปาอ๋องเป็นคนพาลคิดกำจัดพระเจ้างี่เต้มิหนำซ้ำฆ่าฮั่นเสงซึ่งหาผิดมิได้นั้นเสีย ขุนนางทั้งปวงก็เห็นว่า จะอยู่ในสมบัติไม่ยืนนาน ข้าพเจ้าพิเคราะห์ดูฮั่นอ๋องต้องลักษณะควรจะเป็นกษัตริย์กรุงใหญ่ ทั้งน้ำใจก็โอบอ้อมอารีคิดแต่จะให้ไพร่บ้านพลเมืองรักใคร่ เราเห็นท่านก็รอบรู้วิชาชำนาญมาก จะอยู่กับพระเจ้าฌ้อปาอ๋องหาควรไม่ ถ้าอยู่กับฮั่นอ๋องท่านก็จะได้บังคับคนนับหมื่น

ฮั่นสินได้ฟังจึงคิดว่าตันแผงพูดความทั้งนี้โดยสุจริตจำจะบอกโดยจริง จึงว่าข้าพเจ้าก็คิดจะไปหาฮั่นอ๋อง แต่ฟัมแจ้งให้คนไปกำชับด่านโดยกวดขันอยู่ ถ้ามีหนังสือท่านจึงจะไปได้ ตันแผงจึงว่า ถ้าท่านพูดโดยสุจริตจะไปหาฮั่นอ๋องแน่แล้ว เราจะให้หนังสือไปเป็นสำคัญ ว่าแล้วก็เขียนหนังสือส่งให้ฮั่นสินๆ คำนับรับหนังสือจึงพูดว่า ท่านเอ็นดูข้าพเจ้าครั้งนี้เหมือนภักดีต่อฮั่นอ๋อง ถ้าข้าพเจ้าไปได้ดีเหมือนท่านว่าจะสนองคุณท่านให้เต็มกำลัง ตันแผงว่า ถ้าท่านไปถึงฮั่นอ๋องแล้วจงทูลให้เห็นใจของเราด้วย เบื้องหน้าเราจะคิดแก้ไขให้พ้นพระเจ้าฌ้อปาอ๋องไปอยู่กับฮั่นอ๋องให้จงได้ ฮั่นสินคำนับ ตันแผงแล้วลาไปถึงบ้าน จึงสั่งคนใช้ว่าเรามีธุระจะไปหาเพื่อนที่นอกเมือง สักสามวันจึงจะกลับมา ฮั่นสินก็ขึ้นม้าออกจากเมืองหํ้าเอี๋ยงตัดตรงไปตามทางถึงด่านฮั่นเปงก๊วน นายด่านออกมาถามว่า ฮั่นเจียงกุนจะไปข้างไหน ฮั่นสินส่งหนังสือให้แล้วว่า จะมาตรวจด่านสามจีน นายด่านอ่านหนังสือได้ความว่า ตันแผงให้มาถึงด่านสามจีนอ๋องว่า พระเจ้าฌ้อปาอ๋องเสด็จไปอยู่เมืองแพเสียมิไว้ใจ ด้วยท่านอยู่ต้นทางต่อเมืองโปต๋ง ให้จัดทหารออกมาลาดตระเวนรักษาด่านจงสามารถ เกลือกฮั่นอ๋องจะยกมาตีด่านสามจีนชิงเอาเขตแดน จึงให้ฮั่นสินผู้เป็นจิบเก๊กหนึงมาตรวจตราจนปลายแดน นายด่านแจ้งความแล้วก็ส่งหนังสือให้ฮั่นสินๆ ก็ขึ้นม้าออกจากด่านไปทางตะวันตก

