๔๒

ทหารพวกฮวนไปแจ้งกับเนียมฮั่นว่ามีทหารคนหนึ่งขับม้าลงมาจากเขาบุกบั่นจะแหกหักออกไป เนียมฮั่นได้ฟังก็ขึ้นม้าถืออาวุธออกมาพบงักฮุน ได้สู้รบกันประมาณสิบเพลงเนียมฮั่นทานกำลังฝีมือไม่ได้ งักฮุนเอากระบองนั้นตีถูกแขนขวาเนียมฮั่นเจ็บก็ขับม้าหนีกลับเข้าค่าย งักฮุนไล่ฆ่าฟันทหารฮวนแตกกระจายหักออกจากค่ายล้อมได้ ขับม้าไปยังด่านกิมมึงติ้น เดินทางมาหลายวันจึงถึงประตูด่าน บอกทหารให้เข้าไปแจ้งแก่บูก๊วง บูก๊วงให้มารับงักฮุนเข้าไปคำนับแล้ว งักฮุนก็ส่งหนังสือให้ บูก๊วงฉีกผนึกออกอ่านแจ้งความแล้ว จึงว่าเวลาพรุ่งนี้เชิญท่านกลับไปก่อนเถิด ข้าพเจ้าจะเร่งรีบจัดข้าวเสบียงเกณฑ์ทหารได้พรักพร้อมแล้ว จึงจะยกตามไปช่วยฉลองพระเดชพระคุณพระเจ้าซ้องเกาจงให้ออกจากที่ล้อมให้จงได้ ครั้นเวลารุ่งเช้างักฮุนเข้ามาลาไป บูก๊วงผู้รักษาด่านตามออกไปส่งงักฮุนถึงนอกด่าน ครั้นงักฮุนไปแล้วบูก๊วงก็ไปที่สนามหัดดูตรวจตราให้ทหารหัดซ้อมฝีมือกัน

ฝ่ายเต็กหลุยเป็นหลานเต็กเชง รูปร่างใหญ่โตมีสติปัญญาฝีมือเข้มแข็งเป็นคนอนาถา คิดอยากจะใคร่ทำราชการเป็นทหารเที่ยวเดินมาถึงด่านกิมมึงติ้น แจ้งว่าผู้รักษาด่านมาหัดทหารอยู่ที่สนามก็เดินเข้าไปดู ทหารเหล่านั้นเห็นเต็กหลุยใส่เสื้อกางเกงขาดก็คิดสำคัญว่าเป็นคนขอทานห้ามผลักไสเสียไม่ให้เข้าไป ก็เกิดทุ่มเถียงกันขึ้นได้ยินเข้าไปถึงบูก๊วง บูก๊วงถามทหารว่าอื้ออึงกันด้วยเหตุอันใด ทหารบอกว่ามีคนขอทานรูปร่างโตใหญ่จะเข้ามาในสนาม ข้าพเจ้าทั้งหลายห้ามไว้ไม่ฟัง ขืนดึงดันจะเข้ามา บูก๊วงให้ไปเอาตัวผู้นั้นเข้ามาถึงคุกเข่าลงคำนับอยู่ตรงหน้า บูก๊วงเห็นรูปร่างโตใหญ่มีลักษณะเป็นคนกล้าหาญแข็งแรง จึงถามว่าเจ้ามาอื้ออึงอยู่ทำไม เต็กหลุยว่าได้ยินข่าวเลื่องลือว่าท่านให้ซักซ้อมทหาร ถ้าผู้ใดมีฝีมือเข้มแข็งดียิ่งกว่าทหารทั้งปวงแล้ว ท่านจะให้เป็นที่เซียนฮองแม่ทัพหน้ายกไปช่วยพระเจ้าซ้องเกาจง ข้าพเจ้าจึงอยากจะใคร่เข้ามาสอบสวนเพลงอาวุธให้ท่านดู ทหารห้ามไว้จึงได้ทุ่มเถียงกันอื้ออึง บูก๊วงว่าดีแล้วเราก็อยากจะใคร่หาคนมีฝีมือเข้มแข็งอยู่ จึงสั่งให้คนใช้ไปเอาอาวุธหนักห้าสิบชั่งมาให้ชายผู้นั้นรำเพลงให้ดู เต็กหลุยคำนับรับเอาอาวุธขึ้นรำคล่องแคล่วว่องไวดี บูก๊วงเห็นก็ชอบใจว่าชายผู้นี้มีกำลังเข้มแข็งนัก อาวุธหนักถึงห้าสิบชั่งพวกเราหามีผู้ใดรำได้คล่องแคล่วดังนี้ไม่ พอรำเพลงอาวุธจบลงแล้วบูก๊วงจึงถามว่าเจ้านี้ชื่อใดเป็นชาวเมืองไหน เต็กหลุยบอกว่า ข้าพเจ้าเป็นหลานเหลนเชื้อวงศ์ของเพงไซอ๋องคือเต็กเชงตัวข้าพเจ้าชื่อเต็กหลุย บูก๊วงได้ฟังก็มีความยินดีจึงว่า เราเห็นเจ้ามีฝีมือเข้มแข็งว่องไวดี จะตั้งให้เป็นเซียนฮองแม่ทัพหน้ายกไปสมทบกับบูเชียงก๋ง ช่วยเจ้านายกำจัดข้าศึกฮวนได้กลับไปครอบครองบ้านเมืองแล้ว นานไปข้างหน้าเจ้าคงจะได้เป็นขุนนางนายทหารใหญ่ยิ่งขึ้นไปกว่าเรา เต็กหลุยก็คุกเข่าลงคำนับรับที่เซียนฮองแม่ทัพหน้า บูก๊วงจัดข้าวเสบียงและอาหารพรักพร้อมเสร็จแล้ว ได้วันฤกษ์ดีก็ให้เต็กหลุยคุมกองทัพยกไปเขางูเท่าซัว

ฝ่ายเนียมฮั่นถูกกระบองของงักฮุนตีถูกแขนขวากลับไปถึงค่ายเจ็บป่วยอยู่ช้านานพูดกับนายทหารทั้งปวงว่า งักฮุนบุตรงักฮุยนี้มีฝีมือเข้มแข็งฉลาดนัก สิหลีฮวยปานายทหารเอกซึ่งกิมงึดตุดให้ยกไปเมืองทึงอิมกุ้ยเพื่อจับมารดาและบุตรภรรยานั้น เพราะไม่รู้ว่างักฮุนมีฝีมือเข้มแข็งจึงได้มาตายเสีย

ฝ่ายเจ้าเมืองไตกิมก๊ก ตั้งแต่กิมงึดตุดกับเนียมฮั่นบุตรทั้งสองยกกองทัพไปช้านานแล้วไม่ได้ข่าวคราวก็คิดวิตก จึงให้หากิมทันจือบุตรเนียมฮั่น ซึ่งเป็นหลานเข้ามาสั่งว่าเจ้าจงตามบิดาและอาเจ้าไปฟังข่าวราชการ ได้ความประการใดแล้วจงมีหนังสือบอกมาให้เรารู้โดยเร็ว ตัวเจ้าก็กำลังหนุ่มมีฝีมือเข้มแข็ง จงอยู่ช่วยกิมงึดตุดผู้อาทำการศึกสงครามต่อไป กิมทันจือรับคำสั่งคำนับลามาจัดเสบียงอาหารกับบ่าวไพร่พอสมควร ก็ขึ้นม้าออกจากเมืองไตกิมก๊กตรงมาทางเมืองกิมเหลง ครั้นเดินมาเข้าแดนแผ่นดินซ้องแจ้งความว่าเนียมฮั่นผู้บิดาตั้งค่ายอยู่ที่เขางูเท่าซัว ก็ตรงมาถึงค่ายเข้าหาเนียมฮั่นผู้บิดาและกิมงึดตุดผู้อา แจ้งความตามซึ่งลังจู๊เจ้าเมืองไตกิมก๊กผู้เป็นปู่สั่งมาทุกประการ แล้วถามกิมงึดตุดว่าการศึกสงครามคราวนี้เป็นประการใด กิมงึดตุดจึงบอกว่างักฮุยเป็นแม่ทัพของคังอ๋อง ผู้เป็นพระเจ้าซ้องเกาจงนั้นสติปัญญาฝีมือก็กล้าหาญเข้มแข็งจะทำการเอาชัยชนะโดยเร็วนั้นยากนัก กิมทันจือจึงว่าตัวข้าพเจ้าก็นับว่าเป็นชายชาติทหารมีฝีมือ จะขออาสาออกไปจับงักฮุยมาให้ท่าน กิมงึดตุดได้ฟังก็คิดแต่ในใจว่า กิมทันจือหลานเราคนนี้พูดจาห้าวหาญกำเริบ ด้วยไม่รู้จักฝีมืองักฮุยและพวกทหารเหล่านั้น ครั้นจะห้ามปรามก็จะติเตียนว่าเราย่อท้อกลัวฝีมือข้าศึก