๒๗

ฝ่ายห้วนโก้ยเข้าไปถึง จึงเอาธงปักขึ้นไว้รอบกำแพงเมือง ฮั่นสินครั้นห้วนโก้ยไปแล้ว จัดทหารพร้อมชวนนายทัพนายกองขึ้นม้าพากันเข้าไปในเมือง ตั้งอี้กลับออกมาต้อนรับเชิญฮั่นสินให้นั่งที่สมควร แล้วสั่งให้ยกโต๊ะแลสุรามาตั้งเลี้ยงดูกันเป็นที่สบาย ตั้งอี้จึงแต่งหนังสือให้ลีจูไปหาไซ่อ๋อง ลีจูรับหนังสือคำนับลาขึ้นม้ารีบไปถึงเมืองเก่าหนอ จึงเข้าไปหาไซ่อ๋องแจ้งความว่า เอ๊กอ๋องใช้ข้าพเจ้านำหนังสือมาให้ท่านไซ่อ๋องรับหนังสือมาอ่านได้ความว่า เอ๊กอ๋องครองเมืองเล็กเอี๋ยงขอบอกมาถึงไซ่อ๋องซึ่งครองเมืองเก่าหนอ ด้วยเดิมเราทั้งสามเป็นข้าพระเจ้ายี่ซีฮองเต้ไปปราบหัวเมืองมีชัยหลายครั้ง ครั้งไปตีเมืองเตียวถอยมาอยู่ด่านหํ้าก๊กก๋วนให้ท่านไปขอกองทัพมาช่วย เตียวโก๋ก็ทูลยุยงให้จับครอบครัวไปฆ่าเสียสิ้น ความแค้นเหลือที่จะอดจึงจำใจชวนกันไปเข้ากับพระเจ้าฌ้อปาอ๋องๆ ก็ซ้ำฆ่าญาติพี่น้องไพร่พลถึงยี่สิบหมื่น ฟัมแจ้งระวังกองทัพเมืองโปต๋งจึงทูลให้ตั้งเราเป็นสามจีนอ๋อง บัดนี้พระเจ้าฮั่นอ๋องจะมาปราบศัตรูในแผ่นดินซึ่งเป็นเสี้ยนหนาม ให้ฮั่นสินเป็นแม่ทัพมาทางลับ แต่เมืองโปต๋งไม่มีผู้ใดรู้แห่ง ตีเจียงแผงได้ด่านซัวก๊วนแล้วรีบยกมาถึงเมืองฮุยขิว คิดทดน้ำท่วมเมือง เจียงหำซึ่งเป็นยงอ๋องทิ้งเมืองไว้ พาครอบครัวหนีไปอยู่เมืองทัวหลิม ทแกล้วทหารแลหัวเมืองซึ่งขึ้นก็ไปเข้าด้วยพระเจ้าฮั่นอ๋อง ฮั่นสินแม่ทัพใหญ่กับห้วนโก้ยยกทัพมารบกับเรา ห้วนโก้ยฆ่าแกว่งเฉียงตายในที่รบ กวนหยินจับตัวเราได้เอาไปส่งให้แม่ทัพ ฮั่นสินก็ออกมาเชิญให้นั่งที่เสมอกัน แล้วทูลพระเจ้าฮั่นอ๋องให้ตั้งเราเป็นเจ้าเมืองดังเก่า ชาวเมืองก็มิได้อนาทรร้อนใจเพราะพระเจ้าฮั่นอ๋องมี พระทัยจะบำรุงราษฎรให้เป็นสุข ก็ต้องกับรับสั่งพระเจ้างี่เต้จะให้ครองเมืองหลวงด้วยใจท่านกับเราก็เหมือนกัน แลเมืองท่านกับเมืองเราใกล้กันเหมือนฟันกับริมฝีปาก บัดนี้ฮั่นสินตีเมืองเราได้แล้ว จะไปตีเมืองท่าน ทหารชาวเมืองหรือจะสู้ได้ซึ่งไปขอกองทัพพระเจ้าฌ้อปาอ๋องทางไปมาก็กว่าเดือน เห็นจะมาไม่ทัน ตัวเรากับท่านเป็นเพื่อนยากกันมาแต่ก่อน จึงให้ลีจูมาคำนับแจ้งความให้รู้ตัว ไซ่อ๋องได้แจ้งว่าเอ๊กอ๋องกลัวฮั่นสินไปเข้าด้วยข้าศึก มีหนังสือมาหมายจะให้เราอ่อนน้อมต่อฮั่นอ๋อง แม้นเราจะเชื่อเอ๊กอ๋องที่ไหนคนจะนับถือ จะติเตียนเราว่ามิใช่ชายชาติทหาร ชอบแต่จะรบดูฝีมือแลกำลังศึกก่อนจึงจะนับว่าเป็นคนมีกตัญญู แล้วสั่งให้ขับลีจูเสียจากเมือง ลีจูจึงว่าซึ่งท่านจะต่อสู้ทหารในเมือง เก่าหนอก็น้อย พอจะรับได้แต่ห้วนโก้ยกองหน้า แม้นทัพใหญ่ยกมาเห็นจะรับมิได้ เอ๊กอ๋องนายข้าพเจ้าคิดถึงท่านจึงมาเตือนสติตามแต่จะคิดผ่อนปรน ไซ่อ๋องได้ฟังลีจูสรรเสริญฮั่นสินก็โกรธ ชักกระบี่ออกชี้หน้าแล้วว่ากูจะยกไป แม้นจับฮั่นสินแลห้วนโก้ยได้จะฆ่ามึงด้วยกระบี่เล่มนี้ ลีจูจึงว่าถ้าท่านจับทหารรองได้สักคนหนึ่งข้าพเจ้าจะยอมตาย ไซ่อ๋องได้ฟังก็โกรธสั่งให้ทหารคุมตัวลีจูไว้ แล้วสั่งอ๋องสิวเต๋ากับเล่าหลิมคุมทหารหมื่นหนึ่งเป็นทัพหน้า ไซ่อ๋องกับขุนนางทั้งปวงเป็นทัพหลวง คนห้าหมื่นยกออกจากเมืองเก่าหนอ คนซึ่งมากับลีจูรู้ความว่าไซ่อ๋องให้จับลีจูคุมไว้ ก็พากันหนีไปถึงเมืองเล็กเอี๋ยงเข้าไปแจ้งความแกเอ๊กอ๋องว่า ไซ่อ๋องโกรธท่านกับลีจูว่าสรรเสริญฮั่นสินแม่ทัพให้จับลีจูคุมไว้ ตัวไซ่อ๋องก็ยกมาคนห้าหมื่นจวนจะถึงเมืองแล้ว เอ๊กอ๋องได้ฟังดังนั้นจึงไปหาฮั่นสิน เห็นห้วนโก้ยนั่งอยู่นั้น จึงบอกว่าเจ้าเมืองเก่าหนอได้ฟังหนังสือซึ่งข้าพเจ้าให้ลีจูถือไปมิได้ว่าจะมาคำนับ กลับอวดตัวว่ามีฝีมือ ยกกองทัพมาจะจับท่านกับห้วนโก้ย บัดนี้จับตัวลีจูคุมไว้ แม้นมีชัยชนะแก่ท่านจะฆ่าลีจูเสีย ฮั่นสินได้ฟังจึงว่าไซ่อ๋องเป็นคนโทโสมากหาปัญญามิได้ ดังสัตว์เดรัจฉานวิ่งมาหาคมอาวุธไม่รู้ตัวว่าตัวจะตาย

