๔๑

ฝ่ายนางเอียวสี นางลีสี ไม่เห็นงักฮุนเข้ามาหาตามเคยก็สะดุ้งใจ จึงพากันไปดูเห็นหนังสือเขียนอยู่ที่ประตูก็แจ้งว่างักฮุนหนีไปหาบูเชียงก๋งก็ร้องไห้คิดถึง

งักฮุนครั้นพูดจาสนทนากับกวนเหลงแล้วก็คำนับลากันไป งักฮุนก็รีบเดินทางตรงไป ณ เขางูเท่าซัวครั้นถึงกลางทางก็ถลำหลุมลงไป หลุมนั้นพวกโจรขุดไว้ โจรนั้นคือเล่าหงีบุตรของเล่าอือ เมื่อขณะกิมงึดตุดจับเอาเล่าอือไปฆ่านั้น เล่าหงีบุตรไม่อยู่ ครั้นเล่าหงีกลับมาบ้านแจ้งว่ากิมงึดตุดฆ่าเล่าอือผู้บิดาเสียแล้วก็หนีไปเป็นโจรอยู่ที่เขา ขุดหลุมไว้ให้คนเดินไปมาตามทางตกหลุมลงก็จะได้แย่งชิงเอาเงินทองสิ่งของต่าง ๆ ครั้นงักฮุนตกหลุมลงไปก็ตีม้ากระโดดขึ้นจากหลุมได้ขับม้าเดินไป เล่าหงีเห็นงักฮุนตกหลุมแล้วขึ้นได้จึงคิดว่าม้านี้มีกำลังมากนักโดดขึ้นจากหลุมได้ จำจะไล่ติดตามไปแย่งชิงเอาม้าให้จงได้ คิดแล้วเล่าหงีก็คุมทหารไล่ตามไป

ฝ่ายงักฮุนเดินไปจากตำบลนั้นเวลาจวนค่ำเห็นมีบ้านอยู่แห่งหนึ่งโตใหญ่ งักฮุนก็เข้าไปร้องถามว่าผู้ใดอยู่ในบ้านนี้บ้าง ข้าพเจ้าจะขออาศัยสักคืนหนึ่งจะได้หรือไม่ ชายผู้หนึ่งได้ฟังก็ออกมาพูดว่า นายของข้าพเจ้าเข้านอนเสียแล้ว ถ้าท่านจะอาศัยก็อยู่แต่ห้องข้างนอกเถิด ถ้านายข้าพเจ้าไม่นอนหลับก็จะเชิญเข้าไปนอนข้างใน งักฮุนได้ฟังก็ว่าม้าของข้าพเจ้าจะผูกไว้ที่ไหนดี ชายนั้นว่าม้าของนายข้าพเจ้าก็มีอยู่หลังบ้าน ข้าพเจ้าจะเอาไปเลี้ยงไว้ให้ งักฮุนได้ฟังก็ยินดี ชายนั้นก็เอาม้าไปผูกไว้ด้วยกันแล้วก็ออกมา งักฮุนจึงถามว่าที่ตำบลบ้านนี้ชื่อไร นายของท่านคือผู้ใดจงบอกให้ข้าพเจ้าทราบด้วย ชายนั้นบอกว่าตำบลนี้เรียกว่าเคียงเกจึง นายข้าพเจ้าชื่อเคียงตีเศรษฐีใจคอก็โอบอ้อมอารี งักฮุนได้ฟังก็ยินดีชายนั้นก็ไปนอน