จึงว่าเจ้าจะออกไปสู้รบกับงักฮุยลองดูฝีมือก็ดีดอก แต่อย่ามีความประมาท ครั้นเวลารุ่งเช้าก็จัดทหารให้กิมทันจือยกออกไปร้องท้าทายชวนงักฮุยออกรบ ฝ่ายทหารหน้าค่ายของบูเชียงก๋งเห็นพวกฮวนยกออกมาร้องท้าทายชวนรบก็เข้าไปแจ้งแก่บูเชียงก๋ง บูเชียงก๋งจึงปรึกษานายทหารว่าครั้งนี้ผู้ใดจะอาสาออกไปสู้รบกับข้าศึกบ้าง งูเกาว่าข้าพเจ้าจะขออาสาออกไปเอง บูเชียงก๋งก็จัดทหารให้งูเกายกออกไป งูเกาออกไปถึงหน้าทัพจึงร้องถามไปว่านายทหารฮวนคนนี้ชื่อไร กิมทันจือบอกว่าเราชื่อกิมทันจือ เป็นหลานเจ้าเมืองไตกิมก๊กมีกระบองเหล็กเป็นอาวุธ ซึ่งเรายกออกมานี้ปรารถนาจะตีบูเชียงก๋งลองกระบองว่าทีเดียวจะตายหรือไม่ งูเกาได้ฟังก็โกรธขับม้าเข้ารบกับกิมทันจือได้ประมาณสิบเพลง ต้านทานกำลังกิมทันจือไม่ได้ก็ชักม้าหนีกลับขึ้นเขาไปในค่าย แจ้งความกับบูเชียงก๋งว่าทหารฮวนเด็กหนุ่มคนนี้มีกำลังเข้มแข็งเรี่ยวแรงนัก

บูเชียงก๋งได้ฟังก็นิ่งตรึกตรองอยู่นาน แล้วจึงว่าทหารฮวนมันว่าอยากจะรบกับเรา เราจะออกไปสู้รบลองฝีมือดูเอง บูเชียงก๋งก็แต่งตัวขึ้นม้าถืออาวุธออกจากค่าย นายทหารเหล่านั้นก็ตามออกไปพร้อมกัน บูเชียงก๋งเห็นกิมทันจือรูปร่างโตใหญ่หน้าตาเข้มแข็งดุร้ายถือกระบองเหล็กสองมือ ขี่ม้าดำยืนอยู่หน้าทหาร จึงคิดว่าหลานเจ้าเมืองไตกิมก๊กคนนี้รูปร่างท่าทางเหมือนหลีง่วนป้า บุตรหลีเอียนซึ่งเป็นพระเจ้าถังโกโจ๊วครั้งแผ่นดินไต้ถัง นายช่างเขาเขียนรูปไว้ คนมีลักษณะดังนี้มักอายุสั้นหายืดยาวไม่ จึงถามนายทหารเหล่านั้นว่าผู้ใดจะออกไปสู้รบกับกิมทันจือได้บ้าง อือฮวยเหลงว่าข้าพเจ้าจะขอออกไปเอง อือฮวยเหลงก็ขับม้าตรงเข้าไป กิมทันจือถามว่านายทหารคนนี้ชื่อไรจึงได้องอาจมารบกับเราไม่กลัวความตายหรือ อือฮวยเหลง ตอบว่าเราชื่ออือฮวยเหลง เป็นนายทหารเอกของบูเชียงก๋งแม่ทัพสำหรับปราบปรามตัดศีรษะนายทหารฮวน กิมทันจือได้ฟังก็โกรธขับม้าเข้ารบกับอือฮวยเหลงได้ประมาณสิบเพลง ตังเซียนเห็นอือฮวยเหลงอ่อนกำลังลงก็พูดกับบูเชียงก๋งว่าข้าพเจ้าจะออกไปช่วยอือฮวยเหลง ตังเซียนก็ขับม้าเข้าไปรบกับกิมทันจือได้ประมาณแปดเพลง ทานกำลังกิมทันจือไม่ได้ก็ขับม้าหนี ฮอง่วนเคงนายทหารของบูเชียงก๋งก็ขับม้าสกัดเข้าไปจะรบกับกิมทันจือ กิมทันจือว่าอ้ายพวกทหารหนูเหล่านี้รบไม่ทันสักกี่เพลงก็เปลี่ยนหน้ากันเข้ามา ฮอง่วนเคงมิได้ตอบประการใดขับม้าเข้ารบกับกิมทันจือได้ประมาณยี่สิบเพลง