๔๕

ฝ่ายทหารลองโจซึ่งแตกมาถึงเมืองแพเสีย เอาข่าวไปแจ้งแก่พระเจ้าฌ้อปาอ๋องว่า ฮั่นสินฆ่าลองโจเสียแล้วจับเจ๋อ๋องเจ้าเมืองได้ แต่เตียนเหงจี๋วลันไม่รู้ว่าหนีไปตำบลใด บัดนี้ฮั่นสินตั้งกองทัพอยู่ ณ ด่านริมจู๋ บรรดาหัวเมืองเจ็ดสิบเศษก็มาขึ้นกับฮั่นสิน ได้ยินข่าวว่าจะรวมทหารมาบรรจบทัพฮั่นอ๋อง ยกมาทำศึกกับไต้อ๋อง พระเจ้าฌ้อปาอ๋องได้แจ้งดังนั้นก็ตกพระทัย จึงให้หาห้างเป๊กจงลิมวยมาว่า เราไม่รู้เลยว่าฮั่นสินทำการศึกดีถึงเพียงนี้ ฮั่นอ๋องเล่าตั้งกองทัพอยู่ ณ เมืองเอ๊กเอี๋ยงกับเมืองเซงโก๋ทั้งสองหัวเมือง เราจะคิดทำการศึกกับฮั่นอ๋องครั้งนี้ยากนัก จำจะจัดคนที่มีสติปัญญาให้ไปพูดจาเกลี้ยกล่อมฮั่นสินให้คืนกลับมาอยู่กับเรา ท่านจะเห็นประการใด ห้างเป๊กจงลิมวยจึงทูลว่า ไต้อ๋องตรองการดังนี้ควรอยู่ ข้าพเจ้าก็คิดไว้แต่ไม่อาจกราบทูล ถ้าจะไปได้เห็นแต่ให้หมูเสียบ มีสติปัญญาดังโซจี๋น การพูดจาเหมือนกับจู๋ค้อง จงใช้ไปว่ากล่าวฮั่นสิน ด้วยฮั่นสินเป็นข้าไต้อ๋องมาแต่ก่อน จะว่าให้กลับมาอยู่ดังเก่าเห็นจะได้โดยง่าย พระเจ้าฌ้อปาอ๋องจึงจัดแพรอย่างดีกับทองคำให้หมูเสียบเอาไปให้ฮั่นสิน หมูเสียบอำลาไปถึงเมืองเจ๋จึงบอกทหารรักษาประตูว่า เราชื่อหมูเสียบ จะเข้าไปคำนับเจ๋อ๋องฮั่นสิน ทหารก็เข้าไปแจ้งความกับเจ๋อ๋องฮั่นสินทุกประการ เจ๋อ๋องฮั่นสินครั้นรู้ว่าหมูเสียบมาจึงว่า ผู้นี้ช่างพูดเห็นจะมาเกลี้ยกล่อมเรา จึงสั่งให้คนใช้ให้ไปรับหมูเสียบเข้ามา เจ๋อ๋องฮั่นสินก็กลับเข้าข้างใน หมูเสียบครั้นเข้ามาถึงเอาสิ่งของขึ้นเรียงไว้บนโต๊ะแล้วนั่งอยู่

