๒๕

งักฮุยได้ฟังก็มีความยินดี จึงคิดว่ากิดแชนี้เป็นนายทหารผู้ใหญ่แต่พอใจเสพสุรา จำจะต้องว่ากล่าวห้ามปรามเสียอย่าให้เสพสุราต่อไป งักฮุยจึงพูดกับกิดแชว่า บัดนี้รับสั่งให้หาพี่เข้าไปเมืองหลวงแต่พี่มีความวิตกอยู่ด้วยเจ้ามักพอใจเสพสุรา ถ้าเมาแล้วก็เสียราชการ ตั้งแต่นี้เจ้าจงเอาน้ำชากินแทนสุราเถิด ให้สัตย์ปฏิญาณกับพี่เสียว่าจะไม่เสพสุราต่อไป จึงจะเป็นที่ไว้ใจ กิดแชได้ฟังก็เป็นอันจนใจด้วยตัวเป็นคนพอใจเสพสุรา ครั้นจะขัดขืนไม่ตามใจก็กลัวงักฮุยพี่ชายจะโกรธ จึงได้ออกปากปฏิญาณว่า ตั้งแต่นี้ไปข้าพเจ้าไม่เสพสุราเลยจนพี่ท่านกลับมา งักฮุยได้ฟังก็มีความยินดี จึงใช้ทหารไปแจ้งความกับเตียซอแม่ทัพว่า มีรับสั่งให้หาเข้าไปเมืองหลวงเป็นราชการร้อน ครั้นทหารไปแล้วงักฮุยกับเตียเปาก็ขึ้นม้าออกจากค่ายเดินทางไปถึงแม่น้ำเอียงจือกัง แม่น้ำเอียงจือกังนั้นแต่ก่อนเคยมีสะพานข้าม งักฮุยมาถึงหาเห็นสะพานไม่จึงถามเตียเปาว่า สะพานข้ามแม่น้ำใครมารื้อเสีย เตียเปาว่าไม่ทราบว่าผู้ใดมารื้อแต่ก่อนก็เคยมีอยู่ งักฮุยจึงให้เตียเปาไปหาเรือจะข้ามฟาก

ฝ่ายเฮงฮวยเป็นคนมีฝีมือเข้มแข็งตั้งบ้านเรือนอยู่ที่ริมแม่น้าเอียงจือกัง ครั้นบ้านเมืองเกิดทัพศึกทำมาค้าขายไม่ได้ผลประโยชน์ จึงรื้อสะพานข้ามแม่น้ำเอียงจือกังเสียหาเรือไว้ข้ามส่งเอาค่าจ้างแก่คนเดินทาง เฮงฮวยได้ยินข่าวเล่าลือว่างักฮุยมีฝีมือเข้มแข็งรบชนะกองทัพฮวนหลายครั้ง คิดจะไปทำราชการอยู่ด้วยงักฮุยแต่ยังหามีโอกาสไม่ เวลาวันนั้นพอเตียเปามาเที่ยวหาเรือ เห็นเฮงฮวยนั่งอยู่บนตลิ่งฟากข้างโน้นจึงร้องเรียกให้ข้ามรับ เฮงฮวยก็ลงเรือข้ามฟากมาใกล้จะถึงฝั่ง งักฮุยแลเห็นเฮงฮวยรูปร่างล่ำสันสูงใหญ่ตาโตคิ้วใหญ่ ท่าทางเป็นคนดุร้าย พอเรือมาถึงฝั่งงักฮุยจึงถามว่า เจ้านี้เป็นเจ้าของเรือจ้างหรือ เฮงฮวยก็บอกว่า ข้าพเจ้านี้แหละเป็นเจ้าของเรือ เตียเปาว่าเราสองคนกับม้าสองตัวจะข้ามฟากจะเอาค่าจ้างสักเท่าไร เฮงฮวยว่าคนกับม้าก็เหมือนกันคิดคนละสิบตำลึง งักฮุยพูดกับเตียเปาว่า แม่น้ำนี้เดิมมีสะพานข้ามเห็นจะเป็นเจ้าของเรือจ้างคนนี้รื้อเสีย งักฮุย เตียเปา ก็จูงม้าลงเรือพร้อมแล้ว เฮงฮวยก็ยังนิ่งเสียไม่ถอยเรือออกจากฝั่ง จะเอาเงินค่าจ้างก่อนจึงจะข้ามไป เตียเปาว่าไม่เป็นไรดอก ต่อไปถึงฟากข้างโน้นแล้วจะคิดเงินให้ เฮงฮวยเห็นเตียเปาสะพายห่อผ้าอยู่ก็คิดว่าจะมีเงินทองมาก ถ้าไปถึงกลางน้ำจะฆ่าคนทั้งสองเสีย จะเอาเงินและสิ่งของที่สะพายมา