ฝ่ายอันก๊กกุ๋นครั้นจวนสิ้นฤดูหนาวคิดถึงคำลิปุดอุยว่า ก็ให้เจียงหำคุมคนหมื่นหนึ่งมาตั้งคอยรับอิหยินอยู่ปลายแดน

ฝ่ายลิปุดอุยจวนเข้าฤดูร้อน จึงปรึกษาด้วยลิอ๋องผู้บิดาว่า อิหยินตกมาอยู่เมืองเตียวช้านาน การซึ่งคิดไว้ครั้งนี้เห็นจะสำเร็จ ข้าพเจ้าจะให้บิดาใช้คนที่สนิทไปหากองซุนเขียน บอกว่าจะขอลานางจูกี๋กับเจ๋งผู้บุตรไปทำขวัญ แลชมเชยสักเจ็ดวันจึงจะพามาส่ง ถ้าได้มาแล้วบิดาจงพานางจูกี๋กับบุตรรีบหนีไปเมืองจี๋น ภายหลังข้าพเจ้ากับอิหยินจึงจะพากันหนีตามไป ลิอ๋องได้ฟังเห็นชอบ จึงสั่งให้คนสนิทไปหากองซุนเขียน คนใช้ครั้นไปถึงจึงคำนับบอกกองซุนเขียนว่า ลิอ๋องบิดาลิปุดอุยให้ข้าพเจ้ามาหาท่าน ว่าจะขอลานางจูกี๋กับบุตรไปชมสักเจ็ดวันแล้วจะพามาส่ง กองซุนเขียนครั้นได้ฟัง จึงจัดแจงให้นางจูกี๋กับบุตรขี่เกวียนอย่างดี ให้บ่าวไพร่ไปส่ง ณ บ้านลิอ๋อง

ฝ่ายลิอ๋องครั้นนางจูกี๋มาถึงจึงออกมาต้อนรับเลี้ยงดูคนที่ไปส่ง แล้วให้กลับคืนมา อยู่ภายหลังก็จัดแจงทรัพย์สิ่งของใส่หาบคอนกับบ่าวอันสนิทพร้อมแล้วเวลาตีสิบเอ็ดออกจากบ้าน พอรุ่งเช้าประตูเมืองด้านเหนือเปิด ก็พากันหนีไปทางเมืองจี๋น

ฝ่ายลิปุดอุยส่งบิดาไปได้ห้าวัน ครั้นเวลาเช้าก็ไปบ้านกองซุนเขียน แจ้งว่ากองซุนเขียนไปซ้อมทหารอยู่สนามก็เข้าไปหาอิหยินบอกว่า ข้าพเจ้าให้ลิอ๋องบิดาพานางจูกี๋กับบุตรไปได้ห้าวันแล้ว ขณะนั้นพอกองซุนเขียนกลับมา เห็นลิปุดอุยก็ชวนกันไปชมสวนดอกไม้อิหยินก็ไปด้วย กองซุนเขียนจึงชวนลิปุดอุยเล่นหมากรุกพนัน ลิปุดอุยเล่นแพ้สามกระดานอิหยินนั่งดูอยู่ที่นั้น กองซุนเขียนจึงถามอิหยินว่า ท่านเข้าใจเล่นหมากรุกอยู่หรือ อิหยินจึงว่า เมืองข้าพเจ้าเล่นชุกชุมข้าพเจ้าก็เล่นได้บ้าง กองซุนเขียนก็ให้อิหยินเล่นกับลิปุดอุยๆ ก็แพ้อีกสามกระดาน ลิปุดอุยแพ้หมากรุกถึงสองครั้ง ลิปุดอุยจึงว่า เวลาพรุ่งนี้ขอเชิญท่านไปนอกเมือง ชมสวนของข้าพเจ้าบ้างดอกบัวกำลังบาน กองซุนเขียนอิหยินก็รับคำลิปุดอุย ลิปุดอุยก็ลามาบ้าน แล้วออกไปจัดแจงแต่งที่นั่งที่นอนไว้ให้สมควร แล้วทำโรงไว้สำหรับจะเลี้ยงบ่าวไพร่ซึ่งตามมา จึงให้คนใช้ไปซื้อสุราที่ดีมีชื่อว่า หลวงเซ็กจิวยี่สิบปั้น แล้วให้หานางบำเรอบ้านซุนก๊วนมาจัดแจงไว้เสร็จแล้ว ลิปุดอุยจึงให้คนสนิทไปซื้อ ม้าที่มีฝีเท้านั้นสี่ม้า มาผูกซ่อนไว้ที่เชียวหญีของคือตึกน้อยที่ริมประตูท้ายสวน ครั้นเวลาเช้าลิปุดอุยไปคอยท่าอยู่ที่สวนดอกไม้