ทานกำลังกิมทันจือไม่ได้ก็ขับม้าหนีกลับเข้ามาในหมู่ทหารของตัว ม้าใช้สืบราชการของกิมงึดตุดเห็นกิมทันจือได้ชัยชนะแก่ทหารบูเชียงก๋งหลายคนแล้ว ก็เอาความไปแจ้งแก่กิมงึดตุด กิมงึดตุดมีความยินดีพูดว่าหลานเราคนนี้มีฝีมือเข้มแข็งนัก ครั้นจะให้สู้รบต่อไปอีกก็กลัวจะพลาดพลั้งเสียทีลง จึงให้ทหารเอาม้าล่อไปตีเรียกกิมทันจือเลิกทัพเข้าค่าย กิมทันจือถามกิมงึดตุดว่าท่านเรียกข้าพเจ้ากลับมาทำไม กิมงึดตุดว่าตัวเจ้ามาทางไกลกำลังยังอิดโรยอยู่ ได้ออกไปสู้รบมีชัยชนะนายทหารของบูเชียงก๋งหลายคนแล้วกลัวจะเหนื่อยนักจึงได้เรียกกลับเข้ามา กิมทันจือว่าอาอย่าวิตก ทหารบูเชียงก๋งเหล่านั้นมันไม่มีกำลังเรี่ยวแรงสักกี่มากน้อย พรุ่งนี้ข้าพเจ้าจะออกไปฆ่าเสียให้สิ้น กิมงึดตุดสั่งให้คนใช้ยกโต๊ะมาเลี้ยงกิมทันจือ กินอิ่มแล้วก็ให้กลับไปที่อยู่หลับนอนเสียให้สบาย

ฝ่ายบูเชียงก๋งเห็นกิมทันจือถอยทัพกลับไปแล้วก็พาทหารกลับมาค่าย กำชับสั่งนายทหารทั้งปวงว่า กิมทันจือหลานเจ้าเมืองไตกิมก๊กคนนี้มีฝีมือเข้มแข็งท่วงทีองอาจกำเริบฤทธิ์อยู่นัก ท่านทั้งปวงจงระวังรักษาค่ายให้มั่นคงอย่าให้มันตีหักเข้ามาได้ นายทหารทั้งปวงก็คำนับลาไปตรวจตรานั่งยามระวังระไวมิได้มีความประมาท ครั้นเวลารุ่งเช้ากิมงึดตุดก็จัดทหารให้กิมทันจือยกออกมาชวนรบอีก บูเชียงก๋งสั่งให้เตียเหียนคุมทหารออกไปรบ กิมทันจือจึงร้องถามมาว่านายทหารคนนี้ชื่อไร ไม่กลัวฝีมือเราหรือจึงได้กล้าหาญออกมา เตียเหียนบอกว่าตัวเราเป็นนายทหารใหญ่ของบูเชียงก๋งชื่อเตียเหียน จะมาจับตัวอ้ายเด็กหนุ่มทหารฮวนไปฆ่าเสีย กิมทันจือได้ฟังก็โกรธ ขับม้าเข้ารบกับเตียเหียนได้ประมาณยี่สิบเพลงเตียเหียนทานกำลังกิมทันจือไม่ได้ ก็ขับม้าหนีกลับไปแจ้งแก่บูเชียงก๋ง ว่าทหารฮวนคนนี้มีกำลังเรี่ยวแรงนักเหลือที่จะต้านทานสู้รบ บูเชียงก๋งได้ฟังก็เป็นทุกข์ไม่รู้ที่จะทำประการใด ให้ทหารเอาหนังสือออกไปแขวนขอหยุดการรบ กิมทันจือเห็นหนังสือดังนั้นก็ให้ทหารไปแจ้งแก่กิมงึดตุด กิมงึดตุดให้มาเรียกกิมทันจือกลับเข้าค่าย ครั้นเวลารุ่งเช้าไปเที่ยวดูเกวียนเหล็กและเครื่องศาสตราวุธที่เตรียมไว้ บอกกับกิมทันจือว่าเกวียนเหล็กนี้เราคิดทำไว้ดีนัก ถ้าทหารยกมาเป็นหมู่ ๆ แล้ว เอาเกวียนเหล็กขับฝ่าเข้าไปรุกไล่ เกวียนเหล็กก็ทับข้าศึกล้มตายเสียนักหนา ทหารบูเชียงก๋งที่ชื่อว่ากอทองมีฝีมือเข้มแข็งนักก็ตายเพราะเกวียนเหล็กทับเอา กิมทันจือได้เห็นเครื่องศาสตราวุธตระเตรียมไว้พรักพร้อมก็มีความยินดี

