๔๘

ฝ่ายเตียวเหลียงครั้นพระเจ้าฮั่นอ๋องมาใกล้เมืองกุเหลงประทับอยู่ จึงเข้าไปทูลพระเจ้าฮั่นอ๋องว่า ซึ่งปรึกษากันแต่ก่อนว่าจะผ่อนแต่พอพระบิดามาได้ ครั้งนี้สมความคิดอยู่แล้ว แต่ข้าพเจ้าเห็นว่าเดิมฌ้อปาอ๋องมีเขตแดนถึงสิบส่วน ไต้อ๋องมากระทำศึกกับฌ้อปาอ๋องตีได้ถึงแปดส่วนแล้ว ทแกล้วทหารซึ่งตามเสด็จมาแต่ฝ่ายเมืองตะวันออกก็รื่นเริงทุกตัวคน หวังจะได้กลับไปบ้านเมือง บัดนี้ ไต้อ๋องมาแบ่งอาณาเขตฝ่ายตะวันออกให้ฌ้อปาอ๋อง ทแกล้วทหารจะไม่มีความสบายก็จะไปจากไต้อ๋องสิ้น ถ้าฌ้อปาอ๋องกลับประทุษร้ายขึ้น ไต้อ๋องจะสู้ฌ้อปาอ๋องได้หรือ ประการหนึ่งคำโบราณว่าไว้เป็นวิสัยโลกมีพระอาทิตย์ดวงเดียว ซึ่งจะส่องโลกเป็นสองดวงนั้นมิได้ สัตว์ทั้งปวงก็เดือดร้อนเหลือที่จะอดทน ทุกวันนี้ฌ้อปาอ๋องมีแต่ถอยกำลังลงจวนจะเสียเมืองอยู่แล้ว ซึ่งไต้อ๋องจะละไว้ให้มีกำลังขึ้นมิชอบ เปรียบดุจหนึ่งเสืออันผอมเอาถนอมเลี้ยงให้พีมีแรงขึ้น แต่จะประทุษร้ายอยู่เป็นนิจ ซึ่งข้าพเจ้าทูลทั้งนี้ใช่ที่จะไม่รักไต้อ๋องนั้นหามิได้ หวังจะให้เป็นเอกกษัตริย์ครองสมบัติอยู่แต่องค์เดียว พระเจ้าฮั่นอ๋องจึงตรัสว่า เมื่อได้ลั่นวาจาแบ่งอาณาเขตให้ฌ้อปาอ๋องแล้วจะกลับคำเสียทำอย่างท่านว่านั้น ความนินทาก็จะมีแก่ตัวเรา เตียวเหลียงจึงทูลว่า ซึ่งอุบายจะแก้พระบิดามานี้ บรรดาทหารแลหัวเมืองทั้งปวงก็ปรึกษาพร้อมกันสิ้น ซึ่งการจะแบ่งแผ่นดินแต่ไต้อ๋องกับฌ้อปาอ๋อง บรรดาทหารในทัพหลวงเข้าใจว่าจะลวงแต่พอได้สมคิด เหมือนครั้งแผ่นดินพระเจ้าบู๊อ๋องกับติวอ๋องชิงสมบัติกัน ถ้าไม่ฆ่าติวอ๋องเสีย พระเจ้าบู๊อ๋องที่ไหนจะได้ราชสมบัติ บัดนี้ไต้อ๋องแบ่งแผ่นดินให้ฌ้อปาอ๋องกึ่งหนึ่ง นานไปแผ่นดินก็จะเป็นของฌ้อปาอ๋อง ตันแผงเล็กแกซุยโหทูลขึ้นพร้อมกันว่า เตียวเหลียงทูลนี้ข้าพเจ้ากับนายทหารก็เห็นพร้อมกันสิ้น เพราะการแผ่นดินจะให้เป็นสิทธิ์แต่ไต้อ๋องผู้เดียว ถึงจะทำศึกกับฌ้อปาอ๋องสืบไปก็ไม่อาลัยแก่ชีวิต

ฝ่ายพระเจ้าฮั่นอ๋องได้ฟังดังนั้น ครั้นจะขัดไม่ทำตามขุนนาง เกรงที่ปรึกษาแลนายทหารจะเสียน้ำใจ จึงให้ตั้งมั่นอยู่ที่กุเหลงจะกระทำศึกกับฌ้อปาอ๋อง

