๑๔ นิทานเรื่องจตุรพราหมณ์

ยังมีจตุรพราหมณ์ ๔ คน ไปค้าสำเภา พราหมณ์ผู้ ๑ รู้ฤกษ์บนทำนายดีแลร้าย ผู้ ๑ รู้ศิลปศาสตร์ธนูศิลป์ ผู้ ๑ รู้ประดาน้ำ ผู้ ๑ รู้ชุบในวาระวัน ๑ พราหมณ์มาพร้อมกันทั้ง ๔ ที่หน้าสำเภานั่งสนทนากัน ผู้ ๑ ถามพราหมณ์โหรว่า วาระนี้ฤกษ์จะมีเปนประการใดบ้าง พราหมณ์โหรก็คำนวณดูแล้วบอกว่า ฤกษ์วันนี้ดีจะมีนกอินทรีย์คาบนางบินมาในยามนี้ แต่ทว่านางจะตายมา พราหมณ์ผู้รู้ธนูศิลป์ก็ว่า ถ้านกอินทรีย์คาบนางบินมาจริง ข้าจะยิงให้ตกลงมา ผู้รู้ประดาน้ำก็ว่า ถ้านางตกลงมาในน้ำ ข้าจะประดาน้ำลงไปอุ้มเอาขึ้นมา ผู้รู้ชุบว่า ถ้าท่านอุ้มเอาขึ้นมาได้เราจะชุบนางนั้นให้เปนขึ้นมา สนทนากันอยู่บัดเดี๋ยวหนึ่งนกอินทรีย์ก็คาบนางบินมา พราหมณ์ผู้รู้ธนูศิลป์เห็นก็ยิงถูกนกอินทรีย์ ๆ ก็ตกประหม่าอ้าปากวางนางนั้นเสีย นางก็ตกลงมาณท้องพระมหาสมุทร พราหมณ์ผู้ ๑ จึงประดาน้ำลงไปอุ้มเอานางนั้นขึ้นมา แต่นางนั้นถึงมรณะแล้ว พราหมณ์ผู้ ๑ จึงชุบนาง ๆ ก็ฟื้นคืนคงมาดังเก่า กอปด้วยวิมลรูปโฉมเฉิดเฉลา พราหมณ์ ๔ คนก็ชิงกัน ต่างก็ว่าเปนของอาตมา

พระราชกุมารจึงว่า ดูกรนางพานพระศรี นางคนนี้ชอบจะได้แก่พราหมณ์ผู้ใด

พานพระศรีจึงทูลว่า ชอบจะได้แก่พราหมณ์ผู้ซุบ เหตุนางนั้นมรณะแล้วต่อมีผู้ชุบจึงเปนขึ้นมา

พระราชกุมารเธอทรงพระสรวลระริกระรี่ว่า นางพานพระศรีอวดอ้างว่าเปนข้าหลวงเอก แอบพระโอษฐพระเจ้าน้องท้าวเธอแล้วสิแก้นิยายเราให้ผิดเล่า

พระราชธิดาเธอได้เสาวนาการฟังก็ทรงพระโกรธปริภาษว่า อะไรพานพระศรีคนร้ายดูหรูมามีจิตต์มีใจจำนรรจาได้ สิว่าทายผิดเล่า เธอก็ลุกไปลากออกมาประหารด้วยพระบาทหกล้มตะแคงอยู่

ฝูงคนอภิบาลได้ฟังสารเสาวนี เขาก็ประโคมดนตรีแตรสังข์ฆ้องระฆังกังสดาลขานเข้าถึงพระกรรณ สมเด็จพระบิตุเรศเธอก็ดีพระทัย

ครั้นล่วงเข้าปัจฉิมยาม พระราชกุมารตรัสแก่พี่เลี้ยงว่าพานพระศรีรับพระราชอาชญาแล้ว นิยายเรายังมีอีก เราจะเล่าบัดนี้ใครจะแก้เล่า พี่เลี้ยงจึงถอดจิตต์ปราณมาอยู่ณพระสุพรรณเขนยทูลว่า ข้าพระบาทนางสุพรรณเขนย จะขอพยากรณ์ทูลฉลองนิยาย เชิญพระองค์จงตรัสโอภาษเถิด

พระราชกุมารก็เล่านิยายดังนี้

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