๘๐

ฝ่ายงูเกากับหลวงจีนซีหงิมเป็นกองทัพหลังยกตามมาถึง งักหลุยก็ออกไปคำนับรับหลวงจีนซีหงิม เล่าความซึ่งได้รบเสียทีแก่ทหารฮือลันเปียให้หลวงจีนซีหงิมฟังทุกประการ หลวงจีนซีหงิมพูดว่าท่านอย่าวิตก เวลาพรุ่งนี้เราจะออกไปจับเอาตัวมาให้ งักหลุยได้ฟังก็มีความยินดี ครั้นเวลารุ่งเช้าก็ยกกองทัพตรงมาที่ค่ายกองทัพฮวน กิมงึดตุดเห็นก็ขึ้นม้าคุมทหารออกไปจากค่าย งักหลุยเห็นก็สั่งให้งูเกาเข้ารบ งูเกาขับม้าถือกระบองสั้นตรงเข้าไปรบกับกิมงึดตุดได้สิบเพลง กวนเหลง เล็กบุนเหลง เต็กหลุย เงียมเชงฮอง ฮวนเสง งูทอง หกนายก็ขับม้าเข้าช่วยงูเการบ ทหารฮวนชื่อคับตงบุ๋น คับตงบู๊ เลงเมงชิด โอลิปุด ชัดลิซือ ชัดลิโฮว หกนายก็ขับม้าเช้าช่วยกิมงึดตุดรบ จงเหลียงนายทหารยืนอยู่ข้างงักหลุย เห็นทหารสิบสองนายรบกันชุลมุนได้ทีก็ขับม้าสะอึกเข้าไป เอากระบองตีถูกบ่ากิมงึดตุดเกือบจะตกม้าเจ็บปวดนักมอบซบตัวขับม้าหนีไปเข้าค่าย นายทหารเหล่านั้นเห็นกิมงึดตุดถูกกระบองหนีกลับแล้วก็พะว้าพะวังรบไม่เต็มมือ กวนเหลงได้ทีเอาง้าวฟันถูกคับตงบุ๋นตกม้าตาย เล็กบุนเหลงเอากระบอกตีถูกคับตงบู๊ตาย นายทหารฮวนเหล่านั้นเสียทีก็ขับม้าหนีกลับเข้าค่าย โอวเหลงเซียบ๊อขี่กระบือถือกระบี่คุมทหารฮือลันเปียยกออกมาสู้รบกับทหารงักหลุย ทหารงักหลุยฟันแทงทหารฮือลันเปียไม่เข้าก็ท้อใจขับม้าจะหนีกลับ หลวงจีนซีหงิมขี่แรดถือน้ำเต้าขึ้นขับตรงมาร้องเรียกพวกทหารงักหลุยว่าอย่าตกใจเราจะช่วย หลวงจีนซีหงิมก็เอาน้ำเต้าของวิเศษขึ้นแกว่งไปแกว่งมาบังเกิดเป็นนกปากเหล็กบินมาเป็นอันมาก ตรงเข้าจิกลูกตาทหารฮือลันเปียปวดล้มตายหนีไปสิ้น นกปากเหล็กก็บินกลับมาหายเข้าไปอยู่ในน้ำเต้าตามเดิม โอวเหลงเซียบ๊อเห็นก็โกรธขับกระบือเข้ามาใกล้ร้องถามว่า ท่านหลวงจีนองค์นี้มาแต่ข้างไหน เหตุใดจึงได้ทำลายล้างทหารฮือลันเปียของเราเสีย หลวงจีนซีหงิมตอบว่าจำไม่ได้หรือ เรานี้เป็นศิษย์ของโคจีนกุนเซียน อาจารย์ซึ่งจับปิศาจผัวของเจ้ากับตัวเจ้าและบุตรไปจะฆ่าเสีย เรายังได้ช่วยขอชีวิตตัวเจ้ากับบุตรคนหนึ่งไว้ให้รอดอยู่ คิดว่าเจ้าจะไปรักษาตัวอยู่โดยดี