ฝ่ายพระเจ้าฌ้อปาอ๋องไปถึงเมืองแพเสีย สำราญพระทัยอยู่แล้วแต่กับนางหงอกี๋ มีแต่เสพสุราเป็นนิจมิได้คิดจะว่าราชการ ขับทหารไปอยู่บ้านเมืองตามปกดิ

ฝ่ายจี๋วลันแลขุนนางผู้ใหญ่ ปรึกษากันทำเรื่องราวเข้าไปถวายพระเจ้าฌ้อปาอ๋อง ๆ รับมาอ่านได้ความว่า อันประเพณีกษัตริย์ได้เสวยราชย์เป็นสุขแล้วก็ไม่ลืมความทุกข์จึงจะต้องคำโบราณ ถ้าไม่มีราชการตรึกตรองจะหาความสุขบ้าง บรรดาขุนนางข้างในก็ใช้สอยโปรดปรานตามอุตส่าห์ ซึ่งไต้อ๋องกับเล่าปังตั้งสัตย์ต่อกันนั้น ข้าพเจ้าเห็นว่าใจเล่าปังยังไม่สุจริต เพราะพวกเล่าปังนั้นมีแต่กลอุบายหมายจะเอาแต่ชนะ ไต้อ๋องจะละการศึกเสียมิชอบ ขอจงให้หาทหารมาฝึกหัดไว้ นานไปเกลือกศึกจะมีมาจะได้สู้รบ ผู้มีสติปัญญาเหมือนฟัมแจ้งก็ตายแล้ว ทแกล้วทหารก็เสียน้ำใจ จำจะหาคนดีมาไว้จะได้เป็นที่ปรึกษา ซึ่งไต้อ๋องประมาทอยู่ฉะนี้ ถ้าเล่าปังฟังคำพวกทหารกลับยกมากระทำสงครามอีก พระองค์ก็จะมิเสียทีแก่ข้าศึกหรือ พระเจ้าฌ้อปาอ๋องได้แจ้งหนังสือจี๋วลันดังนั้น จึงว่าฮั่นอ๋องกับเราได้พูดจากันเป็นสัตย์อยู่แล้ว แม้นไม่รักความสัตย์ยกมากระทำศึกเมื่อใด เราจะตัดศีรษะฮั่นอ๋องไว้ให้คนทั้งปวงดู จึงให้หาจงลิมวยมาบอกความตามหนังสือจี๋วลันแล้วว่า ท่านจงไปจัดแจงฝึกหัดทแกล้วทหารให้ชำนาญในการสงครามไว้ จงลิมวยก็คำนับลาออกไปฝึกหัดทหารตามกระบวนศึก ไม่ทันได้สิบห้าวันมีผู้มาแต่เมืองเอ๊กเอี๋ยงบอกว่า ฮั่นอ๋องยกมาแต่เมืองกุเหลงได้ยินข่าวว่าจะยกมาเมืองแพเสีย ซึ่งทำสัตย์ต่อกันนั้นเป็นกลล่อลวงพอได้ไทก๋งแลนางหงวนฮองเฮา จงลิมวยครั้นได้แจ้งก็เข้าไปเฝ้าทูลพระเจ้าฌ้อปาอ๋องตามรู้เหตุทุกประการ

ฝ่ายพระเจ้าฌ้อปาอ๋องได้ฟังจงลิมวยว่า มีความโกรธฮั่นอ๋องนัก จึงว่าอ้ายเล่าปังเป็นแต่ลูกคนจนบังอาจมาลวงเราอีกเล่า ซึ่งจี๋วลันทำเรื่องราวบอกนั้นจริงทุกประการ แล้วให้ทหารทั้งปวงมาว่าจะยกไปทำศึกกับฮั่นอ๋อง กี๋โป้จึงทูลว่า ซึ่งไต้อ๋องกับฮั่นอ๋องกระทำสัตย์ต่อกันครั้งนี้รู้ทั่วทุกหัวเมือง ยังไม่มีความแค้นเคืองต่อกัน ซึ่งฮั่นอ๋องจะยกมาเหมือนคนพูดก็ผิดราชประเพณี ไหนฮั่นอ๋องจะมีชีวิตยืนยาว ไต้อ๋องเชื่อแต่ข่าวความก็ไกลตา ครั้นจะยกไปกระทำแก่ฮั่นอ๋องก่อน คนทั้งปวงจะว่าไต้อ๋องเสียสัตย์ จงงดกองทัพไว้ ถ้าเมื่อใดฮั่นอ๋องยกมาจึงออกไปรบ พระเจ้าฌ้อปาอ๋องฟังกี๋โป้ทูลเห็นชอบ จึงสั่งทหารทั้งปวงให้เตรียมทัพไว้ฟังข่าวกองทัพฮั่นอ๋องก่อน