คิดดังนั้นแล้วก็ถอยเรือออกจากท่าไปถึงกลางน้ำ เฮงฮวยคิดจะฆ่าเตียเปาเสียด้วยเห็นเตียเปาเป็นคนล่ำสันแข็งแรง จึงพูดกับเตียเปาว่า เราพายเรือเหนื่อยนักท่านจงช่วยถือท้ายให้เราด้วย เราจะหยิบของที่ท้องเรือกินแก้หิว เตียเปาได้ฟังก็สงสัยระวังตัวอยู่รับเอาพายมาถือท้าย เฮงฮวยก็เปิดกระดานท้องเรือหยิบเอากระบี่ขึ้นมาตรงเข้าจะฟันเตียเปา เตียเปาเอาเท้าถีบถูกเฮงฮวยกระบี่หลุดจากมือตกน้ำไป เตียเปาก็ชกเอาเฮงฮวย ผลักตกน้ำลง งักฮุยเห็นดังนั้นก็สั่งให้เตียเปาระวังข้างท้ายกลัวว่าเฮงฮวยจะเข้าล่มเรือเสีย งักฮุยระวังข้างหัวเรือช่วยกันพายเข้าถึงฝั่งได้ เฮงฮวยว่ายน้ำตามเรือจะเข้าล่มเรือก็ไม่ทันเรือเข้าถึงฝั่ง งักฮุย เตียเปาจูงม้าขึ้นจากเรือแล้วก็พากันเดินไป เฮงฮวยว่ายน้ำขึ้นฝั่งได้วิ่งตามไปทันร้องทวงเงินค่าจ้าง เตียเปาจึงว่าถ้าสู้ฝีมือเราได้เราจึงจะให้เงิน เฮงฮวยได้ฟังก็โกรธวิ่งตามเข้าไปเอากระบี่ฟันเตียเปา เตียเปาเอาทวนป้องปัดรบกันได้ห้าสิบเพลงเศษ งักฮุยยืนดูเห็นเจ้าของเรือจ้างฝีมือเข้มแข็งก็เข้าไปใกล้ เอาทวนกันคนทั้งสองให้ห่างกันออกแล้วจึงพูดว่า เจ้าอย่าเพิ่งรบกันก่อนเราจะถามชื่อและแซ่ เฮงฮวยได้ฟังก็หยุดรบพูดว่าถึงท่านทั้งสองคนตัวเราคนเดียวก็หากลัวฝีมือไม่ ทุกวันนี้เรากลัวอยู่สองคน ลีกังคนหนึ่งเป็นขุนนางสัตย์ซื่อต่อแผ่นดิน ชื่องักฮุยอีกคนหนึ่งว่ามีฝีมือเข้มแข็งใจคอสัตย์ซื่อโอบอ้อมอารี คนอย่างนั้นแหละเราจึงจะกลัว แต่เช่นเจ้าทั้งสองนี้เราหากลัวไม่ เตียเปาจึงว่าถ้าท่านกลัวอย่างนั้น แล้วเราก็ไม่ต้องเสียเงิน เราเป็นบ่าวของงักฮุย ท่านผู้นี้มิใช่งักฮุยหรือ เฮงฮวยได้ฟังจึงถามงักฮุยว่าท่านนี้ชื่องักฮุยที่ฆ่าชาเลียงอ๋องตายนั้นหรือมิใช่ งักฮุยก็ว่าคือตัวเรานี้แหละฆ่าชาเลียงอ๋องเอง เฮงฮวยก็วางกระบี่ตรงเข้าไปคำนับงักฮุยว่าข้าพเจ้าไม่รู้จักท่านเลย ซึ่งได้พูดจาเหลือเกินนั้นขอโทษเสียเถิด ข้าพเจ้าคิดตั้งใจจะไปทำราชการอยู่ด้วยท่าน แต่ไม่มีเงินจะซื้อกินตามทาง จึงได้มาเป็นคนรับจ้างข้ามรับข้ามส่งพอได้เงินซื้อเสบียงแล้วก็จะไปหาท่าน งักฮุยจึงว่าเราคุมทหารไปตั้งรักษาอยู่ที่แม่น้ำอึ้งโห บัดนี้มีรับสั่งให้หาเราเข้าไปเฝ้า เจ้าจงไปด้วยกันเถิด จะได้ทำราชการให้มีชื่อเสียงปรากฏไว้ เจ้าอยู่ที่นี่บุตรภรรยามีหรือไม่ เฮงฮวยว่าเดิมบิดามารดาข้าพเจ้าอยู่ที่นี่ บิดามารดาตายเสียแล้วมีภรรยาอยู่คนหนึ่งมีบุตรชื่อเฮงปิว ขอท่านจงคอยข้าพเจ้าอยู่ที่นี่ก่อน ข้าพเจ้าจะไปสั่งบุตรภรรยาเสียก่อน