๒๔

ฝ่ายเล่าอือ ครั้นกิดแชกลับไปแล้วก็ทำหนังสือฉบับหนึ่งมอบให้ม้าใช้ถือไปส่งให้เตียซอ เตียซอรับหนังสือมาฉีกผนึกออกอ่านมีความว่า ข้าพเจ้าเล่าอือขอคำนับมายังท่านเตียซอแม่ทัพหลวง ด้วยข้าพเจ้าได้สู้รบกับกองทัพกิมงึดตุดมีชัยชนะฆ่าฟันทหารพวกฮวนเจ็บป่วยล้มตายเป็นอันมาก จับได้เซียนบุนหนึงนายทหารเอกมาคุมไว้ในกองทัพ ท่านจะให้ฆ่าเสียหรือจะเอาตัวข้าพเจ้าก็จะส่งไปให้ เตียซอไม่รู้ในอุบายสำคัญว่าจริงก็มีความยินดี ขณะนั้นโอเชียนซึ่งไปสืบราชการมาถึงเข้าไปคำนับเตียซอ เตียซอจึงถามว่าท่านไปสืบราชการได้รู้ได้เห็นอย่างไรบ้าง โอเชียนก็เล่าความตามซึ่งงักฮุยได้สู้รบทำอุบายล่อลวงข้าศึกได้ชัยชนะให้เตียซอฟังทุกประการ เตียซอจึงหยิบเอาหนังสือซึ่งเล่าอือมีมาถึงนั้นให้โอเชียนดู โอเชียนแจ้งความแล้วก็หัวเราะพูดว่า ซึ่งเล่าอือมีหนังสือมานี้เป็นความไม่จริงทั้งนั้น คิดแต่จะชิงเอาความชอบเขามาใส่ตัว การครั้งนี้ข้าพเจ้าได้เห็นแก่ตาทีเดียว เล่าอือไม่ได้สู้รบกับข้าศึกเลยนอนนิ่งเฉยอยู่กับค่ายเท่านั้น ทำหนังสือบอกปดมาว่าได้ชัยชนะแก่ข้าศึก เตียซอได้ฟังก็มีความโกรธเป็นอันมาก สั่งให้นายทหารไปจับเอาตัวเล่าอือมาให้ได้โดยเร็ว โอเชียนจึงว่าเล่าอือคิดหลอกลวงท่านเป็นคนผิดอยู่แล้ว เห็นทหารเอะอะไปเอาตัวก็คงจะไม่มาจะเกิดสู้รบกันขึ้น ข้าพเจ้าจะขอไปพูดจาล่อลวงเล่าอือมาให้ได้โดยดี เมื่อเล่าอือมาถึงท่านจะทำโทษประการใดก็แล้วแต่ท่าน เตียซอก็เห็นชอบด้วย สั่งให้โอเชียนไปคิดเอาตัวเล่าอือมาให้ได้

ฝ่ายเชาหยงเป็นญาติเกี่ยวดองกันกับเล่าอือ เป็นนายทหารอยู่ในกองทัพเตียซอ ได้ยินเตียซอกับโอเชียนพูดกันจะไปเอาตัวเล่าอือมาฆ่าเสีย เชาหยงตกใจใช้คนสนิทรีบเอาความไปบอกกับเล่าอือ ไปถึงค่ายเล่าอือก่อนโอเชียนก็เล่าความซึ่งเชาหยงสั่งมาว่าเตียซอรู้ว่าเล่าอือปิดบังความชอบของงักฮุย แย่งชิงเอามาเป็นความชอบของตัว เตียซอโกรธนักคิดเป็นกลอุบายให้โอเชียนมาหาตัวจะเอาไปฆ่าเสีย ให้ท่านคิดหลบหลีกเสียให้พ้นภัย เล่าอือได้ฟังก็ตกใจจึงเอาเงินห้าสิบตำลึงให้เป็นรางวัลแก่ทหารผู้มาบอกนั้น แล้วสั่งว่าเจ้าจงกลับไปบอกกับเชาหยงเถิดว่าเราขอบใจนัก ถ้าเชาหยงไม่บอกชีวิตเราก็คงจะเป็นอันตราย เล่าอือจึงคิดว่าการครั้งนี้ก็จวนตัวยากที่จะแก้ไขแล้ว