๔๐

ฝ่ายพระเจ้าฌ้อปาอ๋องคิดถึงฟัมแจ้งตาย สลดพระทัยดังแขนซ้ายขวาขาดเพราะไม่ตรึกตรองหลงเชื่อหนังสือเตียวเหลียงตันแผง จึงให้หาจงลิมวยเข้ามาแล้วตรัสว่าท่านทำราชการกับเราก็สุจริต เรามิได้สงสัยท่าน จงลิมวยจึงทูลว่าข้าพเจ้ามีสติปัญญาอันน้อย ทำราชการโดยซื่อ ถึงฟัมแจ้งก็มีกตัญญูต่อไต้อ๋องมิได้คิดทรยศ ซึ่งหงอจูกี๋ได้หนังสือมานั้น เห็นจะเป็นกลอุบายเหมือนฟัมแจ้งว่า

พระเจ้าฌ้อปาอ๋องจึงตั้งห้างเป๊กเป็นที่ปรึกษา ห้างเป๊กก็ให้ทหารไปเร่งลำเลียง ณ เมืองแพเสีย พระเจ้าฌ้อปาอ๋องจึงตรัสว่า ถ้าไม่ได้เมืองเอ๊กเอี๋ยงครั้งนี้ไม่กลับแล้วสั่งให้ทหารล้อมเมืองไว้เป็นสามารถ

ฝ่ายพระเจ้าฮั่นอ๋องเห็นทหารข้าศึกทำการกวดขันกว่าแต่ก่อน จึงว่าฌ้อปาอ๋องเป็นบ้าในการศึก จึงให้หาขุนนางเข้ามาปรึกษาว่า ฮั่นสินก็ยังไม่มาถึง ทหารเราก็อิดโรยเห็นจะรักษาเมืองไปมิได้ ท่านทั้งปวงจะคิดอุบายประการใดบ้าง เตียวเหลียงจึงว่าฌ้อปาอ๋องน้ำใจเร็วโทโสมาก ฟัมแจ้งก็ตายไม่มีใครจะทัดทาน เห็นจะรีบตีเมืองโดยเร็ว แม้นยังมิได้ ถ้าลำเลียงเมืองแพเสียมาถึงเห็นจะล้อมอยู่นาน อาหารเมืองเราจะขัดสนจำจะไปตั้งพักอยู่เมืองเซงโก๋ คอยกองทัพฮั่นสินหยินโป้แพอวด ประการหนึ่งเมืองเอ๊กเอี๋ยงนี้มีที่เสียอยู่ด้วยเป็นที่ลุ่ม ถ้าผู้ใดรู้แห่งที่ทดน้ำไปบอกฌ้อปาอ๋องทดน้ำไว้ น้ำก็จะท่วมเมืองเราเห็นจะไม่พ้นมือข้าศึก ตันแผงจึงว่าซึ่งเตียวเหลียงทูลนั้นชอบ อันการจะรักษาเมืองครั้งนี้ยากนัก ถ้าจะแก้ไขได้แต่เพียงให้ไต้อ๋องไปโดยสะดวก ครั้นพิเคราะห์ดูทหารซึ่งจะอาสายังไม่เห็นผู้ใด จำจะคิดอุบายให้คนมีกตัญญูไว้ชื่อในแผ่นดินให้จงได้ จิวพุนกับทหารทั้งปวงจึงว่าทำไมท่านพูดดังนี้ ข้าพเจ้าได้คิดตามทำราชการมาด้วยไต้อ๋องมิได้คิดแก่ลำบาก ถึงมาตรว่าจะให้โจนลงไปในปลายทวนแลกองเพลิงก็ไม่เสียดายชีวิต ตันแผงได้ฟังยิ้มแล้วจึงว่า ความทั้งนี้ลึกลับท่านทั้งปวงที่ไหนจะรู้ พระเจ้าฮั่นอ๋องจึงตรัสว่าอุบายของท่านประการใด ตันแผงกระซิบบอกพระเจ้าฮั่นอ๋องทุกประการว่า ข้าพเจ้าจะคิดอ่านจัดแจงกับเตียวเหลียง จึงคำนับพระเจ้าฮั่นอ๋องมาพูดกับเตียวเหลียง แล้วต่างคนต่างไปบ้าน