เฮงฮวยก็ลางักฮุยกลับมาบ้านเล่าความซึ่งได้พบงักฮุยให้ภรรยากับบุตรฟัง แล้วพาภรรยากับบุตรไปฝากพี่น้องชาวบ้านนั้นว่าจะไปทำราชการ ไม่ช้าก็จะกลับมา เฮงฮวยจัดเสื้อผ้านุ่งห่มอาวุธสำหรับมือพร้อมแล้วก็รีบมาหางักฮุย เตียเปาเห็นเฮงฮวยหาบสิ่งของรุงรังมามาก จึงว่าพี่จะช่วยหาบไปให้บ้าง เฮงฮวยว่าข้าพเจ้าอยู่บ้านเคยหาบหนักถึงหกร้อยชั่งเดินทางได้วันหนึ่งถึงสี่ห้าร้อยลี้ กับของเท่านี้หาเป็นไรไม่ พูดกันแล้วเตียเปา เฮงฮวยก็ช่วยกันหาบของตามกันเดินไป

ฝ่ายเตียปังเชียงเวลานั้นเดินมาเที่ยวเล่นตามถนน พองักฮุยเข้าไปถึงเมืองหลวงเห็นเตียปังเชียงเป็นขุนนางเดินมาก็แอบเข้าอยู่ข้างถนน เตียปังเชียงเห็นงักฮุยมาก็ทำเป็นดีใจพูดว่าเจ้าเข้ามาก็ดีแล้ว เจ้ากับเราอย่าถือโทษโกรธกันเลย ครั้งนี้เราจะช่วยกราบทูลให้เจ้าเป็นขุนนางแม่ทัพใหญ่ เจ้าจงไปบ้านเราก่อนเถิด แล้วจึงพาเข้าไปเฝ้าด้วยกัน งักฮุยว่าข้าพเจ้าเป็นผู้น้อยไม่ควรจะเดินไปกับท่าน เตียปังเชียงก็เข้าจูงมืองักฮุยเดินไปบ้านพูดจากันแล้ว ครั้นเวลาเย็นเตียปังเชียงก็พางักฮุยเข้าไปในวัง เตียปังเชียงสั่งให้งักฮุยนั่งคอยท่าอยู่ที่หน้าเก๋งฮุนเกงเหลา ว่าเราจะเข้าไปเฝ้ากราบทูลให้ทรงทราบเสียก่อนจึงจะมาพาท่านเข้าไป เตียปังเชียงก็ตรงเข้าไปหานางออเฮียนที่เก๋งฮุนเกงเหลา บอกอุบายกับนางออเฮียนแล้วพอเวลาใกล้ค่ำพระเจ้าซ้องเกาจงเสด็จมาหานางออเฮียนที่เก๋งฮุนเกงเหลา นางออเฮียนก็ให้สาวใช้ยกโต๊ะมาถวาย พระเจ้าซ้องเกาจงเสวยสุราเมามึนเข้าแล้วจึงทูลว่าเวลาวันนี้เดือนหงายข้าพเจ้าอยากจะได้ไปเที่ยวชมเล่นตามแถวเก๋งหน้าพระราชวัง พระเจ้าซ้องเกาจงก็เสด็จพานางออเฮียนกับสาวใช้มาเที่ยวตามหน้าเก๋ง ฝ่ายงักฮุยนั่งคอยเตียปังเชียงอยู่ที่หน้าเก๋งฮุนเกงเหลา พอพระเจ้าซ้องเกาจงเสด็จมาถึง งักฮุยก็คุกเข่าลงคำนับ ขันทีเห็นคนคุกเข่าอยู่ไม่แจ้งจึงถามว่าผู้ใดมาอยู่ที่นี่ นางออเฮียนได้ยินก็สำคัญแน่ในใจตามเตียปังเชียงบอกว่างักฮุยอยู่ที่นี่แล้ว จึงร้องขึ้นว่าคนร้ายมาแอบอยู่ที่นี่ เจ้าพนักงานเร่งจับตัวให้จงได้ พวกรักษาพระองค์ก็ตรูกันเข้าไปจับงักฮุยไว้ พระเจ้าซ้องเกาจงได้ยินเสียงนางออเฮียนร้องกรีดขึ้นก็ตกพระทัย เสด็จวิ่งกลับเข้าไปในพระราชวัง แล้วตรัสถามเจ้าพนักงานรักษาพระองค์ว่าผู้ร้ายนั้นจับตัวได้หรือไม่ ทหารรักษาพระองค์กราบทูลว่าจับได้ชื่องักฮุย นางออเฮียนจึงกราบทูลว่างักฮุยนี้พระองค์ให้ยกกองทัพไปอยู่ที่แม่น้ำอึ้งโห