๓๖ นิทานเรื่องคชทุมพรราชกุมาร

ว่าบุรพกาลก่อน สมเด็จพระบรมนรินทรนเรนทรมาลุพราช เธอเสวยราชสมบัติมีศักดาเดชอันอุดมณกรุงติกาพานนครธานี มีอัครมเหษีทรงนามชื่อนางโคโยควดีศรีสุนทรบวรกัลยาณี มีพระราชบุตรทรงพระนามชื่อว่าคชทุมพรราชกุมาร ท้าวเธอนั้นทรงพระเกษมสันต์ด้วยสกลสาวสนมอุดมรูป บวรโฉมเฉลิมโลกเล่ห์สาวสวรรค์คณนา ๑๖,๐๐๐ มีราชนรามาเปนเมืองออกร้อยเอ็ดพระองค์ จึงทรงพระกรุณาตั้งพญาสามนตราช อันเปนทหารเอกออกไปผ่านพิภพทั้ง ๘ ทิศ ผู้ ๑ ชื่อเพ็ชรจักรี ผู้ ๑ ชื่อตรีไตรภพ ผู้ ๑ ชื่อจบไตรตรา ผู้ ๑ ชื่อแสนใจกล้า ผู้ ๑ ชื่อฟ้าราดิน ผู้ ๑ ชื่อศิลปประสิทธิ์ ผู้ ๑ ชื่อฤทธิจำบัง ผู้ ๑ ชื่อพังพลพยุห์ แลอัฐทหารทั้งนี้ให้ไปผ่านนคร คอยป้องกันศัตรูหมู่อรินทรราชอยู่ทั้ง ๘ ทิศเปนนิตย์จิรกาล มิช้ามินานเท่าใด พระเจ้าลุพราชเสด็จทิวงคต เจ้าคชทุมพรราชกุมาร ก็ได้ราชาภิเษกสนองพระราชบิดามีมนตรีพาลคอยทูลสารยุยงว่า เมื่อสมเด็จพระเจ้าหลวงพระองค์ยังทรงพระชนมายุ ฝ่ายพญาสามนต์เมืองทั้ง ๘ นี้ ย่อมมาถวายบังคมบมิขาด จำเดิมแต่พระองค์เสวยราชไซร้ เขาได้มาถวายบังคมครั้ง ๑ คราวเดียวดังนี้ ท่วงทีจะคิดขบถนี้เที่ยงแท้ ท้าวคชทุมพรราชมิได้ทรงพระวินิจฉัยก็สั่งให้จับพญาสามนต์ทั้ง ๘ มาพันธนาการไว้ จึงพญาสามนต์ทั้ง ๘ ก็ทูลบ่ายเบี่ยงว่า ธรรมเนียมโบราณราชประเพณีไซร้ มีรับสั่งให้หาผู้ใดผู้นั้นจึงจะเข้ามาถวายบังคมได้ ถ้ามิได้มีรับสั่งให้หา ผู้ใดเข้ามาผู้นั้นเปนมหันตโทษ เหตุดังนี้ จึงข้าพระพุทธเจ้าทั้ง ๘ นครมิได้เข้ามาถวายบังคมเนือง ๆ ท้าวเธอมิได้ฟัง สั่งให้พันธนาการจำไว้ จึงตั้งอำมาตย์อื่นออกไปให้รักษานครทั้ง ๘ ทิศนั้น กิติศัพท์ขจรไปยังประเทศราชทั้งปวงอันเปนอรินทรราชนั้น ก็ยกจัตุรงค์พลทหารมารบริบเอาตามชนบทบ้านน้อยเมืองใหญ่ ก็รุกรบไปจนถึงเมืองหลวง พระเจ้าคชทุมพรราช เธอก็สั่งสกลมนตรีแสนเสนีออกไป เสนานอกในให้รักษาป้อมล้อมปราการแลค่ายเวียงเรียงศัสตราสรรพยุทธ ป้องกันภัยอรินทรราช อำมาตย์หมู่มนตรีทั้งนั้นล้วนเหล่าพาลนิ่งนั่งง่วง มิได้รู้ท่วงทีท่าทางกระเจิงจนอัปภาคอยู่ พะเจ้าคชทุมพรราชธก็สั่งให้เบิกพญาสามนต์เมืองทั้ง ๘ อันเปนโทษนั้นมาปฤกษาสงครามถามถึงที่ทาง พญาทั้งปวงก็น้อยใจเพราะความแค้น จึงทูลบ่ายเบี่ยงว่า ข้าพระพุทธเจ้าเปนคนเถ้าชราหง่อมหลงไปแล้ว จะตรึกตรองหรือก็หลงในสงคราม จะทูลไปหรือก็กลัวผิด ถ้าบรมบพิตรโปรดปรานการอันอื่น พอจะฝ่าฝืนฟูมไปได้ ท้าวเธอทรงฟังก็ทรงมานะในพระทัย สั่งให้ตระเตรียมสุรโยธาทหารหัดถีอัศดรพาชีชาญชัย