ฝ่ายเจ๋อ๋องฮั่นสินแต่งตัวแล้วออกมาที่ว่าราชการ เห็นหมูเสียบจึงถามว่า ท่านมาด้วยธุระประการใด หมูเสียบคุกเข่าลงคำนับแล้วว่า พระเจ้าฌ้อปาอ๋องให้ข้าพเจ้าคุมทองแลแพรมาให้ท่าน ฮั่นสินจึงว่าแต่ก่อนเรากับท่านทำราชการอยู่แห่งเดียวกัน บัดนี้ต่างคนต่างมีเจ้าอยู่คนละเมือง เจ้าต่อเจ้าทำศึกกัน ซึ่งพระเจ้าฌ้อปาอ๋องเจ้าของท่านให้คุมทองแลแพรมาให้เรานั้นจะว่าอะไรหรือ หมูเสียบจึงว่าท่านคุมทหารเหยียบร้อยหมื่นเป็นเจ้าครองเมืองเจ๋ หัวเมืองขึ้นเจ็ดสิบเศษ กิตติศัพท์ลือไปถึงไหนก็กลัวท่านถึงนั่น พระเจ้าฌ้อปาอ๋องทราบไปว่าท่านได้เป็นเจ้าเมือง จึงตรัสว่า เดิมไม่รู้เลยว่าดีถึงเพียงนี้จึงมิได้เลี้ยงเป็นผู้ใหญ่เสียพระทัยนัก ครั้นแจ้งว่าท่านได้เป็นเจ๋อ๋องครองเมืองเจ๋มีความยินดี จึงให้ข้าพเจ้าเอาของทั้งนี้มาขอบใจเยี่ยมเยือนท่าน เจ๋อ๋องฮั่นสินได้ฟังหมูเสียบว่า รู้ในแยบคาย จึงว่าเราได้มาเป็นข้าพระเจ้าฮั่นอ๋อง ๆ ชุบเลี้ยงให้เป็นเจ้าเมืองเจ๋ก็ได้ความสุขอยู่เพียงนี้แล้ว เรามิได้ขวนขวายหาประโยชน์ต่อไป หมูเสียบได้ฟังหัวเราะแล้วจึงว่า ท่านหมายใจอยู่หรือว่าจะได้เป็นเจ๋อ๋องยืดยาว แต่ใจข้าพเจ้าเห็นว่าถ้าท่านช่วยฮั่นอ๋องกำจัดฌ้อปาอ๋องได้วันใด แม้นช้าไปจนสามวันท่านก็จะออกจากเจ๋อ๋อง ซึ่งข้าพเจ้าว่าทั้งนี้เพราะรักท่าน แม้นท่านไม่เชื่อนานไปจึงจะเห็นความจริงจะกลับคิดถึงข้าพเจ้า แล้วพระเจ้าฌ้อปาอ๋องสั่งมาว่าท่านมีสติปัญญากล้าหาญในการศึก ควรจะตั้งตัวเป็นใหญ่อยู่แล้วจงคิดเป็นสามก๊กขึ้น ต่างคนจะได้รักษาเขตแดนไว้จึงจะได้เป็นเจ้าสืบไปนาน ฮั่นสินจึงว่าซึ่งท่านว่าดังนี้ก็ควรอยู่ แต่ใจเราคิดว่าเมื่อครั้งเราอยู่เมืองฌ้อ ฌ้อปาอ๋องให้เราเป็นแต่จับเก๊กหนึงคนถือทวน เราเห็นฌ้อปาอ๋องทำไม่ต้องประเพณีนานไปจะมีศึก จึงทูลทัดทาน ยังจะกลับเอาโทษเรา ๆ จึงหนีไป ณ เมืองโปต๋ง พระเจ้าฮั่นอ๋องตั้งให้เราเป็นแม่ทัพใหญ่คุมทหารหลายสิบหมื่น จะเพ็ดทูลประการใดก็เชื่อถือ แต่เสื้อทรงก็ถอดประทานให้ เสวยสิ่งใดก็ให้กิน มีพระคุณถึงเพียงนี้ ควรที่จะเอาชีวิตสนองพระคุณไปกว่าจะตายจากแผ่นดิน ถ้าจะคิดเอาใจออกหาก คนทั้งปวงก็จะเลื่องลือชื่อชั่วไปหมื่นชาติ ท่านก็มีสติปัญญาอยู่จงเอาคำของเราไปแจ้งแก่ฌ้อปาอ๋องว่า สิ่งของซึ่งให้มานั้นเราขอบใจนัก ครั้นจะรับไว้ก็จะเป็นมลทินติดตัว หมูเสียบครั้นได้ฟังฮั่นสินก็รู้ว่า ไม่เข้าด้วยฌ้อปาอ๋องเป็นแท้ จึงคำนับลาพาสิ่งของกลับไปเมืองแพเสีย