เหตุใดจึงเข้ามาแอบอยู่ในพระราชวัง เห็นจะคิดกบฏประทุษร้ายต่อพระองค์แย่งชิงเอาสมบัติเป็นแน่แล้ว ด้วยแต่ก่อนมีหนังสือรับสั่งให้หางักฮุยก็ไม่เข้ามา ครั้งนี้แอบซุ่มล่วงเข้ามาถึงในพระราชวังก็ไม่บอกให้ใครรู้ โทษผิดมากขอให้พระองค์ประหารชีวิตเสียเถิด ขณะนั้นพระเจ้าซ้องเกาจงเสวยสุรามึนเมาทั้งมืดมัวลุ่มหลงไปด้วยถ้อยคำนางออเฮียนทูลยุยง ทรงกริ้วไม่ได้ไล่เลียงไต่ถามสั่งให้เอาตัวงักฮุยไปประหารชีวิตเสีย ทหารรักษาพระองค์ก็พาเอาตัวงักฮุยออกมาถึงประตู เตียเปา เฮงฮวยสองคนคอยท่างักฮุยอยู่ที่ประตูวัง เห็นทหารรักษาพระองค์มัดงักฮุยออกมาจะเอาไปฆ่าเสีย จึงถามงักฮุยว่าท่านผิดด้วยสิ่งอันใดจึงเป็นดังนี้ งักฮุยว่าเราไม่รู้เหตุผลอย่างไรเลย นั่งคอยเตียปังเชียงอยู่ที่หน้าเก๋งพอเห็นเสด็จออกมาก็คุกเข่าลงคำนับ ทหารรักษาพระองค์เข้าจับเอาตัวมาจะไปฆ่าเสีย เตียเปาได้ฟังจึงว่ากับทหารที่คุมงักฮุยมานั้นว่า ท่านจงรออยู่สักครู่ก่อนอย่าเพิ่งเอางักฮุยไปฆ่า เตียเปาก็วิ่งไปบ้านลีกัง บอกกับนายประตูว่าเป็นการร้อนจะขอเข้าไปหาลีกัง นายประตูก็เปิดประตูให้ เตียเปาเข้าไปถึงที่ห้องนอนร้องเรียกลีกังว่าเป็นการร้อนจงตื่นขึ้นเถิด ลีกังตื่นลุกขึ้นจากที่นอน เตียเปาก็ตรงเข้าไปอุ้มเอาลีกังขึ้นบ่าพาวิ่งมา ลีกังไม่แจ้งว่าเหตุผลประการใด เตียเปาอุ้มวิ่งมาพลางบอกความพลางว่าพระเจ้าซ้องเกาจงรับสั่งให้เอางักฮุยไปฆ่าเสียเดี๋ยวนี้ เหตุผลมีข้อผิดด้วยสิ่งใดไม่ทราบ พอมาถึงประตูวังเตียเปาก็วางลีกังลง ลีกังเห็นทหารรักษาพระองค์มัดงักฮุยจะเอาไปฆ่าจึงถามงักฮุยว่าเจ้ามาเมื่อไรเหตุใดจึงเป็นดังนี้ งักฮุยก็เล่าความตั้งแต่ได้รับหนังสือรับสั่งให้หา จนถึงทหารรักษาพระองค์จับเอาตัวมาจะไปฆ่าเสียให้ลีกังฟังทุกประการ ลีกังจึงว่าเจ้าถูกอุบายอ้ายเตียปังเชียงแล้ว เราจะเข้าไปเฝ้ากราบทูลให้ทรงทราบก่อน จึงสั่งทหารรักษาพระองค์ว่าอย่าเพิ่งเอางักฮุยไปฆ่าให้รอคอยฟังเราก่อน ลีกังก็เดินเข้าไปในพระราชวัง

ฝ่ายเตียปังเชียงได้รู้ความว่า ลีกังจะเข้ามาทูลความเรื่องงักฮุย ก็รีบเดินไปที่ประตูวังชั้นใน เอาขวากกระจับเหล็กสำหรับประตูทิ้งลงโรยลงไว้ตามหนทาง ลีกังเข้ามาเวลานั้นไม่ได้ใส่รองเท้าด้วยเป็นเวลานอนหลับอยู่ เดินเข้าไปในประตูเหยียบขวากกระจับเหล็กถูกเข้าเต็มเท้าเดินไปไม่ได้ก็นั่งร้องด้วยเสียงอันดังว่าเจ็บนัก ๆ ขุนนางซึ่งนอนประจำซองอยู่ในวังเห็นลีกังขุนนางผู้ใหญ่ถูกขวากร้องครางดังนั้น ก็เอาความเข้าไปกราบทูลพระเจ้าซ้องเกาจง