ฝ่ายไซ่อ๋องยกทัพมาใกล้เมืองเล็กเอี๋ยง ทางประมาณห้าร้อยเส้นให้ตั้งค่ายลงไว้ชาวด่านครั้นรู้ว่าไซ่อ๋องยกทัพล่วงแดนมา ก็พากันไปแจ้งความแก่เอ๊กอ๋องต่อหน้าฮั่นสิน ห้วนโก้ยจึงว่า ข้าพเจ้าจะรับอาสาไปจับไซ่อ๋องมาให้ท่านฆ่าเสีย ฮั่นสินได้ฟังห้วนโก้ยรู้ว่าจะไปด้วยโทโสเกลือกจะเสียการ จึงเรียกเข้ามาใกล้กระซิบบอกโดยอุบายว่า ท่านคิดแปลงตัวเป็นชาวฌ้อแล้วขอเอาคนเอ๊กอ๋องมัดไปส่งให้ไซ่อ๋องๆ จึงจะต้องกล ห้วนโก้ยได้ฟังแม่ทัพว่ายินดีนัก ชวนเอ๊กอ๋องเข้าไปในเมือง จึงพูดกับเอ๊กอ๋องว่าไซ่อ๋องโกรธท่านจึงทำประจานจับคนถือหนังสือไว้ เราจะแก้แค้นแทนท่าน แต่จะขอคนสนิทไปด้วย จึงจะเข้าหาไซ่อ๋อง ต่อเวลาสายท่านจงยกออกไปพูดว่ากล่าวขอคนคืนมา แม้นไซ่อ๋องออกมาอยู่กลางกองทัพ เราจะจับมัดประจานให้คนทั้งปวงเห็น จึงจะสมซึ่งประมาทหมิ่นแล้ว จะประกาศแก่ทหารให้มาเข้าด้วยพระเจ้าฮั่นอ๋องเห็นจะไม่ต้องรบ เอ๊กอ๋องได้ฟังเห็นชอบจึงว่าจะให้ผู้อื่นไป ไซ่อ๋องหรือจะเห็นจริง จำจะให้ต้องสิดบุตรชายของเราไป ไซ่อ๋องรู้จักว่ามีฝีมือจึงจะเชื่อท่าน ห้วนโก้ยได้ฟังก็ดีใจจึงสั่งให้ตันบูจัดทหารร้อยเศษก็แปลงตัวนุ่งห่มเป็นชาวเมืองฌ้อ เวลาค่ำก็พาต้องสิดมา ครั้นใกล้ก็มัดต้องสิดไปริมประตูค่าย พบทหารจึงแจ้งความว่าข้าพเจ้าเป็นทหารพระเจ้าฌ้อปาอ๋อง จับต้องสิดบุตรชายเอ๊กอ๋องได้จะเข้าไปหาไซ่อ๋อง นายทหารกองตรวจได้ฟังก็เข้าไปในค่าย แจ้งความซึ่งทหารเมืองฌ้อจับต้องสิดบุตรเอ๊กอ๋องมาให้ท่าน ไซ่อ๋องได้ฟังจึงสั่งให้รับเข้าไป

