๑๕ นิทานเรื่องจตุรนารี

ว่ามีจัตุรนารี ๔ คน เลิศล้วนมนุษย์นารี นาง ๑ เห็นแต่เขากระเดียดกระออมน้ำ เอวองค์ของตนช้ำ นาง ๑ เห็นแต่เขาตำวิหีธัญญา มือตีนพอง นาง ๑ เห็นแต่เขาตีกลองอกองค์ของตนช้ำ นาง ๑ แต่พระจันทร์ส่องแสงจำรัสต้องก็ช้ำทั่วทั้งองค์

นางสุพรรณเขนยเอ๋ย จัตุรนารีนี้เนื้อนางผู้ใดจะอ่อนยิ่งกว่ากัน

นางสุพรรณเขนยก็พยากรณ์ทูลฉลองว่า อมรนารีอันเห็นแต่เขากระเดียดกละออมน้ำเอวองค์ก็ช้ำนั้น ฉวีวรรณผิวเนื้ออ่อนกว่าตรีนาง

พระราชกุมารก็ตรัสตบพระหัดถ์สรวลว่า แน่นางสุพรรณเขนยอวดอ้างว่าเปนข้าหลวงสนิทแนบพระเนตรพระกรรณพระเจ้าน้องแล้วสิ แก้นิยายยังให้ผิดเล่า

พระราชธิดาทรงฟังสุพรรณเขนยพยากรณ์ผิด นางทรงพระโกรธา เสด็จอุฏฐาการจากบรรทม ตรัสว่า เขนยถ่อย อะไรนี่ มีจิตต์มีใจฤๅจึงมาจำนรรจา แต่บุรพาปางก่อนมามิเคยเห็นเขนยจะวาทีได้ บัดนี้มาว่าทิพยากรณ์กล่าวแก้ให้ผิดสิหว่า เธอประหารพลางฉีกพระเขนยแหลกย่อยยับเยินไป พลางตรัสว่า นางซึ่งต้องรัศมีจันทร์นั้นสิเนื้ออ่อนกว่าตรีนางทั้ง ๓ นั้น พระสุรเสียงนางที่ตรัสแจ้ว ๆ แจ้งแก่กรรณแห่งชนพวกอภิบาล ๆ ก็ประโคมฆ้องระฆังแตรสังข์ดุริยดนตรี พอครบ ๔ ยามก็พอเวลาอรุณรุ่งจำรัสแสงสว่างฟ้า พระราชกุมารแลพี่เลี้ยง เสด็จนิวัตนาการกลับมาสู่สำนักมหาเศรษฐี ๆ ก็โสมนัสเปรมปรีดาว่า เออ พ่อเอ๋ยแต่กุมารเข้าไปวาทีรับพระราชอาญาสิ้นชีพออกมามากแล้วนะพ่อ เจ้าไม่เข้าไปนอนฤๅ จึงรอดออกมา

พระราชกุมารเธอก็แจ้งว่า ข้าพเจ้าไปนอนได้วาทีตอบพระราชธิดามาจำนรรจามิทันจะแล้วก็พอแจ้ง

สมเด็จพระมหากษัตริย์เธอก็ตรัสถามอำมาตย์ ๆ จึงทูลว่า เปนเวรบุตรเศรษฐีได้ไปวาที มีพระโองการสั่งให้หาเศรษฐี อำมาตย์ก็เร่งมาแจ้งแก่มหาเศรษฐีว่า พระโองการให้หา มหาเศรษฐีได้ฟังก็ตกประหม่าไม่มีขวัญ แล้วจึงพาพระราชกุมารนั้นไปถวายบังคม พระท้าวเธอตรัสถามว่า ราตรีคืนนี้บุตรแห่งท่านได้มาวาทีฤๅ

มหาเศรษฐีทูลว่า เปนเวรแห่งบุตรข้าพระบาท แต่บุตรข้าพระบาทมิได้เข้ามา กุมารผู้นี้มาวาทีแทน

พระโองการตรัสถามพระราชกุมารว่า ท่านเปนบุตรตระกูลใด มาแต่ประเทศธานีใด

พระราชกุมารกราบทูลว่า ข้าพระบาทเปนหน่อกษัตริย์อันผ่านกรุงมัทราสมหานคร ไปศึกษาศิลปศาสตร์กรุงตักกะสิลานคร กลับมาละเลิงหลงมาประจวบจนพระนครของฝ่าพระบาท

สมเด็จพระเจ้าพิธุระมหาราชดีพระทัยจึงให้ประพฤติมงคลอภิเษกพระราชกุมารกับพระราชธิดาในกาลนั้น

ครั้นเมื่อพระเจ้าพิธุระมหาราชเสด็จทิวงคตแล้ว พระราชกุมารก็ได้ผ่านพิภพเปนพระมหากษัตริย์สืบต่อไป เธอก็ประดิษฐานพี่เลี้ยงนั้นไว้ณที่อุปราช