ครั้นได้ศุภฤกษ์อมฤต ท้าวเธอก็ยกพลพยุหบาตราออกต่อต้านประจัญประจญด้วยพลพาหนะ พญาอรินทรราชเข้ารบรุกราญต่อต้านพลพาหนะ พระองค์คชทุมพรพาลจะต่อสู้ ให้สยดสยองพอง ๆ พรั่น ๆ พลั้ง ๆ พล้ำ ๆ ระส่ำระสาย ก็ผ่าผายจรทานถด ๆ ถอย ๆ กำลังพลก็น้อยกว่าข้าศึก ท้าวเธอก็เสียพระทัย ปลาตลงจากพระที่นั่งอาชา ก็หลบหลีกเข้าป่าไปพระองค์เดียวสันโดษค่อยด้นจนถึงคามเนสาท

วันนั้นนายเนสาทนัดพากันไปป่าสิ้น ยังแต่สุวโปดกชื่อวิษณุคุบคอยดูคนอยู่บนเคหา แลเห็นพระมหากษัตริย์เสด็จมาก็ร้องว่าเหวยเร็ว ๆ ราชาวเจ้าเอาหอกมาประหักประหารมนุษย์ผู้นี้เสียให้สิ้นชีพ ท้าวเธอทรงฟังก็ตระหนกพระทัยเสด็จถดถอยออกจากบ้านนั้น เสด็จไปถึงอาศรมพระมหาโคดมฤษี

พระผู้เปนเจ้าเข้ายังไพรพฤกษ์เล็มเลือกผลผลา ให้สุวโปดกชื่อจิตรคุบอยู่รักษาอาศรม เห็นพระมหากษัตริย์เสด็จมา นกมีสุนทรวาทีว่า ขอเชิญบรมบพิตรเจ้าเสด็จเข้ายังโรงสินธุธารา ทรงชำระสนานสำราญแล้ว เชิญเสวยผลไม้ ม่วง ปราง ปริง หวาย หว้าหลวง จงอยู่รอท่าพระมหาฤษี

ท้าวเธอทรงฟังก็ดีพระทัย ช้อยชายพระเนตรไปเห็นสุวโปดกก็แย้มยิ้มดีพระทัยออกโอษฐ์ประภาษว่า ปักษีนี้รู้ถ้วนถี่มีความปรานีเรา เมื่อเข้ายังคามเนสาทนั้นไซร้ สุวโปดกอยู่ในเคหาทารุณร้องให้ประหักประหารเรา

จิตรคุบก็ประนมปีกป้องบังคมทูลว่า ปักษีนั้นชื่อวิษณุคุบ เปนอนุชน้องข้าพระบาท เริ่มแรกอยู่รังเดียวกัน เกิดมหันตวาตะพายุใหญ่พัดพาเรือนรังข้าพระบาทพี่น้องเลื่อนลอยไปลงในท้องนทีชื่อประพาสเดียรถีนั้น พระมหาฤษีโคดมได้ข้าบาทมาเลี้ยงไว้ เนสาทไซร้ได้วิษณุคุบอนุชาพาไปเลี้ยงแลฝึกสอน ข้าพระบาททั้ง ๒ นี้ร่วมอุทรเดียวกัน เหตุสัตว์สมาคมคบคนพาลก็ประพฤติโดยพวกพาล อันข้าพระบาทไซร้ ได้มาสามิภักดิ์ต่อนักสิทธิ์พระมุนี เหตุฉนี้ขอพระองค์จงทราบ

ท้าวเธอทรงสวนาการก็ยินดี แย้มพระโอษฐ์ออกประภาษถามว่าท่านเปนดิรัจฉานก็แต่ในอิธโลก อุบัติไปในปรโลกจงท่านได้เปนมนุษย์มีบรมผาสุกเถิด ครั้นพระมหามุนีดาบสกลับมา ท้าวเธอปัจจุคมนาการต้อนรับคำนับนมัสการปฏิสันถารด้วยมธุระกถา

พระมหามุนีโคดมฤษีประพฤติปราไสไต่ถามว่า บรมบพิตรเสด็จมาแต่ราชธานีใด มีประสงค์ด้วยราชกิจสิ่งใด ๆ

บรมกษัตริย์ตรัสแจ้งคดีโดยกาลปางหลังแล้ว มีมธุรกถาว่าโยมจะประพฤติราชกิจจานุกิจในราชฐานด้วยประการใด จึงจะเปนคุณแก่แผ่นดิน พระอาจารย์จงได้เมตตาด้วยประการดังนั้น

พระมหามุนีถวายพระพรว่า จิตรคุบสุวโปดกนี้ขอถวายบรมบพิตรอาจนำกิจจานุกิจมาถวายได้

ท้าวเธอดีพระทัยดังจำนง เธอก็ทรงพระราชอักษรลับพับผูกห้อยฅอจิตรคุบ แล้วบังคับว่า จิตรคุบพ่อเจ้าจงนำอักษรนี้ไปให้แก่ราชมเหษีณกรุงติกาพาลนคร สอนสั่งแล้วพระองค์ก็ผูกราชอักษรกับพระธำมรงค์กุณฑลไว้ต้นปีกจิตรคุบแล้วก็ส่งไป