ฝ่ายคนที่รักษาบ้านฮั่นสิน คอยท่าถึงสี่วันไม่เห็นฮั่นสินมา ครั้นจะนิ่งอยู่ก็กลัวความผิด จึงเอาความไปบอกแก่ฟัมแจ้งว่า เมื่อเดือนหลังมีชายผู้หนึ่งมาหาฮั่นสิน พูดแต่เวลาค่ำจนรุ่งสว่าง ชายผู้นั้นจึงไป ครั้นอยู่มาอีกสามวันฮั่นสินใช้ให้คนที่เรือนเก็บข้าวของคืนไปบ้าน อยู่ห้าวันฮั่นสินสั่งให้ข้าพเจ้าอยู่เฝ้าบ้าน บอกความว่าจะไปหาเพื่อนที่นอกเมืองสักสองคืนแต่ข้าพเจ้าคอยอยู่ถึงสี่วันหาเห็นฮั่นสินกลับมาไม่ ฟัมแจ้งได้ฟังก็ทอดใจใหญ่ว่า เรารู้นํ้าใจคนผู้นี้ จึงทูลพระเจ้าฌ้อปาอ๋องให้ชุบเลี้ยงเป็นขุนนางผู้ใหญ่ พระเจ้าฌ้อปาอ๋องก็ไม่ตั้งตามคำเรา ครั้งนี้ฮั่นสินเห็นจะหนีไปอยู่เมืองโปต๋ง ถ้าฮั่นสินไปอยู่กับฮั่นอ๋องที่ไหนเราจะได้นอนเป็นสุข ฟัมแจ้งจึงเข้าไปทูลพระเจ้าฌ้อปาอ๋องว่า มืผู้มาบอกว่าฮั่นสินหนี พระเจ้าฌ้อปาอ๋องได้ฟังจึงตรัสว่า ฮั่นสินเป็นข้าหนีเจ้าใครคบไว้ก็เป็นทรยศต่อแผ่นดิน อ้ายฮั่นสินเป็นแต่คนถือทวนถึงจะพาพวกพ้องมาทำอันตราย คนทั้งหลายหรือจะเข้าด้วย ท่านอย่ากลัวเลย ฟัมแจ้งจึงว่า ฮั่นสินมีวิชาทั้งความคิดก็มาก เห็นจะไปอยู่กับฮั่นอ๋อง ณ เมืองโปต๋งซึ่งวางพระทัยนั้นมิได้ พระเจ้าฌ้อปาอ๋องได้ฟังจึงสั่งให้จงลิมวยคุมทหารม้าสองร้อยไป ทางด่านสามจีนจับฮั่นสินให้จงได้ จงลิมวยได้รับสั่งถวายบังคมลาออกมาจัดทหารม้าสองร้อยรีบไปตามฮั่นสิน ครั้นมาถึงด่านจึงถามนายด่านว่าท่านรักษาอยู่ที่นี่ฮั่นสินหนีไปรู้หรือไม่ นายด่านบอกว่า ฮั่นสินได้หนังสือปิดตรามาว่าจะไปเมืองสามจีน ข้าพเจ้าเห็นว่าเป็นข้อราชการอยู่จึงไม่จับตัวไว้ ฮั่นสินไปถึงสี่วันแล้วเห็นจะเข้าแดนเมืองโปต๋ง ซึ่งท่านจะตามไปข้าพเจ้าเห็นจะไม่ทัน ขอท่านจงแต่ง หนังสือให้ม้าใช้รีบไปบอกด่านสามจีน ให้แต่งทหารออกก้าวสกัดจับตัวฮั่นสินให้จงได้ ด้วยหนทางจั๋นโต๋นั้นเผาเสียแล้วเห็นจะหนีไปไม่พ้น จงลิมวยได้ฟังชาวด่านว่าดังนั้นเห็นชอบ จึงแต่งหนังสือให้คนใช้รีบไปบอกแก่ชาวด่านสามจีน คนใช้คำนับรับหนังสือขึ้นม้าไปถึงเอาหนังสือเข้าไปบอกแก่เจียงหำๆ ได้แจ้งจึงสั่งให้ทหารขึ้นม้าเร็วรีบไปตามฮั่นสิน