บัดนี้กลับมาเข้ากับคนผิดคิดจะลบล้างแผ่นดินซ้องเสียอีก ถ้าเจ้ากลัวตายจงเอาตัวกิมงึดตุดมาส่งให้เสียโดยดี เราจึงจะไว้ชีวิตให้รอดกลับไป โอวเหลงเซียบ๊อได้ฟังก็พิเคราะห์ดู นึกจำได้ว่าเป็นศิษย์ของโคจีนกุนเซียนก็ตกใจ จึงนึกว่าความรู้วิชาเราเห็นจะสู้เขาไม่ได้จะทำประการใดดี จึงพูดว่าท่านไม่รู้หรือ กิมงึดตุดคนนี้เง็กเซียงฮ่องเต้รับสั่งให้มาเกิดเป็นข้าศึกลงโทษแก่เจ้าแผ่นดินซ้อง งักฮุยนั้นเมื่อจะมาเกิดเป็นมนุษย์บุตรข้าพเจ้าเล่นน้ำอยู่ งักฮุยนกอินทรีลงจิกเอาตาบอดจนตายไป ข้าพเจ้าจึงได้มีใจเจ็บแค้นมาช่วยกิมงึดตุดจะฆ่าบุตรงักฮุยทดแทนบุตรข้าพเจ้า การอันนี้ไม่เกี่ยวข้องกับท่านจะมาช่วยเขาทำไม หลวงจีนซีหงิมว่าเจ้าพูดไม่ถูก บุตรเจ้าตามงักฮุยไปทำให้น้ำท่วมที่ตำบลทึงอิมกุ้ยให้ผู้คนตายเสียนักหนา เซียงเต้จึงได้เอาบุตรเจ้าไปฆ่าเสีย ซึ่งเจ้าจะพยาบาทอาฆาตต่อบุตรหลานของงักฮุยนั้นไม่ชอบ ถ้าขืนจะเข้าด้วยคนผิดเราก็คงจะฆ่าเจ้าเสียให้ได้ โอวเหลงเซียบ๊อได้ฟังก็โกรธพูดว่าเราไม่ให้กองทัพข้ามไปได้ ท่านมีความรู้วิชาดีก็จงมาตีค่ายของเราเถิด หลวงจีนซีหงิมขับแรดเข้ารบกับโอวเหลงเซียบ๊อได้สามเพลง โอวเหลงเซียบ๊อก็ถอยกลับเข้าค่าย หลวงจีนซีหงิมตามไป โอวเหลงเซียบ๊อเอาธงดำของวิเศษขึ้นโบกบังเกิดเป็นลมพัดพายุหนักน้ำท่วมนองขึ้นมาบนตลิ่ง สัตว์ในน้ำที่ดุร้ายต่าง ๆ ก็อ้าปากเข้ามาจะคาบจะกัดหลวงจีนซีหงิมและนายทหารซ้องทั้งปวง หลวงจีนซีหงิมร่ายมนต์บันดาลให้ฟ้าผ่าลงมา สัตว์น้ำเหล่านั้นก็หายไปสิ้น ค่ายโอวเหลงติ้นก็แตกพังทำลายไป หลวงจีนซีหงิมเข้าไล่จับโอวเหลงเซียบ๊อ โอวเหลงเซียบ๊อกลายเป็นมังกรดำตรงเข้ามาจะกัดหลวงจีนซีหงิม หลวงจีนซีหงิมร่ายมนต์มังกรดำอ่อนสิ้นฤทธิ์ก็จับตัวได้ชักกระบี่ออกจะฆ่าเสีย โอวเหลงเซียบ๊อมังกรดำร้องขอชีวิต หลวงจีนซีหงิมว่าเราไม่ฆ่าแล้วจะเอาตัวไปให้ท่านอาจารย์ หลวงจีนซีหงิมร้องบอกงักหลุยกับนายทหารทั้งปวงว่า เราจะเอาตัวโอวเหลงเซียบ๊อไปให้ท่านอาจารย์ เชิญท่านทั้งหลายสู้รบไปเถิด หลวงจีนซีหงิมก็ขับแรดพาเอาตัวโอวเหลงเชียบ๊อมังกรดำหายไป