ฝ่ายห้วนโก้ยเข้าไปถึงจึงบอกว่า ข้าพเจ้าเป็นทหารพระเจ้าฌ้อปาอ๋องต้องมากำกับอยู่ ณ เมืองเล็กเอี๋ยง บัดนี้เอ๊กอ๋องไปเข้าด้วยฮั่นสิน ครั้นรู้ว่าท่านยกทัพมาให้ต้องสิดผู้บุตรเป็นนายมาสืบราชการ พวกข้าพเจ้าร้อยหนึ่งจึงคิดเลี้ยงสุราให้ต้องสิดเมาแล้วจับมาส่งท่านเพราะจะใคร่กลับไปเมืองฌ้อ เยี่ยมบุตรภรรยาด้วยจากมาอยู่เมืองนี้ช้านานแล้ว ไซ่อ๋องเห็นต้องสิดจึงว่าบิดามึงพระเจ้าฌ้อปาอ๋องวางพระทัยให้เป็นเอ๊กอ๋องครองเมืองเล็กเอี๋ยง ยังไม่มีกตัญญูรับชาวเมืองโปต๋งมาไว้ ใช้มึงมาสืบทัพอีกเล่า สั่งทหารให้เอาตัวต้องสิดมาคุมไว้ จับเอ๊กอ๋องได้แล้วจึงจะส่งไปเมืองหลวงให้พร้อมกัน

ฝ่ายเอ๊กอ๋องครั้นรุ่งเช้า ก็ยกทัพออกจากเมืองไปใกล้ทัพหน้าไซ่อ๋อง จึงร้องว่าให้ไปบอกไซ่อ๋องมาพูดกับเรา

ฝ่ายเล่าหลิมอ๋องสิวเต๋านายกองทัพหน้า รู้ว่าเอ๊กอ๋องจะพูดกับไซ่อ๋อง จึงให้นายทหารไปแจ้งความตามเอ๊กอ๋องสั่งทุกประการ ไซ่อ๋องได้ยินออกชื่อเอ๊กอ๋องกำลังโกรธขึ้นม้าพาทหารออกจากค่ายรีบไป ห้วนโก้ยกับตันบูแลทหารร้อยหนึ่งก็ตามไปด้วย ครั้นถึงยืนม้าอยู่หน้าทหาร