จำเดิมแต่พระองค์ได้ผ่านพิภพโภไคศสวริย เธอก็ทรงทศพิธราชธรรม แล้วอภิบาลบำรุงสมณะพราหมณาจารย์ทั้งปวง แล้วเธอต้อนหมู่มฤคเอฬกะแพะแลเนื้อมาไว้ณสวนพระอุทยานนั้นเปนอันมาก แลพระทัยเธออาสริงสาฐจะประพาสมิจฉาจารด้วยหมู่มฤคเอฬกะเมื่อใด ก็ให้ต้อนหมู่มฤคเอฬะกะมาณท้องสนามใน แล้วเธอวิชนาการยิงมฤคผู้ซึ่งเปนจ่าฝูงนั้นให้ปลงชีพแล้ว เธอก็ถอดจิตต์ปราณไปเข้าในทรากศพมฤคนั้น แล้วเธอจึงทำมิจฉาจารเสพด้วยหมู่ดรุณมฤคีนั้น แล้วก็ถอดจิตต์ปราณมาเข้าในร่างเอฬกะผู้อันเปนเจ้าหมู่นั้น แล้วก็ประพาสมิจฉาจารด้วยหมู่ดรุณเอฬกีนางแพะหนุ่ม ๆ นั้น แล้วก็ถอดจิตต์ปราณมาประดิษฐานพระองค์ดังเก่า

อยู่มาทิวาวัน ๑ พระมหากษัตริย์กับพระยาอุปราช ยกหมู่จัตุรงค์พลเสด็จออกประพาสณป่าหิมาลัยประเทศสถานอันนิรภัย เธอให้ตั้งพลับพลาชัยไว้รี้พล เธอเสด็จด้วยอาชานัยพระที่นั่ง พระยาอุปราชตามเสด็จประพาสถึงมหาวันประเทศใหญ่ ครั้นพระองค์ทัศนาการเห็นมฤคนิกรทั้งปวงกินโป่งปนกันเปนอนันตคณนา คือคชโคกระทิงไกรสรสิงหราชแรดมฤคมหิงส์วิ่งพลุ่นพล่านเพลินพระทัย เธอจึงแผลงศรไปประหารมฤคมหาอันเปนจ่าเจ้าหมู่ให้ล้มลงอยู่ดับชีพ แล้วจึงสั่งอุปราชอภิบาลภาตาให้รักษาพระกายนั้น แล้วพระองค์ก็ถอดจิตต์ปราณไปอยู่ร่างมฤคอันต้องศรนั้น ก็ไปสโมสรสมจรด้วยหมู่นางมฤคีนิกรทั้งปวง

พระยาอุปราชอันรักษาพระกาย เห็นพระท้าวเธอเพลินพระทัยละเลิงหลงเล่นฝูงมฤคในพนาลัยก็คิดขบถ จึงถอดจิตต์อาตมาเข้าในกายพระมหากษัตริย์เจ้า แล้วเผาร่างกายแห่งอาตมานั้นเสีย จึงขึ้นสู่อาชานัยพระที่นั่งกลับเข้ายังพลับพลากล่าวแก่อำมาตย์ว่า พระยาอุปราชพาลพยัคฆ์ขบคาบไปเปนอาหารแล้ว เราจะนิวัตนาการกลับเข้ายังพระนครเถิด

จิตต์พระมหากษัตริย์อันสถิตอยู่ณร่างมฤคราชนั้น ครั้นนิวัตนาการกลับมาสู่สำนักอุปราชไซร้ ก็มิได้พบ แล้วเห็นแต่เพลิงกองใหญ่ก็แจ้งว่าจิตต์อุปราชมาเข้าณร่างอาตมะแล้ว แลเผากายแห่งตนเสียแล้วกลับเข้ายังพระนคร แล้วเธอก็สัญจรมาตามแนวพนัศประเทศ ถึงปจันตคามแห่ง ๑ พอสุวโปฎกของมาณพผู้ ๑ เลี้ยงไว้ณปจันตคามนั้นตาย มาณพก็นำทรากโปฎกมาฝังไว้ริมป่านั้น จิตต์พระมหากษัตริย์อันอยู่ณร่างกายมฤคนั้น เห็นก็มนะสิการกำหนดไว้ ครั้นเวลาราตรีสงัดแล้วก็มายังที่ฝังศพโปฎก จึงขวิดขุดร่างสุวโปฎกนั้นขึ้นได้ จึงถอดจิตต์ปราณมาเข้าร่างสุวโปฎกนั้นแล้ว บินมาถึงพระราชวังก่อนอุปราช ก็ลงจับสถิตณแท่นสิงหบัญชรตรงพระพักตรแห่งพระราชเทวี แจ้งยุบลคดีซึ่งอุปราชคิดขบถนั้นถี่ถ้วนทุกประการ

