๑๖ นิทานเรื่องพราหมณ์เลือกเมีย

ว่ายังมีพราหมณ์ผู้ ๑ จุติจากพรหมโลกมาอุบัติบังเกิดเปนพราหมณ์อยู่ณกรุงมิถิลามหานคร แลพราหมณ์นั้นคิดจะมีภรรยาก็กลัวเกลือกสัตรีจะมิซื่อตรงต่อ แลไปเห็นสัตรีมีครรภ์จึงขอบุตรในครรภ์แห่งสัตรีนั้น ว่าบุตรท่านถ้าเปนบุรุษไซร้ เราจะตั้งไว้เปนน้องร่วมอุทรเดียวกัน ถ้าเปนสัตรีเราจะเลี้ยงเปนภรรยา นางนั้นก็รับว่า เออ ข้าพเจ้าจะให้ ครั้นประสูติเปนสัตรีมหาพราหมณ์ก็รับไป ไถ่นางนมแลพี่เลี้ยงให้อภิบาลรักษา ครั้นวัฒนาการจำเริญวัยใหญ่ขึ้นมาพราหมณ์ก็ตั้งไว้เปนทาระสังวาสเดียวกันกับนางนั้น แลนางนั้นกอปด้วยสิริโสภาคย์อันบริบูรณ์เบญจกัลยาณี พราหมณ์ก็ให้อภิบาลรักษาเปนอย่างยิ่ง เหตุว่านางนั้นเปนสิริของมหาพราหมณ์ จำเดิมแต่นางนั้นมาสถิตสถานเคหาแห่งพราหมณ์ ๆ ก็ยิ่งวัฒนจำเริญขึ้นด้วยอิศริยยศแลบริวารยศ มาทจะเล่นพนันก็มิได้พ่ายแพ้ปราชัย กิติศัพท์นี้ก็ฟุ้งไป จนแจ้งถึงพระกรรณสมเด็จพระเจ้าทัณฑกะราช อันผ่านพิภพณกรุงตักกะสิลามหานคร พระท้าวเธอก็ชวนชักมหาพราหมณ์นั้นมาเล่นเบี้ยพนันทุกวัน พระเจ้าทัณฑกะราชก็ถึงซึ่งพ่ายแพ้แก่มหาพราหมณ์ แต่เสียสินพระราชทรัพย์ท้องพระคลังเปนอันมาก แล้วอยู่มาในทิวาวัน ๑ พระมหากษัตริย์ตรัสถามอำมาตย์ว่า พราหมณ์ผู้นี้มีสิ่งอันใดเปนสิริอยู่จึงเล่นพนันมิได้ปราชัยพ่ายแพ้เลย

อำมาตย์ผู้ ๑ ทูลว่า พราหมณ์นี้มีภรรยาดรุณหนุ่มน้อยเปนสิริอยู่ พระท้าวเธอตรัสว่า ผู้ใดหนอจะทำลายสิริแห่งมหาพราหมณ์ให้เสียได้

อำมาตย์ผู้ ๑ รับพระราชโองการว่า จะขออาสาไปทำลายสิริแห่งมหาพราหมณ์

พระท้าวเธอตรัสว่า เออ ท่านจงไปทำมิจฉาจารด้วยภรรยามหาพราหมณ์ แล้วท่านจงให้นางประหารชกเศียรมหาพราหมณ์ผู้ภัศดาจงได้ ๓ ครั้ง ก็เห็นพราหมณ์จะเสียสิริลงเล่นพนันก็จะพ่ายแพ้ แลพระท้าวเธอจึงพระราชทานอลังการาภรณ์วัตถา ผ้านุ่งห่มสำหรับราชบุรุษ อีกทั้งราชทรัพย์แลดอกไม้จำปาทองให้แก่อำมาตย์นั้น

ครั้นมหาพราหมณ์มาเล่นพนันด้วยพระมหากษัตริย์อยู่ อำมาตย์นั้นก็ประดับอาตมาด้วยวัตถาอลังการาภรณ์เนาวรัตนเล่ห์ลูกหลวงแล้วก็ไป พอยายมาลาการของมหาพราหมณ์ออกมานั่งอยู่ณร้านหน้าบ้านนั้น อำมาตย์จึงกล่าวปราไสด้วยยายมาลาการว่า “อมฺม” แม่เอ๋ย ได้กรุณาข้า ๆ มีใจประดิพัทธผูกพันเสนหาด้วยภรรยามหาพราหมณ์นี้หนักหหา แม่จงเอาดอกจำปาทองกับทองนี้ไปให้แก่นาง แม่จงว่าพระราชกุมารให้แก่นางด้วย แลทรัพย์ทั้งทองเท่านี้ เมื่อสำเร็จการเมื่อใดทองเท่านี้ข้าจะให้แก่แม่เมื่อนั้น ยายมาลาการรับเอาทองกับดอกจำปาไปให้แก่นาง แจ้งว่าทรัพย์สุวรรณกับดอกจำปาทองนี้ เจ้าอย่าให้แก่ใคร ๆ ของพระราชกุมารจำนงจิตต์มาให้แก่เจ้า แม่เอ๋ย รูปแห่งพระราชกุมารนั้นหนุ่มน้อยนวนแน่งเอวองค์ก็อ้อนแอ้นล้ำบุรุษแท้ ข้าคนแก่เห็นเปนน่าใคร่รัก นั่งอยู่ณร้านหน้าบ้าน เชิญเจ้าไปทัศนาเถิด