ฝ่ายเอ๊กอ๋องครั้นเห็นไซ่อ๋องจึงร้องว่า เราเห็นฌ้อปาอ๋องเป็นคนพาลฆ่าคนไม่มีความผิด มิได้คิดถึงกษัตริย์ผู้มีพระคุณ จะเอาเป็นที่พึ่งนั้นมิได้ นานไปถึงตัวเราก็จะไม่พ้นอันตราย เราเห็นพระเจ้าฮั่นอ๋องมีพระทัยโอบอ้อมอารี จึงมีหนังสือมาเตือนสติท่านๆ กลับจับลีจูไว้ ครั้นให้ต้องสิดมาก็ไม่ให้กลับไป เหมือนเราทั้งสองมิใช่ร่วมชีวิตกัน ซึ่งท่านประมาทจะสู้ฮั่นสินแม่ทัพ แต่ห้วนโก้ยกองหน้าก็จะจับท่านได้ ไซ่อ๋องได้ฟังก็โกรธจึงว่ามึงกลัวฮั่นสิน ดูหมิ่นพระเจ้าฌ้อปาอ๋อง มึงชมห้วนโก้ยว่าดี บัดนี้ไปตั้งทัพอยู่แห่งใดจงบอกมารบกัน ห้วนโก้ยได้ยินไซ่อ๋องออกชื่อตัว ก็โดดขึ้นจับแขนกระชากลงจากหลังม้าบอกว่าตัวกูชื่อห้วนโก้ยแม่ทัพหน้า ฮั่นสินให้ปลอมมาจับมึง แล้วสั่งให้มัด ไซ่อ๋องไว้

ฝ่ายตันบูกับทหารร้อยหนึ่งแกว่งอาวุธแล้วร้องประกาศว่า ทหารผู้ใดมาเข้าด้วยเราจะรอดชีวิต

ฝ่ายเล่าหลิมอ๋องสิวเต๋าทัพหน้า ขับทหารเข้ารบจะชิงเอาไซ่อ๋อง ห้วนโก้ยตันบูเอ๊กอ๋องก็ชวนกันออกรบกับเล่าหลิมอ๋องสิวเต๋าทหารไซ่อ๋อง

ฝ่ายเล่าหลิมอ๋องสิวเต๋าต่อสู้กำลังห้วนโก้ยมิได้ชักม้าหนี ห้วนโก้ยขับม้าไล่ทันเอาทวนแทงเล่าหลิมตกม้าตาย แต่ตันบูจับอ๋องสิวเต๋าได้ ทหารทั้งปวงก็ยอมเข้าด้วยห้วนโก้ยสิ้น ห้วนโก้ยจึงสั่งให้ทหารถอดต้องสิดมาแล้วพาไซ่อ๋องไปคำนับฮั่นสินแม่ทัพ

ฝ่ายฮั่นสินจึงถามไซ่อ๋องว่า ตัวท่านเป็นขุนนางอยู่เมืองหํ้าเอี๋ยงแต่ก่อนไม่รู้หรือว่าห้างอี๋มีใจหยาบช้า พระเจ้าฮั่นอ๋องมีพระทัยโอบอ้อมไพร่ฟ้าข้าแผ่นดินทุกประเทศควรจะเอาเดชาบารมีเป็นที่พึ่งจึงจะชอบ แล้วเอ๊กอ๋องเห็นว่าท่านเป็นคนหลง จึงมีหนังสือให้ลีจูถือมาถึงท่าน หวังจะเตือนสติโดยเมตตาว่าเป็นข้าราชการมาแต่ก่อนด้วยกัน ท่านกลับท้าทายว่าหยาบช้า บัดนี้ห้วนโก้ยจับตัวท่านมาได้ ชีวิตตกมาอยู่ในเงื้อมมือเราตัวจะคิดประการใด ไซ่อ๋องมีความละอายนักมิรู้ที่จะตอบก้มหน้านิ่งอยู่ เอ๊กอ๋องห้วนโก้ยตันบูจึงว่าไซ่อ๋องไปอยู่กับฌ้อปาอ๋อง ใช่จะมีน้ำใจไปสวามิภักดิ์นั้นหาไม่ เพราะจำใจจึงอยู่ด้วยบัดนี้ตกในเงื้อมมือท่าน ขอท่านแม่ทัพจงทูลพระเจ้าฮั่นอ๋องให้เป็นเจ้าเมืองดังเก่า ทำราชการแก้ตัวเห็นจะไม่เป็นสองใจเหมือนแต่ก่อน ฮั่นสินก็ลุกมาแก้มัดไซ่อ๋องแล้วชวนให้นั่งที่เสมอกัน ไซ่อ๋องมีใจยินดีนัก สรรเสริญฮั่นสินว่ามีสติปัญญาโดยแท้ ก็ถอยมานั่งกับเอ๊กอ๋อง