ฝ่ายเล่าหงีตามงักฮุนไปไม่เห็นงักฮุนด้วยเวลาก็มืดค่ำ เล่าหงีถามพวกทหารว่ามาถึงที่นี้เรียกว่าตำบลบ้านใด ทหารก็บอกว่าเขาเรียกว่าตำบลเคียงเกจึง เล่าหงีก็ระลึกขึ้นได้ว่าเคียงตีเศรษฐีมีบุตรสาวอยู่คนหนึ่งรูปร่างงดงามดีนัก เราจะมาแย่งชิงเอาไปเป็นภรรยาหลายครั้งก็ไม่ได้ บัดนี้เรามาถึงแล้วตีหักเข้าไปแย่งเอาบุตรสาวเศรษฐีให้ได้ในเวลานี้เถิด คิดแล้วเล่าหงีก็คุมทหารเข้าพังประตูบ้านตีเข้าไป เคียงตีเศรษฐีตกใจตื่นขึ้นแจ้งว่าพวกโจรเข้าตีปล้นก็ให้บ่าวไพร่ออกรบกับพวกโจรต้านทานสู้ฝีมือโจรไม่ได้พวกโจรก็ตีหักเข้าไป เคียงตีเศรษฐีตกใจนัก

ฝ่ายงักฮุนนอนหลับอยู่ในห้องข้างบ้านได้ยินเสียงสู้รบกันอื้ออึงก็จับกระบองสั้นสองมือถือเดินออกมานอกบ้าน เห็นพวกโจรตีหักบุกรุกเข้ามาก็ร้องตวาดด้วยเสียงอันดังว่า พวกโจรนี้มาแต่ข้างไหน ก็ตรงเข้าไปเอากระบองตีเล่าหงี เล่าหงีสู้รบได้สองเพลงทานกำลังฝีมืองักฮุนไม่ได้ งักฮุนเอากระบองตีถูกเล่าหงีศีรษะแตกตาย พวกโจรเหล่านั้นเห็นนายตายก็ตกใจ งักฮุนเข้าไล่ฆ่าฟันล้มตายลงหลายคนถูกกระบองเจ็บป่วยก็มี พากันหนีกระจัดกระจายไป เคียงตีเศรษฐีเห็นนายโจรตายพวกบ่าวหนีไปสิ้นแล้วก็ยินดียิ่งนัก วิ่งไปเชิญงักฮุนเข้าไปข้างในจัดที่ให้นั่งสมควรแล้วพูดว่า ท่านช่วยชีวิตพวกข้าพเจ้าไว้ครั้งนี้บุญคุณเป็นที่ยิ่ง ข้าพเจ้าอยากจะใคร่รู้จักท่านจะได้ฉลองคุณท่านต่อไป งักฮุนจึงบอกว่า ข้าพเจ้าเป็นบุตรบูเชียงก๋งแม่ทัพใหญ่งักฮุย เคียงตีเศรษฐีได้ฟังก็นบนอบคำนับแล้วก็สั่งบ่าวไพร่ให้จัดโต๊ะและสุรามาเลี้ยงดูงักฮุนเป็นอันดี เคียงตีเศรษฐีก็ให้บ่าวเอาศพเล่าหงีกับพวกโจรไปฝังเสีย