ฝ่ายกวยถองนั่งอยู่ได้ยินหมูเสียบมาพูดเกลี้ยกล่อมฮั่นสินต้องใจ แต่ฮั่นสินไม่เห็นด้วย เพราะใจฮั่นสินไม่คืนไปอยู่กับฌ้อปาอ๋อง จึงคิดว่าเราจะพูดโดยอุบายให้หลงด้วยยศฐาศักดิ์ เพราะฮั่นสินยังรักเมืองเจ๋อยู่ คอยดูเมื่อคนสงัดไม่มีใครอยู่ใกล้ จึงเข้าไปคำนับฮั่นสินแล้วเล่าความว่า ข้าพเจ้าเห็นท่านมีสติปัญญารู้กลอุบายในการสงครามลึกซึ้งหาผู้ใดเสมอมิได้ ถึงพระเจ้าฮั่นอ๋องมีพระทัยโอบอ้อมอารีมีคนรัก จึงได้ทหารมากรวมทัพไปตีได้เมืองแพเสีย หากว่าฌ้อปาอ๋องมาตีเมืองเจ๋ ถึงฌ้อปาอ๋องร้ายกาจหยาบช้า ประชาราษฎร์ได้ความเดือดร้อนก็จริง แต่มีฝีมือเข้มแข็ง เมื่อกลับไปจากเมืองเจ๋ทหารก็น้อยตีคืนเอาเมืองแพเสียได้ ไล่ฆ่าทหารฮั่นอ๋องตายเป็นอันมาก หากว่าท่านทำทัพรถเข้าล้อม ฌ้อปาอ๋องจึงขยาดฝีมือลง ถึงกระนั้นทำศึกมาสามปีถ้อยทีแพ้แลชนะยังไม่เพลี่ยง พลํ้าแก่กัน ทุกวันนี้ข้าพเจ้าเห็นว่าเมืองเตียวเมืองเอี๋ยนเมืองเจ๋ ทั้งเมืองขึ้นร้อยยี่สิบเศษอยู่ในอำนาจท่าน พอจะตั้งตัวขึ้นเป็นใหญ่ได้จะใคร่ให้เป็นสามก๊กขึ้น รักษาแต่เขตแดนหาความสุขไว้อย่าทำอันตรายแก่ผู้ใด ถ้าเห็นข้างไหนเพลี่ยงพลํ้าจึงค่อยทำศึกเข้าข้างผู้ชนะต่อภายหลัง ประการหนึ่งเมื่อข้าพเจ้าอยู่เมืองเอี๋ยนได้พบครูดูลักษณะแม่น ข้าพเจ้าอุตส่าห์พากเพียรเรียนดูได้สันทัด ครั้งข้าพเจ้ามาหาท่านที่เมืองเตียว ได้สังเกตแต่ข้างหน้าเห็นว่าจะเป็นขุนนางผู้ใหญ่ ครั้นใช้สอยเป็นคนสนิท พิจารณาข้างหลังรอบตัว ต้องลักษณะจะเป็นกษัตริย์ คิดเสียดายท่านนัก ถ้าอยู่ด้วยฮั่นอ๋องนานไปเบื้องหน้า เสร็จศึกแล้วเกรงแต่ท่านจะเสียตัว