ฝ่ายกองซุนเขียนอิหยิน ครั้นรุ่งเช้าก็พากันออกจากเมืองไปทางร้อยเส้นถึงสวนก็ลงจากม้า ลิปุดอุยออกไปต้อนรับคำนับเชิญให้ไปชมดอกไม้ในสวนมีพรรณต่างๆ แล้วพากองซุนเขียนอิหยินมา ณ ตึกกลางสวนชวนให้กินโต๊ะเสพสุรา ลิปุดอุยอิหยินรู้กันจึงรินสุราที่ดีส่งให้กองซุนเขียนเนืองๆ กองซุนเขียนเสพสุราพลางฟังนางขับรำแลดูเครื่องเล่นต่างๆ ครั้นเวลาคํ่ากองซุนเขียนเมานัก เข้าไปนอนที่โรงแต่งไว้ทั้งบ่าวไพร่ก็หลับสิ้น ลิปุดอุยจึงให้ค่าจ้างแก่นางบำเรอให้กลับบ้าน แล้วชวนอิหยินมาขึ้นม้า อิหยินพูดกับลิปุดอุยว่า นางฮัวเอี๋ยงฮูหยินนั้นชาวเมืองฌ้อ เราจำจะแต่งตัวตามเพศให้เห็นเป็นชาวเมืองฌ้อ ประการหนึ่งซึ่งเราจะหนีไปคนชาวเมืองเตียวจะได้แปลก

ฝ่ายลิปุดอุยอิหยินกับคนใช้สองคน ขึ้นม้าพากันไปสิ้นทางได้สองพันเส้นเข้าทางเมืองจี๋น ครั้นเวลาสองยามเศษ กองซุนเขียนเย็นละอองน้ำค้างสร่างเมาสุราตื่นขึ้นก็ตกใจ แลไปมิได้เห็นแสงเพลิงมืดเงียบสงัด แล้วไม่เห็นลิปุดอุยอิหยินก็นึกประหลาด จึงออกไปปลุกบ่าวไพร่ ไปเที่ยวหาลิปุดอุยอิหยินในเขตสวนก็มิได้พบ กองซุนเขียนจึงคิดว่าเราหลงกลลิปุดอุย ลวงให้เรามาแกล้งจะพากันหนี แต่เห็นจะกลับไปรับครอบครัวในเมืองก่อน กองซุนเขียนก็รีบกลับเข้ามาเป็นเวลากลางคืนเห็นประตูปิด ครั้นเช้าตรู่จึงได้เข้าไปถึงบ้านเอียงเทียดก็ไม่เห็นลิปุดอุยอยู่ที่ตึก จึงถามเพื่อนบ้านชายผู้หนึ่งบอกว่า ลิอ๋องกับนางจูกี๋ไปจากเรือนได้เจ็ดวันแล้ว กองซุนเขียนครั้นแจ้งความจึงคิดว่า ชะรอยลิปุดอุยจะส่งครอบครัวไปก่อน ตัวมันจึงพาอิหยินหนีมีความแค้นนัก จึงว่าเสียแรงเราเป็นทหารหลงกลอ้ายพ่อค้าคนพาล มันจึงพาอิหยินข้าศึกหนีไปได้ โทษเราถึงสิ้นชีวิตจะอยู่ไปไยให้อายคน ว่าแล้วก็ชักกระบี่จะเชือดคอตาย คนสนิทก็เข้าฉวยกระบี่ไว้ จึงว่า เหตุใดท่านจะฆ่าตัวตายเสียก่อน ชอบแต่จะเข้าไปทูลเตียวอ๋องขอไปตาม เมื่อไม่ได้ตัวอิหยินมา ถ้าไม่โปรดแล้วก็ต้องตาย กองซุนเขียนได้ฟังคำคนสนิทว่าก็ได้สติ จึงไปหาหลินเสียงยี่ขุนนางผู้ใหญ่บอกว่า ลิปุดอุยพาอิหยินหนีไป ข้าพเจ้าขอสติปัญญาท่านเป็นที่พึ่ง หลินเสียงยี่จึงว่า อิหยินตกมาอยู่เมืองเตียวว่างศึกหลายปี ซึ่งอิหยินหนีเห็นจะมีศึกมาเป็นมั่นคง จะปิดความไว้มิได้จำจะแจ้งความแก่เตียวอ๋อง จึงพากองซุนเขียนเข้าไปที่เฝ้า