ฝ่ายภรรยาของเคียงตีเศรษฐีนั่งอยู่ข้างในได้ยินงักฮุนแจ้งความว่าเป็นบุตรของบูเชียงก๋งแม่ทัพ ดูรูปร่างหน้าตางักฮุนมีลักษณะดีคมสันเข้มแข็งนัก อายุก็รุ่นราวคราวบุตรสาว แล้วก็ได้มีคุณกับเราเป็นอันมาก จำจะยกบุตรสาวของเราให้เป็นภรรยา ไม่แจ้งว่างักฮุนจะชอบหรือไม่ คิดแล้วก็เรียกสามีเข้าไปปรึกษาว่า งักฮุนนี้เป็นคนมีตระกูล บุญคุณเขาก็มีกับเรามาก จำจะยกบุตรสาวให้ท่านจะเห็นประการใด เคียงตีเศรษฐีได้ฟังก็เห็นชอบ จึงว่าจะต้องพูดจาไต่ถามก่อนไม่แจ้งว่างักฮุนจะยอมหรือไม่ยอม พูดแล้วเคียงตีเศรษฐีก็ออกมาพูดกับงักฮุนว่า ภรรยาข้าพเจ้าคิดถึงบุญคุณท่านว่าได้ช่วยชีวิตพวกข้าพเจ้าไว้ ถ้าท่านไม่ช่วยก็จะพากันตายทั้งสิ้นครั้งนี้ หามีสิ่งใดตอบแทนคุณท่านไม่ ข้าพเจ้าสองคนผัวเมียมีบุตรสาวคนหนึ่งอายุได้สิบสี่ปีจะยกให้เป็นภรรยาท่าน ท่านจะเห็นประการใด งักฮุนจึงตอบว่าข้าพเจ้าขอบใจท่านนักแต่การอันนี้จะต้องบอกกับบิดาก่อนจึงจะได้ เคียงตีเศรษฐีว่าท่านพูดจาก็ถูกต้องแล้ว แต่ท่านจะไปขอของไว้เป็นสำคัญสักสิ่งหนึ่ง ถ้าแม้นว่าท่านไปแจ้งแก่บิดาสำเร็จราชการแล้วจะได้มาแต่งงานกัน งักฮุนจึงว่าครั้งนี้ข้าพเจ้าก็หาได้เอาสิ่งของมาไม่ ได้แต่อีแปะทองคำมาสิบสองอัน ซึ่งอีแปะนั้นตั้งแต่ครั้งปู่ข้าพเจ้าให้ผูกติดตัวไว้ป้องกันอันตรายต่าง ๆ ท่านจงเอาของสิ่งนี้ไว้เป็นสำคัญเถิด งักฮุนก็เอาอีแปะสิบสองอันออกส่งให้ เคียงตีเศรษฐีก็รับไว้พูดจาปราศรัยแล้วก็เข้านอนครั้นรุ่งขึ้นเช้า งักฮุนก็ลาเคียงตีเศรษฐีตรงไปเขางูเท่าซัว

ฝ่ายงูเกาอยู่ที่ค่ายชายเขางูเท่าซัวในขณะนั้นเป็นวันกลางเดือนแปดกลางคืนเดือนหงายแจ่ม งูเกาก็คิดถึงกอทองซึ่งได้สาบานเป็นพี่น้องกัน ศพกอทองนั้นใส่หีบไว้ที่ชายเขาจำเราจะจัดหาของไปเซ่นไหว้ คิดแล้วงูเกาก็บอกกับทึงฮวยว่าค่ำนี้เราจะไม่ไปฟังราชการที่บูเชียงก๋งแม่ทัพแล้ว เจ้าไปแต่ผู้เดียวเถิด งูเกาก็สั่งให้ทหารจัดเครื่องเซ่นและสุราพร้อมแล้วงูเกากับทหารก็พากันไปถึงชายเขาที่ไว้หีบศพกอทอง งูเกาก็เอาเครื่องเซ่นและสุราออกเซ่นไหว้ แล้วก็ร้องไห้ร่ำไรอยู่ที่ริมศพนั้นจนหลับไป ทหารที่ไปด้วยเห็นงูเกาหลับก็นั่งคอยอยู่ที่นั้น

ฝ่ายบูเชียงก๋งนั้นอยู่ในค่ายเห็นเดือนหงายแจ่มก็เดินออกมาจากค่าย เรียกเตียเปาไปเที่ยวดูค่ายกิมงึดตุด เห็นตั้งเรียงรายกันเป็นแถวไป ไพร่พลทหารก็มีมาก บูเชียงก๋งจึงคิดว่ากิมงึดตุดยกกองทัพมาล้อมพระเจ้าซ้องเกาจงไว้ครั้งนี้ทหารมากมายนักหนา จะคิดประการใดจึงจะช่วยเจ้าของเราให้ออกจากที่ล้อมได้ ประการหนึ่งเสบียงอาหารก็น้อยลง ไม่รู้ที่จะทำประการใด คิดแล้วก็มีความวิตกนักเที่ยวเดินดูไปข้างทิศตะวันตกเฉียงเหนือ เห็นที่ชายเขาแถวที่ไว้ศพกอทองนั้นเป็นแสงสว่างขึ้นก็คิดอัศจรรย์ใจ แล้วกลับมาค่ายสั่งให้เตียเปาไปบอกกับนายทหารทั้งปวงว่า เวลาค่ำวันนี้ให้ระวังรักษาค่ายให้กวดขัน เตียเปารับคำสั่งคำนับลามาบอกกับนายทหารตามคำแม่ทัพทุกประการ นายทหารเหล่านั้นก็ตรวจตรากันรักษาค่ายไว้มั่นคง