พระเจ้าซ้องเกาจงได้ทรงทราบตกพระทัยจะเสด็จออกมาดู นางออเฮียนจึงทูลว่าเวลาค่ำมืดดึกดื่นแล้ว จะเสด็จออกไปนั้นไม่ควร ถ้อยความสิ่งใดพรุ่งนี้จึงทรงทราบไม่ได้หรือ พระเจ้าซ้องเกาจงตรัสว่าลีกังเข้ามานี้เห็นจะมีการสำคัญ ลีกังถูกขวากโลหิตไหลร้องครางนักจะต้องออกไปดูให้เห็น ตรัสแล้วก็เสด็จออกมาตรัสถามลีกังว่า ท่านมาด้วยข้อความสิ่งใดจึงถูกขวากเจ็บป่วยดังนี้ ลีกังกราบทูลว่า งักฮุยเป็นขุนนางฝ่ายทหารไม่มีรับสั่งให้หา งักฮุยเข้ามาจนในพระราชวังนั้นโทษผิดพระองค์ให้ฆ่าเสียก็ควร แต่ข้าพเจ้าเห็นว่าจะมีผู้สั่งสอน ขอพระองค์อย่าเพิ่งประหารชีวิตงักฮุยก่อน ให้เอาไปจำขังไว้ ข้าพเจ้าหายแล้วจึงจะชำระให้ได้ความเท็จจริงจึงค่อยทำโทษประหารชีวิตเสีย พระเจ้าซ้องเกาจงได้ทรงฟังก็เห็นชอบด้วย จึงสั่งทหารรักษาพระองค์ว่าอย่าเพิ่งฆ่างักฮุยเลย เอาตัวไปจำขังไว้ แล้วสั่งหมอหลวงให้รักษาลีกัง พระเจ้าซ้องเกาจงก็เสด็จขึ้น เจ้าพนักงานพาเอาตัวงักฮุยไปจำขังไว้ เตียเปา เฮงฮวยก็ไปอยู่กับงักฮุย

ฝ่ายลีกังกลับไปบ้านให้หมอรักษาเท้าอยู่สองสามวันก็หาย จึงคิดว่างักฮุยครั้งนี้ถูกอุบายเตียปังเชียงกับนางออเฮียนล่อลวงจึงได้มีความผิดโทษถึงตาย ครั้นเราจะชำระแต่ผู้เดียวก็กลัวจะฝ่าฝืนนางออเฮียนกับเตียปังเชียงไม่ขึ้น ด้วยพระเจ้าซ้องเกาจงกำลังลุ่มหลงโปรดปราน จึงให้หาซัวเป๋งผู้คุมมาพูดว่างักฮุยคนนี้มีความซื่อสัตย์นัก ครั้งนี้ถูกอุบายเขาล่อลวงแกล้งจะให้ตาย เราได้ทูลขอทุเลาไว้ บัดนี้งักฮุยต้องอยู่ในเวรจำลำบากนัก เจ้าจงกลับไปกราบทูลว่างักฮุยป่วยเราจะขอให้ออกมารักษาตัวอยู่ข้างนอก ซัวเป๋งได้ฟังก็คำนับลาลีกังเข้าไปเฝ้าพระเจ้าซ้องเกาจงทูลว่างักฮุยป่วย ลีกังจะขอรับตัวเอาไปรักษาอาการคลายแล้วจึงจะชำระความต่อไป พระเจ้าซ้องเกาจงก็โปรดให้ลีกังรับงักฮุยไปไว้บ้าน ลีกังจึงพูดกับเตียเปาว่าเราจะช่วยงักฮุยแต่ผู้เดียวนี้เห็นจะเหลือกำลังที่จะโต้ทานนางออเฮียนกับอ้ายเตียปังเชียงได้ เจ้าจงมีหนังสือแจกไปให้หัวเมืองและพวกพ้องของงักฮุยให้รู้ทั่วกันว่าเราคิดอุบายจะฆ่างักฮุย ให้พี่น้องพวกพ้องของงักฮุยเร่งเข้ามาช่วยโดยเร็ว ด้วยงักฮุยเป็นคนสัตย์ซื่อต่อแผ่นดิน ครั้นเราจะเอาชื่อเตียปังเชียง ความยังไม่ได้ชำระจึงต้องเอาชื่อเราใส่ไปก่อน เตียเปาได้ฟังก็เห็นชอบทำหนังสือไปถึงหัวเมืองและพวกพ้องของงักฮุยตามความซึ่งคิดไว้ ครั้นทำหนังสือเสร็จแล้วก็แยกย้ายให้คนไปเที่ยวแจกกันต่อ ๆ ไป

