๔๓

ฝ่ายราษฎรชาวเมืองรู้ข่าวว่าฮั่นสินยกกองทัพใหญ่มาจะตีเมือง ชวนกันตื่นตกใจวันละเก้าครั้งสิบครั้ง กิตติศัพท์รู้ไปถึงเจ๋อ๋องๆ รู้ข่าวดังนั้นเป็นทุกข์นัก จึงแต่งหนังสือส่งให้คนใช้ไปขอกองทัพพระเจ้าฌ้อปาอ๋อง

ฝ่ายหลีเสงรู้ข่าวดังนั้น จึงคิดว่าฮั่นสินเป็นแม่ทัพไปตีเมืองใหญ่ได้หลายเมืองมีความชอบอยู่แล้ว บัดนี้ยกไปตีเมืองเจ๋ไพร่บ้านพลเมืองก็สะดุ้งสะเทือนอยู่ เห็นทหารเจ๋อ๋องจะสู้ฝีมือทหารฮั่นสินไม่ได้ เราจะลาพระเจ้าฮั่นอ๋องว่าไปเกลี้ยกล่อม ให้เจ๋อ๋องยอมสามิภักดิ์โดยดีเสียก่อน คิดแล้วจึงเข้าไปทูลพระเจ้าฮั่นอ๋องว่า บัดนี้เมืองเอี๋ยนเมืองเตียวก็อยู่ในอำนาจไต้อ๋อง แต่เมืองเจ๋เป็นเมืองใหญ่ มีเมืองขึ้นถึงเจ็ดสิบเศษยังไม่มาสามิภักดิ์ถึงฮั่นสินยกกองทัพไปจะตีได้โดยเร็วก็ยาก แล้วใกล้กับเมืองฌ้อ ขอไต้อ๋องให้ข้าพเจ้าไปพูดจาเกลี้ยกล่อมให้อ่อนน้อม จะได้เป็นขอบขัณฑสีมากันกับกองทัพทิศตะวันออก พระเจ้าฮั่นอ๋องจึงตรัสว่าถึงฮั่นสินยกไปยังไม่ทันจะรบ ถ้าท่านเห็นจะเกลี้ยกล่อมเจ๋อ๋องได้จงรีบไปโดยเร็ว หลีเสงก็คำนับลาไปจัดแจงผู้คนพร้อมแล้วก็รีบไป ณ เมืองเจ๋ ครั้นถึงจึงบอกทหารซึ่งรักษาประตูว่า เราชื่อหลีเสงเป็นทูตพระเจ้าฮั่นอ๋องจะมาเจรจาความเมือง ทหารซึ่งอยู่รักษาประตูก็รีบไปแจ้งแก่เจ๋อ๋องทุกประการ เจ๋อ๋องให้คนไปรับหลีเสงเข้ามา เมื่อหลีเสงเดินตามทางทำกิริยาองอาจมิได้เกรงกลัวผู้ใด ไปถึงเจ๋อ๋องหลีเสงก็มิได้คำนับ