ฝ่ายเตียวเหลียงไปถึงบ้าน จึงเขียนฉากเรื่องเตียนฮูกตัญญูต่อเกงก๋งแขวนไว้แล้วสั่งให้ทำโต๊ะซึ่งจะให้หาขุนนางมากินเลี้ยง แล้วใช้คนไปเชิญทหารทั้งปวง บรรดาทหารก็มาพร้อมกัน ณ บ้านเตียวเหลียง เห็นฉากแขวนอยู่ในตึกจึงถามเตียวเหลียงว่า ฉากแขวนไว้นี้เรื่องอันใด เตียวเหลียงจึงบอกว่าเรื่องในเลียดก๊ก ครั้งเกงก๋งครองเมืองเจ๋กับเมืองจี๋นทำศึกกัน

ฝ่ายเกงก๋งเสียทัพบรรดาทหารหนีสิ้น เหลืออยู่แต่เตียนฮูขับรถอยู่แต่ผู้เดียว ข้างหลังข้าศึกก็ตามมา เกงก๋งมิรู้ที่จะคิดประการใด เตียนฮูจึงทูลเกงก๋งว่าไต้อ๋องจงถอดเครื่องมาให้ข้าพเจ้าใส่ แลไต้อ๋องเข้าไปซ่อนเสียในป่าจึงจะรอด เกงก๋งจึงว่าท่านจะให้เราหนีเอาตัวรอด ข้าศึกก็จะจับเอาท่านไป เราจะทิ้งท่านเสียก็ผิดวิสัยกษัตริย์ เตียนฮูจึงว่าไต้อ๋องชุบเลี้ยงเป็นที่ไว้ใจ ครั้งนี้ข้าพเจ้าจะเอาชีวิตแทนพระคุณ อันตัวข้าพเจ้ามีชีวิตอยู่เหมือนไม้ใกล้ทางไม่มีเจ้าของซึ่งจะรักษา คนเดินไปมาหมายแต่จะฟันยับเยิน ถ้าท่านอยู่จะได้บำรุงไพร่บ้านพลเมืองสืบไป เกงก๋งได้ฟังจึงถอดเสื้อให้เตียนฮูแล้วหนีไปซ่อนอยู่ในป่า เตียนฮูรับเอาเสื้อของเกงก๋งมาใส่ขึ้นนั่งอยู่บนรถ

ฝ่ายทหารเมืองจี๋นตามมาทัน สำคัญว่าเกงก๋งก็จับตัวไป ครั้นถึงเมืองจึงรู้ว่ามิใช่เกงก๋งเจ้าเมืองจี๋นจะให้ฆ่าเสีย เตียนฮูจึงว่าข้าพเจ้าไม่เสียดายชีวิต คิดกตัญญูมาตายแทนเกงก๋งพอไว้ชื่อให้ปรากฏไปเบื้องหน้า ไต้อ๋องจะหาทหารเหมือนข้าพเจ้าไม่ได้เสียอีกจึงทำเป็นอย่างไว้

ฝ่ายเจ้าเมืองจี๋นได้ฟังดังนั้น ครั้นจะเอาโทษเตียนฮูคนทั้งปวงก็จะว่าหาสติปัญญาไม่ กลับชอบใจชมเตียนฮูจึงให้ปล่อยเสีย ก็ลือชื่อเตียนฮูมาจนตราบเท่าทุกวันนี้ ครั้งนี้ข้าศึกมาล้อมพระเจ้าฮั่นอ๋องไว้ ครั้นมาดูฉากก็ไม่เห็นผู้ใดจะอาสาได้เหมือนเตียนฮู บรรดาทหารได้ยินเตียวเหลียงว่า ต่างคนก็ลุกขึ้นคำนับรับอาสาพร้อมกันว่าข้าพเจ้าจะทำให้เหมือนเตียนฮู อุบายของท่านจะทำประการใดข้าพเจ้าจะทำตาม เตียวเหลียงจึงว่าขอบใจท่านทั้งปวงมีกตัญญูต่อเจ้าทั้งสิ้น แต่รูปไม่เหมือนพระเจ้าฮั่นอ๋อง เห็นแต่กีสินผู้เดียวรูปคล้ายพระเจ้าฮั่นอ๋อง จะออกไปล่อลวงพวกฌ้อได้ กีสินมีความยินดีจึงว่าครั้งนี้ชื่อจะปรากฏไปชั่วพระจันทร์พระอาทิตย์ เตียวเหลียงตันแผงได้ฟังมีความยินดี จึงพากีสินเข้าไปทูลพระเจ้าฮั่นอ๋องว่ากีสินจะรับอาสาไป