ขณะนั้นเตียวอ๋องอยู่ข้างใน หลินเสียงยี่บอกเข้าไปว่ากองซุนเขียนเข้ามาแจ้งว่าลิปุดอุยพาอิหยินหนี เตียวอ๋องได้ฟังก็ตกใจรีบออกมา เห็นกองซุนเขียนจึงถามว่า เป็นเหตุประการใดอิหยินจึงหนีไปได้กองซุนเขียนก้มหน้าลงคำนับแล้วทูลว่า ซึ่งวางพระทัยให้ข้าพเจ้ารักษาอิหยินไว้ข้าพเจ้ามิได้ประมาท แต่มีพ่อค้าคนหนึ่งชื่อลิปุดอุยอยู่บ้านเอียงเทียด มาพูดกับอิหยินจึงพาครอบครัวหนี โทษข้าพเจ้าครั้งนี้ผิดยิ่งนักจะขอไปตามอิหยินกับลิปุดอุยมาให้จงได้ เตียวอ๋องได้ฟังดังนั้นจึงว่า เสียแรงเราเลี้ยงเป็นนายทหาร ควรหรือประมาทให้อิหยินหนีไปได้ นานไปเห็นศึกจะมาติดเมืองเรา ครั้งนี้โทษท่านก็ถึงตายอยู่แล้ว ซึ่งอิหยินหนีไปครั้งนี้ดูทีเจ้าเมืองจี๋นจะรู้เห็นจะแต่งทหารให้มาคอยรับเป็น มั่นคง จำจะจัดกองทัพไปตาม ขุนนางทั้งปวงจะเห็นประการใด หลินเสียงยี่จึงทูลว่า ลิปุดอุย อิหยินพึ่งหนีไปผู้คนก็น้อย ถึงจะมีกองทัพเมืองจี๋นมารับเห็นจะยังไม่พบกัน ซึ่งจะให้ยกเป็นกองทัพนั้นข้าพเจ้าเห็นว่าจะช้า ขอให้คนใช้ขึ้นม้าเร็วถือหนังสือไปถึงหลีเกซกก่อน ให้จัดคนออกก้าวสกัดลาดตระเวนทุกตำบล จึงจะให้กองซุนเขียนคุมพลห้าพันเป็นกองทัพตามไปจับให้จงได้ เตียวอ๋องจึงทั้งให้แต่งหนังสือแล้วให้คนใช้ไปบอกหลีเกซก คนใช้ได้หนังสือขึ้นม้าไป