ถ้ารออยู่จนโอเชียนมาถึงเราจะบิดพลิ้วเสียไม่ไปก็เป็นขัดแม่ทัพมีโทษถึงสิ้นชีวิต ครั้นจะไปก็ถึงตาย จำจะต้องคิดหนีเอาตัวรอดไปก่อน จึงเรียกเซียนบุนหนึงนายทหารฮวนซึ่งจับมาคุมไว้นั้นเข้ามาพูดว่า ข้าพเจ้าทราบอยู่ว่าท่านเป็นนายทหารเอกเมืองไตกิมก๊ก เสียทีแก่งักฮุยถูกจับตัวมาส่งไว้กับข้าพเจ้า ข้าพเจ้าตรึกตรองดูการแผ่นดินในกาลนี้ชะตาแผ่นดินซ้องจะเสื่อมสูญแล้ว อำนาจเมืองไตกิมก๊กจะรุ่งเรืองต่อไป ข้าพเจ้าจึงได้อาสามาเป็นทัพหนุน หวังใจว่าจะหาช่องโอกาสหนีไปเข้าสามิภักดิ์กับกิมงึดตุดแต่ยังไม่มีผู้ชักนำ บัดนี้ตัวท่านมาต้องขังอยู่ในค่ายข้าพเจ้า ข้าพเจ้าคิดจะให้ท่านเป็นผู้ชักนำไปสามิภักดิ์เข้าทำราชการอยู่กับกิมงึดตุด ท่านจะช่วยสงเคราะห์ได้หรือไม่ เซียนบุนหนึงว่าตัวข้าพเจ้าเป็นเชลยตกมาอยู่ในอำนาจ ท่านไม่ฆ่าเสียนั้นก็บุญคุณนักหนา ซึ่งจะให้ข้าพเจ้าชักนำพาไปอยู่กับกิมงึดตุดนั้น ข้าพเจ้าจะรับธุระทำนุบำรุงท่านไปกว่าจะสิ้นกำลังและสติปัญญาหาละเลยลืมบุญคุณท่านไม่ เล่าอือพูดกับเซียนบุนหนึงตกลงพร้อมกันแล้ว ก็จัดแจงเตรียมตัวพร้อมจะหนีไปยังกองทัพกิมงึดตุด พอม้าใช้ซึ่งถือหนังสือไปให้เตียซอกลับมาถึงแจ้งความกับเล่าอือว่า เตียซอสั่งให้ท่านเอาตัวเซียนบุนหนึงส่งไปยังกองทัพหลวงโดยเร็ว เล่าอือได้ฟังก็หัวเราะพูดกับนายทหารทั้งปวงว่า เราเห็นเตียซอแม่ทัพเป็นคนไม่มีสติปัญญา ใจก็ไม่โอบอ้อมอารี จะทำการสิ่งใดก็ไม่ปรึกษาหารือกับนายทัพนายกอง อวดตัวว่าเป็นคนชำนาญในการสงคราม จะเลี้ยงจะใช้ทหารก็ไม่รู้ว่าคนดีคนชั่ว เราเห็นว่ากิมงึดตุดเป็นคนอยู่ในสัจธรรมมีใจโอบอ้อมอารีพอจะเป็นที่พึ่งได้ เราจะไปทำราชการอยู่กับกิมงึดตุด ผู้ใดจะตามไปบ้างก็ให้เร่งจัดแจงตัวโดยเร็ว นายทหารทั้งปวงได้ฟังก็ตกใจพากันตะลึงนิ่งอยู่ทั้งสิ้น หามีผู้ใดพูดอย่างไรไม่ เล่าอือ เซียนบุนหนึง กับคนใช้สองสามคนก็ออกจากค่ายรีบไปถึงกลางทางพบโอเชียน โอเชียนเห็นเล่าอือกับเซียนบุนหนึงเดินมากิริยาผิดประหลาด จึงถามว่าท่านทั้งสองจะพากันไปไหน เตียซอแม่ทัพให้ข้าพเจ้ามาเชิญท่านไปปรึกษาราชการ เล่าอือว่าเรารู้แล้วท่านอย่าต้องมาบอกเลย นี่ท่านมาหาที่ตายหรือเราจะตัดศีรษะท่านเสียเดี๋ยวนี้ก็จะได้ แต่เสียดายกระบี่จะติดโลหิตต้องล้างต้องเช็ดไม่ต้องการ โอเชียนได้ฟังก็สะดุ้งใจคิดว่าเล่าอือเห็นจะรู้ความแล้ว