เจ๋อ๋องฮั่นสินได้ฟังดังนั้นหวาดใจนัก จึงว่าเราทำความชอบไว้ต่อพระเจ้าฮั่นอ๋องก็มาก ถึงจะผิดพ้นจากขบถแล้วก็เห็นจะไม่เอาโทษ ซึ่งท่านว่าจะให้เราเอาใจออกจากพระเจ้าฮั่นอ๋องนั้นไม่ควร กวยถองจึงว่าท่านก็ย่อมรู้อยู่เหมือนเตียวยี่กับตันอี๋ก็รักร่วมชีวิตกันยิ่งกว่าฮั่นอ๋องเมตตาท่าน ครั้นอยู่มาเคืองกันขึ้นจนถึงฆ่าญาติพี่น้องเตียวยี่ ๆ หนีมาอยู่กับฮั่นอ๋อง ได้กลับไปกับท่านตีเมืองเตียว ตันอี๋จึงตายที่แม่น้ำกีจุย ข้าพเจ้าวิตกด้วยรักท่าน ควรหรือท่านรักฮั่นอ๋องมากกว่ารักตัว ด้วยตัวท่านอุปมาเหมือนไฟเป็นที่ชอบใจคนแต่เมื่อฤดูหนาว ครั้นสิ้นฤดูหนาวเป็นฤดูร้อนแล้วก็ไม่มีใครเข้าใกล้ ประเพณีจะหาความชอบทำศึกแทบตัวตายหลายครั้งจึงจะได้บำเหน็จ ถ้าผิดแต่ครั้งเดียวความชอบซึ่งทำไว้ก็เสื่อมสูญสิ้น ทุกวันนี้เห็นบุญท่านถึงกองดังราชรถมาเกยแล้ว จำจะเร่งขี่ไปให้ทันฤกษ์ ถ้าจะงดอยู่หาฤกษ์ใหม่จะไม่ได้นั่ง เหมือนตัวท่านจะคอยอยู่ให้ฮั่นอ๋องเสร็จศึก น่าจะมีอันตรายเป็นมั่นคง ถ้าท่านตั้งตัวขึ้นเป็นกษัตริย์รักษาแผ่นดินโดยยุติธรรมแล้ว คนทั้งปวงจะมาเข้าด้วยเป็นอันมาก ฮั่นสินได้ฟังจึงว่าซึ่งท่านพูดนั้นก็จริงแต่จะทำเช่นว่านั้นไม่ได้ ด้วยนํ้าใจเราคิดถึงพระคุณอยู่นัก ถึงพระเจ้าฮั่นอ๋องจะทำประการใดเราก็มิได้โกรธตอบ

ขณะนั้นเล็กแกอยู่ข้างนอก ได้ยินกวยถองยุฮั่นสินจึงร้องเข้าไปว่า ท่านอย่าฟังคำกวยถอง จะเสียวาจาที่ทูลพระเจ้าฮั่นอ๋องถวายความสัตย่ไว้ แม้นจะทำเหมือนกวยถองพูด คนจะลือว่าท่านไมมีกตัญญูชื่อปรากฏไป ว่าแล้วเล็กแกก็เข้ามาชวนกวยถองว่าท่านจงไปเฝ้าพระเจ้าฮั่นอ๋องด้วยกัน กวยถองได้ฟังก็ตกใจไม่รู้ที่จะตอบก้มหน้านิ่งอยู่ เล็กแกจึงว่าท่านก็เป็นคนฉลาด เหตุไฉนไม่พิเคราะห์ดูการแผ่นดินเสียก่อนจึงเอามาว่า อันพระเจ้าฮั่นอ๋องนี้มีบุญญาธิการมาก แล้วพระทัยโอบอ้อมอารีเป็นที่รักใคร่แก่ราษฎรจึงได้อาณาเขตมาก แล้วมีขุนนางผู้ใหญ่คือเสียวโหมีนํ้าใจเมตตาแก่สัตว์ ฝ่ายเตียวเหลียงตันแผงที่ปรึกษาก็มีปัญญาลึกซึ้งไม่มีผู้ใดเสมอ ทหารดีมีฝีมือเล่าคือ หยินโป้ แพอวด ห้วนโก้ย จิวพุน อ๋องหลิน แฮเฮาหยิน กวนหยิน เจ็ดคนนี้เกิดมาสำหรับท่านผู้มีบุญ ท่านไม่รู้หรือจึงยุยงเจ๋อ๋อง อุปมาเหมือนเขียนรูปเสือจะชุบให้เป็นเสือ ถ้าไม่เป็นแม้นทราบไปถึง พระเจ้าฮั่นอ๋อง จะมิพากันตายเสียหรือ หากว่าเจ๋อ๋องไม่ฟังคำท่าน