ฝ่ายพระเจ้าซ้องเกาจงนั้น กิมงึดตุดล้อมไว้อยู่ในวัดเง็กฮือเก๊งบนเขางูเท่าซัวเห็นเดือนหงายแจ่มแจ้งก็รับสั่งให้จัดโต๊ะและสุรามาเสวยกับลีกังขุนนางผู้ใหญ่สองคนด้วยกัน พระเจ้าซ้องเกาจงจึงตรัสกับลีกังว่า ตัวเราเกิดมาได้ความลำบากจริง ๆ เมื่อยังเยาว์อยู่นั้นกิมงึดตุดจับเอาเราไปเมืองฮวน สองกษัตริย์กัดนิ้วมือเอาโลหิตเขียนหนังสือลับให้ซุยเฮาเอามาให้เรา เราได้รับหนังสือแจ้งความแล้วจึงได้ข้ามทะเลเฮียบีกังมาตั้งวังอยู่ที่เมืองกิมเหลง กิมงึดตุดก็ยกกองทัพมาตีจึงได้หนีมา นี่หากว่าเทพยดาโงวแซเลงก๊วนมาช่วยจึงได้มาอยู่ที่เขานี้ ไม่แจ้งว่าเมื่อไรจะสำเร็จการศึกสงครามกลับไปอยู่บ้านเมือง ตรัสแล้วก็ทรงกันแสงร่ำไร ลีกังจึงกราบทูลว่าซึ่งพระองค์มาตกระกำลำบากก็ไม่เป็นไร สองกษัตริย์ที่กิมงึดตุดจับไปนั้นต้องอยู่ในหลุมทนทุกขเวทนาเห็นแต่ฟ้ากับดิน อาหารที่เสวยไม่อิ่มได้เสวยแต่เนื้อโคและกระบือ น้ำที่จะเสวยนั้นก็ขุ่นมีแต่ตม ก็ยังอุตส่าห์ทนอยู่ได้ สองกษัตริย์นั้นมิได้ความลำบากยิ่งกว่าพระองค์หรือ พระเจ้าซ้องเกาจงได้ฟังก็ยิ่งทรงกันแสงร่ำไรมากขึ้น ลีกังเห็นดังนั้นจึงกราบทูลว่าขอพระองค์อย่าได้ทรงกันแสงเลย โบราณท่านย่อมว่าเกิดมาก็คงตายถ้ารอดไปได้วันหนึ่งก็เป็นดี การอันนี้ตามแต่วาสนา ค่ำวันนี้ก็เป็นวันกลางเดือนแปดข้างจีนเป็นวันสำคัญเดือนนั้นก็หงายแจ่ม เชิญเสด็จไปเที่ยวชมเดือนเล่นให้สบายพระทัยเถิด พระเจ้าซ้องเกาจงได้ทรงฟังก็ค่อยคลายพระทัยรับสั่งให้ลีกังออกมาจัดม้าทรง พระเจ้าซ้องเกาจงก็เสด็จมาทรงม้า ลีกังก็ตามเสด็จออกมาจากวัด