ฝ่ายเจ๋อ๋องเห็นดังนั้นก็โกรธ จึงว่าตัวเป็นทูตฮั่นอ๋องใช้มาให้เจรจาความเมืองดูหมิ่นไม่คำนับเราผู้มียศฐาศักดิ์ตามประเพณี หรือเห็นว่าเมืองเราไม่มีดาบจะฆ่าท่าน กับทหารจะสู้รบฮั่นอ๋อง ตัวท่านเป็นแต่ทูตมาจึงทำดังนี้ หลีเสงจึงว่าข้าพเจ้าเป็นทูตพระเจ้าฮั่นอ๋องๆ มีทหารถึงร้อยหมื่น เกียรติยศแผ่ไปทุกทิศ ท่านเป็นแต่หัวเมืองจะให้ข้าพเจ้าคำนับนั้นไม่ควร บัดนี้พระเจ้าฮั่นอ๋องได้ฮั่นสินเป็นแม่ทัพยกมาถึงปลายแดน หมายจะตีเมืองท่านให้ได้โดยเร็ว ข้าพเจ้าเห็นว่าราษฎรในเมืองท่าน เปรืยบเหมือนปลาอยู่ในกระทะแต่ยังมิได้สุมเพลิง ถ้าฮั่นสินมาวันใดวันหนึ่งเอาไฟสุมปลาก็จะตายสิ้น ซึ่งข้าพเจ้ามาทั้งนี้เพราะรักท่านกับชาวเมือง ถ้าท่านไม่รักตัวที่จะได้ครองเมืองเจ๋จงฆ่าข้าพเจ้าเสีย ถ้าจะบำรุงราษฎรทั้งปวงให้เป็นสุขต่อไปจงเชื่อข้าพเจ้า เจ๋อ๋องจึงว่าเขตแดนเมืองเราก็ กว้างได้หลายหมื่นเส้น ทิศใต้จดแดนเมืองฌ้อ ทิศเหนือตลอดถึงเมืองเอี๋ยน ทิศตะวันตกถึงเมืองงุย เมืองเตียว ทิศตะวันออกจดถึงทะเล จำเพาะเดินแต่ริมด่านริมจู๋ ก็มีเมืองกระหนาบสองข้างใกล้ทางเดิน เมืองขึ้นเจ็ดสิบสองเมืองทั้งอาหารก็บริบูรณ์ ในเมืองมีขุนนางทหารพลเรือนรับราชการ ซึ่งนายทหารรักษาเขตแดนก็มาก ถึงจะมีศึกมาก็ไม่ทุกข์ ทำไมท่านจึงมาประมาท ว่าชีวิตชาวเมืองเราเหมือนปลาอยู่ในกระทะ ไม่เห็นสม หลีเสงได้ฟังเจ๋อ๋องว่าดังนั้นทำทอดใจใหญ่แล้วจึงว่า เหตุใดท่านมาดูหมิ่นเราผู้ถือรับสั่งพระเจ้าฮั่นอ๋องไม่ตรึกตรองดูว่า ตัวท่านกับฌ้อปาอ๋องใครจะเข้มแข็งกว่ากัน แต่ฌ้อปาอ๋องตีได้เมืองหํ้าเอี๋ยงแล้วยังตั้งอยู่ไม่ได้ ต้องยกไปอยู่เมืองแพเสีย เพราะบารมีพระเจ้าฮั่นอ๋องยิ่งกว่าฌ้อปาอ๋อง เมืองเตียวหนึ่ง เมืองเอี๋ยนหนึ่ง เมืองหันหนึ่ง เมืองงุยหนึ่ง เมืองใหญ่สี่เมืองกับหัวเมืองซึ่งขึ้นแก่ฌ้อปาอ๋อง ก็เข้ามาอยู่กับพระเจ้าฮั่นอ๋องเป็นอันมาก ซึ่งท่านถือว่า เขตแดนกว้างขวางมีทหารจะสู้รบกับพระเจ้าฮั่นอ๋องครั้งนี้ ดังคนไม่มีสติปัญญามิคิดผิดไปหรือ แม้นถือตัวว่ามีปัญญาจงอยู่พิเคราะห์ดูเบื้องหน้า ว่าแผ่นดินจะสิทธิ์ขาดอยู่กับผู้ใด เจ๋อ๋องได้ฟังก็โกรธ เบือนหน้าเสียว่าเราไม่รู้ หลีเสงจึงว่ากรรมของท่านจึงไม่เห็นภัยจะถึงตัวกลับโกรธ ข้าพเจ้าจะมาช่วยทุกข์ ซึ่งท่านขึ้นกับเมืองฌ้อเพราะถือว่าฌ้อปาอ๋องเข้มแข็ง ถ้ามีผู้พิเคราะห์ลึกซึ่งจึงจะเห็นว่าพระเจ้าฮั่นอ๋องมีกำลัง ทั้งเมืองขึ้นก็มากกว่าถึงเจ็ดส่วน ประการหนึ่งฌ้อปาอ๋องถือตัวว่าเข้มแข็ง ไม่ปราณีแก่ไพร่ฟ้าข้าแผ่นดิน