โอเชียนก็มิได้ตอบประการใด เล่าอือจึงว่าท่านจงกลับไปบอกกับเตียซอเถิดว่า ตัวเราก็ชายชาติทหาร ซึ่งเตียซอจะฆ่าด้วยอุบายนั้นไม่ได้เสียแล้ว ถ้าเตียซอจะฆ่าเราให้ได้ให้มารบกัน ถ้าเราแพ้แล้วก็จงเอาศีรษะไปเถิด บัดนี้เราจะไปทำราชการอยู่กับกิมงึดตุดแล้ว โอเชียนได้ฟังก็รีบกลับไปแจ้งความกับเตียซอตามคำเล่าอือว่าทุกประการ เตียซอได้ฟังก็มีความโกรธยิ่งนัก ในขณะนั้นมีทหารถือหนังสือรับสั่งพระเจ้าซ้องเกาจงฮ่องเต้มาถึงเตียซอ เตียซอคำนับรับหนังสือเปิดผนึกออกอ่านมีความว่า ให้เตียซอกับงักฮุยคุมทหารรีบไปตั้งรักษาแม่น้ำอึ้งโห อย่าให้กองทัพกิมงึดตุดยกข้ามมาได้ เตียซอทราบความแล้วก็ทำหนังสือบอกข้อราชการซึ่งงักฮุยได้สู้รบมีชัยชนะแก่ข้าศึกและเล่าอือเอาใจออกห่างหนีไปอยู่กับกิมงึดตุด ทำหนังสือแล้วก็ส่งให้ม้าใช้ถือกลับไปเมืองกิมเหลง

ฝ่ายเนียมฮั่นครั้นหนีไปถึงกองทัพกิมงึดตุด ก็แจ้งความซึ่งเสียทีแก่ข้าศึกให้กิมงึดตุดฟังทุกประการ กิมงึดตุดว่าท่านยกกองทัพไปครั้งนี้ทหารถึงสิบหมื่น เหตุใดจึงได้เสียทีแก่ข้าศึกง่าย ๆ นักหนา เนียมฮั่นว่าทหารในกองทัพเมืองกิมเหลงชื่องักฮุย มีสติปัญญาฝีมือก็เข้มแข็งยิ่งนัก แล้วก็เล่าความซึ่งงักฮุยทำกลอุบายให้กิมงึดตุดฟัง กิมงึดตุดว่าเสียทีแก่ข้าศึกครั้งนี้ได้ความอัปยศนักหนา กิมงึดตุดเห็นพี่ชายเศร้าโศกเสียใจ จึงว่าการทำศึกสงครามไม่ชนะก็แพ้เป็นธรรมดาอยู่เอง ข้าพเจ้าจะยกกองทัพข้ามแม่น้ำอึ้งโหไปเมืองกิมเหลงแก้แค้นแทนท่านให้จงได้

ฝ่ายเซียนบุนหนึงพาเล่าอือมาถึงค่ายกิมงึดตุด จึงให้เล่าอือพักอยู่แต่นอกค่ายก่อน ตัวเข้าไปคำนับกิมงึดตุด กิมงึดตุดเห็นเซียนบุนหนึงกลับมาได้ก็มีความยินดี จึงถามว่าทหารเมืองกิมเหลงจับตัวท่านไปแล้วเหตุใดจึงกลับมาได้ เซียนบุนหนึงก็เล่าความแต่หลังจนเล่าอือยอมสามิภักดิ์้มาทำราชการอยู่ด้วยให้กิมงึดตุดฟัง กิมงึดตุดจึงว่าเล่าอือเป็นข้าศึกกับเรา ซึ่งยอมมาสามิภักดิ์นั้นจะเป็นอุบายดอกกระมัง จะต้องฆ่าเสียจึงจะไม่เสียรู้กับข้าศึก คับมิชีว่าซึ่งเล่าอือมานี้เห็นจะไม่เป็นอุบาย ด้วยพาเซียนบุนหนึงนายทหารของเรามาด้วย ขอท่านจงเลี้ยงไว้ดูท่วงทีไปก่อน ถ้าเห็นไม่สุจริตจริงแล้วจึงค่อยฆ่าเสียภายหลัง กิมงึดตุดได้ฟังก็เห็นชอบด้วย จึงให้เซียนบุนหนึงพาตัวเล่าอือเข้ามาในค่าย