ฝ่ายลิปุดอุยพาฮ่องซุนอิหยินไปจนถึงแม่นํ้าเจียงหอ ลิปุดอุยก็จัดของเป็นกำนัลไปคำนับหลีเกซก บอกความว่าข้าพเจ้าไปค้าขายไม่สู้มีกำไร ได้แต่ถ้วยชามหยกมาฝากท่านคู่หนึ่ง จะขอลาท่านรีบไปหาบิดาแลภรรยา ณ บ้านเอียงเทียด หลีเกซกได้ฟังคำลิปุดอุยจึงตอบว่า ท่านไปค้าขายหลายเดือนเหน็ดเหนื่อยมา หยุดอยู่กินโต๊ะเสพสุราให้สำราญจึงค่อยไป ลิปุดอุยจึงว่าท่านเมตตาข้าพเจ้าจะให้อยู่กินโต๊ะครั้งนี้คุณหาที่สุดมิได้ ข้าพเจ้าจะขอลาก่อน ต่อภายหลังจึงจะมาหยุดอาศัยท่านให้สบาย ว่าแล้วก็คำนับลาออกมาขึ้นม้ารีบไป

ฝ่ายคนใช้เตียวอ๋องไปถึงหลีเกซกก็ส่งหนังสือให้ หลีเกซกคลี่หนังสือออกอ่านแจ้งความแล้วกระทืบเท้าถอนใจใหญ่ว่าลิปุดอุยก็มาหาเราบอกว่าจะกลับไปเมืองเตียวจึงไม่ได้ทันสังเกตพึ่งไปได้สักครึ่งวันเห็นจะตามทันที่ไหนกะหนีพ้น จึงจัดทหารให้ออกก้าวสกัดหลายพวก หลีเกซกกับอุยโหก็พาทหารสามร้อยรีบตามไปทั้งกลางวันกลางคืน

ฝ่ายลิอ๋องพานางจูกี๋ข้ามแม่น้ำอุยโห พบกองทัพเจียงหำก็เข้าไปหาบอกความว่า ลิปุดอุยให้พานางจูกี๋ภรรยาอิหยินกับบุตรชายมาก่อน อีกเจ็ดวันจึงจะตามมาให้ถึงแม่น้ำอุยโห เจียงหำได้ฟังมีดวามยินดีนักก็จัดทหารร้อยหนึ่งป้องกันไปส่งจนถึงเมือง

ฝ่ายลิปุดอุย อิหยินข้ามแม่น้ำเจียงหอ พ้นไปได้สองวันถึงฝั่งแม่น้ำอุยโหเหลียวไปข้างหลังเห็นผงคลีเท้าม้าเดินฟุ้งขึ้น ก็รู้ว่ากองทัพยกมาตาม อิหยินตกใจจึงว่าข้างหลังก็มีคนตามมา ข้างหน้าก็มีแม่น้ำกั้นเห็นจะหนีไปไม่ตลอด ลิปุดอุยจึงว่า ท่านแลไปริมฝั่งข้างโน้น จะเป็นกองทัพอันก๊กกุ๋นให้มาคอยรับเราเป็นมั่นคง จงรีบข้ามไปให้ถึงฝั่ง ว่าแล้วก็พากันลงข้ามแม่นํ้าอุยโห

ฝ่ายเจียงหำขึ้นม้าพาทหารออกจากค่าย ไปยินอยู่ริมฝั่งแม่นํ้าเห็นคนขี่ม้าลุยข้ามมาสี่ม้า แลไปเห็นกองทัพติดตามก็สำคัญว่าอิหยิน จึงขับม้าพาทหารลุยข้ามไปยังกลางน้ำพอพบอิหยินกับลิปุดอุยจึงคำนับบนหลังม้า แล้วว่ามีรับสั่งให้ข้าพเจ้ายกกองทัพมาคอยท่าท่าน ขอเชิญรีบข้ามไปค่ายหยุดพักให้สำราญ ข้าพเจ้าจะรีบข้ามไปตีกองทัพซึ่งติดตามมา เจียงหำก็พาทหารขึ้นถึงฝั่งขับม้าออกไปยืนอยู่หน้าทหาร

ฝ่ายหลีเกซกกับอุยโหเห็นเจียงหำข้ามแม่นํ้ามายืนม้าอยู่ หลีเกซกกับอุยโหก็ขับม้าเข้ารบกับเจียงหำได้สิบสองเพลง อุยโหเสียทีเจียงหำแทงด้วยทวนถูกอุยโหตกม้าตาย หลีเกซกเห็นอุยโหตายก็เสียใจชักม้าหนี เจียงหำเห็นได้ทีจะชักม้าไล่ แลไปเห็นกองทัพใหญ่ยกตามมาก็หยุดม้าอยู่