นางภรรยามหาพราหมณ์ได้ฟัง ก็มีใจฟุ้งซาบซ่านด้วยเสนหาการกำเริบเร็วรวด มาแลดูเห็นก็ดาลจิตต์ด้วยกามารมณ์จะใคร่ร่วมรสรัญจวนจรกลับบ่ายหน้ามาให้คิ้วค้อนตาสัญญาให้ไป อำมาตย์นั้นก็ไปกระทำปรทาระกรรมด้วยนางนั้นแล้วกล่าวว่า เจ้าจงงอมือประหารเศียรพราหมณ์ได้ ๓ ที พี่จะเห็นว่าเจ้ารักพี่จริง และนางจึงรับว่า ข้าทำได้ อำมาตย์ว่า ไฉนจะเห็นจริง นางจึงว่า เจ้าจงอยู่ดูเถิด นางก็ซ่อนอำมาตย์ไว้ใต้เตียง ครั้นราตรีกาล นางจึงถามมหาพราหมณ์ว่า ท่านยังรักข้าแลฤๅ พราหมณ์กล่าวว่า อาตมะมีเสนหาการเปนอันยิ่ง เหตุได้เลี้ยงมาแต่น้อย ๆ นางว่า วันนี้ช้าจะใคร่รำเล่นให้สบาย พราหมณ์จึงว่า รำเล่นเถิด นางจึงว่า ท่านจงกระทำมือแลปากเปนปี่กลอง ข้าจะได้รำเล่นคล่อง ๆ แลพราหมณ์ก็ทำปากเปนเสียงปี่ ตีมือเปนเสียงกลอง นางก็ยื่นเหยียดแขนกรีดกรายกระหยับย่างอย่างจะรำแล้วก็นิ่งอยู่ พราหมณ์จึงว่า เปนไฉนไม่รำเล่า นางว่า ข้าอายท่านอยู่ ท่านจงคลุมเศียรเสียเถิด ข้าจึงจะรำได้ พราหมณ์ก็ประพฤติตามคำดรุณภรรยา ชักผ้าคลุมศีร์ษะแล้วร้องเปนเสียงปี่กลอง นางก็กรายกรีดกระหยับย่าง ทำล้มพะมหาพราหมณ์ลง มือนั้นประหารเศียรแห่งมหาพราหมณ์แล้วว่า โอ้อนิจจาข้าผวาล้มลง พราหมณ์ว่า เจ้าลุกขึ้นรำใหม่เถิด นางกระทำเวียนวงไปล้มลงเล่า อำมาตย์ออกจากที่เร้นดับประทีปเสีย แล้วเข้าช่วยประหารเศียรพราหมณ์ได้ ๒- ๓ ที จนหน้ามหาพราหมณ์ฟกช้ำดำนูน พราหมณ์ว่าเปนเพลงปี่ว่า ตอย ๆ เจ้าสาวแสนแท้รำชดช้อย นิ้วมือน้อย ๆ ชกพี่เจ็บนัก นางก็ทำไปจุดเพลิงเผยประตูส่งชู้ให้ออกไปในกาลนั้น

อำมาตย์นั้นก็ไปทูลแก่สมเด็จพระเจ้าทัณฑกะราชตามซึ่งตนได้ทำนั้นทุกประการ

จำเดิมแต่นั้นมา มหาพราหมณ์เล่นพนันก็ปราชัยพ่ายแพ้แก่พระมหากษัตริย์จนสิ้นทรัพย์ยากไร้ลงแล

นางนักพฤฒิสกลกำนัล แลนางเฒ่าแกก็สรรเสริญสาธุการว่าเจ้ากล่าวนิยายไพเราะนักหนา

นางตันไตรยจึงตอบว่า “เสฺว” วาระวันพรุ่งนี้ แลข้าพเจ้าได้เข้ามาเฝ้าฝ่าลอองพระบาทอิก จะเล่านิยายอื่นให้ไพเราะกว่านี้

วาระวันนั้นหมู่อมรเทพอันสริงสถานกำภูฉัตรนั้น ก็ให้สาธุการสรรเสริญว่า นางผู้นี้ปรีชาประเสริฐยิ่งนัก ควรจะได้ที่เอกอรรคมเหษีแล

ครั้นทิวาวันรุ่งเช้า ฝ่ายวิจิตรวิจารณามหามนตรี ก็ได้รับสั่งโปรดว่า ท่านอย่าหานางอื่นเลย ส่งแต่นางตันไตรยเข้ามาสู่ที่วิวาหมงคลจงทุกวันเถิด ครั้นถึงเวลาวิวาหมงคลวิจิตรวิจารณามหามนตรีจึงยังนางตันไตรยให้ประดับด้วยอลงกฎเนาวรัตนวิจิตร แล้วก็ส่งมารับราชการตามเคย แล้วออกมาอยู่ณที่เฝ้าด้วยสุรางคนารีสกลกำนัลและแสนสนมกำนัลอันประนมนั่งไสว ครั้นเห็นนางตันไตรยก็ยินดีมีวาจาว่า “อมฺม” เชิญแม่เล่านิยาย ฝูงข้าทั้งหลายจะขอฟัง นางจึงโน้มน้าวนิยายโบราณธรรมเนียมมาเล่าให้ฟังดังนี้

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