ฝ่ายฮั่นสินแต่งนายทหารกลับไปทูลพระเจ้าฮั่นอ๋องว่าได้เมืองเล็กเอี๋ยงแลเมืองเก่าหนอ ขอจงจัดทหารอยู่รักษาเมืองฮุยขิวไว้ ให้เชิญเสด็จรีบยกทัพหลวงมา ฮั่นสินก็ยกทัพไปเมืองเก่าหนอแล้ว กำชับทหารไม่ให้ข่มเหงราษฎร ให้กวาดต้อนเข้ามาอยู่ภูมิลำเนา ขุนนางแลชาวเมืองก็อยู่เป็นปกติ จึงสั่งทหารในกองทัพให้ไปรับเอาตัวลีจูมา

ฝ่ายนายทหารครั้นถึงเมืองฮุยขิว ก็เข้าไปทูลพระเจ้าฮั่นอ๋องตามฮั่นสินสั่งทุกประการ พระเจ้าฮั่นอ๋องแจ้งความมีพระทัยยินดี จึงจัดแจงขุนนางอยู่รักษาเมืองฮุยขิวแล้วยกกองทัพมา ณ เมืองเล็กเอี๋ยง พระเจ้าฮั่นอ๋องเมื่อเสด็จเข้าเมืองถึงที่ประทับ เห็นเจ้าเมืองแลขุนนางออกมาคำนับพร้อมกัน จึงตรัสปราศรัยว่าท่านทั้งปวงสวามิภักดิ์กับเราโดยแท้ การศึกครั้งนี้ยังติดพันขับเคี่ยวกันอยู่ท่านจะจากเมืองมิได้ จงตั้งใจบำรุงทหารแลพลเมืองให้เป็นสุขก่อน เอ๊กอ๋องแลขุนนางได้ฟังยินดีนัก ชวนกันสรรเสริญว่ามีพระทัยโอบอ้อมอารีควรจะครองเมืองหลวงสืบกษัตริย์ต่อไป

ฝ่ายพระเจ้าฮั่นอ๋องประทับอยู่เมืองเล็กเอี๋ยงสามวัน ครั้นรุ่งฃื้นก็ยกไปเมืองเก่าหนอ ครั้นถึงตั้งประทับอยู่นอกเมือง ฮั่นสินแลนายทัพนายกองพาไซ่อ๋องกับขุนนางออกไปรับเสด็จพระเจ้าฮั่นอ๋อง ฮันสินจึงทูลว่าครั้งนี้ต้องคิดกลศึกจึงมีชัยแก่สามจีนอ๋องนายทัพนายกองมีความชอบอยู่ บัดนี้ไซ่อ๋องแลขุนนางออกมาเฝ้าขอเชิญเสด็จเข้าเมืองพระเจ้าฮั่นอ๋องได้ฟังจึงสรรเสริญฮั่นสินว่าท่านคิดทำศึกตีเมืองสามจีนได้ ซึ่งหมายจะตีเมืองหํ้าเอี๋ยงนั้นก็เห็นจะได้โดยง่าย แล้วตรัสแก่ชาวเมืองว่าชวนกันถือผิดไปเข้าด้วยคนอกตัญญู เพราะไม่รู้ว่าเราจะมาบำรุงให้เป็นสุขจึงต้องทำศึกกัน ท่านจงตั้งใจทำราชการหาความชอบใส่ตัว ฮั่นสินจึงทูลว่าเจียงหำยังหนีไปอยู่เมืองทัวหลิมใกล้เมืองฮุยขิว ครั้นจะรีบยกไปตีเมืองหํ้าเอี๋ยงการจะส่งเสบียงเห็นจะขัดสน เจียงหำก็สันทัดในที่ทาง เห็นจะซุ่มทัพกลับมาตีเมืองฮุยขิวสกัดต้นทางไว้ ขอเชิญไต้อ๋องเสด็จอยู่รักษาเมืองเก่าหนอข้าพเจ้าจะรีบยกตามไปตีเจียงหำให้สำเร็จ แล้วจึงจะเชิญเสด็จไปตีเมืองหํ้าเอี๋ยง พระเจ้าฮั่นอ๋องได้ฟังเห็นชอบด้วย จึงตรัสว่าจงเร่งไปให้มีชัยแก่ข้าศึก ครั้นรุ่งเช้าฮั่นสินกับห้วนโก้ยสินกีจิวพุนตันบู กับทหารหมื่นหนึ่งยกไป ณ เมืองทัวหลิม