ฝ่ายพระเจ้าฮั่นอ๋องมีกตัญญู ได้เชิญศพพระเจ้างี่เต้ขึ้นฝังใหม่ กิตติศัพท์ลือไปทุกประเทศ แต่บรรดาหัวเมืองแลราษฎรทั้งปวงก็รักทุกตัวตน ถ้าจะเปรียบอานุภาพพระเจ้าฮั่นอ๋องก็เหมือนครั้งพระเจ้างี่เต้แลสุนเต้ บัดนี้ได้เมืองเอ๊กเอี๋ยงเป็นที่ฉางข้าว แต่บรรดาทางที่สำคัญก็ให้ทหารไปตั้งสกัดอยู่ทุกแห่ง ข้าพเจ้าจึงเห็นว่านานไปเบื้องหน้าแผ่นดินจะเป็นสิทธิแก่พระเจ้าฮั่นอ๋อง ท่านจงรีบไปสามิภักดิ์โดยเร็ว ราษฎรจึงจะไม่ได้ความเดือดร้อน ซึ่งข้าพเจ้ามาพูดทั้งนี้เหมือนช่วยทุกข์ของท่าน ใช่จะล่อลวงให้หลงไปเข้าด้วยพระเจ้าฮั่นอ๋องนั้นหาไม่ เจ๋อ๋องได้ฟังหลีเสงว่าดังนั้นจึงลุกขึ้นคำนับ แล้วว่าขอบใจท่าน ว่าจะมาช่วยอุระชาวเมืองเราโดยแท้ เมื่อแรกท่านเข้ามาได้ว่ากล่าวเป็นคำหยาบนั้นเราขอขมาโทษท่าน ข้าพเจ้าจะยอมเป็นข้าพระเจ้าฮั่นอ๋อง แล้วขอท่านช่วยบำรุงสติปัญญาบ้าง หลีเสงจึงว่าถ้าดังนั้นท่านจงทำหนังสือมาสามิภักดิ์ ให้ขุนนางไปเฝ้าพระเจ้าฮั่นอ๋องก่อน มีรับสั่งโปรดประการใดจึงพากันไปเฝ้าแต่ภายหลัง

ฝ่ายฮั่นสินยกกองทัพล่วงแดนเมืองเจ๋เข้ามาตั้งอยู่ด่านชั้นใน ชาวด่านเห็นกองทัพฮั่นสินก็ขึ้นม้ารีบไปบอกความแก่เตียนเหง ๆ แจ้งความดังนั้นจึงบอกเจ๋อ๋องว่า บัดนี้ฮั่นสินยกทัพล่วงแดนเข้ามาแล้ว ในเมืองยังไม่ได้จัดแจงทหารให้รักษาหน้าที่เชิงเทิน เพราะเชื่อหลีเสง เจ๋อ๋องจึงพูดกับหลีเสงว่าเรายอมสามิภักดิ์แล้ว บัดนี้ทัพฮั่นสินล่วงเข้ามาในด่านท่านจะคิดประการใด หลีเสงจึงว่าฮั่นสินก็เป็นแม่ทัพรับมาตีเมืองเจ๋ ไม่รู้ว่ามีรับสั่งใช้ข้าพเจ้ามาว่ากล่าวแต่โดยดี จำจะมีหนังสือไปแจ้งความแก่ฮั่นสินก่อน แต่ขอคนสนิทของท่านไปด้วยจึงจะเห็นเท็จแลจริง หลีเสงเขียนหนังสือให้คนใช้ไปแจ้งความแก่ฮั่นสิน เจ๋อ๋องให้คนสนิทไปด้วย ครั้นไปถึงค่ายฮั่นสินจึงบอกทหารซึ่งรักษาประตูว่า หลีเสงให้ถือหนังสือมาหาท่านแม่ทัพกับคนเจ๋อ๋องก็มาด้วย

