๑๐

ฝ่ายงักฮุยนอนหลับตื่นขึ้นไม่เห็นงูเกา จึงถามกังจินจื้อว่างูเกาไปข้างไหน กังจินจื้อบอกว่าเห็นงูเกาแบกเครื่องมือถืออาวุธจูงม้าออกไปนอกบ้าน ข้าพเจ้าถามงูเกาบอกว่าจะพาม้าไปกินน้ำ ช้านานแล้วยังหาเห็นกลับมาไม่ งักฮุยได้ฟังก็ตกใจว่างูเกาคงจะไปหาความมาให้ แล้วรีบไปจูงม้ามาผูกเครื่องถืออาวุธขึ้นม้าแล้วสั่งกังจินจื้อว่า เราจะไปตามงูเกา ถ้ามีเหตุการณ์ใหญ่สำคัญขึ้นแล้วก็ไม่กลับมา ถ้าไม่มีเหตุก็จะกลับมา ว่าแล้วงักฮุยก็ขับม้าไปตามถนนพบคนแก่นั่งอยู่จึงถามว่า ท่านเห็นคนขี่ม้าไปทางนี้บ้างหรือไม่ ตาแก่บอกว่าคนขี่ม้ามาเมื่อก่อนนั้นไปอยู่ที่สนามซ้อมหัด งักฮุยก็รีบขับม้าตามไป

ฝ่ายงูเกาสู้รบอยู่กับฬ่อเอียนเค่ง เอียใจเฮง งูเกาอ่อนกำลังลงสู้ฝีมือสองคนไม่ได้ ก็ร้องตะโกนเรียกงักฮุยให้ช่วย พองักฮุยขับม้าไปถึงสนามได้ยินเสียงงูเการ้องให้ช่วยจำได้ ก็รีบขับม้าเข้าไปเอาทวนปัดอาวุธคนทั้งสามที่รบกันอยู่นั้น พลัดจากมือกระเด็นไปทั้งสามคน งักฮุยจึงถามว่าเหตุผลประการใดจึงได้มาสู้รบกันดังนี้ เอียใจเฮง ฬ่อเอียนเค่งเห็นงักฮุยเอาทวนปัดอาวุธของตัวหลุดไปจากมือก็ตกใจ จึงคิดว่างักฮุยคนนี้มีฝีมือเข้มแข็งเรี่ยวแรงนักหนา ซึ่งเราคิดมาแต่ก่อนว่าจะซ้อมฝีมือเอาที่จอหงวนนั้นเห็นจะไม่ได้แล้ว จะอยู่จนถึงเวลาซ้อมลองฝีมือก็จะมีความอัปยศเขาเปล่า ๆ ไม่ต้องการ กลับไปบ้านเสียดีกว่า พูดกันแล้วก็ลงจากม้าไปหยิบเอาอาวุธมาขึ้นม้ามิได้พูดกับงักฮุยประการใด ขับม้าออกจากสนามไป งักฮุยเห็นดังนั้นจึงร้องถามไปอีกว่าท่านทั้งสองนี้แซ่ใดชื่อไรอยู่บ้านไหน จงหยุดอยู่พูดกันก่อนอย่าเพิ่งไป คนทั้งสองก็หยุดม้าพูดกับงักฮุยว่า ข้าพเจ้านี้ชื่อฬ่อเอียนเค่งอยู่เมืองฮูกอง คนนั้นชื่อเอียใจเฮงอยู่เมืองฮอตงซัวเอ๋า เดิมข้าพเจ้าจะเข้ามาซ้อมฝีมือเอาที่จอหงวน เห็นท่านมีฝีมือเข้มแข็งเรี่ยวแรงกว่า จะอยู่ก็ไม่ได้การแล้วก็จะกลับไปบ้าน พูดเท่านั้นแล้วก็ขับม้าไป งูเกาจึงบอกกับงักฮุยว่าพี่น้องหลับนอนอยู่ข้าพเจ้ามาเที่ยวเดินเล่น ได้ยินคนทั้งสองว่าจะแย่งเอาที่จอหงวนของพี่ไป ข้าพเจ้าจึงได้มาสู้รบหมายจะแย่งชิงเอาที่จอหงวนไว้ให้พี่ งักฮุยได้ฟังก็หัวเราะพูดว่า งูเกานี้เป็นคนโง่เขลานักไม่รู้อะไรเลย ตั้งแต่นี้เจ้าอย่าไปเที่ยวคนเดียวอีกจะเกิดความขึ้นเพราะความโง่ของเจ้า พูดดังนั้นแล้วงักฮุยก็ชวนกันกลับมานอนอยู่ที่บ้านกังจินจื้อตามเดิม ครั้นเวลาเช้ากินอาหารแล้วออกมานั่งที่หน้าตึก เห็นพวกทหารในเมืองเปียนเหลียงเดินไปมีกระบี่เหน็บทุกคน เฮงกุ้ยจึงพูดขึ้นว่า งูเกาเขามีกระบี่เหน็บสำหรับตัวแล้ว แต่เราสามคนพี่น้องกับงักฮุยยังหามีกระบี่สำหรับมือไม่ จึงชวนงักฮุยว่า พี่ไปเที่ยวซื้อกระบี่สำหรับมือคนละเล่มด้วยกัน งักฮุยว่าพี่นี้ก็อยากได้อยู่ แต่ไม่มีเงินจะซื้อเขา ถ้าน้องทั้งสามคนจะไปเที่ยวซื้อกระบี่ก็ไปเถิด เฮงกุ้ยจึงว่าเงินซึ่งจะซื้อหากระบี่นั้นมากน้อยสักเท่าใดน้องจะออกให้เอง พี่มาไปด้วยกันเถิด งักฮุย เฮงกุ้ย ทึงฮวย เตียเฮียน สี่คนก็สั่งงูเกาให้อยู่เฝ้าของที่โรงแล้วสี่คนพากันออกเดินไปเที่ยวซื้อกระบี่ตามร้านในเมืองเปียนเหลียง เห็นร้านตลาดมีสิ่งของขายต่าง ๆ มั่งคั่งบริบูรณ์ ที่ร้านใดมีกระบี่ก็แวะเข้าไปดูหลายร้านไม่ชอบใจก็ออกเดินต่อไปอีก มาถึงร้านหนึ่งเป็นร้านใหญ่มีกระบี่แขวนไว้ขายมาก เครื่องอาวุธสิ่งอื่นก็มีต่างๆ งักฮุยกับพี่น้องจึงแวะเข้าไปเลือกดูจะซื้อกระบี่ที่แขวนไว้ก็ไม่ชอบใจ จึงถามเจ้าของร้านว่ากระบี่ของท่านที่ดีกว่านี้ยังมีอีกบ้างหรือไม่ เจ้าของร้านว่ายังมีอีกมากถมไป ก็เข้าไปขนเอากระบี่ออกมาให้งักฮุยเลือก งักฮุยดูน้ำเหล็กทุกเล่มแล้วก็หาชอบใจไม่ เจ้าของกระบี่ถามงักฮุยว่าท่านเลือกดูกระบี่ชอบใจหรือไม่ งักฮุยจึงว่ากระบี่ของท่านเหล่านี้ก็ดีอยู่ แต่ข้าพเจ้ายังไม่สู้ชอบใจ

ฝ่ายเจ้าของกระบี่ได้ฟังก็โกรธว่า ท่านจะเอาอย่างไรให้ดีกว่านี้ไปอีกเล่า งักฮุยว่าข้าพเจ้ามาเที่ยวหาซื้อกระบี่นี้มิใช่จะเอาไปเหน็บเล่นงามๆ เมื่อไร จะหาสำหรับมือเป็นเพื่อนตัวในการศึกสงคราม เจ้าของกระบี่จึงว่า ถ้าดังนั้นจะให้ดูกระบี่ของข้าพเจ้าสักเล่มหนึ่ง แต่กระบี่นั้นอยู่ที่บ้านเชิญท่านไปบ้านด้วยกันเถิด งักฮุยว่าข้าพเจ้าก็อยากจะใคร่ชมอยู่ เจ้าของกระบี่เก็บกระบี่เข้าไว้ในร้านแล้ว