๒๐

ฝ่ายลังจู๊เจ้าเมืองไตกิมก๊กครั้นถึงปีใหม่ตรุษจีนแล้วก็สั่งให้กิมงึดตุดยกกองทัพไปตีหัวเมืองซึ่งขึ้นกับเมืองเปียนเหลียงต่อไป กิมงึดตุดให้ทหารไปเร่งกองทัพหัวเมืองมาพร้อมได้จำนวนคนห้าสิบหมื่น ครั้นถึงวันฤกษ์ดีก็ยกกองทัพออกจากเมืองไตกิมก๊ก เดินรอนแรมล่วงระยะหัวเมืองเข้าทางเมืองเปียนเหลียง ถึงแม่น้ำอึ้งโหก็ให้หยุดกองทัพตั้งค่ายรายลงไว้ตามริมแม่น้ำ ครั้นถึงเดือนเจ็ดขึ้นสิบห้าค่ำเป็นวันสารท กิมงึดตุดให้ทำของเครื่องเซ่นตามธรรมเนียมปี แล้วก็พาพวกนายทัพนายกองกับคังอ๋องขี่ม้าไปเซ่นปิศาจ คังอ๋องนั้นเดินตามไปข้างหลังเป็นลมหน้ามืดจะพลัดตกจากหลังม้าลง แล้วได้สติฉวยผมม้าไว้ได้หาตกไม่ ลูกเกาทัณฑ์ที่เหน็บมาในซองพลัดตกลงที่ดิน

ฝ่ายซุยเฮาตามสะกดมาครั้นเห็นลูกเกาทัณฑ์ของคังอ๋องตกลงก็หยิบลูกเกาทัณฑ์ส่งให้คังอ๋อง กิมงึดตุดแลเห็นก็หยุดม้าถามว่าคนที่เก็บลูกเกาทัณฑ์นั้น ดูท่วงทีเหมือนชาวเมืองเปียนเหลียง ซุยเฮาคำนับแล้วบอกว่าเดิมข้าพเจ้าอยู่เมืองเปียนเหลียงเป็นหมอรักษาม้า เที่ยวมารักษาม้าอยู่ในแขวงเมืองของท่าน ครั้นท่านยกกองทัพมาข้าพเจ้าก็ตามมาม้าของผู้ใดป่วยเจ็บข้าพเจ้าก็รักษาพอได้ค่ายารับประทาน กิมงึดตุดจึงว่าถ้าดังนั้นเจ้าจงอยู่กับคังอ๋องเถิด ครั้นทำการเซ่นผีกลับมาค่าย กิมงึดตุดให้ทำโต๊ะเลี้ยงแต่บรรดานายทัพนายกอง เมื่อขณะกินโต๊ะอยู่นั้นคังอ๋องคิดว่าตัวเราตกมาอยู่กับกิมงึดตุด ถึงเทศกาลตรุษสารทก็หามีของเซ่นปู่ย่าตายายคำนับญาติพี่น้องเหมือนเขาไม่ คิดดังนั้นก็โศกเศร้าน้ำตาไหลหยดลงที่โต๊ะ กิมงึดตุดแลเห็นจึงถามว่านั่งกินโต๊ะอยู่ด้วยกันเป็นที่สบาย เหตุใดท่านจึงร้องไห้ ซุยเฮาชิงบอกขึ้นว่าคังอ๋องไม่สบายป่วยมาแต่เวลาวานนี้แทบจะตกม้าก็ครั้งหนึ่งแล้ว เวลาวันนี้เสพสุราเข้าไปก็ให้วิงเวียนหน้ามืดน้ำตาไหลออกมาอีก กิมงึดตุดว่าไม่สบายแล้วก็จงกลับไปนอนเสียเถิด คังอ๋องกับซุยเฮาก็คำนับลากิมงึดตุดไปที่อยู่ ซุยเฮาเข้าไปนั่งปรนนิบัติครั้นเห็นไม่มีผู้คนแล้วก็เอาหนังสือออกจากมือเสื้อส่งให้คังอ๋อง