ฝ่ายกองซุนเขียนขับม้าพาทหารรีบมา แลไปเห็นเจียงหำยืนม้าอยู่หน้าทหาร กองซุนเขียนจึงร้องว่าเจ้าของท่านให้อองเจียนเป็นแม่ทัพกับอิหยินยกมาตีเมืองเตียว เตียวอ๋องจึงให้เรากับเหลียมโภ้ยกออกมาตีทัพพวกพ่านแตกจับได้อิหยิน พระเจ้าจี๋นเจี๋ยวอ๋องจะกลับเป็นทางไมตรี ให้งูไสถือหนังสือมาขออิหยิน เตียวอ๋องเห็นว่าอิหยินร่วมแซ่จึงได้เอาไว้มิได้ทำโทษ บัดนี้ลิปุดอุยพาอิหยินหนีมา ถ้าไม่ให้สองเมืองเคืองกันก็ส่งอิหยินกับลิปุดอุยมาให้เรา ถ้าท่านไม่ส่งอิหยินได้ก็ให้ส่งแต่ลิปุดอุย ชาวเมืองเตียว กองทัพเรายกมาถึงนี่มิได้รบ ที่จะกลับไปเปล่านั้นอย่าสงสัย เจียงหำได้ฟังดังนั้นแล้วก็หัวเราะตอบว่า พระเจ้าจี๋นเจี๋ยวอ๋องเห็นว่าอิหยินตกมาอยู่ในเมืองเตียวเกลือกชีวิตจะเป็นอันตราย จึงคิดให้งูไสมาขอเตียวอ๋องก็ไม่ให้ ลิปุดอุยแก้ไขพาตัวอิหยินมาได้ท่านจะให้ส่งนั้นมิชอบ ด้วยชาวเมืองเตียวโง่ไม่มีสติปัญญาจึงมิได้ตัวฮ่องซุนอิหยินไว้ กองซุนเขียนได้ฟังก็โกรธ จึงขับม้าถือง้าวเข้ารบกับเจียงหำๆ รับด้วยทวนรบกันได้สามสิบสี่เพลง กองซุนเขียนจึงคิดว่าเจียงหำคนนี้มีกำลังเพลงทวนก็ชำนาญ ทหารเรารีบตามมาก็อิดโรยเห็นจะเสียที จึงชักม้าพาทหารหนีเข้าชายป่า เจียงหำครั้นได้ทีขับทหารไล่กองซุนเขียนไปก็มิทัน ฆ่าแต่ทหารกองซุนเขียนล้มตายเป็นอันมาก เจียงหำก็เลิกทัพกลับข้ามแม่น้ำมาค่าย พาลิปุดอุยอิหยินกับทหารทั้งปวงรีบยกกลับคืนเมือง

ฝ่ายทหารร้อยหนึ่ง ซึ่งป้องกันลิอ๋องกับนางจูกี๋ไปถึงเมืองจี๋นพาลิอ๋องเข้าไปเฝ้าอันก๊กกุ๋น ลิอ๋องจึงแจ้งความว่าลิปุดอุยให้พานางจูกี๋กับบุตรอิหยินมาก่อน อีกเจ็ดวันจึงจะพาอิหยินมา อันก๊กกุ๋นได้ฟังดังนั้นก็มืความยินดีนัก จึงให้รางวัลแก่ลิอ๋องแล้วให้รับนางจูกี๋เข้าไปในวัง สั่งให้อยู่ด้วยนางฮัวเอี๋ยงฮูหยิน ตั้งแต่วันนั้นมาอันก๊กกุ๋นคอยท่าฟังข่าวบุตรอยู่มิได้ขาด