ฝ่ายจงลิมวยครั้นใช้คนไปแล้วกลับมาถึงเมืองหํ้าเอี๋ยง จึงเข้าไปทูลพระเจ้าฌ้อปาอ๋องว่า ฮั่นสินหนีไปพ้นด่านอันเมงก๊วนได้สี่วัน ข้าพเจ้าให้หนังสือไปกำชับกับสามจีนอ๋องไว้ พระเจ้าฌ้อปาอ๋องได้ฟังจึงตรัสว่า ไม่ควรจะเป็นธุระด้วยติดตามอ้ายฮั่นสิน การซึ่งจะตั้งเมืองแพเสียเป็นการใหญ่ จึงสั่งให้ลูสินจงถวงสองนายอยู่รักษาเมืองห้ำเอี๋ยง แล้วก็ยกทัพหลวงจากเมือง พระเจ้าฌ้อปาอ๋องขึ้นรถไป เสียงเท้าม้าแลเท้าคนเดินอื้ออึงผงคลีกลุ้มไปบนอากาศ เดินทางหลายวัน เมื่อถึงเมืองแพเสีย เสด็จเข้าไปในเมืองสำราญพระทัย

ฝ่ายฮั่นสินออกจากด่านอันเมงก๊วนรีบไปถึงด่านซัวก๋วน ก็เอาหนังสือออกให้ชาวด่านดูแล้วรีบไป

ขณะนั้นคนซึ่งเจียงหำใช้มา ขับม้าไปถึงด่านร้องประกาศว่า ถ้าเห็นคนประหลาดมาให้นายด่านจับตัวไว้ ชาวด่านจึงบอกว่า มีชายผู้หนึ่งขี่ม้ามาเพิ่งไปเมื่อกี้แต่ไม่ได้ถามชื่อแลแซ่ ถ้าท่านรีบตามไปเห็นจะทัน คนใช้เจียงหำก็รีบขับม้าตามไปทันฮั่นสิน จึงถามว่าตัวท่านชื่อใดแซ่ไร จะไปข้างไหน ฮั่นสินจึงบอกว่า เราแซ่ลีจะไปเยี่ยมพี่น้องแดนเมืองโปต๋ง ทหารม้าใช้จึงถามว่า มีหนังสือสำคัญมาหรือ ฮั่นสินก็เอาหนังสือออกส่งให้ทหารเจียงหำๆ รับหนังสือมาอ่านยังไม่ทันหมดความ ฮั่นสินเห็นผู้ตามมานั้นก้มหน้าอ่านหนังสืออยู่ ก็ชักกระบี่ออกฟันทหารเจียงหำคอขาดตาย

ฝ่ายชาวด่านอยู่บ้านริมทาง เห็นฮั่นสินฟันคนตายก็วิ่งมาห้าคนจะจับตัวฮั่นสินๆ ชักม้าเข้าไล่ฟันชาวด่านตายทั้งห้าคน แล้วขับม้ารีบหนีไปถึงทางสามแพร่ง จึงคลี่แผนที่ของเตียวเหลียงให้ไว้ออกดู รู้ว่าทางน้อยจะแยกไปเมืองเดินยากขี่ม้าไปไม่ได้ ก็รีบไปตามทางทิศตะวันตกตามแผนที่ ครั้นถึงช่องแคบเป็นเหวไม้ไล่ล้มทับหนทางเดินยากขี่ม้าไปไม่ได้ ฮั่นสินจึงจูงม้าไปใกล้จะออกช่องเขา เห็นทางสองแพร่งไม่รู้ที่จะไปสงสัยอยู่ พอพบคนเก็บฟืนเดินออกมาจากเนินเขารายริมเขาคนหนึ่ง จึงถามว่า ทางจะไปคินฉองนั้นแห่งใด คนหาบฟืนบอกว่า ท่านจงเลียบไปข้างเชิงเขาจะถึงป่าสะแก แล้วจงเดินบนเนินศิลา พ้นนั้นไปจะพบสะพานหินแห่งหนึ่ง ท่านจงข้ามไปจนถึงงอเป๊กเนียเป็นเนินเขาทางกันดารเดินยาก ด้วยห้วยเหวธารน้ำสองข้าง ทางอ้อมเลียบไหล่เขาลงไปถึงตำบลไทเป๊กเรียกว่าเนินดาว