ก็ชวนงักฮุยกับพี่น้องทั้งสี่ออกเดินไปบ้าน ครั้นไปถึงบ้านก็จัดที่ให้งักฮุยนั่งตามสมควรแล้ว เจ้าของกระบี่จึงถามว่าท่านนี้แซ่ใดชื่อไรอยู่เมืองไหน งักฮุยบอกว่าตัวข้าพเจ้านี้แซ่งักชื่อฮุย น้องอีกสี่คนนั้นชื่อเฮงกุ้ย เตียเฮียน ทึงฮวย งูเกา อยู่เมืองทึงอิมกุ้ย เข้ามาจะซ้อมทดลองเพลงอาวุธในสนามหลวงคราวนี้ ตัวท่านแซ่ใดชื่อไรเล่าจงบอกให้ข้าพเจ้าทราบบ้าง เจ้าของกระบี่บอกว่า ข้าพเจ้าแซ่จิวชื่อซำอุยเป็นพ่อค้าขายกระบี่สืบมาแต่ปู่และบิดาจนถึงตัวข้าพเจ้า ครั้นถามชื่อและแซ่กันแล้ว จิวซำอุยก็ไปเอากระบี่ในห้องออกมาให้งักฮุยดู งักฮุยรับเอามาชักออกจากฝักดู กระบี่นั้นมีสีแสงวับจับตา งักฮุยก็รู้ว่ากระบี่เล่มนี้เป็นของวิเศษ จึงพูดกับเจ้าของกระบี่ว่า กระบี่เล่มนี้ของท่านดีจริงท่านได้มาแต่ไหน เจ้าของกระบี่เห็นงักฮุยรู้จักกระบี่ดี ก็บอกว่ากระบี่เล่มนี้เป็นของเก่าสืบมาแต่ปู่และบิดาข้าพเจ้า ปู่และบิดาได้สั่งข้าพเจ้าว่าถ้าผู้ใดรู้จักกำเนิดกระบี่เล่มนี้แล้ว ผู้นั้นควรจะถือใช้สู้ศึกสงคราม ท่านยังรู้ว่ากระบี่ที่ดีกำเนิดประการใดบ้าง งักฮุยว่าข้าพเจ้าก็รู้อยู่บ้างเล็กน้อยจะผิดถูกประการใดไม่ทราบ อันกระบี่ดีนั้นครั้งแผ่นดินเลียดก๊ก มีผู้สร้างขึ้นสองคราว คราวหนึ่งฌ้ออ๋องเจ้าเมืองฌ้อสร้างขึ้นครั้งหนึ่ง ครั้นนานมาอับหลีเจ้าเมืองหงอสร้างขึ้นอีกครั้งหนึ่ง กระบี่วิเศษเหล่านี้มีชื่อปรากฏทุกเล่ม เจ้าของกระบี่ว่าท่านว่าครั้งคราวก็ถูกอยู่แล้ว เชิญท่านบอกชื่อกระบี่ให้ข้าพเจ้าฟัง จะถูกกับปู่และบิดาสั่งข้าพเจ้าไว้หรือไม่ งักฮุยว่ากระบี่วิเศษนั้นชื่อเลงจัวเล่มหนึ่ง ชื่อไทออเล่มหนึ่ง ชื่อแปะเค่งเล่มหนึ่ง ชื่อจีเตียนเล่มหนึ่ง ชื่อเม็กเอียเล่มหนึ่ง ชื่อกันเจียงเล่มหนึ่ง ชื่อฮูเชียงเล่มหนึ่ง ชื่อกีเคียดเล่มหนึ่ง กระบี่ของท่านเล่มนี้เห็นจะเป็นชื่อคังโลเกียมจะถูกหรือไม่ เจ้าของกระบี่ว่าท่านเรียกชื่อถูกแล้ว แต่กระบี่มีกำเนิดอย่างไรท่านรู้หรือไม่ งักฮุยว่าข้าพเจ้ารู้อยู่บ้าง ก็เล่าถึงกำเนิดกระบี่คังโลเกียมให้เจ้าของผู้ขายกระบี่ฟังว่า

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