ฝ่ายฮั่นสินจึงปรึกษานายทหารทั้งปวงว่า เราจะรีบยกเข้าตีเมืองเจ๋ พอทหารรักษาประตูมาแจ้งความแก่แม่ทัพว่า หลีเสงใช้ให้คนถือหนังสือไปคำนับท่าน ฮั่นสินได้ฟังดังนั้นก็ให้พาคนใช้ของหลีเสงเข้ามา คนใช้คำนับแล้วจึงแจ้งความว่า หลีเสงถือรับสั่งพระเจ้าฮั่นอ๋องไปเกลี้ยกล่อมเจ๋อ๋อง บัดนี้เจ๋อ๋องยอมไปทำราชการด้วยพระเจ้าฮั่นอ๋องแล้ว หลีเสงให้ข้าพเจ้าถือหนังสือมาถึงท่านก็ส่งหนังสือให้แก่ฮั่นสิน ๆ รับหนังสือฉีกผนึกดูในหนังสือว่า หลีเสงซึ่งเป็นฮั่นไต้หูบอกมาถึงท่านแม่ทัพว่า ข้าพเจ้าถือรับสั่งพระเจ้าฮั่นอ๋องไปเกลี้ยกล่อมเจ๋อ๋อง ๆ เห็นพระเจ้าฮั่นอ๋องทรงธรรมมีพระทัยอารีจึงยอมสามิภักดิ์ แต่ที่จริงก็เพราะกลัวกิตติศัพท์ท่านจึงยอมโดยเร็ว พระเจ้าฮั่นอ๋องได้เมืองเจ๋มีเมืองขึ้นถึงเจ็ดสิบเศษก็เป็นความชอบของท่าน ทหารก็ไม่ได้ความลำบาก ข้าพเจ้าจึงมีหนังสือมาแจ้งแก่ท่าน ขอให้ยกกองทัพกลับไปเมืองเซงโก๋ จะได้รวบรวมบำรุงทหารยกไปกำจัดฌ้อปาอ๋อง ทุกวันนี้ห้าหัวเมืองใหญ่ก็ราบคาบเพราะท่าน ความชอบของท่านควรเขียนลงไว้กับแผ่นทอง ข้าพเจ้ามิอาจชิงเอาได้ ฮั่นสินแจ้งในหนังสือนั้นก็ยินดี จึงคิดว่าการเมืองเจ๋เสร็จแล้ว เราจะยกกลับไปบรรจบทัพพระเจ้าฮั่นอ๋อง ณ เมืองเซงโก๋ แล้วสั่งคนถือหนังสือให้บอกแก่เจ๋อ๋องหลีเสงว่า ให้คอยท่าฟังข่าว รู้ว่าทัพเราจะไปตีเมืองฌ้อเมื่อใดให้เจ๋อ๋องยกกองทัพมาบรรจบกัน ณ เมืองซีจี๋ว คนถือหนังสือรับคำแล้วกลับไปแจ้งความแก่หลีเสง หลีเสงเอาความไปบอกแก่เจ๋อ๋องทุกประการ เจ๋อ๋องได้ฟังดังนั้นก็เห็น ว่าการศึกจะสงบมีใจยินดี จึงชวนหลีเสงเสพสุราด้วยกันทุกวัน

ฝ่ายฮั่นสินจึงปรึกษาเตียวยี่ว่า หลีเสงไปเกลี้ยกล่อมเจ๋อ๋อง ๆ ก็ยอมสามิภักดิ์ต่อพระเจ้าฮั่นอ๋องแล้ว เราจะเลิกกองทัพกลับไปเมืองเซงโก๋

ฝ่ายกวยถองรู้ข่าวดังนั้นจึงเข้าไปว่ากับฮั่นสิน ครั้งนี้ศึกได้ทีจวนจะได้เมือง เหตุใดท่านเชื่อหนังสือหลีเสงจะเลิกทัพไปเสียนั้นข้าพเจ้าไม่เห็นด้วย ฮั่นสินจึงว่าท่านคิดเห็นประการใดจึงห้ามไม่ให้กลับทัพ กวยถองจึงว่าท่านคุมทหารหลายสิบหมื่นมาจากพระเจ้าฮั่นอ๋องได้ปีหนึ่งแล้ว ตีได้เมืองเตียวเมืองเอี๋ยนกับเมืองน้อยห้าสิบเศษ ครั้นยกมาตีเมืองเจ๋ หลีเสงเห็นท่านจะได้หมายจะชิงความชอบด้วยลิ้นสี่นิ้วกึ่ง จึงพูดจาเกลี้ยกล่อมเจ๋อ๋องได้เมืองขึ้นถึงเจ็ดสิบสองเมือง คนทั้งปวงก็จะเห็นว่าหลีเสงได้เมืองขึ้นมากกว่าท่าน ซึ่งท่านลำบากยากแค้นตีเมืองได้ เกียรติยศของท่านจะมิแพ้แก่ลิ้นหลีเสงหรือ แม้นท่านจะกลับไปเฝ้าพระเจ้าฮั่นอ๋องจะทูลกิจการแก่พระเจ้าฮั่นอ๋องกระไรได้ หลีเสงก็จะยิ้มในใจเยาะท่าน พวกทหารก็จะว่ารู้ไม่ทันหลีเสง ถ้าเห็นด้วยข้าพเจ้าจงยกทัพเข้าตีเมืองเจ๋ เห็นจะได้โดยง่าย เพราะเจ๋อ๋องประมาทไม่ทันระวังตัว ฮั่นสินจึงว่าหลีเสงอ้างว่าพระเจ้าฮั่นอ๋องให้มาว่ากล่าว เราจะขืนเข้าตีเมืองก็จะผิดเป็นข้อขัดรับสั่ง ตัวหลีเสงก็ยังอยู่ในเมือง เห็นเจ๋อ๋องจะฆ่าหลีเสงเสีย กวยถองจึงว่าซึ่งพระเจ้าฮั่นอ๋องสั่งให้ท่านเป็นแม่ทัพใหญ่มาตีเมืองเจ๋ บัดนี้หลีเสงมาอ้างว่ามีรับสั่งให้เกลี้ยกล่อม ความข้อนี้ข้าพเจ้าเห็นว่าพระเจ้าฮั่นอ๋องไม่ปลงพระทัยใช้หลีเสงมา หากหลีเสงจะชิงความชอบท่านการจึงเป็นดังนี้ ถ้าพระเจ้าฮั่นอ๋องใช้จะมีรับสั่งมาแจ้งแก่ท่านด้วยฉบับหนึ่งจึงจะเห็นจริง ถ้าท่านจะยกกองทัพกลับไปจะมิอายแก่นายทหารทั้งปวงหรือ นานไปเบื้องหน้าพระเจ้าฮั่นอ๋องจะไม่เชื่อคนมีฝีมือจะนับถือแต่คนพูด ถึงท่านจะตีเมืองฌ้อได้ ใจข้าพเจ้าก็เห็นความชอบจะเสมอกันกับหลีเสง