จากนั้นจะถึงร้านขายข้าวแลสุรามีอยู่แห่งหนึ่ง ถึงเขาโตหุนซัวยอดเขาสูงสีเหมือนเมฆ ลงจากยอดเขาโตหุนซัวถึงเลียงคาซัวมีเชิงเขาทั้งสองข้าง แล้วลงข้ามแม่น้ำตำบลหนึ่ง ขึ้นไปริมฝั่งตามทางถึงแม่น้ำหันเขเข้าแดนเมืองโปต๋ง ทางไม่สู้ไกลแต่เสือร้ายท่านอย่าเดินกลางคืน ฮั่นสินจึงเอาแผนที่ออกสอบต้องกันยินดีนัก จึงว่าขอบใจท่านแล้วขึ้นม้าไปตามทาง กลับคิดว่าเราฆ่าชาวด่านหกคนเจียงหำรู้จะรีบตามมา ถ้าพบคนที่หาบฟืนคงจะถามเห็นจะรู้ว่าเรามาทางนี้ ม้าก็อิดโรยที่ไหนจะพ้นมือเจียงหำ จะต้องกลับไปฆ่าผู้บอกหนทางเสียจึงจะสิ้นความ คิดแล้วกลับมาเรียกคนตัดฟันว่า ท่านอย่าเพิ่งไปหยุดอยู่ก่อนคนเก็บฟืนไม่สำคัญว่าฮั่นสินจะทำอันตรายก็หยุดอยู่ ฮั่นสินขับม้าชิด ชักกระบี่ออกฟันคนตัดฟืนคอขาดตาย กลัวความจะไม่ลับ จึงลากศพไปฝังไว้ที่หว่างเขาแล้วคำนับศพว่า ตัวเราชื่อฮั่นสินจะได้ทรยศต่อท่านผู้มีพระคุณนั้นหาไม่ เพราะกลัวถึงชีวิตเราๆ จึงฆ่าท่านเสีย ถ้าสืบไปเมื่อหน้าเราได้ดีแล้วจะขุดศพท่านขึ้นฝังใหม่สนองคุณให้ถึงขนาด ว่าแล้วก็ขึ้นม้าเดินร้องไห้ไปตามทาง มาถึงเซียวซงหลินตำบลป่าสนน้อย ไปถึงเนินศิลาเห็นร้านสุราแห่งหนึ่ง จึงแวะเข้าไปซื้อสุราที่ร้าน คิดถึงคุณคนที่ตัดฟืนบอกหนทางให้มากลับฆ่าเสีย จึงยืมภู่กันน้ำหมึกเจ้าของร้านมาเขียนเป็นเพลงไว้ที่ผนังโรงเตี้ยมว่า ทางจะมาเขาสูงนี้เดินยากแสนกันดารล้วนห้วยเหวลุ่มดอนสุดที่จะบรรยาย หวายเป็นเซิงพัวพันกันไป ถ้าลิงแลกระต่ายจะอาศัยแสงพระอาทิตย์ก็ปิดบังทั้งคนก็ไม่เห็น ด้วยภูเขาสูงก็สูงนัก ถ้าจะแลให้ตลอดก็ยากเหลือที่จะนับสลับกันกว่าหมื่นเส้น ถ้าจะเดินไปต้อง อาศัยเถาวัลย์เหนี่ยวกว่าจะลงมาได้ ต้องหิวโหยหิวหอบเพียงจะสิ้นกำลัง แต่ไต่ตามภูเขามาถึงหนทางสองแพร่งไม่รู้ที่จะไป สุดที่จะไต่ถามหนทาง ครั้นเดินมาพอเห็นคนเก็บฟืนหยุดม้าอยู่ แล้วร้องถามถึงทางจะไปเมืองโปต๋ง ผู้ตัดฟืนยืนอยู่หน้าภูเขาจึงชี้บอกทางให้ เราเอาแผนที่ออกสอบก็ต้องตามตำรับ จึงสำคัญว่าเตียวเหลียงรักโดยสุจริต