ฝ่ายพวกพี่น้องร่วมสาบานกับงักฮุยเมื่อขณะงักฮุยมาช่วยจงเล่าซิวแล้วไม่ยอมเป็นขุนนางกลับไปอยู่บ้านเดิม พอเกิดข้าวแพงขึ้นพี่น้องเหล่านั้นก็ลางักฮุยแยกกลับไปเที่ยวซ่องสุมเกลี้ยกล่อมผู้คนเป็นนายโจรขึ้นทั้งเจ็ดคน งูเกานั้นไปอยู่เขาไทลังซัวตั้งชื่อตัวเรียกว่ากงเต่าไต้อ๋อง มีบริวารพวกโจรเป็นอันมาก ซีฉวน จิวแช เตียหุน เลียงเฮง ทึงฮวย เตียเฮียน เฮงกุ้ย เจ็ดคนด้วยกันนั้นตั้งชื่อว่าตั้วอ๋อง ครั้นแจ้งว่างูเกาทำการแซยิดก็พากันมาช่วยที่เขาไทลังซัว งูเกามีงานเลี้ยงโต๊ะอยู่พร้อมกันที่นั้น หางิ้วมาจากเมืองหลวง พวกงิ้วนั้นได้หนังสือของเตียเปามาฉบับหนึ่งก็ชวนกันอ่านดูแจ้งความว่าลีกังคิดจะฆ่างักฮุย ก็พูดกันว่าลีกังคนนี้เป็นคนสัตย์ซื่อทีเดียว เหตุไฉนหนอจึงจะฆ่างักฮุยผู้มีกตัญญูต่อแผ่นดินเสีย กำลังพูดกันอยู่พอทึงฮวยเดินไปได้ยินความจึงถามพวกงิ้วว่าเจ้าได้ข่าวมาแต่ไหน พวกงิ้วก็เอาหนังสือที่เตียเปาประกาศนั้นส่งให้ทึงฮวยดู ทึงฮวยแจ้งความแล้วก็มาเล่าให้งูเกากับพี่น้องเหล่านั้นฟัง งูเกาและพี่น้องเหล่านั้นได้แจ้งก็มีความโกรธเป็นอันมาก งูเกาจึงว่าวันนี้เป็นวันสำคัญจัดการจะเลี้ยงโต๊ะกินให้สบาย มาเกิดความขึ้นดังนี้เราจะไม่กินโต๊ะแล้วสั่งให้เลิกการทั้งปวงเสีย ท่านพี่น้องทั้งหลายจงเร่งกลับไปที่อยู่จัดเครื่องศาสตราวุธและไพร่พลให้พร้อม ยกมาสมทบกันเข้าไปเมืองกิมเหลง พี่น้องเหล่านั้นก็กลับไปที่อยู่รวบรวมไพร่พลเครื่องศาสตราวุธพร้อมแล้ว ก็สมทบกันได้ไพร่พลทหารแปดหมื่นเสร็จ ยกตรงเข้ามาตั้งค่ายอยู่ห่างเมืองกิมเหลงห้าลี้

ทหารม้าใช้คอยเหตุเห็นกองทัพยกมาก็รีบเอาข้อความเข้าไปแจ้งแก่เจ้าพนักงานให้กราบทูล พระเจ้าซ้องเกาจงได้ทรงทราบก็ตกพระทัย รับสั่งให้หาขุนนางมาประชุมพร้อมกันตรัสถามว่าผู้ใดจะอาสาออกไปปราบข้าศึกได้บ้าง เตียจุนเป็นขุนนางนายทหารที่โตต๊กพวกพ้องกับเตียปังเชียงกราบทูลว่า ข้าพเจ้าจะขออาสาออกไปสู้รบกับข้าศึกเอาชัยชนะให้จงได้ พระเจ้าซ้องเกาจงก็ตั้งให้เตียจุนเป็นแม่ทัพคุมทหารห้าหมื่นยกออกไปถึงค่ายข้าศึกที่มาตั้งอยู่ พี่น้องของงักฮุยทั้งแปดคนก็ขึ้นม้าพาทหารออกมาพูดกับเตียจุนว่า พวกเรายกกองทัพมาครั้งนี้มิใช่ข้าศึกจะตีเอาบ้านเมือง เพราะได้แจ้งว่าพระเจ้าซ้องเกาจงจะฆ่างักฮุยพี่เราเสีย ถ้าแม้นว่าท่านทูลพระเจ้าซ้องเกาจงให้ปล่อยงักฮุยพี่เราโดยดีแล้วเราก็จะเลิกทัพกลับไป ถ้ามิปล่อยพี่เราก็จะตีหักเข้าไปแย่งชิงเอาให้จงได้ เตียจุนจึงตอบว่ามีรับสั่งให้เรามาปราบปรามฆ่าพวกโจรเหล่านี้เสียให้สิ้น