ฝ่ายยงอ๋องรักษาแผลเกาทัณฑ์หายป่วยแล้ว จึงสั่งคนใช้ให้ไปขอกองทัพพระเจ้าฌ้อปาอ๋องจะตีเอาเมืองฮุยขิวคืนให้จงได้ คนใช้ก็คำนับลาไปเมืองแพเสีย พอชาวด่านเข้ามาบอกว่ากองทัพฮั่นสินล่วงแดนเมืองเข้ามา ยงอ๋องได้ฟังจึงว่าครั้งก่อนเราประมาทจึงเสียเมืองแก่ฮั่นสิน ครั้งนี้ทหารก็น้อยถ้าได้ทีจึงจะทำ ซึ่งฮั่นสินกำเริบใจตามมาครั้งนี้ ทหารทั้งปวงจงปลงใจช่วยกันรบให้สิ้นฝีมือ สุงอานจึงว่าข้าศึกได้ทียกมา แม้นท่านจะออกรับนอกเมืองนั้นมิได้ไพร่พลก็อิดโรย ขอท่านจงกำชับรักษาหน้าที่เชิงเทินไว้ให้มั่นคงคอยท่ากองทัพเมืองหลวง ยงอ๋องจึงว่าถ้าจะคอยกองทัพเมืองหลวงให้ยกมา จะนิ่งไว้ให้ฮั่นสินล้อมเมืองเห็นจะขัดด้วยเสบียงอาหาร จำจะคิดตีเสียแต่แรกอย่าให้ทันตั้งมั่น แม้นจะละไว้กำลังศึกจะกล้าขึ้นทุกวัน จึงชวนลีแบ๊ถองสุงอานกุยเหลียงกุยหวนกับทหารพันหนึ่งเปิดประตูเมืองออกไปรบ พอพบกองทัพฮั่นสินทหารทั้งสองฝ่ายรบรอกันอยู่

ฝ่ายฮั่นสินเห็นทหารหยุดจึงขับทหารขึ้นไป เห็นเจียงหำยืนม้าอยู่หน้าทหารจึงร้องว่า เราคิดจะพูดกับท่านเมื่อออกจากเมืองฮุยขิวก็มิทัน จึงตามมาก็พอพบท่านขึ้นม้าพาทหารมาจะไปไหน หรือจะมาคำนับเรา ยงอ๋องได้ฟังก็โกรธจึงขับทหารเข้ารบกับทหารฮั่นสิน

ฝ่ายห้วนโก้ยกับจิวพุน ก็ชักม้าออกมารบกับทหารเจียงหำ ถ้อยทีสัประยุทธ์กันอยู่ ฮั่นสินจึงสั่งสินกีกับตันบูคุมทหารห้าพันแยกไปวกหลังต้นทางตีกระหนาบทัพเจียงหำ

ฝ่ายเจียงหำเห็นข้าศึกไล่ฟันทหารล้มตายแตกหนีสิ้น ยังแต่ลีแบ๊ถองกับสุงอานเห็นเหลือกำลังที่จะต่อสู้ จะหนีไปก็ไม่ทัน จึงคิดว่าตัวเราก็เป็นชาติทหาร ทำศึกมาจนแก่ยังไม่มีปราชัย จะมาเสียทีด้วยฮั่นสินคนโซอัปยศแก่คนทั้งปวง แม้นรักชีวิตไปเข้าด้วยฮั่นอ๋องก็จะมีแต่ความอายตายดีกว่า ว่าแล้วก็ชักกระบี่เชือดคอตาย ลีแบ๊ถองกับสุงอานเห็นยงอ๋องตายจะหนีก็จวนตัว ลงจากม้าทิ้งอาวุธเข้ามาหาห้วนโก้ยๆ ก็พามาคำนับฮั่นสิน