ฝ่ายพระเจ้าฮั่นอ๋องปรึกษาเตียวเหลียงตันแผงว่า ซึ่งจะทำกับฌ้อปาอ๋องนั้นหัวเมืองทั้งปวงเราก็ได้สั่งให้เขาไปบ้านเมืองแล้ว ครั้นจะให้หาความนินทาก็จะมี ว่าเราเป็นกษัตริย์เจรจาไม่ยั่งยืน เตียวเหลียงจึงทูลว่า ไต้อ๋องเกรงคนจะติเตียนดังนั้น จงจัดทหารให้รักษาหน้าที่เชิงเทินให้มั่นคงไว้ แล้วใช้คนไปว่ากล่าวให้ฌ้อปาอ๋องโกรธยกมาทำศึกกับเราก่อน ภายหลังจึงมีหนังสือใช้คนไปบอกหัวเมืองว่าฌ้อปาอ๋องกลับมาทำสงครามบรรดาหัวเมืองรู้แล้วจะยกมาถึงเข้าเมืองไม่ทัน เห็นฮั่นสินหยินโป้แพอวดก็จะทำเป็นศึกกระหนาบ แต่หนังสือซึ่งจะมีไปหาหัวเมืองนั้นบอกความว่า ซึ่งตั้งสัตย์กับฌ้อปาอ๋องนั้นโดยล่อลวงแต่พอให้ส่งพระปิดา ครั้งนี้ได้พระบิดามาแล้ว ครั้นจะละฌ้อปาอ๋องไว้ นานไปจะเป็นเสี้ยนหนามศัตรูในแผ่นดิน จำจะคิดกำจัดฌ้อปาอ๋องเสียจึงจะเป็นแผ่นดินเดียว ไพร่บ้านพลเมืองจะได้ความสุข พระเจ้าฮั่นอ๋องได้ฟังเห็นชอบ จึงแต่งหนังสือให้ไปบอกหัวเมืองหลายฉบับ กับให้เล็กแกทำเป็นราชสาส์นไปถึงฌ้อปาอ๋องฉบับหนึ่ง ว่าข้อความให้โกรธยกทัพมาจงได้

ฝ่ายเล็กแกคำนับลาออกมาทำราชสาส์น แล้วกลับเข้าไปทูลว่า ข้าพเล่าจะขอไปว่ากล่าวกับฌ้อปาอ๋องให้ยกทัพมา พระเจ้าฮั่นอ๋องจึงตรัสว่า ฌ้อปาอ๋องโทโสร้าย รู้หนังสือนี้แล้วก็จะมีความโกรธ แม้นจะยกทัพมาเห็นจะฆ่าท่านเสีย ต่อเมื่อใดมีแยบคายจึงจะแก้ตัวได้ เล็กแกจึงทูลว่า ข้าพเจ้าจะไปว่ากล่าวแต่โดยลมปากสักสามคำ ไม่ให้มีอันตรายหมายจะให้ฌ้อปาอ๋องรีบมาทำศึก

ฝ่ายเตียวเหลียงตันแผงจึงทูลว่า พ้นจากเล็กแกคนนี้ที่จะไปหาฌ้อปาอ๋องยากนัก ขอจงใช้เล็กแกไปเห็นจะได้ราชการ พระเจ้าฮั่นอ๋องได้ฟังจึงตรัสสั่งเล็กแกว่าท่านจงรีบไป