ฝ่ายงักฮุนกลับมาเกือบจะถึงค่ายพวกฮวน ก็หยุดพักจัดแจงแต่งตัวมั่นคงขับม้าฝ่าค่ายเนียมฮั่นเข้ามา ทหารฮวนเห็นก็จำหน้าได้ว่าชื่องักฮุนบุตรบูเชียงก๋งมีกำลังเข้มแข็งนักไม่อาจจะออกสู้รบต้านทาน งักฮุนก็ขับม้าฝ่าค่ายล้อมเข้าไปได้ถึงเชิงเขางูเท่าซัว เห็นหนังสือเมียนเจียนป้ายแขวนเรียงกันไปถึงเจ็ดแผ่นมีความว่าสู้ฝีมือไม่ได้ของดการรบ งักฮุนก็คิดอัศจรรย์ใจว่าเรารบฝ่าออกไป ฝ่าเข้ามาได้คล่องแคล่วหามีผู้ใดออกต้านทานฝีมือไม่ นี่เหตุไฉนจึงได้เขียนหนังสือไว้ดังนี้ก็นึกโกรธ ขับม้าเข้าไปหยิบกระดานป้ายทิ้งเสียทั้งเจ็ดแผ่นแล้ว งักฮุนก็ลงจากม้าให้นายประตูพาเข้าไปหาบูเชียงก๋งผู้บิดา คุกเข่าลงคำนับแล้วแจ้งว่าข้าพเจ้าไปถึงด่านกิมมึงติ้นพบบูก๊วงผู้รักษาด่าน บูก๊วงให้ข้าพเจ้ากลับมาก่อนแล้วจะจัดข้าวเสบียงและกองทัพยกตามมาโดยเร็ว บูเชียงก๋งรับเอาหนังสือของบูก๊วงที่งักฮุนถือมาเปิดผนึกออกอ่านดูแจ้งความแล้วก็นิ่งอยู่ งักฮุนจึงถามว่าข้าพเจ้ากลับมาเห็นหนังสือเมียนเจียนป้ายแขวนไว้ถึงเจ็ดแห่ง บิดาทำดังนี้ไม่อายแก่ข้าศึกหรือ ข้าพเจ้าเก็บหนังสือเมียนเจียนป้ายทิ้งเสียสิ้นแล้ว บูเชียงก๋งได้ฟังก็โกรธจึงว่าตัวเราเป็นแม่ทัพถืออาญาสิทธิ์สั่งสิ่งใดออกไปแล้วก็เป็นคำขาดไม่มีผู้ใดขัดขืนได้ ซึ่งตัวเจ้ามาทำลบล้างคำสั่งดังนี้มีโทษถึงตาย สั่งให้ทหารเอาตัวงักฮุนไปฆ่าเสีย นายทหารทั้งปวงได้ฟังก็ตกใจ พากันเข้าไปขอ บุตรท่านยังเด็กพึ่งมาใหม่ ไม่ทันรู้กฎหมายคำประกาศขอโทษเสียสักครั้งหนึ่งเถิด บูเชียงก๋งจึงว่างักฮุนเป็นบุตรของเรากระทำผิดต้องด้วยกฎหมายโทษถึงตาย ครั้นจะไม่ฆ่าเสียทหารหลายสิบหมื่นก็จะไม่เกรงกลัว งูเกาจึงพูดขึ้นว่า ข้าพเจ้ามีความอยู่สามข้อจะขอแจ้งให้ท่านฟัง ข้อหนึ่งงักฮุนเป็นเด็กพึ่งมาอยู่ใหม่ไม่รู้ความข้อกฎหมาย ข้อสองกิมงึดตุด เนียมฮั่นก็คิดขยาดฝีมืองักฮุน ถ้าท่านฆ่างักฮุนเสียแล้วก็เหมือนหนึ่งให้กำลังแก่ข้าศึกกำเริบมากขึ้น ข้อสามโทษงักฮุนก็ผิดแต่เพียงเท่านี้ทหารทั้งปวงเห็นว่าท่านฆ่างักฮุนผู้บุตรเสียด้วยเหตุนิดหน่อยหนึ่งแล้ว ก็จะคิดกลัวเอาใจออกหากหลบหลีกไปเสีย ท่านจะเอาผู้ใดออกสู้รบระวังรักษาพระเจ้าซ้องเกาจงต่อไปเล่า