คังอ๋องเห็นสำคัญว่าเป็นลายมือของพระเจ้าซ้องคิมจงก็ร้องไห้ พอคนใช้เข้ามาบอกว่ากิมงึดตุดเข้ามาเยี่ยม คังอ๋องก็เอาหนังสือนั้นซ่อนเสียแล้วก็ออกมาคำนับกิมงึดตุด กิมงึดตุดถามว่าท่านป่วยอาการค่อยคลายแล้วหรือยัง คังอ๋องว่าค่อยยังชั่วขึ้นแล้วแต่ยังหาปรกติไม่ ขณะนั้นมีนกบินมาจับอยู่ที่ประตูค่ายตัวหนึ่งโตเท่าแม่ไก่สีขนงามประหลาด นกพูดว่าเตียเกา กิมงึดตุดได้ฟังก็หาเข้าใจไม่ จึงว่านกนี้พูดสำเนียงเหมือนคนเขาเรียกว่านกอะไร คังอ๋องได้ฟังนกพูดก็เข้าใจความ แกล้งบอกกิมงึดตุดว่านกอย่างนี้ที่เมืองเปียนเหลียงนาน ๆ ก็มีมาครั้งหนึ่ง ชื่อจุนหงี ถ้าใครได้เห็นได้พบก็ว่าเป็นเป็นมงคล กิมงึดตุดว่าสำเนียงนกพูดเหมือนชาวเมืองเปียนเหลียงท่านเข้าใจหรือ คังอ๋องว่าเข้าใจอยู่แต่ข้าพเจ้าไม่อาจจะพูด กิมงึดตุดว่าพูดเถิดอย่าเกรงใจเราเลย คังอ๋องจึงบอกว่า คือคำนกพูดนั้นว่าท่านเป็นสุกรจะตัดคอท่านให้ขาด กิมงึดตุดได้ฟังก็โกรธจับเกาทัณฑ์ขึ้นจะยิง คังอ๋องว่าท่านอย่ายิงเลยข้าพเจ้าจะยิงเองว่าแล้วก็รับเกาทัณฑ์มาจากมือกิมงึดตุด อธิษฐานว่าถ้าวาสนาแผ่นดินซ้องยังไม่สูญสิ้นแล้ว และข้าพเจ้าจะหนีไปกู้บ้านเมืองขึ้นได้ตามความประสงค์ ขอให้นกนี้คาบลูกเกาทัณฑ์ซึ่งข้าพจ้าจะยิงไปได้แล้วบินหนีไปทางทิศที่จะพ้นข้าศึกศัตรู ครั้นสิ้นอธิษฐานแล้วก็ยิงเกาทัณฑ์ไป นกนั้นคาบลูกเกาทัณฑ์ได้บินไปทางเมืองเปียนเหลียง ซุยเฮาจึงว่ากับคังอ๋องว่าท่านจงขึ้นม้ารีบตามนกไปโดยเร็วเถิด คังอ๋องก็ขึ้นม้าควบตามนกไปทางเมืองเปียนเหลียง กิมงึดตุดเห็นดังนั้นก็นึกว่าคังอ๋องนี้โง่นักไม่ควรจะเสียดายลูกเกาทัณฑ์ลูกหนึ่งต้องตามไปให้เหนื่อย ขณะนั้นมีทหารมาแจ้งกับกิมงึดตุดว่าคังอ๋องควบม้าไปโดยเร็วเหยียบผู้คนเจ็บป่วยหลายคน กิมงึดตุดได้ฟังกลัวว่าคังอ๋องพึ่งหายป่วยขี่ม้าไม่ถนัด ม้าจะพาควบไปตกลง กิมงึดตุดก็ขึ้นม้าตามไปพอเห็นหลัง กิมงึดตุดร้องเรียกคังอ๋องให้หยุด คังอ๋องก็ไม่หยุด กิมงึดตุดเอาเกาทัณฑ์ยิงไปถูกม้าคังอ๋องล้ม คังอ๋องก็ตกม้าลง พอดีตาแก่จูงม้าตัวอื่นเข้ามาให้ คังอ๋องก็ขึ้นม้าควบไปอีก ครั้นถึงแม่น้ำเหียบกัง เหลียวหลังมาดูเห็นกิมงึดตุดขับม้ากระชั้นเข้ามา คังอ๋องก็ควบม้าเลยลงไปในแม่น้ำเหียบกัง ม้านั้นข้ามน้ำไปได้ด้วยอำนาจเทพยดาบำรุงรักษา พอกิมงึดตุดตามมาถึงฝั่งน้ำแลไปเห็นคังอ๋องกับม้าจมน้ำหายไป กิมงึดตุดก็สำคัญว่าคังอ๋องจมน้ำตาย มีความสงสารยืนร้องไห้อยู่ริมฝั่งน้ำ แล้วก็กลับมาคิดโกรธคนแก่ว่าเอาม้ามาให้คังอ๋อง สั่งให้ทหารไปเที่ยวค้นหาถ้าพบปะเอาตัวมาฆ่าเสีย ครั้นเดินมาถึงกลางทางเห็นซุยเฮานอนตายอยู่ริมทางมีแผลมีดเชือดคอ กิมงึดตุดจึงพูดกับทหารที่ตามไปว่า ซุยเฮานี้ตามคังอ๋องไม่ทันเสียใจกลัวว่าเราจะทำโทษจึงได้ฆ่าตัวตายเสีย พูดดังนั้นแล้วก็กลับมาค่าย จัดให้นายทหารคุมกองทัพยกไปเที่ยวปราบปรามเกลี้ยกล่อมแต่บรรดาหัวเมืองใหญ่น้อยซึ่งขึ้นแก่เมืองเปียนเหลียง ตัวกิมงึดตุดหยุดกองทัพใหญ่อยู่ที่เมืองฮ่อกันฮู้

ฝ่ายคังอ๋องข้ามแม่น้ำเหียบกังพ้นข้าศึกไปได้ก็มีความยินดีรีบขับม้าไปถึงชายเขาแห่งหนึ่ง ม้านั้นทำพยศจนคังอ๋องพลัดตกลง ม้านั้นก็วิ่งหนีสูญหายเข้าไปในป่า คังอ๋องจึงคิดแต่ในใจว่าซึ่งตาแก่เอาม้ามาให้เราขี่ข้ามแม่น้ำเหียบกังมาได้นั้น ชะรอยจะเป็นเทพยดามาช่วยให้พ้นข้าศึกมาได้แล้ว ม้าจึงได้ทำพยศหนีสูญหายไป การต่อไปข้างหน้าเทพยดาก็คงจะช่วยเราให้มีถิ่นที่อยู่ คิดแล้วก็เดินไปตามทางพอเวลาจวนจะค่ำพบศาลเจ้าแห่งหนึ่ง คังอ๋องก็มีความยินดีเดินเข้าไปถึงศาล เห็นอักษรจารึกว่าศาลเจ้าซุยฮูกุน เข้าไปในศาลเห็นมีม้าปั้นด้วยปูนไว้ตัวหนึ่ง รูปพรรณสีเหมือนม้าที่ขี่ข้ามแม่น้ำเหียบกังมา คังอ๋องจึงคิดว่าม้าซึ่งเราขี่พ้นข้าศึกมาได้นั้นชะรอยจะเป็นม้าของเจ้าที่ศาลนี้ คังอ๋องเข้าไปคุกเข่าที่หน้าเจ้าแล้วตั้งอธิษฐานว่า ขอให้เจ้านายเทพารักษ์ผู้ศักดิ์สิทธิ์ช่วยให้ข้าพเจ้าได้ครองราชสมบัติเป็นเจ้าแผ่นดินสืบวงศ์ไป แล้วข้าพเจ้าจะสร้างศาลนี้ให้บริบูรณ์ดีงดงามยิ่งขึ้นไป ครั้นอธิษฐานแล้วคังอ๋องก็นอนอยู่ที่ในศาลนั้น

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