ฝ่ายฮั่นสินก็ให้ตีม้าล่อหยุดทหาร แล้วถามลีแบ๊ถองกับสุงอานว่า ตัวท่านทั้งสองมีสติปัญญา เหตุไรจึงไม่ห้ามเจียงหำให้ออกมารบจนตัวตาย ประการหนึ่งไพร่แลนายในเมืองทัวหลิมยังมีมากน้อยเท่าใด สุงอานจึงว่าข้าพเจ้าห้ามไม่ฟังถือตัวว่าเข้มแข็งมิได้ย่อท้อจึงเสียชีวิตแก่ท่าน ซึ่งนายทหารในเมืองทัวหลิมนั้นไม่มี ยังแต่ชาวบ้านประมาณสักสี่ร้อยเศษ ฮั่นสินได้ฟังก็ยกทหารเข้าไปจัดแจงเมืองทัวหลิมเสร็จแล้ว ก็ยกทัพกลับเข้าเมืองเก่าหนอ ครั้นเวลาเช้าพระเจ้าฮั่นอ๋องเสด็จออก ฮั่นสินพาลีแบ๊ถองกับสุงอานเข้าไปเฝ้าทูลความซึ่งได้รบยงอ๋อง กับลีแบ๊ถองสุงอานพาทหารมาสวามิภักดิ์จะทำราชการอยู่ด้วยข้าพเจ้า ข้าพเจ้าเห็นฝีมือทหารครั้งนี้ควรจะรีบไปกระทำศึกแก่เมืองหํ้าเอี๋ยงได้ พระเจ้าฮั่นอ๋องได้ฟังฮั่นสินทูลดังนั้นมีความยินดีนัก จึงตั้งลีแบ๊ถองแลสุงอานให้เป็นนายทหาร ณ เมืองฮุยขิว

ฝ่ายลีแบ๊อี๋กับลูสินซึ่งรักษาเมืองห้ำเอี๋ยง ครั้นรู้ว่ากองทัพเมืองโปต๋งยกมาตีค่ายสามจีน ก็ใช้ให้คนไปเฝ้าพระเจ้าฌ้อปาอ๋องขอกองทัพมาช่วย

ฮั่นสินครั้นถึงวันฤกษ์ดี ก็ยกกองทัพออกจากเมืองเก่าหนอเข้าทางใหญ่จะไปตีเมืองหํ้าเอี๋ยง

ฝ่ายพระเจ้าฮั่นอ๋องก็ยกตามกองทัพฮั่นสินไป ประชาราษฎร์ทั้งปวงรู้ว่าทัพหลวงยกไป แต่งเครื่องบูชาออกมาคอยรับเสด็จทุกตำบล

ฝ่ายชาวด่านก็เข้าไปแจ้งความแก่ผู้รักษาเมืองหํ้าเอี๋ยงว่า กองทัพฮั่นอ๋องข้ามด่านฮูฮองเข้ามา คนที่อยู่นอกเมืองก็ไปเข้าด้วยฮั่นอ๋องเป็นอันมาก

ฝ่ายลีแบ๊อี๋กับลูสินครั้นแจ้งความก็ท้อใจ จึงว่าเราให้คนไปขอกองทัพก็ยังยกมามิทัน จำจะรักษาเมืองไว้คอยท่ากองทัพก่อน จึงจัดทหารให้รักษาหน้าที่เชิงเทินไว้คอยรับข้าศึก

ฝ่ายฮั่นสินยกมาถึงตำบลฮูฮอง แต่งคนให้เล็ดลอดไปสืบราชการเมืองหํ้าเอี๋ยง

ฝ่ายทหารซึ่งไปได้ความกลับมาแจ้งว่า ลีแบ๊อี๋กับลูสินรักษาเมืองมั่นคงอยู่ แต่ข้าพเจ้าได้ความว่าให้คนไปขอกองทัพเมืองแพเสียจวนจะมาอยู่แล้ว

ฝ่ายฮั่นสินแจ้งความคิดว่า เมืองหลวงป้อมกำแพงแน่นหนานักจะเข้าตีเอาเมืองโดยเร็วเห็นไม่ได้ จำจะคิดเป็นกลถึงประตูเมืองก็จะให้เปิดจงได้ จึงเรียกลีแบ๊ถองสุงอานมาว่าท่านทั้งสองก็หมายจะหาความชอบ ครั้งนี้จะได้เห็นใจท่านๆ จงพาทหารปลอมเป็นชาวเมืองฌ้อ แล้วทำธงให้เหมือนธงแม่ทัพฌ้อปาอ๋องซึ่งจะมาช่วยรักษาเมือง เขาจึงจะเปิดประตูรับ แล้วบอกว่าทัพยังจะยกมา ตีกระหนาบอีกทัพหนึ่ง เราจะแต่งให้ห้วนโก้ยเป็นทัพหนุนท่าน ลีแบ๊ถองสุงอานจึงว่า ข้าพเจ้าจะรับอาสาให้สมความคิดท่านๆ จึงจะสิ้นสงสัย หนังสือของข้าพเจ้าก็มีอยู่แต่เป็นดวงตราเก่า เห็นจะแคลงด้วยเป็นชื่อกุยเหลียงกุยหวนครั้งมาช่วยสามจีนอ๋อง ฮั่นสินจึงว่าคนของเรามีอยู่ที่จะแก้หนังสือเก่า แปลงลายมือให้เหมือนหนังสือใหม่ได้ ลีแบ๊ถองก็หยิบหนังสือส่งให้ฮั่นสินๆ ก็เรียกลีเสงเข้ามาบอกความซึ่งคิดไว้ แล้วส่งหนังสือให้ลีเสงๆ รับหนังสือดูรู้ว่าจะแก้ได้ ก็ไปที่สงัดแก้แปลงเสร็จแล้วเอามาส่งให้ฮั่นสินๆ ครั้นเห็นอักษรเหมือนลายมือเก่าเป็นหนังสือสำคัญได้ก็ส่งให้ลีแบ๊ถองสุงอาน แล้วจัดทหารสามจีนอ๋องได้ห้าพันทำธงสำคัญ แล้วให้ยกไปทางน้อยตามทิศตะวันออกมาทางใหญ่ ฮั่นสินจึงสั่งห้วนโก้ยจิวพุนตันบูกินหิบให้คุมทหารหมื่นหนึ่งตามลีแบ๊ถองสุงอานไป ถ้าชาวเมืองจะเปิดประตูออกมารับลีแบ๊ถองสุงอานพวกท่านสี่นายจงขับทหารรีบตามเข้าไปจับตัวผู้รักษาเมืองคุมไว้แล้ว ยกธงสำคัญขึ้น นายทหารทั้งปวงก็ลาแล้วยกไป