ข้าพเจ้าเห็นว่าถ้าท่านให้งักฮุนออกไปรบกับกิมทันจือได้ชัยชนะกลับเข้ามา ความชอบก็พอจะลบล้างความผิดได้ ถ้าแพ้เสียทีเข้ามาท่านจะทำโทษประการใดก็ไม่มีใครติเตียนได้ บูเชียงก๋งได้ฟังก็เห็นจริงใจอ่อนลง ว่าเมื่อท่านจะรับประกันงักฮุนแล้วก็ตามใจเราจะยกให้ จึงสั่งให้ทหารมอบตัวงักฮุนให้งูเกาไป ครั้นเวลารุ่งเช้ากิมทันจือไม่เห็นเมียนเจียนป้ายที่ปักไว้แล้วก็คุมทหารยกออกมาร้องถามว่าพวกทหารบูเชียงก๋งเก็บเมียนเจียนป้ายไปเสียแล้วจะมีผู้ใดออกมาสู้รบกับเราอีกหรือ ก็ให้เร่งออกมาเถิด ทหารหน้าค่ายเอาความเข้าไปแจ้งแก่บูเชียงก๋ง บูเชียงก๋งสั่งให้งูเกากับงักฮุนคุมทหารออกไปรบกับกิมทันจือ แล้วสั่งงักฮุนว่าตัวเจ้าจะออกไปรบกับกิมทันจือนั้นเขามีกำลังเข้มแข็งนัก ถ้าได้ชัยชนะก็จงกลับมาหาเรา ถ้าเสียทีสู้เขาไม่ได้ก็จงตีฝ่าทหารพวกฮวนออกไป กลับไปบ้านหามารดาร่ำเรียนฝึกหัดต่อไปอีก งักฮุนก็คำนับลาคุมทหารออกไป กิมทันจือเห็นก็ร้องถามว่านายทหารหนุ่มน้อยคนนี้ชื่อไร งักฮุนตอบว่าเราชื่องักฮุนเป็นบุตรบูเชียงก๋งแม่ทัพใหญ่ กิมทันจือว่าเรายกออกมารบก็ปรารถนาจะจับตัวเจ้าคนเดียว วันนี้เห็นจะสมความปรารถนาแล้ว ก็ขับม้าเข้ารบกับงักฮุนว่องไวคล่องแคล่วชำนิชำนาญด้วยกันทั้งสองฝ่าย งูเกาคอยดูเห็นกำลังงักฮุนอ่อนลงกลัวจะเสียทีก็ร้องไปด้วยเสียงอันดังว่า หลานเราอย่าปล่อยตัวมันจับไว้ให้ได้ กิมทันจือได้ยินก็คิดสำคัญว่ากิมงึดตุดมาร้องพูดด้วยก็เหลียวไปดู งักฮุนได้ทีเอากระบองตีถูกบ่ากิมทันจือตกม้าลง งักฮุนโดดตามไปเอากระบี่ตัดศีรษะกิมทันจือได้ ก็กลับขึ้นม้ามาค่ายหิ้วศีรษะกิมทันจือเข้าไปให้บูเชียงก๋งผู้บิดา บูเชียงก๋งเห็นมีความยินดียกความชอบให้กลบลบกับโทษแล้ว สั่งให้ทหารเอาศีรษะกิมทันจือไปเสียบประจานไว้หน้าค่าย

ฝ่ายทหารที่มากับกิมทันจือเห็นนายเสียที งักฮุนฆ่าตายตัดเอาศีรษะไป พวกทหารฮวนเหล่านั้นก็เข้าหามเอาศพไปให้กิมงึดตุดเนียมฮั่น กิมงึดตุด เนียมฮั่นมีความเศร้าโศกเสียใจคิดถิงกิมทันจือยิ่งนักก็ร้องไห้รักเป็นอันมาก ครั้นคลายความโศกก็ให้ช่างทำศีรษะมาติดต่อเข้ากับตัว แล้วเอาศพใส่หีบให้ทหารพาไปฝังไว้ที่เมืองไตกิมก๊ก กิมงึดตุดจึงปรึกษากับคับมิชีว่า ถ้าแม้นกองทัพหัวเมืองยกมาถึงพร้อมกันแล้วเราจะคิดต้านทานประการใดดี คับมิชีจึงว่าขอท่านจงจัดทหารไว้ให้พรักพร้อมตีหักเข้าไปดูกำลังสักครั้งหนึ่ง เมื่อการจะเป็นอย่างไรก็จะได้รู้ กิมงึดตุดได้ฟังแล้วยังนิ่งตรึกตรองอยู่