ฝ่ายเทาจิ้นขุนนางนายทหาร ซึ่งบูเชียงก๋งให้มาเฝ้าประตูวัดนั้น ครั้นเห็นเสด็จออกมาก็คุกเข่าลงกราบทูลว่าขอพระองค์จงได้โปรด บูเชียงก๋งแม่ทัพให้ข้าพเจ้ามาเฝ้าประตูรักษาพระองค์ไว้ ถ้าเสด็จออกไปเที่ยวเล่นข้างนอกจะทำโทษข้าพเจ้าจงหนัก พระเจ้าซ้องเกาจงได้ทรงฟังจึงตรัสว่า เราจะไปเที่ยวเล่น ถ้าแม้นแม่ทัพทำโทษเจ้า จะว่ากล่าวให้ไม่เป็นไรดอก ตรัสแล้วก็ขับม้าไปกับลีกัง ครั้นเสด็จไปถึงเขาออเฮียเนี้ย จูกัดเองขุนนางนายทหารกับพวกทหารเห็นเสด็จมาก็คุกเข่าคำนับกราบทูลว่า บูเชียงก๋งแม่ทัพให้พวกข้าพเจ้าคอยเฝ้ารักษาอยู่ตรงนี้ ห้ามมิให้พระองค์เสด็จออกมา ถ้าแม้นพระองค์เสด็จออกไปบูเชียงก๋งแม่ทัพก็จะทำโทษกับพวกข้าพเจ้า ขอพระองค์จงได้โปรด พระเจ้าซ้องเกาจงจึงตรัสว่าอยู่พนักงานเราเองเจ้าอย่าวิตกเลย ตรัสแล้วก็ขับม้าไป จูกัดเองสั่งลีกังว่าท่านพาเสด็จไปเที่ยวเล่นแล้วจงกลับมาโดยเร็ว ลีกังก็ขับม้าตามเสด็จไป พระเจ้าซ้องเกาจงเสด็จลงจากเขามาเกือบถึงค่ายกิมงึดตุด ลีกังจึงทูลว่าพระองค์อย่าได้เสด็จไปอีกเลย ทอดพระเนตรแต่เพียงนี้ก็เห็นทั่วแล้ว พระเจ้าซ้องเกาจงก็หยุดยืนทอดพระเนตรอยู่ที่นั้น ฝ่ายกิมงึดตุดอยู่ที่ค่ายเห็นเดือนหงาย ก็ชวนคับมิชีไปเที่ยวเล่นนอกค่าย แล้วก็เดินไปเที่ยวดูท่าทางที่ชายเขา พระเจ้าซ้องเกาจงจึงตรัสกับลีกังว่า กิมงึดตุดนี้ไม่ดีเลย จับเอาสองกษัตริย์ไปทำให้ได้ความลำบาก แล้วก็ตรัสด้วยคำหยาบช้าเป็นอันมาก

ฝ่ายกิมงึดตุดเดินมาใกล้ได้ยินเสียงคนพูดกันก็หยุดฟังจำเสียงได้ ว่าคังอ๋องคือพระเจ้าซ้องเกาจงมานินทาว่ากล่าวด้วยคำหยาบช้า จึงบอกคับมิชีว่าเสียงคนพูดอยู่นั้นท่านจำได้หรือไม่ คือพระเจ้าซ้องเกาจงพูดจานินทาเรา เราจะลอบขึ้นไปจับตัวให้ได้ ท่านจงกลับไปค่ายคุมทหารยกตามมาตีหักขึ้นไปก็คงได้สมความปรารถนา คับมิชีก็ลากลับไป กิมงึดตุดก็แอบเงาไม้ชายเขาเข้าไปได้ฟังพระเจ้าซ้องเกาจงกำลังนินทาว่ากล่าวอยู่ กิมงึดตุดก็ขับม้าเข้าไปใกล้จะจับพระเจ้าซ้องเกาจงแล้วก็ร้องเรียกด้วยเสียงอันดังว่า เจ้าลูกมานินทาว่ากล่าวเราทำไมบิดามาแล้ว พระเจ้าซ้องเกาจงกับลีกังได้ฟังเสียงเหลียวหลังไปเห็นกิมงึดตุดก็ตกใจ ขับม้าหนีกลับขึ้นเขากิมงึดตุดก็ไล่ตามติดขึ้นไป