นึกถึงผู้มีคุณจะแทนคุณสงสารนักด้วยเราคิดว่าทหารเมืองฌ้อจะตามมาพบผู้ตัดฟืน เกลือกจะไต่ถามได้ความแล้วจะรีบมาทันเข้าจะฆ่าฟันดังโทษโจร นึกกลัวความสิ่งนี้ จึงกลับไปฆ่าผู้บอกหนทางปรารถนาจะให้ลับรอย ท่านอยู่ก็จะได้แต่เก็บฟืนเท่านั้น แม้นชีวิตเรายังอยู่ไปเบื้องหน้านั้น จะได้เป็นแขนซ้ายขวาของฮองเต้ ถ้าสมคิดจะได้บังคับคนนับหมื่นนับแสน ท่านเป็นคนเก็บฟืนจำตาย เราก็มีโทษมากอย่าโกรธแค้นข้าพเจ้า เพราะตั้งใจมาจะกำจัดคนอันธพาล ท่านหาโทษมิได้มาตายด้วยคมอาวุธเป็นที่เวทนา เราคิดจะแทนคุณท่านช่วยบุตรแหละหลาน อันตัวท่านเหมือนพระจันทร์เมื่อวันเพ็ญ แต่นี่สีจันทร์ดังต้องฤดูลมกับเมฆ ท่านจงคอยดูบุญของข้าพเจ้าเมื่อจะฝังศพท่านไปภายหน้า ด้วยตั้งใจมิได้ลืมคุณท่านคุ้มวันตาย พอชายเจ้าของร้านมายืนแอบหลังเห็นหนังสือจึงถามว่า ท่านฆ่าเจียงหูแล้วมิหนำมาเขียนหนังสือไว้ที่ร้านเราประการหนึ่ง ตัวก็หนีฌ้อปาอ๋องมา แม้นเราจะจับไปส่งก็จะได้บำเหน็จเป็นขุนนางมียศฐาศักดิ์ ฮั่นสินลุกยืนขึ้นตอบว่า ท่านอยู่ในแผ่นดินพระเจ้าฮั่นอ๋อง ซึ่งจะจับเราไปส่งพระเจ้าฌ้อปาอ๋องนั้นผิดประเพณี ถ้าเป็นคนมีสัตย์กตัญญูชอบแต่จะนำไปให้ถึงพระเจ้าฮั่นอ๋อง ท่านพูดเล่นแก่เราฉะนี้ท่านมีชื่อแลแซ่ประการใด ชายผู้นั้นได้ฟังหัวเราะแล้วคำนับฮั่นสินบอกความว่า ปู่ชวดข้าพเจ้าแซ่สินชื่อลุยเป็นขุนนางในเมืองจี๋นอยู่บ้านหูหอง บิดาข้าพเจ้าชื่อกิน ครั้นจี๋นซีฮองเต้ร้ายกาจผิดประเพณี จึงพาครอบครัวหนีมาตั้งร้านขายสุราอยู่เชิงเขาไทเป๊กเนีย ตัวข้าพเจ้าชื่อสินกีมิได้ทำไร่นาซื้อขายอันใด ไล่เนื้อหากินเป็นนิจได้เรียนวิชาแต่เพลงอาวุธ ข้าพเจ้ายังหาได้พบผู้มีวาสนาไม่จึงมาอยู่ที่นี่ เมื่อคืนนี้ข้าพเจ้าฝันว่าเสือบินมาแต่ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ข้ามมาแต่เขาสูงมานอนอยู่บนกองหญ้า ครั้นตื่นขึ้นก็รู้ว่าคนมีวาสนาจะมาถึงวันนี้จึงมิได้ไปหาเนื้อ พอเห็นท่านชักม้าลงจากเขามาหยุดที่ร้านประหลาดกว่าคนทั้งปวง ซึ่งข้าพเจ้าได้พูดจาว่าจะจับขออภัยเสียเถิด