ฝ่ายเจียงหำกับอิหยินยกทัพมายังเมืองเวลาค่ำ พาลิปุดอุยเข้าไปเฝ้าแล้วแจ้งความแก่อันก๊กกุ๋นตามมีมาแต่หนหลังทุกประการ อันก๊กกุ๋นครั้นได้แจ้งจึงสรรเสริญเจียงหำว่า ท่านควรจะเป็นแม่ทัพปราบศัตรูในแผ่นดินได้ แล้วปราศรัยลิปุดอุยว่าท่านพาอิหยินมาไม่พ้นกำหนดขอบใจยิ่งนัก แล้วจึงพาอิหยินเข้าไปในวัง พอนางฮัวเอี๋ยงฮูหยินมาคอยเฝ้าอยู่ที่ข้างใน

ฝ่ายอิหยินครั้งตามเสด็จอันก๊กกุ๋น เข้าไปถึงจึงคำนับพระบิดา แล้วไหว้นางฮัวเอี๋ยงฮูหยินๆ เห็นอิหยินทำเพศเป็นชาวเมืองฌ้อ นางก็มืใจรักจึงทูลอันก๊กกุ๋นว่า อิหยินรักเพศตามข้าพเจ้าชาวเมืองฌ้อควรจะเป็นบุตรข้าพเจ้าๆ จะขอให้ชื่อจูฌ้อ อันก๊กกุ๋นก็ให้อิหยินเปลี่ยนชื่อจูฌ้อตามคำนางฮัวเอี๋ยงฮูหยิน จูฌ้อจึงทูลว่าข้าพเจ้ามาได้ครั้งนี้เพราะสติปัญญาลิปุดอุย อุตส่าห์สู้เสียทรัพย์เป็นอันมาก แล้วยกนางจูกี๋ภรรยาที่รักนั้นให้ ลิปุดอุยแก้ไขข้าพเจ้าคืนมาได้ถึงเมืองดุจตายแล้วเกิดใหม่ อันคุณลิปุดอุยอยู่แก่ข้าพเจ้าครั้งนี้มากนัก ขอให้ตั้งลิปุดอุยให้สมความชอบที่มีคุณแก่ข้าพเจ้า อันก๊กกุ๋นได้ฟังสั่งให้หาลิปุดอุยเข้ามาสู่ที่ข้างใน ลิปุดอุยก็เข้าไปเฝ้าอันก๊กกุ๋นๆ จึงปราศรัยลิปุดอุยว่า จูฌ้อบุตรของเราตกอยู่ในเมืองเตียว ท่านอุตส่าห์คิดแก้ไขมิได้กลัวความตายพามา อันคุณของท่านหาที่อุปมามิได้ ก็ให้ที่นาพันไร่กับที่บ้านอยู่ ลิปุดอุยก็คำนับลาอันก๊กกุ๋น ออกมาบ้าน แต่จูฌ้อกับนางจูกี๋จูเจ๋งอยู่ในวัง ครั้นเวลาเช้าอันก๊กกุ๋นจึงพาจูฌ้อแลเจียงหำลิปุดอุยเข้าไปเฝ้า

ฝ่ายพระเจ้าจี๋นเจี๋ยวอ๋องครั้นเห็นอิหยินผู้หลานจึงว่า เจ้าตกไปอยู่ในเงื้อมมือข้าศึกปู่มีความวิตกถึงเจ้าอยู่เนืองๆ คิดจะไปตีเมืองเตียวเกลือกจะมีอันตรายแก่ตัวเจ้าจึงงดกองทัพไว้แกล้งแต่งงูไสให้ถือหนังสือไปจะฟังดูดีแลร้าย ซึ่งหนีมาได้เปลื้องทุกข์ปู่ครั้งนี้ยินดีนัก อิหยินได้ฟังพระเจ้าปู่ปราศรัยจึงประสานมือคุกเข่าลงคำนับแจ้งความว่า แรกข้าพเจ้าตกไปอยู่เมืองเตียวก็จวนตาย มีขุนนางทูลขอโทษไว้ พองูไสไปว่ากล่าวเตียวอ๋องจึงให้อยู่กับกองซุนเขียน เขาก็กรุณารักใคร่ จึงคิดกับลิปุดอุยหนีกลับมามีกองทัพติดตามเมื่อข้ามแม่นํ้าอุยโห หากเจียงหำไปตั้งรับจึงได้รบฆ่าอุยโหนายทหารเมืองเตียวตาย ครั้นเวลาเย็นกองซุนเขียนยกเติมตามมา เจียงหำพาทหารออกตีทัพกองซุนเขียนแตก จึงให้เลิกทัพกลับมาเมือง