ฝ่ายเล็กแกคำนับลาออกมาจัดผู้คนแล้ว ก็รีบไปยังเมืองแพเสีย ครั้นถึงจึงบอกนายประตูว่า พระเจ้าฮั่นอ๋องใช้เราผู้ชื่อเล็กแกให้มาเฝ้าพระเจ้าฌ้อปาอ๋อง ทหารกำกับประตูรู้เหตุก็เข้าไปแจ้งแก่ขุนนาง ๆ ก็เข้าไปทูลแก่พระเจ้าฌ้อปาอ๋อง ๆ ได้ฟังจึงสั่งให้เล็กแกเข้าไป เล็กแกเข้าไปถึงคุกเข่าลงคำนับแล้วถอยออกมายืนอยู่ พระเจ้าฌ้อปาอ๋องครั้นเห็นเล็กแกจึงถามว่า ฮั่นอ๋องใช้มาจะว่าประการใด เล็กแกจึงทูลว่า เดิมฮั่นอ๋องคิดกลอุบายแบ่งอาณาเขตกับไต้อ๋องนั้น ก็เพราะไทก๋งแลนางหงวนฮองเฮาตกอยู่ในเงื้อมพระหัตถ์ บัดนี้ได้กลับคืนไปแล้วฮั่นอ๋องจะละความสัตย์เสียจะกลับทำศึกกับไต้อ๋อง ขุนนางผู้ใหญ่ผู้น้อยทูลห้ามฮั่นอ๋องก็ไม่ฟัง จึงใช้ข้าพเจ้าถือราชสาส์นมา ข้าพเจ้าคิดว่าไต้อ๋องมีอานุภาพปราบได้ทุกทิศ ไต้อ๋องแบ่งแผ่นดินให้ฮั่นอ๋องครึ่งหนึ่งแล้ว ฮั่นอ๋องยังโลภคิดจะกำจัดไต้อ๋องเอาแผ่นดินไว้แต่ผู้เดียว ใช้ให้ข้าพเจ้าถือราชสาส์นมานัดทำศึกกับไต้อ๋อง ข้าพเจ้ากลัวอาญาไต้อ๋องด้วยเป็นกษัตริย์ แต่ขัดอาญาฮั่นอ๋องมิได้จึงจำใจถือมา เล็กแกถวายพระราชสาส์น พระเจ้าฌ้อปาอ๋องรับมาอ่านเป็นใจความว่า พระเจ้าฮั่นอ๋องครองเมืองหลวงให้มาถึงพระเจ้าไซฌ้อปาอ๋อง ด้วยกระทำศึกกันมาถึงเจ็ดสิบครั้งตั้งแต่จากเมืองโปต๋งจนเขากองบู๊ ก็รู้ว่าพระเจ้าฌ้อปาอ๋องสู้โดยกลอุบายแลความคิดไม่ได้ แต่จนใจด้วยพระบิดาแลนางหงวนฮองเฮาตกอยู่ในเงื้อมพระหัตถ์พระเจ้าฌ้อปาอ๋อง จึงต้องทำสัตยานุสัตย์แบ่งแผ่นดิน ครั้งนี้สิ้นธุระวิตกแล้ว เมื่อพระเจ้าฌ้อปาอ๋องรักจะเป็นเอกกษัตริย์แต่ผู้เดียว ก็ให้รีบยกทัพมารบกัน ณ เมืองกุเหลง ซึ่งเราคิดอุบายล่อลวงครั้งนี้ดีกว่ากลศึกทุกครั้ง ดังนักปราชญ์ลวงคนเขลา อุปมาเหมือนขุดบ่อล่อน้ำให้ปลาหลง เห็นว่าท่านเสียทัพจะรับเป็นทางไมตรี จึงลวงแต่พอได้พระบิดาแลนางหงวนฮองเฮาไป

พระเจ้าฌ้อปาอ๋องทราบดังนั้นเคืองพระทัยนัก จึงตรัสแก่เล็กแกว่า ซึ่งฮั่นอ๋องกลับคำเสียสัตย์เราก็รู้อยู่ แต่รอกองทัพไว้ดูทีฮั่นอ๋องก่อน ถึงเอ็งไม่มาบอกก็คงจะยกไป เราทำศึกแต่เมืองก้วยกี๋มากว่าสามร้อยครั้ง ฝีมือทแกล้วทหารหัวเมืองทั้งปวงจะทานกำลังเรามิได้ ย่อมมานบนอบทั่วทิศ ทำไมกับเล่าปังเหมือนทารกพูดเล่นหาความจริงมิได้ ใจกำเริบเหมือนกิ้งก่าได้ทอง เอ็งจงเร่งกลับไปบอกอ้ายเล่าปังให้ล้างคอไว้คอยรับคมอาวุธ ถ้าเราไม่ได้ตัดศีรษะอ้ายเล่าปังครั้งนี้แล้วก็ไม่กลับมาเมืองแพเสีย เล็กแกคำนับลาพระเจ้าฌ้อปาอ๋องออกมาขึ้นม้ารีบกลับไป