ฝ่ายเตียวยี่ได้ฟังกวยถองว่าดังนั้นเห็นชอบ จึงว่ากวยถองพูดทั้งนี้ควรท่านจะทำตาม ฮั่นสินจึงสั่งให้ยกกองทัพข้ามแม่น้ำฮองโหเดินตามทางใหญ่ทิศเหนือ ล่วงแดนเมืองเจ๋ใกล้ด่านริมจู๋ บรรดาหัวเมืองขึ้นกับเจ๋อ๋องครั้นรู้ก็รีบหนืไปอยู่ในด่านริมจู๋

ฝ่ายเจ๋อ๋องนั่งเสพสุราอยู่กับหลีเสง พอชาวด่านไปบอกว่าฮั่นสินยกกองทัพมา หัวเมืองทั้งปวงแตกถอยเข้ามาด่านชั้นในสิ้น เจ๋อ๋องแจ้งดังนั้นก็ตกใจ จึงให้หาเตียนเหงมาปรึกษา เตียนเหงจึงว่าฮั่นสินยกกองทัพมาถึงสามสิบหมื่นจะออกรบนอกเมืองมิได้ จำจะตั้งมั่นไว้คอยท่ากองทัพพระเจ้าฌ้อปาอ๋อง ถ้ายกมาถึงจึงจะออกตีกระหนาบ เจ๋อ๋องจึงว่ากับเตียนเหงว่า ซึ่งตัวหลีเสงเล่าเราจะทำประการใด เตียนเหงจึงว่าหลีเสงนั้นอย่าเพ่อทำอันตราย แม้นกองทัพฮั่นสินยกมาใกล้จึงให้หลีเสงแต่งคนไปหาฮั่นสิน ถ้าฮั่นสินเลิกทัพกลับไปเราจึงจะไว้ชีวิตหลีเสง แม้นฮั่นสินจะขึ้นทำศึกเราจึงจะฆ่าหลีเสงเสีย เจ๋อ๋องจึงว่าหลีเสงมันล่อลวงให้หลงกลดุจเราเป็นคนหาปัญญาไม่ เสียน้ำใจนัก พอมีคนมาบอกว่าฮั่นสินยกกองทัพมาตั้งอยู่ห่างเมืองสามร้อยเส้น เจ๋อ๋องจึงหาหลีเสงมาถามว่า ท่านบอกเราว่าฮั่นสินจะยกทัพไปเมืองเซงโก๋ เหตุใดฮั่นสินจึงยกมา การทั้งนี้เราเห็นว่าท่านกับฮั่นสิน รู้กัน แกล้งมาลวงเราให้ประมาทไม่ให้เกณฑ์ทหารขึ้นรักษาหน้าที่เชิงเทิน ตัวก็อยู่ในเงื้อมมือเราจะคิดประการใด หลีเสงจึงว่าพระเจ้าฮั่นอ๋องให้ฮั่นสินเป็นแม่ทัพมาตีเมืองท่าน ครั้นนานมาพระเจ้าฮั่นอ๋องคิดขึ้นได้ว่าไพร่บ้านพลเมืองจะได้ความเดือดร้อน จึงมีรับสั่งให้ข้าพเจ้ามาว่ากล่าวแก่ท่านโดยดี ข้อความทั้งนี้หารู้ถึงกันไม่ ซึ่งฮั่นสินยกมาเหมือนจะแกล้งให้ข้าพเจ้าสิ้นชีวิต ไม่คิดถึงรับสั่งพระเจ้าฮั่นอ๋อง เจ๋อ๋องจึงว่าเราเมตตาท่านจะให้แต่ทหารคุมตัวไว้ ท่านจงเร่งเขียนหนังสือใช้คนไปบอกแก่ฮั่นสิน ถ้าฮั่นสินไม่ฟังขืนยกเข้ามาเราจะฆ่าท่านเสีย หลีเสงจึงว่าซึ่งจะให้เขียนหนังสือไปถึงฮั่นสินนั้น เป็นความไกลตาที่ไหนฮั่นสินจะเชื่อ แม้นท่านโปรดให้ทหารคุมข้าพเจ้าออกไปได้พูดจากันเห็นฮั่นสินจะเลิกทัพข้าพเจ้าจึงจะกลับมาหาท่าน เจ๋อ๋องหัวเราะแล้วจึงว่าเราจะให้ท่านไปที่ไหนจะกลับคืนมา ถ้าฮั่นสินถอยทัพไปท่านจะดีใจมาหาเรา ซึ่งท่านว่าทั้งนี้ดุจหนึ่งเราหาสติปัญญาไม่ ถ้าให้ท่านไปเหมือนปล่อยเสือเข้าป่า ที่ไหนจะกลับมาบ้าน ถ้าท่านกลัวความตายจงคิดแต่งหนังสือไปให้ฮั่นสินเลิกทัพไปจึงจะจริง หลีเสงเขียนหนังสือส่งไปให้คนใช้ แล้วสั่งให้บอกกับท่านแม่ทัพว่า ถึงจะไม่เมตตาเรา จงคิดถึงพระเจ้าฮั่นอ๋องด้วยมีรับสั่งใช้มา