ฝ่ายพระเจ้าจี๋นเจี๋ยวอ๋องได้แจ้งตรัสชมเจียงหำว่า ท่านมีปัญญาใจกล้าหาญควรที่เราจะชุบเลี้ยง จึงพระราชทานบำเหน็จโดยลำดับสมซึ่งเป็นแม่ทัพนายกองชนะศึกเสร็จแล้ว ตรัสสรรเสริญลิปุดอุยว่าท่านดีโดยกลอุบายทั้งความเพียรเป็นอันมาก จึงพาอิหยินผู้หลานเราคืนมาได้ ความชอบของท่านควรที่เราจะทำนุบำรุง จึงตั้งลิปุดอุยเป็นไทจู๊เซียงหูขุนนางในตำแหน่ง ให้ตึกกว้านแลบ้านเป็นส่วยสมกับซึ่งมีความชอบ อันก๊กกุ๋นจึงทูลว่า บุตรข้าพเจ้าชื่ออิหยินเป็นที่ปราชัย จะขอเปลี่ยนเสียใหม่ชื่อจูฌ้อ พระเจ้าจี๋นเจี๋ยวอ๋องจึงสั่งให้ไทจู๊เซียงหูเป็นใหญ่อยู่ในจูฌ้อ

ฝ่ายไทจู๊เซียงหูมีใจยินดีก็คำนับลามาบ้าน แต่นั้นมาไทจู๊เซียงหูมียศฐาศักดิ์ทรัพย์ สิ่งของบริบูรณ์ ครั้นอยู่มาหลายเดือนไทจู๊เซียงหูจึงไปหานางฮองกั้วแจ้งความจูฌ้อว่า อันก๊กกุ๋นเขียนหนังสือปิดตราเป็นสำคัญให้ไว้กับนางฮัวเอี๋ยงฮูหยิน กิตติศัพท์อันนี้ยังไม่แจ้งกับบุตรซึ่งมีมารดา แลขุนนางไพร่บ้านพลเมืองทั้งปวง ท่านจงไปเตือนนางฮัวเอี๋ยงฮูหยิน ให้ทูลอันก๊กกุ๋นขอปรากฏไว้ในเมืองจี๋น นางฮองกั้วเห็นชอบก็เข้าไปหานางฮัวเอี๋ยงฮูหยินแจ้งความตามไทจู้เซียงหูว่า นางฮัวเอี๋ยงฮูหยินได้ฟังคำพี่สาวก็ยินดี จึงขึ้นไปเฝ้าทูลอันก๊กกุนว่า ซึ่งท่านให้จูฌ้อเป็นบุตรข้าพเจ้ากับมีหนังสือสัญญาไว้นั้นก็สำคัญอยู่ แต่ยังหารู้พร้อมกันสิ้นไม่ ขอท่านจงได้สั่งให้แจ้งแก่บุตรแลขุนนางทั้งปวง อันก๊กกุ๋นได้ฟังก็เห็นชอบ พอเป็นวันดีสนมข้างในหมอบเฝ้าพร้อมแล้วสั่งให้จูฌ้อเป็นบุตรนางฮัวเอี๋ยงฮูหยินตามหนังสือสัญญา แล้วเสด็จออกตรัสแก่ขุนนางทั้งปวงว่าจูฌ้อบุตรของเราตกไปเมืองเตียวถึงที่ตายแก้ตัวหนีมาได้ นานไปเห็นจะมีวาสนาแต่หามารดามิได้ บัดนี้เรายกให้เป็นบุตรนางฮัวเอี๋ยงฮูหยินแล้ว

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