ฝ่ายพระเจ้าฌ้อปาอ๋องสั่งนายทหารให้ตรวจเตรียมกองทัพเสร็จแล้ว ยกทัพหลวงออกจากเมือง เล็กแกครั้นถึงเมืองกุเหลงจึงเข้าไปเฝ้าพระเจ้าฮั่นอ๋อง ทูลความว่าฌ้อปาอ๋องโกรธนักเห็นจะยกทัพมา ขอไต้อ๋องจัดแจงกองทัพไว้จงสามารถ พระเจ้าฮั่นอ๋องได้ฟังเล็กแกทูลดังนั้น จึงปรึกษาเตียวเหลียงตันแผงว่า ซึ่งคิดไว้ว่าจะให้ฌ้อปาอ๋องยกมาก่อนก็สมคะเนอยู่แล้ว ท่านจงมีหนังสือไปหาฮั่นสินหยินโป้แพอวดมาจะได้ช่วยกันรักษาเมือง เตียวเหลียงตันแผงจึงทูลว่า ถึงมาตรว่ากองทัพหัวเมืองจะมามิทัน ทหารที่มีฝีมือมีอยู่ในกองทัพหลวงก็พอจะรักษาเมืองไว้ได้ แต่เห็นว่าอันประเพณีจะทำการศึกเป็นต้นด้วยการจะถ่ายลำเลียงมาส่งกัน แพอวดยังไม่มาถึง ข้าพเจ้าจะให้เตียวชังจังถูไปตีตัดเสบียงไว้พลาง ขณะนั้นพอมีผู้มาทูลพระเจ้าฮั่นอ๋องว่า ฌ้อปาอ๋องยกทัพออกมาจากเมืองแพเสียประมาณคนสามสิบหมื่น มากระทำย่ำยีแก่หัวเมืองรายทาง อาณาประชาราษฎร์ เดือดร้อนนัก พระเจ้าฮั่นอ๋องได้แจ้งจึงสั่งให้ทหารขึ้นรักษาหน้าที่เชิงเทินไว้ เตียวเหลียงตันแผงจึงแต่งหนังสือให้คนใช้ขึ้นม้าแยกกันไปเร่งกองทัพทุกหัวเมือง แล้วสั่งเตียวชังจังถูให้คุมทหารไปคอยสกัดตีลำเลียงฌ้อปาอ๋อง

ฝ่ายพระเจ้าฌ้อปาอ๋องครั้นยกทัพมาใกล้เมืองกุเหลง ยังทางอีกประมาณสามร้อยเส้น ก็หยุดทัพตั้งค่ายมั่นไว้

ฝ่ายกองตระเวนพระเจ้าฮั่นอ๋องเห็น ก็ขับม้ารีบมาทูลพระเจ้าฮั่นอ๋องว่า ฌ้อปาอ๋องยกทัพมาตั้งค่ายอยู่ใกล้เมืองนี้ทางประมาณสามร้อยเส้น พระเจ้าฮั่นอ๋องได้ฟังดังนั้นจึงตรัสว่าซึ่งเราจะประมาทฌ้อปาอ๋องว่ายกมาโดยผู้คนอิดโรย จะให้ออกรบนั้นมิได้เกลือกจะเสียที ด้วยตัวฌ้อปาอ๋องมีกำลังมาก เสบียงอาหารก็ยังบริบูรณ์ จำจะรักษาเมืองมั่นไว้ต่อเมื่อใดตีเสบียงซึ่งมาส่งกันได้ ข้าศึกถอยกำลังจึงจะคิดออกตีซ้ำเติมเอาชัยชนะ

ฝ่ายพระเจ้าฌ้อปาอ๋องยกกองทัพมาตั้งมั่นอยู่สิบวัน ไม่เห็นกองทัพในเมืองยกออกมาจึงปรึกษากี๋โป้ว่า ฮั่นอ๋องให้เรามารบแล้วสงบทัพไว้ดังนี้ ท่านจะเห็นประการใด กี๋โป้จึงทูลว่า ข้าพเจ้าพิเคราะห์ดูเห็นว่าฮั่นอ๋องคิดจะตัดทางลำเลียง ให้ทหารเราอิดโรยก่อนจึงจะยกออกตี จี๋วลันจึงทูลว่า เห็นฮั่นสินจะมายังไม่ถึง ฮั่นอ๋องจึงไม่แต่งทหารออกรบ ไต้อ๋องยกมาครั้งนี้กำลังศึกยังกล้าหาญ จะงดไว้ช้าเกลือกจะขัดเสบียง จงรีบตีโดยเร็ว ถ้าละไว้นานไปทหารไต้อ๋องอิดโรยลงเห็นจะเอาชัยชนะมิได้