เล่าอือเข้ามาถึงก็คุกเข่าลงคำนับ กิมงึดตุดจึงพูดว่าท่านมีใจจงรักสามิภักดิ์มาทำราชการกับเรานั้นด้วยเหตุอันใด เล่าอือจึงว่าข้าพเจ้าได้ยินชื่อเสียงท่านเลื่องลือ คนเป็นอันมากสรรเสริญว่ามีสติปัญญา ทั้งฝีมือก็เข้มแข็งน้ำใจก็กว้างขวางโอบอ้อมอารีมีเมตตาแก่คนทั้งหลาย จะประพฤติการสิ่งใดก็ประกอบไปด้วยสัจธรรม อันเจ้านายพวกแผ่นดินซ้องนั้นหาสติปัญญาไม่ ขุนนางก็คิดอิจฉาแก่งแย่งกันไปต่าง ๆ ข้าพเจ้าจะทำราชการอยู่ด้วยเห็นจะไม่มีความจำเริญ จึงได้เข้ามาสามิภักดิ์อยู่กับท่านเอาบุญบารมีเป็นที่พึ่ง กิมงึดตุดได้ฟังเล่าอือพูดยกยอก็มีความยินดี จึงว่าเราจะตั้งให้ท่านเป็นลูอ๋องเจ้าเมืองซัวตั๋งซึ่งเราตีได้ไว้แต่ก่อนนั้น ท่านจงไปอยู่รักษาเมืองซัวตั๋งก่อนเถิด เล่าอือได้ฟังก็มีความยินดีคำนับรับที่ลูอ๋องแล้วไปอยู่เมืองซัวตั๋ง

ฝ่ายเตียซอกับงักฮุยได้หนังสือรับสั่งแล้วก็จัดทหารยกไปถึงแม่น้ำอึ้งโห เตียซอจัดทหารแบ่งให้งักฮุยอยู่รักษาแม่น้ำอึ้งโห ตัวเตียซอคุมทหารยกไปตีเมืองเปียนเหลียง ครั้นถึงหน้าเมืองเปียนเหลียงก็สั่งให้ตั้งค่ายมั่นลงไว้ ม้าใช้คอยเหตุเห็นกองทัพยกมาก็เอาความไปแจ้งแก่เตียปังเชียงว่า เตียซอแม่ทัพเมืองกิมเหลงยกกองทัพมาตั้งอยู่ห่างเมืองประมาณสิบลี้ เตียปังเชียงได้ฟังก็ตกใจจึงให้หาขุนนางและนายทหารมาปรึกษาว่า เตียซอยกกองทัพมาจะตีเมืองเปียนเหลียง ครั้นเราจะต่อสู้ด้วยฝีมือทแกล้วทหารก็ไม่มีตัว จำเราจะหาอุบายไปพูดจาเกลี้ยกล่อมล่อลวงนางไทเฮาขอเอาตราหยกสำหรับแผ่นดินซึ่งซ่อนกิมงึดตุดไว้ได้นั้นเอาไปถวายพระเจ้าซ้องเกาจงฮ่องเต้ ท่านทั้งปวงจะเห็นประการใด ขุนนางนายทหารเหล่านั้นก็เกิดสะดุ้งกลัวเตียซอเป็นอันมาก ได้ยินเตียปังเชียงพูดปรึกษาดังนั้นก็มีความยินดีจึงว่าท่านคิดนี้ชอบแล้ว เตียปังเชียงก็เข้าไปหานางไทเฮา บอกว่าบัดนี้กิมงึดตุดยกกองทัพมาจะตีเอาเมืองเปียนเหลียงอีก ถ้าเมืองเปียนเหลียงเสียแล้ว ท่านก็จะได้ความลำบากยิ่งกว่าครั้งก่อนหลายส่วน ข้าพเจ้าคิดว่าตราหยกสำหรับกษัตริย์ซึ่งท่านซ่อนกิมงึดตุดไว้ได้นั้น ข้าพเจ้าจะเอาไปถวายพระเจ้าซ้องเกาจงฮ่องเต้ ณ เมืองกิมเหลง แล้วจะทูลขอกองทัพมารับท่านไปอยู่เมืองกิมเหลงให้พ้นภัยอันตราย นางไทเฮาได้ฟังจึงว่าซึ่งท่านคิดขึ้นนี้ชอบแล้วจงเร่งไปโดยเร็วเถิด ว่าแล้วก็ไปเชิญเอาตราหยกมามอบให้เตียปังเชียง เตียปังเชียงรับตราหยกแล้วรีบกลับออกมาบ้านรวบรวมทรัพย์สิ่งของ อพยพบุตรภรรยาบ่าวไพร่หนีออกจากเมืองเปียนเหลียง ตัดทางตรงไปเมืองกิมเหลง