ฝ่ายจูกัดเอง ครั้นพระเจ้าซ้องเกาจงกับลีกังลงจากเขาไปก็มีความวิตกคอยระวังอยู่ เห็นกิมงึดตุดไล่พระเจ้าซ้องเกาจงขึ้นมาก็จับอาวุธขึ้นม้าออกรบต้านทานกิมงึดตุดไว้ ยังมีทหารผู้หนึ่งวิ่งไปถึงค่ายก็ตีกลองขึ้น บูเชียงก๋งแม่ทัพได้ยินเสียงกลองก็ออกมา ทหารแจ้งความว่าพระเจ้าซ้องเกาจงเสด็จไปเที่ยวกับลีกังที่ชายเขาออเฮียเนี้ย บัดนี้กิมงึดตุดขึ้นม้าไล่ติดตาม บูเชียงก๋งได้ฟังก็ตกใจสั่งให้เตียเปาเอาม้ามา เตียเปาออกมาหาม้าไม่พบ เตียเหียนนั้นแจ้งความก็รีบมาเอาม้าของแม่ทัพขี่ไปหาทันดูไม่ เตียเปาไปเอาม้าก็ไม่ได้กลับมาบอกบูเชียงก๋งแม่ทัพ บูเชียงก๋งก็จับอาวุธรีบเดินมาช่วยโดยเร็ว เตียเหียนนั้นขึ้นม้าของแม่ทัพได้ ม้านั้นก็รีบไปเหมือนกับรู้ความ ครั้นไปใกล้เห็นจูกัดเองสู้รบต้านทานกิมงึดตุดไม่ได้ล่าถอยมา เตียเหียนก็ขับม้าเอาทวนแทงไปตรงหน้ากิมงึดตุด กิมงึดตุดหลบทันหาถูกไม่ สู้รบต้านทานกำลังเตียเหียนไม่ได้ก็ชักม้ากลับถอยหนีลงไป เตียเหียนก็ขับม้าไล่ตาม บูเชียงก๋งแม่ทัพรีบเดินมาเห็นพระเจ้าซ้องเกาจงเสด็จกลับมากับลีกัง จึงคุกเข่าลงทูลว่า ข้าพเจ้าแจ้งความก็รีบมาช่วยพระองค์ แต่ท่านลีกังนี้ก็เปรียบเหมือนเชื้อวงศ์ของพระองค์เหตุไฉนไม่ทูลขัดทัดทานไว้ให้เสด็จไปเที่ยวจนเกิดความ ถ้าแม้นว่าช่วยไม่ทันท่านจะทำประการใดมิเสียทีแก่ข้าศึกหรือ ลีกังได้ฟังจึงพูดว่าซึ่งเกิดการครั้งนี้โทษข้าพเจ้าผิดจริง บูเชียงก๋งก็เชิญเสด็จกลับไปยังวัดเง็กฮือเก๊ง

ฝ่ายเตียเหียนไล่ตามกิมงึดตุดไปจนถึงค่ายกิมงึดตุด กิมงึดตุดก็หนีเข้าข้างหลังค่าย เตียเหียนก็ไล่เข้าไป ทหารของกิมงึดตุดต้านทานเตียเหียนไม่ได้ก็หนีไป เตียเหียนเห็นกิมงึดตุดกับทหารหนีไปหลังค่ายแล้วก็ชักม้ากลับมาค่ายชายเขา