งักหลุยเห็นค่ายโอวเหลงติ้นแตก ได้ยินหลวงจีนซีหงิมร้องบอกมาดังนั้น ก็ขับทหารเร่งเข้าตีค่ายกิมงึดตุดหักพังเข้าไป ทหารฮวนสู้รบต้านทานไม่ได้ก็แตกหนี กิมงึดตุดนั้นถูกกระบองของจงเหลียงตีเจ็บป่วยมาก มือข้างหนึ่งถืออาวุธไม่ถนัด เห็นกองทัพพวกของตัวแตกก็ขึ้นม้าขับหนีไป งูเกาไล่ตามทันร้องตวาดว่ากิมงึดตุดจะหนีไปไหน วันนี้เป็นวันตายแล้ว ก็เอากระบองตีกิมงึดตุด กิมงึดตุดเอาง้าวรับไว้แล้วว่า งูเกาวันนี้เจ้าข่มเหงเรานักหนา งูเกาตอบว่าวันนี้คงได้เห็นฝีมือกัน ก็เอากระบองตีรุกเข้าไป กิมงึดตุดป่วยสู้ได้แต่มือเดียว ทานกำลังงูเกาไม่ได้ก็ตกม้า งูเกาโดดม้าลงไปกอดตัวคร่อมขี่กิมงึดตุดไว้ กิมงึดตุดดิ้นสะบัดไม่ไหวเสียใจ รากโลหิตออกมาขาดใจตายในขณะนั้น งูเกาเห็นกิมงึดตุดตายด้วยกำลังฝีมือของตัวก็ดีใจ หัวเราะด้วยเสียงอันดังเลยไปจนขาดใจตายอยู่ที่นั้นด้วยกัน ทหารงักหลุยไล่ฆ่าฟันทหารฮวนไปจนถึงแม่น้ำซินฮัวกัง ที่ลงเรือข้ามฝากหนีไปได้ก็มี ที่ลงเรือไม่ทันตายในที่รบและจับตัวได้เป็นอันมาก เล็กบุนเหลงจับตัวคับมิชีได้ กวนเหลงจับแปะงันคุดโตนายทหารใหญ่ได้ เงาเหลียนตัดศีรษะโอเปกลัดได้ก็พาเอามาให้งักหลุยแม่ทัพ งูทองเห็นบิดากับกิมงึดตุดตายอยู่ด้วยกันก็ร้องไห้ เอาความมาแจ้งแก่งักหลุย งักหลุยพานายทหารทั้งปวงไปดูศพ ทหารเลวที่ได้เห็นเมื่องูเกาจับกิมงึดตุดได้นั้นก็เล่าให้งักหลุยฟังทุกประการ งักหลุยให้ทำหีบใส่ศพงูเกา ให้เอาหีบมาไล่ศพกิมงึดตุดไว้ แล้วให้ทหารเอาตัวคับมิชีกับแปะงันคุดโตไปฆ่าเสีย เอาศพกิมงึดตุดกับคับมิชี แปะงันคุดโตฝังไว้ที่ตำบลซึ่งมีชัยชนะฆ่ากิมงึดตุดตาย ให้นายทหารถือไปกราบทูลพระเจ้าซ้องเฮาจง ณ เมืองนิ่มอัน ครั้นจัดการเสร็จแล้วก็สั่งให้เตียเฮง เฮงปิว ทำแพส่งทหารข้ามแม่น้ำซินฮัวกังไป

ฝ่ายหัวเมืองรายทางและนายทหารฮวนซึ่งรักษาด่านทางทุกแห่งทุกตำบล แจ้งว่ากิมงึดตุดเสียทีแก่ข้าศึกตายในที่รบก็ตกใจ ไม่มีใครคิดที่จะต่อสู้ งักหลุยก็เดินกองทัพไปได้โดยสะดวกจนใกล้จะถึงเมืองไตกิมก๊กทางประมาณห้าสิบลี้ ก็หยุดกองทัพตั้งค่ายมั่นลงไว้ ทำหนังสือให้ทหารถือไปถึงลังจู๊ให้จัดกองทัพออกมารบ