ฝ่ายฮั่นสินแจ้งว่าพระเจ้าฮั่นอ๋องยกมาถึง ออกไปคำนับทูลว่าขอไต้อ๋องประทับอยู่ตำบลนี้ก่อน ข้าพเจ้ายังแต่งกองทัพไปทำการเมืองห้ำเอี๋ยงอยู่ จึงค่อยยกทัพหลวงเข้าไปอยู่ในเมือง พระเจ้าฮั่นอ๋องได้ฟังสั่งให้ตั้งมั่นอยู่

ฝ่ายลีแบ๊ถองสุงอานคุมทหารยกอ้อมไป ครั้นใกล้กำแพงเมืองให้ทหารกองหน้าร้องบอกว่า พระเจ้าฌ้อปาอ๋องให้ยกกองทัพมาช่วยรักษาเมืองก่อน ยังจะหนุนกันมาอีกทัพหนึ่งจงรีบเปิดประตูรับ ทหารซึ่งรักษาประตูรู้ข้อความจึงไปแจ้งแก่ลีแบ๊อี๋กับลูสินๆ ครั้นแจ้งจึงมายืนดูบนเชิงเทินเห็นธงสำคัญเป็นธงฌ้อ จึงร้องถามว่า มีรับสั่งพระเจ้าฌ้อปาอ๋องให้มาช่วยหนังสือสำคัญได้มาหรือไม่ ลีแบ๊ถองขับม้าเข้าไปถึงเชิงกำแพงจึงร้องว่าพระเจ้าฌ้อปาอ๋องจัดมาช่วยเป็นสองทัพแลหนังสือก็มีมาว่าแล้วก็ส่งให้

ฝ่ายลีแบ๊อี๋รับหนังสือมาอ่าน แจ้งความต้องกับคำบอกก็ไม่สงสัย จึงสั่งให้เปิดประตูเมืองรับเข้ามา

ฝ่ายลีแบ๊ถองสุงอานก็เข้าเมืองเป็นเวลาพลบค่ำ ทหารยังไม่ทันรู้สิ้น ทหารกองหนุนทั้งสี่นาย เห็นได้ทีก็ขับทหารตามเข้าไป นายประตูห้ามไว้ว่าอย่าเปิดประตูเมือง ห้วนโก้ยแลนายทหารทั้งปวงก็ไล่ฆ่าฟันทหารรักษาประตูเข้าไป จับลีแบ๊อี๋ลูสินได้ก็ฆ่าเสียทั้งสองนาย รี้พลก็เข้าเมืองได้สิ้น ห้วนโก้ยแลนายทหารทั้งปวงก็แกว่งอาวุธร้องประกาศแก่ชาวเมืองว่า ตัวเราชื่อห้วนโก้ยกินหิบจิวพุนตันบู เป็นทหารพระเจ้าฮั่นอ๋องจะมาปราบเสี้ยนศัตรูใครไม่กลัวเราจะตัดศีรษะเสียบไว้หน้าเมือง ถ้าผู้ใดเข้าด้วยเราโดยดีจะบำรุงให้อยู่เย็นเป็นสุขสืบไป

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