ฝ่ายคนใช้ครั้นออกไปถึงค่าย เข้าไปคำนับส่งหนังสือให้ฮั่นสินแจ้งความตามหลีเสงทุกประการ เสียงก๊กฮั่นสินฉีกผนึกออกอ่านได้ความว่า หลีเสงขอคำนับมายังท่านแม่ทัพว่า ซึ่งหนังสือมาครั้งก่อน ท่านก็ตอบหนังสือแล้วสั่งคนใช้ให้ไปบอกว่า จะเลิกทัพกลับไป เจ๋อ๋องก็มีความยินดี จึงทำหนังสือสามิภักดิ์ไปถวายพระเจ้าฮั่นอ๋อง ซึ่งท่านกลับยกเข้ามาจะตีเมืองเจ๋ ไม่สมกับหนังสือซึ่งข้าพเจ้าบอกกับเจ๋อ๋อง บัดนี้เจ้าเมืองแลขุนนางแค้นข้าพเจ้าว่า ร่วมคิดกับท่านแกล้งล่อลวงเป็นกล จะตัดศีรษะข้าพเจ้าเสียให้หายแค้น ข้าพเจ้าไม่เสียดายชีวิต ขอท่านจงคิดถึงพระเจ้าฮั่นอ๋องไว้ พระเกียรติยศข้อรับสั่งสืบไปภายหน้า อันชีวิตข้าพเจ้ายังจะตายอยู่เช้าเย็น ใจท่านจะเมินเสียได้แล้วหรือ จงช่วยคิดแก้เอาชีวิตข้าพเจ้าไว้ เสียงก๊กฮั่นสินแจ้งในหนังสือดังนั้นก็นิ่งตรองอยู่ยังไม่ว่าประการ ใด กวยถองจึงว่าท่านดูหนังสือแล้วนิ่งอยู่นั้น จะทำตามคำหลีเสงแล้วหรือ เสียงก๊กฮั่นสินจึงว่าหลีเสงยกข้อรับสั่งมาอ้าง แม้นจะรีบยกกองทัพมาตีเมือง หลีเสงก็จะตาย เราเสียดายพระเกียรติยศ ครั้นจะงดกองทัพไว้กลัวจะเสียทีจึงคิดอยู่ กวยถองจึงว่าซึ่งหลีเสงมีหนังสือมา เป็นแต่อ้างว่ารับสั่งใช้หลีเสงมาเกลี้ยกล่อมเจ๋อ๋อง มิได้มีท้องตราโปรดให้ผู้ใดถือมาถึงท่าน จะเอาสิ่งใดเป็นสำคัญ ถ้าท่านถอยทัพไปเห็นจะมีความผิด ด้วยข้าพเจ้าหมายว่าเจ๋อ๋องมีหนังสือไปขอกองทัพเมืองฌ้อ แต่ยังมาไม่ทัน จึงลวงหลีเสงว่ามาโดยดี ถ้าท่านจะคิดเรรวนช้าวันอยู่ กองทัพเมืองฌ้อมาถึง ท่านจะมิต้องศึกกระหนาบหรือ เสียงก๊กฮั่นสินจึงว่าหลีเสงก็เป็นคนเก่าของพระเจ้าฮั่นอ๋อง เมื่ออาสามาครั้งนี้ เบาความไม่ขอหนังสือก็ควรที่จะตาย กวยถองจึงว่าเสียคนแต่คนเดียวจะได้ถึงเจ็ดสิบสองเมือง ท่านจะทำราชการไปเบื้องหน้าที่จะหาความชอบอย่างครั้งนี้ยาก จะมาอาลัยถึงหลีเสงอยู่ฉะนี้ดังใจสตรีมาทำศึก เสียงก๊กฮั่นสินได้ฟังกวยถองว่าดังนั้น จึงแต่งหนังสือให้คนใช้กลับไปให้หลีเสงต่อหน้าเจ๋อ๋อง หลีเสงอ่านได้ความว่าเสียงก๊กฮั่นสินแม่ทัพใหญ่ให้หนังสือมาถึงหลีเสง