พระราชเทวีแจ้งคดีแล้วก็รับสุวโปฏกซ่อนไว้ แล้วก็แสร้งทรงประชวรบรรทมอยู่

จิตต์อุปราชอันคิดขบถ ซึ่งถอดปราณมาอยู่ณร่างพระมหากษัตริย์นั้น ครั้นกล่าวประกาศแก่อำมาตย์แล้วก็ยกจัตุรงค์พลเข้ามายังพระนคร ขึ้นสถิตเหนือราชฐาน นักพฤฒิแสนสุรางค์นิกรกำนัลนั่งแน่นน้อมประนมราบเรียบรอรับเสด็จ อุปราชก็ถามถึงพระราชเทวีว่าเหตุใดจึงมิได้มาสู่ที่เฝ้า แสนสกลกำนัลนารีทูลว่า พระราชเทวีทรงพระประชวรอยู่ จิตต์อุปราชจึงให้แพทย์มาประชุมประกอบพระโอสถถวายพระราชเทวี ล่วงราตรีแล้วจึงให้ถามว่า โรคพระราชเทวีค่อยรงับแลฤๅ พระราชเทวีให้กราบทูลว่า เสวยพระโอสถพระโรคยิ่งหนักลง ด้วยพระองค์เสด็จกลับมาแต่ไพรยังมิได้ชำระพระกายก่อน จะเสด็จมาสู่สำนักพระราชเทวียังมิได้ ด้วยผีป่าแลของร้ายนั้นตามมายายีจึงประชวรหนักลง ข้อ ๑ แต่ปางก่อนเสด็จมาแต่ป่าแล้ว เรามีพระทัยไม่สบาย พระเจ้าอยู่หัวย่อมให้ต้อนหมู่มฤคแลเอฬกะอัชชะเข้ามาณท้องสนามใน พระองค์ผลาญชีพมฤคจ่าเจ้าหมู่นั้นเสียแล้ว แลพระองค์เสด็จเข้าณร่างมฤคี เสด็จสโมสรสมจรด้วยนางดรุณมฤคีได้เห็นพระทัยเราก็เปนสุขสำราญ เคยโปรดปรานฉนี้ บัดนี้ชรอยจะมีพระเสนหาเราคลายคลื่อนลงกว่าแต่ก่อน จึงมิได้ประพฤติให้เราเห็นดุจก่อน นางกำนัลท่านจงแจ้งตามคำเรานี้เถิด

นางกำนัลรับพระเสาวนีไปแจ้งคดีดุจสั่ง จิตต์อุปราชได้ฟังดังนั้น ด้วยเสนหาประดิพัทธในพระราชเทวี จึงมีวาจาว่าเออ เราหากลืมไปจึงสั่งให้ต้อนหมู่มฤคในอุทยานเข้ามายังหน้าพระลานชัย แล้วก็แผลงศรประหารมฤคผู้จ่าเจ้าหมู่ให้สิ้นชีพ แล้วก็ถอดจิตต์ปราณออกจากร่างพระมหากษัตริย์ แล้วก็ประวัติเข้าร่างมฤคอันตนประหารนั้น ก็ประพฤติสมาคมกับนางมฤคีในกาลนั้น

พระราชเทวีจึงเชิญจิตต์พระมหากษัตริย์ออกจากร่างสุวโปฏก เข้าสถิตยังสถานร่างแห่งพระองค์ดุจก่อนนั้นแล้ว มีพระโองการสั่งโยธาหาญให้จับมฤคใหญ่ที่จิตต์อุปราชสิงอยู่นั้น ไปพิฆาฏเสียแทบทวารนครในกาลนั้น

จิตต์อุปราชก็ถึงแก่กาลกิริยาด้วยร่างมฤคนั้น สมเด็จพระมหากษัตริย์เธอผ่านไอสุริยสมบัติศฤงคารเปนบรมสุข

นางตันไตรยเล่าบุรพนิยายดังนี้ นักพฤฒินารีแสนสาวสนมกำนัลในนั่งพร้อม ก็สาธุการว่าไพเราะหนักหนา แล้วนางตันไตรยจึงว่านิยายอื่นยังมีอิก ไพเราะยิ่งกว่านี้ ถ้าพรุ่งนี้ข้าได้เข้ามาเฝ้าฝ่าพระบาทจึงจะเล่าให้ฟัง

ส่วนสมเด็จพระเจ้าไอสุริยพาหราชเธอทรงฟังนิยายนั้น ก็สบพระทัยหนักหนา “เสฺว” ครั้นวันรุ่งเช้า พระท้าวเธอสั่งวิจิตรวิจารณามหามตรีว่า วารวันนี้ ส่งแต่นางผู้นี้มาประพฤติการวิวาหมงคลเถิด

วิจิตรวิจารณามหามนตรี ครั้นเวลาสายัณห์กาลก็ส่งแต่นางตันไตรยไปตามรับสั่ง นางตันไตรยรับราชวิวาหมงคลแล้ว ออกมาอยู่กับแสนสนมสกลกำนัล ๆ ก็เตือนว่า เชิญเจ้าจงเล่านิยายอื่นอิก หมื่นนารีทั้งนี้จะขอฟัง นางจึงว่า เออนิยายเรื่อง ๑ ไพเราะนักดังนี้

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