ฝ่ายเตียซอมาตั้งค่ายอยู่หน้าเมืองเปียนเหลียงไม่เห็นผู้ใดยกออกมาสู้รบเงียบสงบอยู่ ก็คุมทหารเข้าไปเรียกให้เปิดประตูเมืองรับ ผู้รักษาประตูก็เปิดประตูเมืองรับเตียซอเข้าไปในเมืองได้ แจ้งว่าเตียปังเชียงหนีไปเสียก่อนแล้วก็เสียใจมีความแค้นยิ่งนัก เข้าไปหานางไทเฮาแล้วบอกว่า ข้าพเจ้ายกกองทัพมาครั้งนี้หมายจะกำจัดเตียปังเชียงซึ่งเป็นเสี้ยนหนามศัตรูแผ่นดินเสีย มันรู้ตัวหนีไปเสียก่อนได้ข้าพเจ้าเสียใจนัก นางไทเฮาว่าเตียปังเชียงมาบอกกับข้าพเจ้าว่ากิมงึดตุดยกกองทัพมา หาได้บอกว่าท่านยกมาไม่ เตียปังเชียงมาเรียกเอาตราหยกสำหรับกษัตริย์ว่าจะเอาไปถวายพระเจ้าซ้องเกาจงฮ่องเต้ ณ เมืองกิมเหลง ขอกองทัพเมืองกิมเหลงมาช่วยป้องกันรักษาเมืองเปียนเหลียง ข้าพเจ้าไม่รู้อุบายก็เอาตราหยกมอบให้ไป เตียซอว่าเตียปังเชียงคิดอุบายพูดจาล่อลวงเจ้านายจนบ้านเมืองเสียแก่ข้าศึกแล้ว บัดนี้ยังมาล่อลวงท่านเอาตราหยกไปถวายพระเจ้าซ้องเกาจงฮ่องเต้หาความชอบเพื่อจะเอาตัวรอด ข้าพเจ้ามีความแค้นมันยิ่งนัก ว่าดังนั้นแล้วก็คำนับลานางไทเฮาออกมาจัดขุนนางนายทหารให้อยู่รักษาเมืองเปียนเหลียง ตัวเตียซอออกมาพักอยู่ที่ค่ายหน้าเมือง

ฝ่ายเตียปังเชียงครั้นมาถึงเมืองกิมเหลง ก็เข้าไปแจ้งความแก่เจ้าพนักงานว่า เชิญตราหยกสำหรับกษัตริย์ซึ่งตัวได้ซ่อนกิมงึดตุดไว้ ณ เมืองเปียนเหลียง เอามาถวายพระเจ้าซ้องเกาจงฮ่องเต้ เจ้าพนักงานก็นำข้อความขึ้นกราบทูลตามคำเตียปังเชียง พระเจ้าซ้องเกาจงฮ่องเต้ได้ทรงทราบจึงปรึกษาขุนนางทั้งปวงว่าเตียปังเชียงนี้เป็นเสี้ยนหนามแผ่นดิน ไปเข้ากับกิมงึดตุดเป็นไส้ศึกคิดอุบายล่อลวงไทเซียงฮอง พระเจ้าซ้องคิมจงฮ่องเต้ จนตกไปอยู่ในเงื้อมมือกิมงึดตุดก็เพราะเตียปังเชียง บัดนี้เชิญเอาตราหยกสำหรับกษัตริย์มาให้เรา ก็ปรารถนาจะแก้ตัวหาความชอบ ท่านทั้งปวงจะเห็นประการใด ขุนนางเหล่านั้นจึงกราบทูลว่า เตียปังเชียงนี้ความผิดก็มีมากนัก แต่ครั้งนี้นำเอาตราหยกสำหรับแผ่นดินเป็นของสำคัญมาถวายก็มีความชอบอยู่ ครั้นจะประหารชีวิตเสียตามโทษแต่ก่อนก็จะมีความครหา