พระเจ้าฌ้อปาอ๋องได้ฟังจี๋วลันทูลต้องพระทัย สั่งให้เตรียมทหารพร้อมแล้วพระเจ้าฌ้อปาอ๋องทรงเกราะสำหรับกษัตริย์ขึ้นม้าที่นั่ง สั่งให้ตีกลองยกทหารออกจากค่าย เสียงคนแลฝีเท้าม้าสนั่นไปจนใกล้เมืองกุเหลง พระเจ้าฮั่นอ๋องได้ยินเสียงอื้ออึงก็รู้ว่าฌ้อปาอ๋องยกมา จึงสั่งให้อ๋องหลินหนึ่ง ห้วนโก้ยหนึ่ง โลก้วนหนึ่ง กวนหยินหนึ่ง คุมทหารเป็นกองหน้า สั่งให้กินหิบหนึ่ง จิวเชียงหนึ่ง โกคีหนึ่ง หลีแบถองหนึ่ง กับนายทหารรองหกคนคุมคนเป็นกองหนุน แล้วสั่งว่าถ้าได้พูดกับฌ้อปาอ๋อง ท่านจงว่าเราเสียนํ้าใจ ด้วยประจานพระบิดาแลนางหงวนฮองเฮา คนทั้งปวงคำนับลาออกมาจัดแจงทหารพร้อมแล้ว ก็ออกไปถึงที่รบตั้งเป็นขบวนศึกอยู่

ฝ่ายพระเจ้าฌ้อปาอ๋องเห็นแต่ทหารฮั่นอ๋องยกมา จึงร้องว่าท่านจงไปบอกกับนายให้มาพูดกับเรา ทหารสี่นายได้ฟังดังนั้นจึงตอบว่าพระเจ้าฮั่นอ๋องตรัสสั่งมาว่า ท่านส่งพระบิดาที่กลางสนามมีความอัปยศแก่ขุนนางทั้งปวงนัก จึงให้ข้าพเจ้ามาจับท่านในกลางศึกมัดไปถวายจะได้แก้อายหัวเมืองซึ่งรู้เห็น พระเจ้าฌ้อปาอ๋องได้ฟังก็โกรธขับม้าเข้าไล่แทงทหารฮั่นอ๋อง ทหารสี่นายก็เข้ารบกับฌ้อปาอ๋องได้สามสิบเพลงเสียทีถอยออกมา

ฝ่ายกินหิบ จิวเชียง หลีแบถอง โกคี กับนายทหารหกคนเป็นสิบนายหนุนเข้าไป ห้วนโก้ย กวนหยิน โลก้วน อ๋องหลิน เห็นพวกเข้าช่วยตั้งใจรบเป็นสามารถ

ฝ่ายกี๋โป้ จงลิมวย ควั่นฌ้อ หงอจูกี๋ ทหารฌ้อปาอ๋องเห็นดังนั้นเข้าช่วยพระเจ้าฌ้อปาอ๋องระดมรบจนเวลาเย็น

ฝ่ายจี๋วลันกลัวจะเสียทีชักม้าพาทหารขึ้นไป โอบหลังตีกระหนาบลงมา ทหารพระเจ้าฮั่นอ๋องสิบสี่นายสู้กำลังข้าศึกกระหนาบมิได้ก็ถอยไปทางตะวันตก เข้าเมืองได้ก็ปิดประตูเมืองไว้ทั้งสี่ทิศ พระเจ้าฌ้อปาอ๋องขับม้าพาทหารไล่ไปจนถึงเชิงกำแพงใกล้เมืองกุเหลง ให้ตั้งค่ายรายกั้นล้อมกำแพงเมืองไว้ แล้วให้ทหารปีนกำแพงเมืองเข้าไปจับฮั่นอ๋องให้จงได้ นายทัพนายกองจึงทูลว่า วันนี้ไต้อ๋องรบจนค่ำทหารอิดโรยอยู่ จำจะพักไว้สักคืนหนึ่งให้ทหารมีกำลัง แต่เมืองเซงโก๋เมืองเอ๊กเอี๋ยงกว้างใหญ่กว่านี้ตีสามวันได้ เมืองกุเหลงเป็นเมืองเล็กพรุ่งนี้ตีเวลาเดียวก็จะได้โดยง่าย พระเจ้าฌ้อปาอ๋องได้ฟังจึงสั่งให้ควั่นฌ้อไปจัดแจงตั้งค่ายล้อมเมืองไว้