พระเจ้าฮั่นอ๋องได้ฟังจึงตรัสว่า กีสินมาทำราชการอยู่ด้วยเรา ก็ยังมิได้ชุบเลี้ยงให้ถึงขนาด จะยอมให้กีสินไปตายนั้น ดูประหนึ่งว่ารักชีวิตของตัวมาก ไม่ปรานีแก่สัตว์เรายังไม่เห็นด้วย กีสินจึงทูลว่าถ้าเมืองเสียแก่ข้าศึก ตัวข้าพเจ้าแลชาวเมืองทั้งปวงก็จะพากันตายหาประโยชน์มิได้ ข้าพเจ้าจะรับอาสาไปตายแต่ผู้เดียวโดยกตัญญู หวังจะไว้ชื่อให้ลือไปหมื่นชาติ ไต้อ๋องอย่าวิตกถึงข้าพเจ้าเลย พระเจ้าฮั่นอ๋องคิดตรึกตรองอยู่ กีสินจึงชักกระบี่ออกแล้วว่าไต้อ๋องไม่ให้ไป ข้าพเจ้าจะเชือดคอตายเสียต่อหน้าขุนนางทั้งปวง พระเจ้าฮั่นอ๋องจึงลุกออกมากอดกีสิน แล้วว่าท่านรักเราโดยสุจริตหาผู้ใดเสมอมิได้ บิดามารดาของท่านยังอยู่หรือ กีสินจึงว่าบิดามารดานั้นยังอยู่ทั้งสองฝากไว้ในไต้อ๋อง พระเจ้าฮั่นอ๋องจึงว่า บิดามารดาท่านก็เหมือนบิดามารดาเรา ๆ จะทำนุบำรุงเลี้ยงรักษาทั้งบุตรภรรยาให้มียศศักดิ์สืบไป กีสินได้ฟังพระเจ้าฮั่นอ๋องตรัสดังนั้นมีใจยินดีคำนับลาออกมา เตียวเหลียงตันแผงแต่งหนังสือเสร็จแล้วส่งให้คนใช้ ๆ รับหนังสือออกไปถึงหน้าค่ายฌ้อปาอ๋อง บอกทหารว่า ราเป็นคนใช้ถือหนังสือมาแต่ในเมือง ทหารได้ฟังก็เข้าไปทูลแก่พระเจ้าฌ้อปาอ๋องทุกประการ

พระเจ้าฌ้อปาอ๋องได้ฟังให้ทหารออกมารับผู้ถือหนังสือเข้าไป อ่านได้ความว่าข้าพเจ้าเล่าปังเป็นฮั่นอ๋อง ขอคำนับมายังพระเจ้าไซฌ้อปาอ๋องฮองเต้ ด้วยแต่ก่อนท่านมีพระคุณให้ข้าพเจ้าไปอยู่เมืองโปต๋ง แต่เมืองนั้นก็กันดารความไข้ก็ชุกชุม จึงยกมาพอได้เมืองห้ำเอี๋ยง หัวเมืองแลราษฎรทั้งปวงพร้อมใจกันจะกำจัดไต้อ๋อง ข้าพเจ้าจึงมีใจกำเริบขึ้นยกไปตีเมืองแพเสีย ครั้นแตกมาแต่แม่น้ำโปจุยมีความกลัวใจจะขาด แต่ไม่รู้ที่จะไปอยู่แห่งใด จึงมาอาศัยเมืองเอ๊กเอี๋ยงพอรักษาชีวิตไว้ ซึ่งฮั่นสินไปรบหัวเมืองทิศตะวันออกข้าพเจ้าก็มิได้ใช้ ฮั่นสินไปทำด้วยความคิดเอง บัดนี้ท่านยกทัพมาล้อมเมืองอยู่ ถ้าจะคิดเอาเมืองวันใดก็จะได้วันนั้น ครั้นปรึกษานายทหารทั้งปวงก็ให้ยอมสามิภักดิ์ ขอไต้อ๋องจงคิดถึงเมื่อยังเป็นข้าราชการอยู่ด้วยพระเจ้างี่เต้ด้วยกัน ถ้าไต้อ๋องคิดอยู่ก็จะรอดชีวิต เหมือนข้าพเจ้าได้เกิดใหม่ พระเจ้าฌ้อปาอ๋องรู้หนังสือแล้ว ถามคนถือหนังสือว่าเมื่อไรฮั่นอ๋องจะออกมา คนถือหนังสือทูลว่า จะออกมาพรุ่งนี้เวลาเย็น แล้วคำนับลาพระเจ้าฌ้อปาอ๋องกลับเข้าเมืองเอ๊กเอี๋ยง พระเจ้าฌ้อปาอ๋องจึงสั่งให้กี๋โป้จงลิมวยไปคุมทหารซุ่มไว้ ถ้าเล่าปังออกมาท่านคอยจับฆ่าเสีย