ฝ่ายงูเกานอนหลับอยู่ ปิศาจกอทองมาบอกว่าลุกขึ้นไปช่วยกันรบเร็ว ๆ เถิดจะได้ความชอบ งูเกาก็ตกใจตื่น ขึ้นม้าตรงมาค่ายกิมงึดตุด เห็นทหารฮวนแตกกระจัดกระจายสับสนกันงูเกาก็ขับม้าตีหักค่ายทหารฮวนเข้าไป กิมงึดตุดแจ้งว่างูเกาตีหักค่ายเข้ามาได้ก็โกรธ พูดว่างูเกาสู้ฝีมือเราไม่ได้ เหตุไฉนล่วงอาจหาญเข้ามาดังนี้ ว่าแล้วก็จับอาวุธขึ้นม้า ตรงไปเข้าสู้รบกับงูเกาได้หลายเพลง งูเกาสู้ฝีมือกิมงึดตุดไม่ได้ขับม้าหนี ปิศาจกอทองร้องว่าน้องมาช่วยพี่อย่าตกใจ งูเกาได้ฟังเสียงก็จำได้ มีมานะเข้าสู้รบกิมงึดตุดอีก กิมงึดตุดเสียที งูเกาเอากระบองตีถูกบ่า กิมงึดตุดเจ็บปวดนักก็ชักม้ากลับเข้าค่าย นายทหารของกิมงึดตุดก็คุมทหารเข้าสู้รบกับงูเกาเป็นสามารถ ทหารฮวนมากก็ล้อมงูเกาเข้าไว้ งูเกาตีหักออกมาไม่ได้ก็ร้องเรียกว่ากอทองช่วยพี่ด้วย

ฝ่ายงักฮุนมาถึงเขางูเท่าซัวแลเห็นค่ายพวกฮวนตั้งเรียงรายกันไปทางประมาณสิบลี้เศษ จึงคิดว่าพวกฮวนนี้ยกมาเป็นอันมาก เราจะฟันเล่นให้สนุกมือสักครั้งหนึ่ง คิดแล้วงักฮุนก็ขับม้าตรงเข้าตีหักค่าย พลางร้องว่าตัวเราชื่องักฮุนจะมาฆ่าพวกฮวนเสียให้สิ้น ทหารฮวนออกต้านทานไว้บ้างวิ่งไปบอกกิมงึดตุดว่าข้าศึกชื่องักฮุนตีหักค่ายเข้ามาอีก กิมงึดตุดก็ขึ้นม้าตรงมาสู้รบกับงักฮุนได้หลายเพลง ด้วยกิมงึดตุดนั้นสู้รบมาเป็นหลายครั้งอ่อนกำลังลงเสียที งักฮุนตีถูกหลังเจ็บปวดก็ขับม้าหนี งักฮุนก็บุกบั่นฆ่าฟันทหารฮวนเข้าไป ทหารฮวนต้านทานไม่ได้ งักฮุนฆ่าตายเสียเป็นอันมาก งักฮุนก็ขับม้าไล่รุกเข้าไป เห็นพวกทหารฮวนเป็นกลุ่มล้อมงูเกาไว้ งักฮุนก็ฆ่าฟันทหารฮวนแตกกระจายไป งูเกาจำงักฮุนไม่ได้ก็ขับม้าเข้ารบ งักฮุนเห็นงูเกาก็จำได้ เรียกว่า อาจำข้าพเจ้าไม่ได้หรือ ข้าพเจ้าชื่องักฮุน งูเกาได้ฟังก็ดีใจจึงพูดว่าเหตุไฉนเจ้าจึงมาถึงที่นี้ พูดแล้วงูเกากับงักฮุนก็ช่วยกันฟันฝ่าทหารฮวนออกมาได้ ฆ่าทหารล้มตายในเวลานั้นมากโลหิตไหลนองไป งูเกากับงักฮุนออกจากที่ล้อมได้ก็กลับไปเขา