ต่อเมื่อเราฆ่าพวกเจ้าตายลงบ้างแล้วจึงจะเข้าไปกราบทูล งูเกาได้ฟังก็โกรธขับม้าเข้าไปเอากระบองตีเตียจุน เตียจุนก็สู้รบกับงูเกาได้สี่ห้าเพลง เตียจุนต้านทานฝีมืองูเกาไม่ได้ก็ขับม้าพาทหารหนีกลับเข้าเมือง งูเกาจะไล่ติดตามเข้าไปทึงฮวยห้ามไว้ว่างักฮุยพี่เรายังอยู่ในเงื้อมมือเขา ถ้าหักโหมเข้าไปเขาก็จะฆ่าพี่เราเสีย ให้รอฟังไปดูก่อนเถิดพระเจ้าซ้องเกาจงจะโปรดประการใด

ฝ่ายเตียจุนหนีเข้าไปในเมืองได้ก็ตรงไปถึงหน้าวังลงจากม้าเข้าไปกราบทูลว่าข้าศึกยกมาครั้งนี้มีฝีมือเข้มแข็งนัก เป็นนายโจรพวกพ้องของงักฮุยทั้งสิ้น งักฮุยนี้เป็นกบฏต่อแผ่นดินแน่แล้ว ขอพระองค์ได้ฆ่างักฮุยเสียก่อนเถิด อย่าเอาไว้จะเป็นไส้ศึกขึ้นในเมือง พระเจ้าซ้องเกาจงได้ทรงฟังก็ยังนิ่งตรึกตรองอยู่

ฝ่ายลีกังแจ้งว่าเตียจุนยกกองทัพออกไปหนีข้าศึกกลับเข้ามา ลีกังก็เข้าไปเฝ้าพระเจ้าซ้องเกาจง พระเจ้าซ้องเกาจงจึงตรัสกับลีกังว่า ข้าศึกยกมาตั้งประชิดเมืองอยู่ดังนี้ท่านจะคิดประการใด ลีกังกราบทูลว่าถ้าโปรดให้งักฮุยพ้นโทษยกออกไปปราบปรามก็คงจะได้ชัยชนะแก่ข้าศึก เตียปังเชียงจึงทูลว่ากองทัพโจรยกมาครั้งนี้เป็นพวกพ้องของงักฮุยทั้งสิ้น ถ้าให้งักฮุยออกไปก็เหมือนหนึ่งไปเพิ่มกำลังพวกโจรขึ้นอีก จงฆ่างักฮุยตัดกำลังศึกเสียก่อนเถิด ลีกังกับจงเล่าซิวได้ฟังเตียปังเชียงกราบทูลดังนั้น ก็ลุกขึ้นคุกเข่าลงทั้งสองคนกราบทูลว่า ถ้าแม้นงักฮุยยกกองทัพออกไปไม่ได้ชัยชนะแก่ข้าศึก กลับประทุษร้ายต่อพระองค์แล้ว ขอให้เอาข้าพเจ้าทั้งสองประหารชีวิตเสียแทนงักฮุยเถิด พระเจ้าซ้องเกาจงได้ฟังขุนนางผู้ใหญ่ทูลรับประกันงักฮุยแข็งแรงดังนั้น ก็รับสั่งให้หาตัวงักฮุยเข้าไปเฝ้า พระเจ้าซ้องเกาจงจึงตรัสกับงักฮุยว่า เจ้าจงยกกองทัพออกไปปราบปรามข้าศึกเสียให้ราบคาบจะได้หรือไม่ งักฮุยกราบทูลว่า ถ้าพระองค์ยังทรงพระเมตตาอยู่แล้ว ก็จะสนองพระเดชพระคุณเอาชัยชนะให้ได้ ลีกังเห็นได้ทีจึงพูดกับงักฮุยขึ้นในหน้าที่นั่งว่า เจ้าจงคุกเข่าขึ้นเราจะถามความสักหน่อย งักฮุยก็ลุกขึ้นคุกเข่าอยู่ตรงหน้าพระเจ้าซ้องเกาจง ลีกังจึงถามว่าเจ้าก็มีสติปัญญา พระเจ้าแผ่นดินชุบเลี้ยงตั้งให้เป็นขุนนางนายทัพไปรักษาอยู่ที่แม่น้ำอึ้งโห ไม่ได้มีรับสั่งให้หาเหตุไฉนเจ้าจึงล่วงพระราชอาญาเข้ามาจนถึงเก๋งในพระราชวัง งักฮุยว่ามีหนังสือรับสั่งให้หาข้าพเจ้าจึงได้เข้ามา พบเตียปังเชียงที่ถนน เตียปังเชียงบอกว่ามีรับสั่งให้เข้าไปเฝ้า