ฝ่ายลังจู๊เจ้าเมืองไตกิมก๊กแจ้งว่ากิมงึดตุดเสียทัพตัวตายในกลางศึก กองทัพซ้องยกเข้ามาตั้งอยู่ใกล้เมืองแล้วก็มีความวิตกยิ่งนัก จึงปรึกษากับขุนนางทั้งปวงว่าการจวนตัวเข้าดังนี้แล้วท่านคิดประการใด เซียวเงยขุนนางผู้ใหญ่พูดว่ากิมงึดตุดที่เป็นกำลังศึกสงครามก็ตายเสียแล้ว ไม่เห็นผู้ใดที่จะต้านทานกองทัพงักหลุยได้ ขอท่านจงเขียนหนังสือยอมสามิภักดิ์ ส่งศพสองกษัตริย์ออกไปให้งักหลุยแม่ทัพระงับการศึกสงครามไว้ ลังจู๊ได้ฟังก็เห็นชอบ จึงสั่งให้ฮวนงันกิมก๊อผู้เป็นอาออกไปว่ากล่าวอ่อนน้อมยอมสามิภักดิ์ระงับการศึกเสียให้ได้ ฮวนงันกิมก๊อก็จัดบ่าวไพร่พอสมควร ออกจากเมืองตรงไปถึงกองทัพงักหลุย บอกกับขุนนางนายทหารซึ่งตั้งอยู่หน้าค่ายว่า ข้าพเจ้าชื่อฮวนงันกิมก๊อเป็นอาลังจู๊เจ้าเมืองไตกิมก๊ก ลังจู๊ใช้ให้มาเจรจาความเมืองกับท่านแม่ทัพ นายทหารเอาความเข้าไปแจ้งแก่งักหลุย งักหลุยสั่งให้ประชุมนายทัพนายกองมาพร้อมกันแล้ว จึงให้ขุนนางนายทหารออกไปรับฮวนงันกิมก๊อเข้ามาในค่ายคำนับกันแล้ว ฮวนงันกิมก๊อจึงว่าลังจู๊เจ้าเมืองไตกิมก๊กให้ข้าพเจ้ามาแจ้งแก่ท่านว่า แต่ก่อนกิมงึดตุดยกไปทำการแก่แผ่นดินซ้องให้ได้ความเดือดร้อนนั้นก็เป็นข้อผิดใหญ่ บัดนี้กิมงึดตุดก็ตาย สองกษัตริย์ซึ่งเอามากักขังไว้นั้นก็ดับสูญเสียหลายปีมาแล้ว ได้เอาศพใส่หีบฝังไว้ บัดนี้ลังจู๊จะยอมสามิภักดิ์เป็นเมืองขึ้นประเทศราชขึ้นแก่แผ่นดินซ้อง ขอท่านจงได้เมตตาเอ็นดูอย่าทำแก่บ้านเมืองให้ราษฎรได้ความเดือดร้อนเลย งักหลุยจึงตอบว่าการซึ่งกิมงึดตุดยกกองทัพล่วงเดินเข้าไปทำแก่บ้านเมืองให้เจ้านายของเราได้ความลำบากนั้น ราษฎรไพร่บ้านพลเมืองก็มีใจเจ็บแค้นทุกตัวคน แต่เราจะคิดเห็นว่าการซึ่งเป็นมาแล้วนั้นก็เพราะเทวดาฟ้าและดินให้เป็นไป ครั้นจะผูกเวรพยาบาทกระทำทดแทนให้สมควรแก่การซึ่งเป็นมาแต่ก่อน ก็คิดสงสารแก่อาณาประชาราษฎรไพร่บ้านพลเมืองจะได้ความเดือดร้อนเป็นเวรติดต่อกันไปเราหาต้องการไม่ เราจะได้ยอมรับเป็นไมตรี แต่จะขอให้เจ้านายของท่านทำหนังสือสัญญาสามิภักดิ์โดยความอ่อนน้อมเป็นอันดี