ฝ่ายกิมงึดตุด ในเวลากลางคืนวันนั้นออกจากค่ายไปสู้รบถึงสามครั้ง ถูกงักฮุนตีด้วยกระบองและฆ่าทหารล้มตายเป็นอันมาก กิมงึดตุดมีความแค้นนัก กลับมาค่ายเห็นค่ายนั้นยับเยินก็สั่งให้ทหารตั้งค่ายเสียใหม่ แล้วให้เอาศพทหารที่ตายนั้นไปฝังเสียก็พอดีสว่างขึ้น ฝ่ายบูเชียงก๋งนั่งพูดอยู่กับทหารทั้งปวง ทหารเข้าไปแจ้งว่างูเกามาอยู่ข้างนอก บูเชียงก๋งก็ให้หาเข้าไป งูเกาคุกเข่าลงคำนับแจ้งความที่ไปเซ่นศพกอทอง แล้วตีหักค่ายกิมงึดตุดเข้าไปพบกับงักฮุนได้พากันมาให้บูเชียงก๋งฟังทุกประการ บูเชียงก๋งจึงว่าเราไม่ใช้ให้ไปจะเอาความชอบมาแต่ไหน งูเกาว่า ข้าพเจ้าเห็นงักฮุนตีหักค่ายฮวนเข้าไปจึงได้เข้าช่วย บัดนี้ข้าพเจ้าพางักฮุนเข้ามาอยู่ที่ประตูค่าย บูเชียงก๋งก็ให้หางักฮุนเข้ามา งักฮุนเข้าไปคำนับบูเชียงก๋ง บูเชียงก๋งก็ให้งักฮุนไปคำนับบรรดานายทหารที่เป็นพี่น้องกันแล้ว บูเชียงก๋งจึงถามงักฮุนบุตรว่าเหตุไฉนไม่อยู่บ้านเรียนหนังสือจึงได้มาถึงที่นี้ งักฮุนก็เล่าความแต่ต้นมาจนพบกองทัพทหารกิมงึดตุดยกไปที่บ้านให้บูเชียงก๋งฟังทุกประการ บูเชียงก๋งได้ฟังก็ยินดี จึงถามงักฮุนว่าเจ้ามาตามทางมีเหตุการณ์สิ่งใดบ้างหรือไม่ งักฮุนก็แจ้งว่าข้าพเจ้าเดินทางมาทางซัวตั๋งพบเล่าหงีนายโจรข้าพเจ้าฆ่าตายแล้ว เคียงตียกบุตรสาวให้แต่ต้นจนปลายให้บิดาฟัง บูเชียงก๋งก็ไม่ตอบประการใด สั่งทหารจัดที่ให้งักฮุนอยู่พอสมควร ครั้นอยู่มาวันหนึ่ง บูเชียงก๋งแม่ทัพออกนั่งที่ว่าราชการขุนนางนายทหารพร้อมกัน บูเชียงก๋งก็สั่งให้เตียเปาไปจัดเสบียงไว้จะให้งักฮุนไปขอกองทัพมาช่วย เตียเปาก็จัดการไว้พร้อมเสร็จ บูเชียงก๋งจึงสั่งงักฮุนบุตรว่าเจ้าจงเอาหนังสือไปให้ผู้รักษาด่านกิมมึงติ้น ขอให้ยกกองทัพมาช่วยกันสู้รบข้าศึกโดยเร็วจะได้รับเสด็จกลับไปเมืองกิมเหลง การอันนี้ก็เป็นการสำคัญต้องมาให้ทันตามกำหนดเจ้าอย่านอนใจ สั่งแล้วก็ส่งหนังสือให้ งักฮุนรับหนังสือคำนับลาออกมา เตียเปาก็เอาเสบียงเดินทางมาให้ งักฮุนรับแล้วก็ขึ้นม้าลงมาจากเขางูเท่าซัว จึงคิดว่าการครั้งนี้เป็นการร้อนจะไปทางอื่นก็ไกล ต้องไปทางค่ายเนียมฮั่นจึงจะทันการ คิดแล้วก็ขับม้าตรงเข้าตีค่ายจะออกไปทางนั้น

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