เตียปังเชียงพาข้าพเจ้าไปถึงที่หน้าเก๋ง สั่งให้ข้าพเจ้านั่งคอยอยู่ที่นั้น ตัวเตียปังเชียงว่าจะเข้าไปกราบทูลให้ทราบก่อนจึงจะกลับออกมาพาเข้าไปเฝ้า ข้าพเจ้าก็นั่งคอยอยู่ช้านานไม่เห็นเตียปังเชียงกลับออกมา พอเวลาค่ำพระเจ้าซ้องเกาจงเสด็จออก ข้าพเจ้าเห็นจึงได้คุกเข่าลงกราบถวายบังคม เจ้าพนักงานก็พากันเข้ามาจับข้าพเจ้ามัดว่ามีรับสั่งให้เอาไปฆ่าเสีย หนังสือที่รับสั่งให้หานั้นข้าพเจ้าก็ยังได้บูชาอยู่ที่ค่าย และเมื่อเดิมข้าพเจ้าจะเข้ามาทำราชการนั้น มารดาได้เขียนหนังสือสี่อักษรว่า จินตงปอก๊กเอาหมึกสักไว้ที่หลังข้าพเจ้ามีปรากฏอยู่ ว่าให้ทำราชการโดยความซื่อสัตย์สุจริต ซึ่งข้าพเจ้าจะคิดประทุษร้ายต่อพระเจ้าแผ่นดินผู้มีพระคุณนั้นหามิได้ ขอได้โปรดชำระให้เห็นเท็จและจริง พระเจ้าซ้องเกาจงได้ทรงฟังยังทันจะตรัสประการใด เตียปังเชียงกราบทูลขึ้นว่างักฮุยนั้นพยาบาทข้าพเจ้ามาแต่ครั้งฆ่าชาเลียงอ๋องตาย จึงแกล้งซัดเอาข้าพเจ้าว่าพาเข้ามาในพระราชวัง ความนี้หาจริงไม่ขออย่าได้เชื่อถือเลย ลีกังจึงกราบทูลว่า ถ้าจะให้เห็นจริงประเดี๋ยวนี้ก็ได้ ขอพระองค์จงเอาตัวนายประตูพระราชวังมาถามดูก็คงจะทราบ พระเจ้าซ้องเกาจงจึงรับสั่งให้หาโงเหมง ฮึงหมอง ขุนนางผู้รักษาประตูสองคนเข้ามาเฝ้า จึงตรัสถามว่าเวลากลางคืนวันนั้นเห็นผู้ใดเข้ามาในพระราชวัง โงเหมง ฮึงหมองกราบทูลว่า ข้าพเจ้าทั้งสองนั่งเฝ้าอยู่ที่ประตู เห็นเด็กถือโคมยี่ห้อนำเตียปังเชียงเดินมาหน้า อีกคนหนึ่งตามหลังเข้ามาด้วยหาทราบว่าผู้ใดไม่ พระเจ้าซ้องเกาจงได้ฟังก็ทรงขัดเคือง ตรัสว่าเตียปังเชียงคนนี้โกงนักคิดแกล้งจะหาผิดฆ่างักฮุยเสีย นี่หากว่าลีกังทัดทานห้ามไว้หาไม่ก็จะเสียงักฮุยผู้มีความซื่อสัตย์ต่อแผ่นดินไป เตียปังเชียงคนนี้โกงคิดร้ายต่อคนไม่สิ้นเลยให้ทหารเอาตัวไปฆ่าเสีย ทหารก็เข้าจับเตียปังเชียงจะเอาไปฆ่าตามรับสั่ง ลีกังจึงกราบทูลว่าเตียปังเชียงนี้พระเจ้าไทเซียงฮองก็นับว่าเป็นพระญาติวงศ์ เตียปังเชียงเป็นคนโกงมีความผิดก็จริงแต่ความชอบที่ได้ตราหยกมาถวายนั้นก็มีอยู่ ขออย่าเพิ่งประหารชีวิตเสียก่อนเลยให้แต่ถอดเสียจากที่ขุนนาง อย่าให้มีตำแหน่งว่าราชการต่อไป พระเจ้าซ้องเกาจงก็เห็นชอบจึงสั่งให้ทหารรักษาพระองค์เปลื้องเครื่องยศ ฉุดลากไสคอออกไปเสียจากพระราชวัง แล้วรับสั่งให้งักฮุยคุมทหารพันหนึ่งยกออกไปปราบข้าศึก งักฮุยก็กราบถวายบังคมลาคุมทหารออกจากเมืองไป

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