ถึงปีให้ส่งเครื่องบรรณาการไปตามธรรมเนียมอย่าให้ขาด ข้อหนึ่งของเครื่องสำหรับกษัตริย์ที่กิมงึดตุดเก็บเอามาแต่เมืองเปียนเหลียงนั้น ให้ส่งคืนมาจนสิ้น ให้ลังจู๊เจ้าเมืองไตกิมก๊กแต่งขุนนางเป็นทูตเชิญพระศพสองกษัตริย์ไปส่งให้ถึงเมืองนิ่มอัน ข้อหนึ่งซึ่งขุนนางและไพร่พลแผ่นดินซ้องซึ่งตกมาเป็นเชลยอยู่นั้นให้ส่งตัวคืนมาให้สิ้น ฮวนงันกิมก๊อว่าสองกษัตริย์นั้นได้จัดที่ฝังพระศพไว้ ทั้งฮองเฮารวมอยู่ด้วยกันสิ้น ขุนนางที่ตามเสด็จมานั้นสาบสูญล้มตายหายไปเสียหมดยังเหลืออยู่แต่เตียกีเสงคนเดียว ตั้งบ้านเรือนอยู่ที่ฝังพระศพสองกษัตริย์ ข้าพเจ้าจะส่งตัวเตียกีเสงออกมาให้ ฮวนงันกิมก๊อก็คำนับลางักหลุยกลับเข้าเมืองแจ้งความแก่ลังจู๊ตามซึ่งงักหลุยแม่ทัพเอาความสี่ข้อนั้นเล่าให้ฟัง ลังจู๊ก็ยอมจึงเขียนหนังสืออ่อนน้อมสามิภักดิ์ แล้วจัดให้ฮวนงันกิมก๊อผู้อาเป็นราชทูตเชิญพระศพสองกษัตริย์กับศพแต้ฮองเอาเฮียฮองเฮา รวมเป็นสี่ศพ กับเตียกีเสงขุนนางซึ่งยังเหลืออยู่คนหนึ่ง กับทั้งเครื่องสำหรับกษัตริย์สิ่งของดี ๆ ซึ่งกิมงึดตุดเก็บเอามาแต่เมืองเปียนเหลียง และเครื่องราชบรรณาการเป็นอันมากส่งไป ณ ค่ายงักหลุย งักหลุยแม่ทัพกับนายทหารทั้งปวงออกมารับเชิญหีบศพสองกษัตริย์กับสองฮองเฮาเข้าไปตั้งในค่ายแล้วกระทำเซ่นคำนับพร้อมกันทั้งนายและไพร่ เสร็จแล้วจัดขุนนางนายทหารคุมไพร่สามพันนำราชทูตเชิญพระศพสองกษัตริย์กับเตียกีเสงล่วงไปเมืองนิ่มอันก่อน ฮวนงันกิมก๊อราชทูตกับเตียกีเสงและขุนนางทหารก็คำนับลาเชิญพระศพออกเดินทางล่วงหน้าไป

ฝ่ายนายทหารในกองทัพงักหลุยจึงเข้าไปพูดกับงักหลุยว่า เรายกกองทัพมาครั้งนี้ ไพร่พลก็ได้ความลำบากล้มตายเสียนักหนา ล่วงเข้ามาถึงเมืองไตกิมก๊กแล้ว การจะต้องให้มีผลประโยชน์แก่ทหารทั้งปวงบ้างจึงจะดี งักหลุยจึงว่าการอันนี้เราก็คิดแล้ว แต่คิดเห็นว่าเมืองไตกืมก๊กเป็นเมืองใหญ่ใจคนก็กระด้าง ครั้นจะกดขี่เอากันนักก็จะชอกช้ำหมองหมางเป็นเวรติดต่อกันไป เราจึงได้เอาความดีเข้าต่อ ให้ไพร่บ้านพลเมืองเห็นความดีว่าพวกเราไม่มีความเบียดเบียน