ฝ่ายฮั่นซีตงแม่ทัพ เดิมซึ่งพระเจ้าซ้องเกาจงรับสั่งให้ยกกองทัพไปปราบปรามเช่าเสง เช่าเหลียง ฮอบู๊นายโจรที่เมืองยือหนำ ฮั่นซีตงกับนางเนียฮูหยิน ภรรยาบุตรสองคนยกไปปราบโจรเรียบร้อยแล้ว พวกโจรยอมสามิภักดิ์เข้าอยู่ด้วยประมาณสิบหมื่น พอได้ยินข่าวว่ากิมงึดตุดยกกองทัพมาตีเมืองกิมเหลงแตก พระเจ้าซ้องเกาจงเที่ยวหนีซัดเซไปอยู่เขางูเท่าซัว กิมงึดตุดยกตามไปล้อมไว้ ฮั่นซีตงมีความวิตกรีบยกกองทัพเรือมาถึงแม่น้ำฮั่นเยียงกัง ใกล้เขางูเท่าซัวประมาณหกสิบลี้ ก็หยุดเรือรบขึ้นตั้งค่ายอยู่ริมแม่น้ำฮั่นเยียงกัง จึงปรึกษากับนางเนียฮูหยินภรรยาว่า เราจะยกกองทัพตรงไปเขางูเท่าซัวช่วยพระเจ้าซ้องเกาจงทีเดียวดี หรือจะตั้งพักกองทัพฟังกำลังข้าศึกอยู่ที่นี้ดี นางเนียฮูหยินว่าขอท่านจงใช้ให้นายทหารไปที่เขางูเท่าซัวบอกบูเชียงก๋งแม่ทัพให้กราบทูลพระเจ้าซ้องเกาจงให้ทรงทราบก่อน เมื่อจะโปรดนัดหมายมาประการใดจึงค่อยทำตาม ฮั่นซีตงได้ฟังก็เห็นชอบด้วยจึงทำหนังสือสองฉบับไปถึงบูเชียงก๋งฉบับหนึ่ง กราบทูลพระเจ้าซ้องเกาจงฉบับหนึ่ง แล้วถามนายทหารทั้งปวงว่าผู้ใดจะรับอาสาถือหนังสือหักค่ายข้าศึกไปให้ถึงเขางูเท่าซัวได้บ้าง ฮั่นเอียนติดบุตรที่สองของฮั่นซีตงอายุได้สิบหกปีมีฝีมือเข้มแข็งใช้ทวนหัวเสือเป็นอาวุธ เข้ารับอาสาว่าข้าพเจ้าจะขอถือหนังสือเข้าไปเอง ฮั่นซีตงผู้บิดาก็ส่งหนังสือให้แล้วสั่งกำชับว่าให้ระวังตัวจงดี ฮั่นเอียนติดก็คำนับลาขึ้นม้าถืออาวุธขับไปตามทางเขางูเท่าซัว

ฝ่ายกิมจัดผู้รักษาด่านโง่วทองก๊วนได้รับหนังสือบูเชียงก๋งแม่ทัพ ให้ยกกองทัพมาช่วยโดยเร็ว กิมจัดก็เกณฑ์ทหารเข้ากระบวนทัพยกมาถึงหน้าค่ายเนียมฮั่น เนียมฮั่นก็คุมทหารออกไปสู้รบกับกิมจัดเป็นสามารถ กิมจัดต้านทานฝีมือเนียมฮั่นไม่ได้ก็ขับม้าหนี เนียมฮั่นไล่ตามไป

ฝ่ายฮั่นเอียนติดขับม้าเดินมาใกล้จะถึงเขางูเท่าซัว พอกิมจัดขับม้าหนีมาเห็นฮั่นเอียนติด ก็ร้องบอกไปว่าท่านที่ขี่ม้ามานั้นจงกลับไปเสียโดยเร็วเถิด อย่าไปเลยทหารฮวนไล่ข้าพเจ้ามาเป็นอันมาก ฮั่นเอียนติดได้ฟังก็หัวเราะยังไม่ได้พูดประการใด พอเนียมฮั่นไล่กิมจัดมาถึงตรงหน้าฮั่นเอียนติดก็เอาทวนแทงไป เนียมฮั่นเอากระบองสั้นป้องปัดไว้เข้าสู้รบกับฮั่นเอียนติดเป็นหลายเพลง เนียมฮั่นทานกำลังฮั่นเอียนติดไม่ได้ก็ขับม้าหนีกลับ ฮั่นเอียนติดไล่ตามทันเอาทวนแทงถูกเนียมฮั่นตกม้าตาย