จิตรคุบเมื่อไป พาพวกเพื่อนไป ๓ ตัว ๔ ทั้งตน ชื่อวายุเวหาษตัว ๑ ชื่อสุขผลตัว ๑ ชื่อธนกฤกตัว ๑

ครั้นถึงกรุงพาลนคร เข้าสถิตแอบอยู่ณแทบสิงหบัญชรนั้น

พอนางพญาเหลือบเห็นตรัสว่า อ่อสุวโปดกมาจับอยู่นั่น ปักษีก็ป้องปีกบังคม ถวายสารกับพระธำมรงค์แก่พระมเหษี ๆ ทรงอ่านก็แจ้งในพระราชสารว่า สมเด็จภูมิบาลเสด็จนิราสไปแรมอยู่กับพระมหาฤษีโคดม

นางท้าวเธอก็สั่งมหาเสนาให้เตรียมพลจัตุรงคโยธาทหารให้ไปรับพระองค์ ตั้งจิตรคุบเปนนายนำทางยกพลไปเปนทัพหน้า นางพญาเปนทัพหลวงไป ครั้นใกล้ถึงพระอาศรมก็ยับยั้งพลไว้แต่ไกล

นางพญาจึงเข้าไปนมัสการพระฤษี แล้วมาบังคมบรมบาทพระราชสามี

พระท้าวเธอ มีพระโองการประภาษถามถึงภัยอันพญาอรินทรมารบรุกราน

นางท้าวทูลว่า พญาสามนต์ทั้ง ๘ ซึ่งเปนโทษออกประจญ พลแห่งพญาอรินทรราชก็พ่ายแพ้พังหนี บัดนี้พราหมณาจารย์ไพร่พลทหารแสนเสนีเหล่ากระวีเวทยา ออกมาเชิญเสด็จ ขอพระองค์จงผ่านพิภพดังเก่า บรมกษัตริย์เจ้าจึงอำลาพระฤษี

พระฤษีจึงถวายพระพรว่า บรมบพิตรจงให้ขนศิลามาจงมาก อาตมะจะสฤษดิ์เปนสุวรรณถวาย ท้าวเธอสั่งพลทั้งหลายให้ขนศิลาก้อนมากองไว้ใกล้พระอาศรม พระฤษีธตั้งกูณฑ์พิธี ชุบศิลาเปนสุวรรณพรรณชมพูนุทแล้ว ถวายท้าวเธอให้พลทหารมาขนไปตามปราถนา

ท้าวเธอก็อำลายกทัพกลับยังพระนคร แล้วพราหมณ์พฤฒิกระวีเวทยาพราหมณาจารย์ พร้อมกันทำสมโภชบรมกษัตริย์สิ้น ๗ ราตรี แล้วท้าวเธอมีพระโองการให้พาพญาสามนต์ทั้ง ๘ อันเปนโทษมา ก็โปรดปรานพระราชทานรางวัลให้คงคืนที่ดังเก่า ประเล้าประโลมว่าท่านทั้งหลายอย่าถือโทษทัณฑ์แก่ข้าพเจ้าเลย ข้าพเจ้าหลงเลี่ยงเอียงเอนด้วยถ้อยคำคนอันธพาล

แล้วพญาสามนต์มีมโนมธุรกถาทูลว่า ทั้งนี้ก็เปนผลกรรมก่อนกระทำไว้ ได้สุขเกษมแล้วเสวยทุกข์เล่า ได้โศกเศร้าโศกาแล้วแลกลับมาเสวยสุขทั้งนี้ ก็เปนประเพณีสัตว์ในสงสาร ขอเชิญพระองค์จงครองมไหศวริยศฤงคารโดยสารทศพิธกฤดิราชปฏิบัติ พระองค์จะอุบัติภาคหน้าก็จะได้เสวยสวรรค์นั้นเถิด ทูลแล้วบังคมลามาครองนิคมขัณฑเสมามณฑลทั้ง ๘ ดังเก่า บมิได้มีภัยอรินทรราชอริมารุกรานเลย

“มหาวิริย” ข้าแต่พระองค์ ข้าบาททั้งหลายทูลทัดทานพระองค์ กลัวเกลือกจะเปนดุจธรรมเนียมพระเจ้าคชทุมพรราชฉนั้น

จันทสิงหราชจึงกล่าวว่านิยายมีอย่างนี้ก็จริง แต่มิเหมือนฉนี้ การจะเปนมนตรีนี้ย่อมมีจิตต์คิดระงับถ้อยความจึงจะดำรงพระมหากษัตริย์ได้ แลสูมามีจิตต์ทุจริตการดังนี้เล่ามิชอบ เราจะกล่าวธรรมเนียมให้ฟัง

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