ฝ่ายคนซึ่งตันแผงใช้ไปกลับมาถึงจึงแจ้งความว่า พระเจ้าฌ้อปาอ๋องเชื่อถ้อยคำคอยท่าอยู่ เตียวเหลียงตันแผงรู้ความก็เข้าไปทูลพระเจ้าฮั่นอ๋องตามคำคนใช้ทุกประการแล้วว่าไต้อ๋องเมื่อจะไป จงผลัดเครื่องออกเสียปลอมเป็นทหารไป แล้วจัดทหารที่มีฝีมือติดตามให้พร้อม ประการหนึ่งเมืองเอ๊กเอี๋ยงจะละเสียมิได้ จะสั่งให้จงก๋งกับจิวกี๋คุมทหารอยู่รักษาอย่าให้ฌ้อปาอ๋องหักเอาเมืองได้ พระเจ้าฮั่นอ๋องได้ฟังจึงสั่งเตียวเหลียงตันแผงว่าการทั้งนี้โดยอุบายของท่าน ๆ จงจัดแจงให้สำเร็จ แล้วตรัสแก่จิวกี๋จงก๋งว่า เราไม่เห็นผู้ใดจะองอาจรับศึกฌ้อปาอ๋องได้ เราจะให้ท่านอยู่ทั้งสองคน จิวกี๋กับจงก๋งทูลว่าแม้นหาชีวิตข้าพเจ้าไม่ ฌ้อปาอ๋องจึงจะได้เมืองเอ๊กเอี๋ยง เตียวเหลียงตันแผงออกมาเรียกเครื่องทรงของพระเจ้าฮั่นอ๋องมาให้กีสินแต่งตัวอย่างกษัตริย์ จัดผู้หญิงสาวๆ กับคนอายุสิบสองสิบสามปีสองพันคนถือโคมแลธงเตรียมคอยแห่เดินช้าๆ ต่อเวลาสองยามจึงให้ถึงค่ายล้อม

ฝ่ายกีสินแต่งตัวอย่างกษัตริย์เสร็จแล้วขึ้นรถรูปมังกร ครั้นเวลาค่ำก็ชักรถไปทางประตูทิศตะวันออก ทหารฌ้อปาอ๋องซึ่งล้อมเมืองทั้งสามด้านรู้ว่าฮั่นอ๋องออกมาละหน้าที่เสีย ตื่นกันมาคอยดูอยู่ด้านตะวันออก

ฝ่ายทหารในค่ายพระเจ้าฌ้อปาอ๋อง เห็นกองทัพในเมืองตั้งขบวนแห่ออกจากประตูเมือง ก็เข้าไปทูลพระเจ้าฌ้อปาอ๋องว่า ขบวนแห่ฮั่นอ๋องแต่ล้วนผู้หญิงมาใกล้จะถึงอยู่แล้ว พระเจ้าฌ้อปาอ๋องได้ฟังก็หัวเราะแล้วตรัสว่า เล่าปังเป็นคนขี้เมาหลงด้วยสตรี เช่นนี้หรือจะทำการใหญ่ได้ ซึ่งฟัมแจ้งนับถือเล่าปังว่าจะกลับมาชิงแผ่นดินเราไม่เห็นสม

ฝ่ายพระเจ้าฮั่นอ๋องสั่งทหารให้แก้พรวนแลกระดึงซึ่งผูกคอม้าออกเสีย พลเดินเท้านั้นให้มีไม้คาบปากทุกคน รถรบนั้นก็เตรียมพร้อม พอรู้ว่าทหารซึ่งล้อมเมืองเลิกไปดูแห่ ก็ให้เปิดประตูทิศตะวันตก พระเจ้าฮั่นอ๋องเสด็จออกไปตามทางเมืองเซงโก๋