ฮั่นสินยุดมือสินกีรับคำนับแล้วว่า สติปัญญาดีรูปร่างก็สูงใหญ่สมควรจะเป็นทหาร พระเจ้าฮั่นอ๋องมีพระทัยโอบอ้อมอารีจะหาคนดีทำศึก ทำไมท่านไม่ตั้งใจไปทำราชการให้มีความชอบไว้ในแผ่นดินจะได้ไม่เสียเชื้อของท่าน สินกีจึงว่า ข้าพเจ้าก็ตั้งใจจะทำราชการ ท่านเข้าไปอยู่ด้วยพระเจ้าฮั่นอ๋องชื่อเสียงปรากฏมีวาสนาได้เป็นแม่ทัพ จะยกไปทำศึกกับพระเจ้าฌ้อปาอ๋องจะต้องมาทางนี้เป็นทางลับใกล้ด่านสามจีน คนทั้งสองเมืองไม่รู้ว่าทางนี้เดินได้ ฮั่นสินได้ฟังจึงว่า ท่านอย่าแพร่งพรายให้ผู้อื่นรู้ เมื่อเราจะยกไปเมืองหํ้าเอี๋ยงจะเอาท่านไปช่วยนำ แม้นเสร็จราชการจะทูลความชอบให้ท่านเป็นขุนนางสืบแซ่ แต่อย่าให้ผิดนัดกับเรา สินกีจึงชวนฮั่นสินว่า ท่านจงอยู่ด้วยข้าพเจ้าสักคืน แล้วสินกีก็เข้าไปบอกมารดากับภรรยามาให้รู้จักกับฮั่นสินไว้ แล้วให้ภรรยาคำนับฮั่นสินๆ เห็นสินกีมีน้ำใจรักสุจริต จึงเล่าความทั้งปวงซึ่งคิดไว้ให้สินกีฟังทุกประการ แล้วสาบานตัวเป็นพี่สินกีๆ เป็นน้อง ครั้นรุ่งขึ้นฮั่นสินคำนับลามารดาสินกีจะไปเมืองโปต๋ง สินกีจึงว่า ทางภายหน้านั้นช่องแคบจำเพาะเดินกันดาร มีภูเขาสองข้างเรียกว่าเขาโกฮุนเสือก็ร้ายนัก ท่านจะไปแต่ผู้เดียวนั้นเกรงอยู่ข้าพเจ้าเคยไปมารู้แห่งทาง จะไปส่งท่านให้ถึงแม่น้ำหันเขใกล้เมืองโปต๋ง แล้วจึงจะลากลับมา ฮั่นสินจึงว่า ขอบใจท่านควรจะเป็นเพื่อนชีวิตกันได้ สินกิจึงลามารดาสั่งภรรยาให้รักษาบ้าน สินกีถือทวนแลเกาทัณฑ์เหน็บกระบี่เดินตามม้าฮั่นสินตรงไปเขาโกฮุน เดินมากลางทางพูดกันด้วยกลศึกแลเพลงอาวุธ สองวันจึงถึงแม่น้ำหันเขมีร้านสุราแห่งหนึ่งก็พากัน ไปซื้อสุรากิน ฮั่นสินจึงว่า ท่านจะกลับไปบ้านก็ไปเถิด จงฟังข่าวเราเมื่อจะยกกองทัพ ถ้ารู้แล้วจงเร่งออกมารับเรา สินกีรับคำว่า ข้าพเจ้าจะคอยฟังข่าวถ้ารู้แล้วจะรีบมาคอยให้พบท่านจงอย่าวิตกเลย ฮั่นสินจึงว่า ท่านจะกลับไปแต่ผู้เดียวรักษาตัวให้จงดี สินกีคำนับลามาถึงบ้านแจ้งความซึ่งไปส่งฮั่นสินให้มารดาฟังทุกประการ

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