ด้วยพระเจ้าฮั่นอ๋องมีรับสั่งให้เราเป็นแม่ทัพมาตีเมืองเจ๋ หลีเสงมีหนังสือมาว่าเจ๋อ๋องกับเมืองขึ้นเจ็ดสิบสองเมืองจะยอมสามิภักดิ์ต่อพระเจ้าฮั่นอ๋องนั้น ครั้นพิเคราะห์ดูเห็นว่าเจ๋อ๋องยังไม่ทันจะจัดแจงเมือง ให้ไปขอกองทัพเมืองฌ้อก็ยังไม่มา จึงลวงท่านให้มีหนังสือมาถึงเราพอให้เลิกทัพไปเสียก่อน แต่พอผ่อนเสบียงอาหาร เกณฑ์คนรักษาหน้าที่เชิงเทินพร้อมแล้ว ก็จะฆ่าท่านเสียภายหลัง ถึงเรากลับมาก็เห็นเจ๋อ๋องจะสู้รบ ถ้าเจ๋อ๋องภักดีต่อพระเจ้าฮั่นอ๋องโดยสุจริต ก็จะคิดแต่งหนังสือมาถึงเราให้รู้ด้วย ประเพณีเป็นแม่ทัพทำสงครามย่อมได้ความลำบากทุกตัวคน เมื่อทำการได้ทีจะเลิกทัพไปเพราะหนังสือท่าน ก็เป็นคนใจเบาจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน ตัวท่านก็ตกอยู่ในเงื้อมมือเจ๋อ๋องครั้งนี้ถึงที่ตายอยู่เอง ถ้าพระเจ้าฮั่นอ๋องมีรับสั่งใช้ท่านมาจริง คงจะชุบเลี้ยงบุตรภรรยาซึ่งอยู่ ภายหลังตามความชอบของท่าน ซึ่งเรามีหนังสือไปครั้งก่อนนั้น สำคัญว่าพระเจ้าฮั่นอ๋องมีหนังสือมาถึงเรา ๆ คอยท่าอยู่หลายวันหาเห็นไม่ พรุ่งนี้เราจะขับทหารฝ่าตีเมือง หลีเสงแจ้งความในหนังสือจึงว่า อ้ายฮั่นสินมันจะแกล้งฆ่าข้าพเจ้าเสียแล้ว เจ๋อ๋องได้ยินดังนั้นก็โกรธ จึงว่าหลีเสงอ้ายโกหกพูดไม่จริงแกล้งมาลวงเราให้เสียการ จึงสั่งทหารให้เอากระทะนํ้ามันตั้งให้เดือด แล้วให้ตัดศีรษะใส่ชะลอม ประจานไว้หน้าประตูเมือง เอาตัวมันไปทอดนํ้ามันเสีย กิตติศัพท์ซึ่งหลีเสงตายรู้ไปถึงค่ายเสียงก๊กฮั่นสินๆ จึงว่าเสียดายหลีเสงอยู่ แต่สิ้นธุระที่เราวิตก แล้วคิดโกรธเจ๋อ๋อง จึงสั่งให้รีบยกทัพเข้าล้อมเมืองเจ๋เป็นสามารถ เจ๋อ๋องเห็นดังนั้นมีวิตกนักจึงให้หาเตียนเหงมาปรึกษาว่า จนปานนี้แล้วกองทัพ เมืองแพเสียก็ยังไม่กลับมาถึง เมืองเราเห็นจะเสียเป็นมั่นคงจะคิดประการใด เตียนเหงจึงว่าอันเกิดมาเป็นเชื้อทหาร ไม่ควรจะนั่งนิ่งอยู่ให้ข้าศึกมามัดเอาตัว คํ่าวันนี้จะเปิดประตูเมืองออกไปรบให้สามารถ ลองฝีมือทหารฮั่นสินก่อน ถ้าเห็นเหลือกำลังจึงจะพาทหารหนี เจ๋อ๋องได้ฟังจึงสั่งให้จัดทหารพร้อมกัน ครั้นเวลาพลบลงจึงใช้ทหารขึ้นบนเชิงเทินดูกองทัพฮั่นสิน นายทหารเห็นค่ายล้อมเห็นแสงไฟสว่างดังกลางวัน ดูจัดแจงค่ายมั่นคงสง่านัก จึงกลับไปแจ้งแก่เจ๋อ๋องเตียนเหงทุกประการ