ฝ่ายพระเจ้าฮั่นอ๋องจึงปรึกษาเตียวเหลียงตันแผงว่า เมืองกุเหลงเป็นเมืองน้อยเราจะรักษาเห็นจะยาก ด้วยทหารฌ้อปาอ๋องยกมามาก ถ้าเข้าตีเอาเมืองได้เราจะพากันตายเสียสิ้น ท่านจะคิดประการใด เตียวเหลียงตันแผงจึงทูลว่าเวลาวันนี้ฌ้อปาอ๋องทำศึกแต่เช้าจนค่ำเห็นทหารอิดโรยอยู่ ถึงจะตั้งค่ายก็ยังไม่ทัน เวลาค่ำวันนี้ขอเชิญไต้อ๋องรีบเสด็จไปเมืองเซงโก๋ ถึงฌ้อปาอ๋องรู้เห็นจะไม่ติดตาม พระเจ้าฮั่นอ๋องได้ฟังเห็นชอบ จึงสั่งนายทหารให้ตระเตรียมกองทัพไว้จะยกไปวันนี้ แล้วให้ทหารขึ้นไปบนเชิงเทินดูข้าศึก ถ้าด้านใดเบาบางเราจะยกออกไปด้านนั้น ทหารที่ไปสืบดูแล้วกลับมาทูลว่าด้านประตูเหนือนั้นผู้คนน้อยหนทางก็กว้าง เห็นจะตีออกไปได้โดยง่าย ครั้นเวลาค่ำพระเจ้าฮั่นอ๋องสั่งให้ห้วนโก้ย จิวพูน ตันบู กินหิบเป็นทัพหน้า พระเจ้าฮั่นอ๋องก็ตีฝ่าออกไปทางประตูทิศเหนือ

ฝ่ายควั่นฌ้อนายทหารฌ้อปาอ๋องเที่ยวตระเวนตรวจตรารักษาค่าย พอเห็นฮั่นอ๋องตีฝ่าออกไปได้ ครั้นจะติดตามทหารซึ่งมาด้วยนั้นน้อย ก็รีบมาปรึกษาจงลิมวยว่าทหารเราเหนื่อยอิดโรยมาหลับนอนเสียสิ้น กองทัพฮั่นอ๋องหนีออกจากเมืองไปได้แล้ว จงลิมวยก็พาเข้าไปทูลพระเจ้าฌ้อปาอ๋อง พระเจ้าฌ้อปาอ๋องสั่งให้ทหารติดตาม จงลิมวยจึงทูลว่าฮั่นอ๋องทำศึกยังไม่เสียที หนีไปเวลาคํ่า เกลือกจะมีทัพซุ่มไว้เป็นกลอุบาย ต่อเวลาเช้าจึงค่อยติดตาม พระเจ้าฌ้อปาอ๋องได้ฟังจึงสั่งให้ทหารรักษาค่ายอยู่ก่อน ถึงมาตรว่าฮั่นอ๋องจะไปจนสามวัน เราคงจะตามทันที่เมืองเซงโก๋ ตีเวลาเดียวก็จะได้

ฝ่ายเตียวชังจังถูซึ่งคุมทหารคอยตีตัดลำเลียงฌ้อปาอ๋องอยู่ ณ ตำบลลิฉิง เห็นกองลำเลียงเมืองแพเสียมาก็ตีตัดไว้ได้หลายครั้ง

ฝ่ายพระเจ้าฮั่นอ๋องครั้นยกไปพอรุ่ง เดินทางได้ร้อยแปดเส้นเห็นทหารอิดโรยจะยั้งกองทัพไว้ เตียวเหลียงจึงทูลว่าไต้อ๋องจะประทับอยู่ที่นี่ยังใกล้ข้าศึกอยู่ ฌ้อปาอ๋องตามมาเห็นจะหนีไม่ทัน เชิญไต้อ๋องรีบยกไปหยุดอยู่เมืองเซงโก๋ จะได้คิดทำศึกกับฌ้อปาอ๋อง พระเจ้าฮั่นอ๋องก็เร่งกองทัพรีบเดินไปถึงเมืองเซงโก๋ พระเจ้าฮั่นอ๋องจึงถามเตียวเหลียงว่า เรามาถึงเมืองเซงโก๋แล้วทัพเจ๋อ๋องฮั่นสิน หยินโป้แพอวดก็ยังหามาไม่ ถ้าฌ้อปาอ๋องมาล้อมเมืองเข้าเราจะคิดประการใด เตียวเหลียงจึงทูลว่า ถึงฌ้อปาอ๋องจะยกมาล้อมเมืองถึงจะอยู่เต็มช้าจนสามวัน ด้วยได้ยินข่าวว่าเตียวชังจังถูซึ่งให้ไปคอยสกัดตัดลำเลียงฌ้อปาอ๋องได้ไว้เป็นอันมาก เห็นทหารฌ้อปาอ๋องขาดอาหารลงจะถอยทัพเป็นแท้