ให้ความดีของเราปรากฏอยู่กับแผ่นดินสืบต่อไป โดยว่าการข้างหน้าเจ้าแผ่นดินไตกิมก๊กจะคิดเป็นศัตรูขึ้นเหมือนกิมงึดตุด ก็คงมีความละอายแก่ราษฎรและราษฎรเหล่านั้นก็จะไม่เต็มใจด้วย เราคิดเห็นการดังนี้ จึงสู้ระงับความโลภและความปรารถนาสรรพสิ่งทั้งปวงเสีย ท่านทั้งปวงอย่าเสียใจเลยว่ามาชนะศึกตีได้บ้านเมืองใหญ่ทั้งทีไม่มีของสิ่งใดไปฝากบุตรภรรยา การอันนี้จงอดใจเสียเถิดเอาแต่ความดีให้ปรากฏไว้ จำเริญยืดยาวกว่าได้ของสรรพสิ่งทั้งปวง นายทัพนายกองได้ฟังแม่ทัพพูดอธิบายดังนั้นก็เห็นชอบด้วย

ฝ่ายลังจู๊เจ้าเมืองไตกิมก๊ก ก็จัดสิ่งเสบียงอาหารออกมาส่งกองทัพพร้อมบริบูรณ์แล้ว งักหลุยแม่ทัพก็สั่งให้เลิกกองทัพเดินกลับมาตามระยะทาง พ้นเขตแดนฮวนถึงตำบลจูเซียนติ้นแล้ว แต่บรรดาราษฎรหัวเมืองรายทางในเขตแผ่นดินซ้อง ก็จัดเครื่องบูชาและของกินออกมาตั้งตามหน้าบ้านหน้าเรือนคำนับสรรเสริญให้พรงักหลุยรายทางมา

ฝ่ายฮวนงันกิมก๊อกับเตียกีเสงและขุนนางนายทหารของงักหลุย เชิญพระศพและเครื่องราชบรรณาการมาถึงเมืองหลวงแล้ว ก็บอกให้ขุนนางเจ้าพนักงานกราบทูลพระเจ้าซ้องเฮาจงทรงทราบแล้วก็ดีพระทัย รับสั่งกับขุนนางผู้ใหญ่ให้จัดกระบวนแห่พร้อมด้วยขุนนางข้าราชการ ออกมารับเชิญพระศพสองกษัตริย์กับฮองเฮาถึงนอกเมือง แห่เชิญเข้าไปตั้งไว้ที่ตำหนักพระราชวัง พองักหลุยยกกองทัพกลับมาถึง ขุนนางผู้ใหญ่ผู้น้อยก็ออกมารับงักหลุยแม่ทัพกับนายทหารทั้งปวงเข้าไปในพระราชวัง ครั้นเวลาเสด็จออกเจ้าพนักงานทูลเบิกทรงทราบแล้ว พระเจ้าซ้องเฮาจงก็รับสั่งให้หางักหลุยกับนายทหารเข้าไปเฝ้า กราบทูลข้อความซึ่งได้สู้รบมีชัยชนะแก่พวกฮวนเมืองไตกิมก๊กให้ทรงทราบทุกประการ พระเจ้าซ้องเอาจงได้ฟังก็มีพระทัยยินดีตรัสแก่งักหลุยว่า ท่านยกกองทัพไปปราบเมืองฮวนได้มาตกอยู่ในอำนาจ เชิญพระศพสองกษัตริย์กลับมาเมืองได้นั้น มีความชอบต่อแผ่นดินเป็นอันมาก ท่านทั้งปวงไปได้ความยากลำบากเหนื่อยนักหนา เราจะตั้งแต่งให้มียศศักดิ์ใหญ่โดยสมควร จงพากันกลับไปบ้านพบบุตรภรรยาเสียก่อนให้สบายเถิด เวลาอื่นจึงค่อยเข้ามา