ฝ่ายเตียนเหงจึงว่า ถ้าคิดกลัวอยู่แล้วจะทำศึกอย่างไรได้ จึงสั่งให้เปิดประตูทิศตะวันออก เตียนเหงขึ้นม้านำทหารออกไปจากเมือง เจ๋อ๋องเป็นกองหลังยกตามไป พอโจฉำมาตระเวนปะเตียนเหงเข้า จึงให้คนใช้ไปบอกกับฮั่นสิน

ฝ่ายโจฉำยืนม้าอยู่กลางทหารจะรบกับเตียนเหง ๆ ถือทวนชักม้านำหน้าทหารมา เห็นโจฉำสำคัญว่าฮั่นสิน แล้วร้องว่าอ้ายฮั่นสินแต่เพียงมียศขึ้นมาเที่ยวย่ำยีคน กูจะรบกับมึงวันนี้ให้ถึงแพ้แลชนะ โจฉำได้ยินดังนั้นก็โกรธ ถือง้าวขับม้าเข้ารบกับเตียนเหงได้ยี่สิบเพลงยังไม่แพ้ชนะกัน เสียงก๊กฮั่นสินพอมาถึงเห็นเตียนเหงกับโจฉำรบกันอยู่ ก็ขับทหารเข้าระดมรบเตียนเหง ๆ ต้านทานมิได้ก็พาเจ๋อ๋องกับทหารทั้งปวงหนีไป ฮั่นสินให้ตีม้าล่อหยุดกองทัพ จึงสั่งว่าอย่าติดตามเลยเป็นเวลากลางคืนอยู่ เกลือกจะมีกองทัพซุ่มตัวนายจงรวมทหารไว้

ฝ่ายเจ๋อ๋องกับเตียนเหงก็หนีไปได้ เข้าอาศัยอยู่เมืองโกปีกวน

ฝ่ายเสียงก๊กฮั่นสินครั้นรุ่งเช้าก็พาทหารยกเข้าในเมืองเจ๋ จึงให้เที่ยวประกาศแก่ชาวเมืองว่า เราไม่ทำอันตรายอย่าแตกตื่นหลบหนี จงทำมาหากินอยู่โดยปกติ แล้วปรึกษานายทหารทั้งปวงว่าจะยกกองทัพไปตามเจ๋อ๋อง

ฝ่ายเจ๋อ๋องอยู่ ณ เมืองโกปีกวน ให้คนใช้ขึ้นม้ารีบไปเร่งกองทัพ ณ เมืองแพเสียถึงสามพวก

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