ประวัติท้าวนารีวรคณารักษ์

ท้าวนารีวรคณารักษ (แจ่ม) พ.ศ. ๒๓๙๙-๒๔๖๖

ท้าวนารีวรคณารักษ (แจ่ม) พ.ศ. ๒๓๙๙-๒๔๖๖

ท้าวนารีวรคณารักษ์ (แจ่ม ไกรฤกษ์) เกิดเมื่อวันจันทร์ เดือน ๔ ขึ้น ๗ ค่ำ ปีมะโรงอัฐศก จุลศักราช ๑๒๑๘ ตรงกับวันที่ ๓ มีนาคม พระพุทธศักราช ๒๓๙๙ เปนบุตรีที่ ๔ ของพระยาศรีสิงหเทพ (ทัต ไกรฤกษ์) คุณหญิง (เอม) บุตรีพระยานครไชยศรี (เสือ) เปนมารดา คุณหญิงเอมถึงแก่กรรมเสียแต่ท้าวนารี ฯ ยังเยาว์ คุณหญิงจับภรรยาพระยามหาอำมาตย์ (ชื่น กัลยาณมิตร) รับไปเลี้ยงไว้ จนอายุได้ ๑๒ ปี จึงได้ถวายตัวในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในเวลาที่ถวายตัวนี้ท้าวนารีฯ เล่าว่า โปรดให้นั่งขึ้นทอดพระเนตรหน้าตาดำรัสว่า “หน้าตาดีสมเปนนายโรง ให้ฝึกหัดไว้เปนท้าวดาหาละคอนหลวงรุ่นเล็ก” เปนอันได้ฝึกหัดจริง จนรำเพลงช้าเพลงเร็วได้ แต่ไม่ทันได้ออกโรง เปนต้นเหตุที่ท้าวนารี ฯ ได้มีความสามารถอำนวยการละคอนต่อมาในชั้นหลัง

ครั้นมาในรัชกาลที่ ๕ ท้าวนารี ฯ ได้รับราชการเปนเจ้าจอมอยู่งาร ได้พระราชทานหีบหมากกาไหล่ทองเปนเกียรติยศ ต่อมาในชั้นหลังได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้เปนพระพี่เลี้ยงสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้าศิริราชกกุธภัณฑ์ ครั้นสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอพระองค์นั้นสิ้นพระชนม์แล้วโปรดให้เปนพระพี่เลี้ยงสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงนครราชสิมาต่อมา ได้รับพระราชทานเบี้ยหวัดปีละ ๒๐๐ บาท เมื่อสมเด็จเจ้าฟ้ากรมหลวงนครราชสิมาประชวร เสด็จแปรสถานไปประทับที่เกาะสีชัง ท้าวนารี ฯ ก็ได้ตามเสด็จไปปฏิบัติรักษาจนหายประชวร นอกจากนี้ท้าวนารี ฯ ยังได้ตามเสด็จพระราชดำเนิรพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวประพาสหัวเมืองมณฑลต่าง ๆ อีกหลายครั้ง ได้ตามเสด็จกระทั่งถึงสิงคโปร์แลชวาก็ ๒ คราว

ครั้นสมเด็จเจ้าฟ้ากรมหลวงนครราชสิมาเสด็จออกไปทรงศึกษาวิชาการณประเทศยุโรปเมื่อ พ.ศ. ๒๔๔๘ ท้าวนารีฯ ได้กราบถวายบังคมลาออกไปอยู่บ้านมิได้รับราชการ ในระหว่างนี้พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระราชปรารภถึงข้าราชการฝ่ายในที่ได้รับพระราชทานเบี้ยหวัดแต่กราบถวายบังคมลาไปอยู่บ้านมีมากนัก จึงโปรดให้ตรวจสอบบาญชีทรงตัดรอนเสียหลายคน แต่ท้าวนารี ฯ นั้นโปรดพระราชทานอยู่ตามเดิม ครั้นสมเด็จเจ้าฟ้ากรมหลวงนครราชสิมาเสด็จกลับจากยุโรปแล้ว ท้าวนารี ฯ ก็ไปอยู่ปฏิบัติรักษาประจำวัง คงได้รับพระราชทานเบี้ยหวัดมาจนตลอดรัชกาลที่ ๕

ครั้นถึง พ.ศ. ๒๔๕๔ ในรัชกาลที่ ๖ สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถทรงเลือกเปนท้าวนางประจำพระราชสำนักสมเด็จพระพันปีหลวง ได้พระราชทานสัญญาบัตรเปนท้าวนารีวรคณารักษ์ รับพระราชทานเบี้ยหวัดปีละ ๑๐ ชั่ง แลได้พระราชทานหีบหมากทองคำกระโถนขันล้างหน้ากล่อง มีตรา จ.ป.ร. เปนเกียรติยศ แต่นั้นท้าวนารีฯ ก็ได้รับราชการแลตามเสด็จสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ ตลอดมาจนเสด็จสวรรคต

ท้าวนารีฯ ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิศริยาภรณ์ทุติยจุลจอมเกล้าฝ่ายใน แลเหรียญรัตนาภรณ์รัชกาลที่ ๔ ชั้น ๓ รัชกาลที่ ๕ ชั้น ๓ รัชกาลที่ ๖ ชั้น ๓ แลได้พระราชทานเข็มแลเหรียญที่ระลึกตามบันดาศักดิ์อีกหลายประการ ทั้งได้รับพระราชทานเข็มข้าหลวงเดิมสำหรับสตรีด้วย

ท้าวนารี ฯ เปนผู้มีอุปนิสัยเปนสุภาพสตรี มีจิตต์โอบอ้อมอารีในบันดาญาติมิตร มีจิตต์เลื่อมใสในพระพุทธสาสนาโดยมั่นคง เจ้านายชั้นพระบรมวงศานุวงศ์ตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็ทรงพระเมตตาเปนอันมาก

มาเมื่อเดือนเมษายน พ.ศ. ๒๔๖๖ ท้าวนารี ฯ จับป่วยกระเสาะกระแสะอยู่หลายเดือน จนถึงเดือนสิงหาคม พ.ศ. นั้นอาการซุดหนักลง พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระกรุณาโปรด ฯ ให้เจ้าพระยารามราฆพไปเยี่ยมอาการเปนครั้งเปนคราว นับเปนพระมหากรุณาธิคุณอย่างยิ่ง ส่วนสมเด็จเจ้าฟ้ากรมหลวงนครราชสิมานั้นได้ทรงเปนพระธุระในการรักษาพยาบาลทุกอย่าง แต่อาการหาคลายไม่ ถึงวันที่ ๒๘ ตุลาคม เวลา ๕ นาฬิกา ๓๐ นาฑีก่อนเที่ยง ท้าวนารี ฯ ก็ถึงอนิจกรรม คำนวณอายุได้ ๖๘ ปี ได้พระราชทานโกษฐ์โถเปนเกียรติยศ

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