งักหลุยและนายทหารทั้งปวงก็กราบถวายบังคมลาแยกย้ายกันกลับไปบ้านเรือน พระเจ้าซ้องเฮาจงรับสั่งให้ขุนนางเจ้าพนักงานไปรื้อบ้านชีนไคว่เสียให้สิ้นของเก่าแล้ว ให้ก่อตึกทำที่ข้างหน้าข้างในให้รโหฐานใหญ่โต จะพระราชทานให้งักหลุยแม่ทัพซึ่งไปชนะศึกฮวนมีความชอบมาก สั่งให้ปลูกศาลใหญ่ขึ้นใหม่ที่ตำบลซีเหียเนี้ยจะไว้รูปบูเชียงก๋งกับนายทหารให้กว้างขวางใหญ่โต แล้วสั่งให้เจ้าพนักงานนำฮวนงันกิมก๊อ ราชทูตเมืองไตกิมก๊กเข้ามาเฝ้าตรัสปราศรัยว่า เมืองไตกิมก๊กกับแผ่นดินซ้องแต่ก่อนก็เป็นไมตรีกัน กิมงึดตุดเห็นว่าพระมหากษัตริย์แผ่นดินซ้องโลเลเชื่อถือแต่ขุนนางกังฉิน จึงได้ยกกองทัพเข้ามากระทำแก่บ้านเมืองจับเอาสองกษัตริย์ไป เราก็มีความน้อยใจอยู่ แต่บัดนี้ลังจู๊เจ้าเมืองไตกิมก๊กคนใหม่รู้สึกโทษอ่อนน้อมยอมสามิภักดิ์โดยดีแล้วเราก็สิ้นความพยาบาท ท่านจงไปบอกลังจู๊เจ้าเมืองไตกิมก๊กเถิดว่าให้รักษาข้อคำสัญญาไว้ให้มั่นคงบ้านเมืองจึงจะมีความสุขเจริญ ตรัสแล้วก็สั่งให้พระราชทานสิ่งของให้ราชทูตและขุนนางซึ่งมาส่งเครื่องราชบรรณาการตามธรรมเนียม ฮวนงันกิมก๊อก็กราบถวายบังคมลากลับไปเมืองไตกิมก๊ก พระเจ้าซ้องเฮาจงสั่งให้เจ้าพนักงานทำที่ฝังศพสองกษัตริย์เสร็จแล้ว ถึงวันฤกษ์ดีก็เชิญพระศพแห่เต็มไปด้วยอิสริยยศออกไปกระทำเซ่นบูชาฝังตามธรรมเนียมศพพระมหากษัตริย์มาแต่ก่อน เสร็จแล้วก็เสด็จกลับเข้าพระราชวัง สั่งให้ประชุมแม่ทัพนายกองมาพร้อมกันในที่เสด็จออก ตรัสว่าบูเชียงก๋งมีความชอบต่อแผ่นดินมาก ใจคอซื่อสัตย์มั่นคงหาผู้เสมอมิได้ หองให้ปู่และบิดาของบูเชียงก๋งที่ล่วงไปแล้วนั้นเป็นที่อ๋อง เลื่อนหองบูเชียงก๋งขึ้นเป็นบูเม้กอ๋อง เชิญรูปไปไว้ที่หอตังชินเปียวเหมือนกับหอไทเปียว ที่ไว้รูปเชื้อพระวงศ์กษัตริย์ เลื่อนนางลีสีฮูหยินเป็นที่ฮวดอ๋องฮูหยิน ตั้งงักหลุยเป็นที่เพงปักอ๋องแม่ทัพใหญ่ ตั้งนางเตียกุนจู๊ภรรยางักหลุยเป็นที่ชีนเต็กฮูหยิน ตั้งงักเข่ง งักหลิม งักจิ้น เป็นที่เจียงกุนขุนนางนายทหารผู้ใหญ่ หองให้งักฮุน เตียเหียน งูเกา เตียเปา เฮงหวย ซีฉวน หกนายที่ตายนั้นเป็นที่เจียงกุน หองให้กิดแช เลียงเฮง