ฝ่ายพระเจ้าฌ้อปาอ๋อง ครั้นเวลาเช้าให้ยกกองทัพรีบไปตามฮั่นอ๋องถึงเมืองเซงโก๋ ก็ให้ทหารตั้งค่ายล้อมเมืองไว้เป็นสามารถ จึงสั่งให้ทหารเข้าตีเมืองให้จงได้

ฝ่ายนายทหารฌ้อปาอ๋องคำนับลาออกมาจัดแจงจะตีเมืองตามสั่ง ทหารพระเจ้าฮั่นอ๋องซึ่งรักษาหน้าที่เชิงเทินอยู่ต่อสู้เป็นสามารถ ข้าศึกล้มตายเป็นอันมากจะหักเอาเมืองมิได้ กี๋โป้จงลิมวยจึงทูลฌ้อปาอ๋องว่า บัดนี้กองทัพขัดเสบียงอาหารจะคอยท่าลำเลียงเล่า ก็มีผู้มาบอกว่ากองลำเลียงที่มาส่งนั้น ทหารฮั่นอ๋องตีชิงเอาไปเหลือก็เผาเสียสิ้น ถ้าช้าอยู่ทัพฮั่นสิน หยินโป้ แพอวด แลหัวเมืองทั้งปวงมาพร้อมกันเข้า เห็นฮั่นอ๋องก็จะออกตีเป็นศึกกระหนาบ ทหารไต้อ๋องเหน็ดเหนื่อยมาเกลือกจะเสียที

พระเจ้าฌ้อปาอ๋องได้ฟังจึงตรัสว่า ถ้าท่านเห็นดังนั้นจะเลิกทัพกลับไปเมืองแพเสียก่อน จะได้พักทหารให้รื่นเริงไว้ จัดเสบียงอาหารได้พร้อมแล้วจึงจะยกมาตีฮั่นอ๋องแล้วจัดให้ควั่นฌ้อ หงอจูกี๋อยู่รั้งหลัง จึงสั่งให้นายทหารรักษาค่ายอยู่ เวลาค่ำเราจะล่าทัพไป บรรดาทหารทั้งปวงได้ยินข่าวว่าจะถอยกองทัพต่างคนก็รื่นเริงทุกตัวคน ครั้นเวลาค่ำพระเจ้าฌ้อปาอ๋องให้เลิกทัพกลับไปเมืองแพเสีย

ฝ่ายทหารพระเจ้าฮั่นอ๋องครั้นเห็นกองทัพฌ้อปาอ๋องยกไปสิ้นแล้ว ก็นำความเข้าไปทูลแก่พระเจ้าฮั่นอ๋อง ๆ จึงตรัสว่าไม่ผิดคำเตียวเหลียงทูลกับเราไว้ เห็นเตียวชังจังถูตีเสบียงได้ ฌ้อปาอ๋องจึงยกไป จำจะแต่งให้ทหารที่มีฝีมือยกติดตาม ตันแผงจึงทูลว่าเห็นทหารยังไม่เสียทีรื่นเริงอยู่ ซึ่งถอยทัพไปครั้งนี้จะมีเหตุด้วยขัดเสบียง ถ้ามิดังนั้นจะรู้ข่าวว่าหัวเมืองซึ่งไต้อ๋องให้หาจวนจะมาถึง กลัวจะต้องศึกกระหนาบจึงรีบไปโดยเร็ว เกลือกจะมีอุบายซุ่มทัพกับจะให้ทหารตัวดีอยู่รั้งหลัง พระเจ้าฮั่นอ๋องครั้นได้ฟังจึงสั่งให้งดกองทัพไว้คอยท่าทัพหัวเมืองมาพร้อมกัน จึงจะไปตีเมืองแพเสียทีเดียว

ฝ่ายพระเจ้าฌ้อปาอ๋องครั้นเลิกทัพกลับไปเมืองแพเสีย ให้เอาโทษผู้คุมลำเลียงซึ่งให้เสียแก่ข้าศึกนั้นถึงตาย แล้วสั่งบรรดานายทหารให้เตรียมฝึกหัดให้พร้อมไว้ จึงให้เลือกสรรที่ตัวดีเป็นนายกองคุมลำเลียงสำหรับกองทัพ แล้วเสด็จเข้าข้างใน

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