ฮั่นเอียนติดโดดลงไปเอากระบี่ตัดศีรษะเนียมฮั่นได้ ทหารฮวนเห็นนายตายก็แตกกระจัดกระจายวิ่งหนีกลับไป กิมจัดเห็นก็ดีใจขับม้าเข้าไปใกล้แล้วถามว่า ท่านผู้ใดฆ่านายทหารฮวนตายช่วยชีวิตข้าพเจ้าไว้ได้นั้นมีคุณเป็นที่ยิ่ง ท่านมาแต่ไหนชื่อไรขอให้ข้าพเจ้าทราบด้วย ฮั่นเอียนติดว่าข้าพเจ้าก็ไม่ทราบว่าท่านหนีนายทหารฮวนมาด้วยเหตุอันใด กิมจัดบอกว่าข้าพเจ้าชื่อกิมจัดเป็นผู้รักษาด่านโง่วทองก๊วน บูเชียงก๋งมีหนังสือให้ยกกองทัพไปช่วยพระเจ้าซ้องเกาจง ครั้นเดินกองทัพมาถึงหน้าค่ายเนียมฮั่นทหารฮวนออกรบสกัดไว้ ข้าพเจ้าสู้ไม่ได้จึงได้หนีมา ฮั่นเอียนติดได้ฟังว่าเป็นนายด่านก็ลงจากหลังม้าเข้าคำนับว่าข้าพเจ้าไม่รู้จักท่านขออย่าถือโทษเลย กิมจัดว่าท่านมาพูดถ่อมไปดังนี้ไม่ถูกท่านเป็นผู้มีคุณ ข้าพเจ้าต้องนับถือท่านให้มากจึงจะควร ฮั่นเอียนติดจึงบอกว่าบิดาข้าพเจ้าชื่อฮั่นซีตงเป็นผู้รักษาด่านเลียงลังก๊วนอยู่แต่ก่อน บัดนี้ได้เป็นแม่ทัพยกไปปราบโจรที่เมืองยือหนำมารดาชื่อนางเนียฮูหยิน ตัวข้าพเจ้าชื่อฮั่นเอียนติดเป็นบุตรที่สอง บิดาใช้ให้ถือหนังสือไปถึงบูเชียงก๋งแม่ทัพ ณ เขางูเท่าซัว กิมจัดได้ฟังก็มีความยินดีว่า ข้าพเจ้าก็อยากจะใคร่ไปให้ถึงบูเชียงก๋งแต่ไม่อาจจะฝ่าทหารฮวนเข้าไปได้ ขอท่านจงได้ช่วยรับเอาหนังสือของข้าพเจ้าเข้าไปให้บูเชียงก๋งฉบับหนึ่ง อีกฉบับหนึ่งนั้นภรรยางูเกาฝากมาถึงงูเกา จะขอฝากท่านไปจะได้หรือไม่ ฮั่นเอียนติดก็รับจะเอาไปให้ถึง กิมจัดส่งหนังสือสองฉบับให้ ฮั่นเอียนติดรับเอาใส่ไว้ในเสื้อแล้วเอาศีรษะเนียมฮั่นผูกเข้ากับอานม้า พูดกับกิมจัดว่าม้าของเนียมฮั่นที่ขี่มานี้ฝีเท้าดีนักท่านจงเอาไว้เถิด กิมจัดก็ยินดี จับเอาม้านั้นมาเปลี่ยนม้าที่ตัวขี่แล้วก็ขับม้าเดินไปด้วยกัน ครั้นล่วงทางใกล้เขางูเท่าซัวเข้าไป กิมจัดก็ลาฮั่นเอียนติดกลับไปค่ายพูดว่า ท่านจะหักค่ายล้อมพวกฮวนเข้าไปจงระวังตัวให้ดี ฮั่นเอียนติดว่าไม่เป็นไรท่านอย่าวิตก ฮั่นเอียนติดก็ขับม้าฝ่าค่ายพวกฮวนเข้าไปร้องตวาดว่า เรานี้เป็นบุตรที่สองของฮั่นซีตงผู้รักษาด่านเลียงลังก๊วน ถ้าใครออกขัดขวางทางไว้ก็จะฆ่าเสียให้สิ้น

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