เตียหุน จิวแช เอาเอียงซองเสียง เฮงกุ้ย ทึงฮวย เตียเฮียน จูกัดเอง เอียไจเฮง ตังเชียน กอทอง แต้ฮวย เตียกุย อือฮวยเหลง ฮอง่วนเคง สิบหกนายที่ตายในกลางศึกนั้นเป็นพระภูมิเจ้าที่มีศาลต่าง ๆ ด้วยกันทุกคน ตั้งให้งูทอง ฮันคิเหลง ฮันคิหอง แต้ซีปอ เอียคีจิว ตังเอียวจง กิดเซงเหลียง เล็กบุนเหลง เงาเหลียน ซีหอง จงเหลียง เงียมเชงฮอง ฬอหอง อือหลุย ยี่สิบนายเป็นที่จงเปียว่าฝ่ายทหารกำกับหัวเมือง ตั้งให้จูกัดกิมเป็นที่สิหนึ่งขุนนางที่ปรึกษาในการทัพศึก กับตั้งให้เตียเอง เฮงปิวเป็นที่ขุนนางนายทหารหน้า บรรดาทหารเลวซึ่งไปราชการทัพกับงักหลุยนั้นที่ยังอยู่ทำราชการก็ให้เพิ่มเบี้ยหวัดเงินเดือนขึ้นอีกส่วนหนึ่ง ที่ลาออกจากราชการกลับไปก็พระราชทานหนังสือคุ้มห้ามค่านาและภาษีอากรให้ทุกคน ที่ตายในการศึกก็ให้เจ้าพนักงานเอาเงินไปพระราชทานให้บุตรภรรยาคนละสิบตำลึง งักหลุยแม่ทัพกับนายทหารทั้งปวงก็คุกเข่าลงคำนับรับที่ตั้งแล้ว ก็ถวายบังคมลากลับไป แล้วพระเจ้าซ้องเฮาจงก็ตั้งให้เตียกีเสงเป็นที่ไซซือขุนนางผู้ใหญ่ ตั้งให้เตียซินเป็นที่ตินก๊กก๋ง แล้วรับสั่งให้ข้าหลวงถือหนังสือไปเมืองฮุนหนำตั้งให้ลิซุดโพ๊วเป็นที่สุนกีอ๋อง ผู้สำเร็จราชการแขวงเมืองฮุนหนำทั้งปวง ตั้งให้เฮกมันเหลงเป็นที่จุนหงีเจียงกุนขุนนางนายทหาร กับพระราชทานเงินทองแพรพรรณไปให้นางชาฮูหยินกับชาฮกผู้บุตรโลฮวยอ๋อง ซึ่งตั้งอยู่หัวเมืองต่อแดนกับเมืองฮุนหนำเสร็จแล้ว หัวเมืองแขวงฮุนหนำนั้นก็จัดเครื่องบรรณาการส่งมาอ่อนน้อมถวายทุกปีมิได้ขาด

ฝ่ายนางลีสีซึ่งเป็นฮวดอ๋องฮูหยินครั้นได้วันฤกษ์ดีก็ทำการมงคลให้ งักเข่ง งักจิ้น อยู่กินกับบุตรสาวเตียกีเสงและเตียซินเป็นสามีภริยากัน พระเจ้าซ้องเฮาจงทรงทราบก็พระราชทานสิ่งของเงินทองให้เป็นอันมาก พวกแซ่งักมียศและความสุขทั่วกัน พระเจ้าซ้องเฮาจงเอาพระทัยสอดส่องในราชการใหญ่น้อย ทรงประพฤติอยู่ในยุติธรรม บ้านเมืองปราศจากข้าศึกศัตรูโจรผู้ร้าย ราษฎรไพร่บ้านพลเมืองได้ทำมาหากินเป็นสุขเจริญทั่วทั้งพระราชอาณาเขต.

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