ฝ่ายสตรีซึ่งแห่กีสินไป ประมาณสองยามจึงถึงหน้าค่ายฌ้อปาอ๋อง กีสินนั่งนิ่งอยู่ในรถ พระเจ้าฌ้อปาอ๋องสำคัญว่าฮั่นอ๋องออกมาถึง จึงให้จัดที่ทางทั้งขุนนางให้ยืนอยู่ข้างซ้ายขวา ครั้นไม่เห็นฮั่นอ๋องเข้ามามีพระทัยโกรธ จึงตรัสว่าอ้ายเล่าปังมึงเมาสุราตายอยู่บนรถแล้วหรือ จึงไม่มาคำนับตามฉันข้ากับเจ้า สั่งให้ทหารไปดู ผู้รับสั่งก็ออกไปเอาไฟส่องเห็นผู้ชายคล้ายฮั่นอ๋องอยู่บนรถ จึงร้องเรียกฮั่นอ๋อง เหตุใดจึงไม่เข้าไปคำนับพระเจ้าฌ้อปาอ๋องเล่า กีสินจึงว่าเราไม่ใช่พระเจ้าฮั่นอ๋อง เป็นแต่ทหารชื่อกีสิน พระเจ้าฮั่นอ๋องออกจากเมืองไป ป่านนี้ไปได้ทางประมาณสองพันเส้นแล้ว หมายว่าจะไปประจบทัพฮั่นสินรวมทัพหยินโป้แพอวดแลหัวเมืองทั้งปวง จะไปจับครอบครัวฌ้อปาอ๋อง ณ เมืองแพเสีย แล้วจะกลับมาสกัดตีทัพฌ้อปาอ๋องที่เขากองบู๊ ทหารฌ้อปาอ๋องเอาคำกีสินไปทูลแก่พระเจ้าฌ้อปาอ๋องทุกประการ พระเจ้าฌ้อปาอ๋องได้ฟังดังนั้นก็เสียพระทัยถอนใจใหญ่ ว่าเราหลงกล ฮั่นอ๋องจึงไปได้โดยง่าย ครั้นคิดถึงกีสินซึ่งออกมาก็เห็นว่าน้ำใจก็กล้าหาญ จึงอาจมาตายแทนฮั่นอ๋องได้สลดพระทัยยิ่งนัก จึงตรัสว่าเรามีขุนนางทหารทั้งปวงเป็นอันมาก จะหากตัญญูเหมือนกีสินผู้นี้ยากนัก จึงเรียกกี๋โป้เข้ามาว่า ท่านจงไปพูดแก่กีสินให้ยอมอยู่ด้วยเราๆ จะเลี้ยงให้ถึงขนาด กี๋โป้ก็ออกไปใกล้รถจึงร้องว่า ท่านออกมาแทนตัวฮั่นอ๋อง ให้ฮั่นอ๋องออกจากที่ล้อมได้ ใจท่านอาจหาญการกตัญญูก็มั่นคง พระเจ้าฌ้อปาอ๋องชอบใจไม่อาจฆ่าท่าน เชิญลงจากรถไปสามิภักดิ์โดยดี พระเจ้าฌ้อปาอ๋องก็จะเลี้ยงให้เป็นขุนนางผู้ใหญ่ กีสินได้ฟังจึงว่าอันฌ้อปาอ๋องเหมือนวานรทรงเครื่อง จะอยู่ได้สักกี่วัน เราเกิดมาเป็นชายตายเสียดีกว่าซึ่งจะทำสองใจ ไปอยู่กับพระเจ้าฮั่นอ๋องแล้ว ครั้นเสียทีจะมาอยู่กับฌ้อปาอ๋องเล่าไม่ควรแก่ตัว ความชั่วก็จะลือไปจนสิ้นพระจันทร์พระอาทิตย์ เราคิดว่าถึงศีรษะจะขาดออกจากกาย หมายจะให้ชื่อปรากฏในแผ่นดินว่ากีสินมีน้ำใจยั่งยืนนักดุจหลักเหล็กแลแผ่นศิลา แล้วก็ร้องด่าฌ้อปาอ๋องเป็นคำหยาบช้าต่างๆ ฌ้อปาอ๋องโกรธจึงให้ทหารเอาไฟเผารถเสีย กีสินมิได้เกรงกลัวแก่เพลิง ด่าฌ้อปาอ๋องจนขาดใจตาย

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