กวยถองได้ฟังเล็กแกว่ามีความกลัวยิ่งนัก จึงคิดว่าถ้าจะไปกับฮั่นสินครั้งนี้ถึงเราจะมีความชอบ แม้นผู้ใดนำเอาความซึ่งว่ากับเจ๋อ๋องนี้กราบทูลพระเจ้าฮั่นอ๋องขึ้น เราจะมีโทษมากกว่าที่ชนะศึกสักร้อยครั้ง คิดแล้วตั้งแต่นั้นก็ทำเสียจริตละความอายเดินตามถนนเต้นรำทำเพลงเป็นนิจ เจ๋อ๋องฮั่นสินก็รู้ในกิริยากวยถองมิได้ว่าประการใด แล้วสั่งนายทหารให้เร่งรัดจัดกองทัพหัวเมืองซึ่งตีได้มาประชุมพร้อมแล้ว ให้หาวันฤกษ์ดีจะยกไปตีเมืองเอ๊กเอี๋ยง

ฝ่ายพระเจ้าฮั่นอ๋องอยู่ในเมืองเอ๊กเอี๋ยง มีพระทัยทุกข์ถึงไทก๋งกับนางหงวนฮองเฮาทุกเวลา ไม่รู้ที่จะคิดประการใด จึงปรึกษาเตียวเหลียงกับตันแผงว่า บัดนี้ท่านจะคิดประการใดบ้างจึงจะได้ไทก๋งกับนางฮองเฮาแลญาติทั้งปวงซึ่งตกอยู่ ณ เมืองแพเสียกลับคืนมาได้ ทุกวันนี้เราได้ราชสมบัติเป็นสุขแล้ว แต่ยังทุกข์ด้วยญาติทั้งปวงซึ่งตกอยู่ในเงื้อมมือฌ้อปาอ๋อง เตียวเหลียงจึงทูลว่า ฌ้อปาอ๋องได้พระบิดากับนางฮองเฮาไว้ในเงื้อมมือ ที่ไหนจะปล่อยมาให้โดยง่าย ถ้าไต้อ๋องคิดรวมทัพทำศึกข่มขี่ฌ้อปาอ๋องลงได้เมื่อใดฌ้อปาอ๋องก็จะอ่อนใจลง แล้วจึงแต่งคนที่มีสติปัญญาไปเจรจาเป็นทางไมตรีต่อกัน เห็นจะได้พระบิดากับนางฮองเฮามาโดยง่าย

ฝ่ายลุยหวนตั้งซ่องสุมผู้คนอยู่ปลายแดนเมืองเอี๋ยนข้างทิศเหนือ มีสมัครพรรคพวกประมาณสิบหมื่นเศษ รู้ว่าพระเจ้าฮั่นอ๋องมีพระทัยรักทหารยังจะทำศึกอยู่กับฌ้อปาอ๋อง รักจะใคร่ทำราชการด้วยพระเจ้าฮั่นอ๋อง ก็จัดให้ทหารสามหมื่นคนยกมาหาเสียงก๊กเสียวโห ณ เมืองหํ้าเอี๋ยง พอเสียวโหจะไปส่งสำเลียงก็พาลุยหวนไปด้วย ครั้นถึงเมืองเอ๊กเอี๋ยงเสียวโหพาลุยหวนเข้าไปเฝ้าพระเจ้าฮั่นอ๋อง จึงทูลว่าลุยหวนคนนี้สามิภักดิ์ตั้งใจมาช่วยไต้อ๋องทำศึกกับฌ้อปาอ๋อง แล้วแจ้งความซึ่งได้จัดทหารการเสบียงมาส่งทุกประการ พระเจ้าฮั่นอ๋องเห็นลุยหวนรูปร่างโตใหญ่สูงประมาณหกศอกเศษมีพระทัยยินดี จึงตรัสแก่ลุยหวนว่าซึ่งท่านรักเราอุตส่าห์มาแต่ไกล จะช่วยกันทำการศึกก็ขอบใจท่าน ว่าแล้วพระราชทานเสื้ออย่างดีกับทองร้อยตำลึงแก่ลุยหวน แล้วสั่งให้จัดเสบียงเลี้ยงอาหารบรรดามากว่าจะได้ทำศึก

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