ขอให้พระองค์เลี้ยงเตียปังเชียงเป็นแต่ขุนนางเล็กน้อยอย่าให้มีสง่าอาญาสิทธิ์เหมือนแต่ก่อน พระเจ้าซ้องเกาจงฮ่องเต้ได้ทรงฟังก็เห็นชอบจึงให้หาตัวเตียปังเชียงเข้าไปเฝ้า เตียปังเชียงเข้าไปถึงหน้าที่นั่งก็คุกเข่าลงคำนับเอาตราหยกสำหรับกษัตริย์ถวาย พระเจ้าซ้องเกาจงฮ่องเต้จึงตรัสว่า ตัวเป็นคนผิดคิดประทุษร้ายต่อบ้านเมืองมีโทษมาก แต่ครั้งนี้เอาตราหยกมาให้เราก็มีความชอบอยู่ เราจะยกโทษซึ่งกระทำผิดมาแต่ก่อนให้เป็นรางวัล แล้วรับสั่งตั้งเตียปังเชียงเป็นขุนนางผู้น้อย เตียปังเชียงเห็นพระเจ้าซ้องเกาจงฮ่องเต้ไม่ทรงเอาโทษแล้วก็มีความยินดี กราบถวายบังคมลากลับมาที่อยู่ เตียปังเชียงอุตส่าห์เข้าเฝ้าทุกเวลามิได้ขาด เมื่อมีท่วงทีประการใดก็จะทูลประจบประแจงไปให้ชอบพระทัย พระเจ้าซ้องเกาจงฮ่องเต้พระปัญญาโง่เขลา ได้ฟังเตียปังเชียงทูลประจบประแจงก็ชอบพระทัยทรงพยักพเยิดไป เวลาวันหนึ่งเตียปังเชียงกราบทูลว่า กิมงึดตุดยกกองทัพมากระทำย่ำยีเมืองเราครั้งนี้ จะมีสติปัญญาและฝีมือเข้มแข็งสักเพียงไร แต่งักฮุยผู้เดียวยังอาจสามารถฆ่าทหารข้าศึกตายเสียที่เขาแชเลงซัวเป็นหลายหมื่น กิมงึดตุดและทหารในกองทัพก็ครั่นคร้ามขามเข็ดฝีมืองักฮุยเป็นอันมาก ซึ่งพระองค์ตั้งให้งักฮุยเป็นแต่นายทหารกองทัพหน้านั้นไม่ควร ขอให้พระองค์ตั้งงักฮุยเป็นแม่ทัพใหญ่ ยกไปปราบปรามเมืองไตกิมก๊กเสียให้ราบคาบ แล้วเชิญเสด็จไทเซียงฮอง พระเจ้าซ้องคิมจงกลับมาบ้านเมืองเรา พระเจ้าซ้องเกาจงฮ่องเต้ได้ทรงฟังตรัสว่า ท่านนี้เป็นคนประจบประแจงสอพลอพูดมากนัก ไม่ต้องมาสั่งสอนเราดอก เราเห็นผู้ใดดีมีความชอบก็ชุบเลี้ยงตามสมควร เตียปังเชียงได้ฟังรับสั่งเห็นว่าพระเจ้าซ้องเกาจงฮ่องเต้ไม่เชื่อก็เสียใจ ครั้นกลับมาที่อยู่จึงคิดว่าพระเจ้าซ้องเกาจงฮ่องเต้พระทัยเธอจะหนักแน่นจริงดังตรัสกระนั้นเจียวหรือ จำเราจะหาอุบายให้มีช่องโอกาสเข้าทำราชการเอาสิทธิ์ขาดให้เหมือนแต่ก่อนจงได้ พอนางออเฮียนสาวใช้ยกน้ำชาเข้ามาให้ เตียปังเชียงพิจารณาดูนางออเฮียนกำลังสาว รูปร่างก็ระวาดระไวผิวพรรณงดงาม กิริยาก็อ่อนโยนท่วงทีแยบคาย จึงคิดว่านางออเฮียนคนนี้เราจะฝึกสอนกลมารยาเสียให้ดีแล้ว จะเอาเข้าไปถวายว่าเป็นบุตร พระเจ้าซ้องเกาจงฮ่องเต้ก็คงจะรักใคร่โปรดปราน จึงพูดกับนางออเฮียนว่า เจ้ามาอยู่กับเรา เราก็มีความรักใคร่จะเลี้ยงเจ้าเป็นบุตร แล้วจะถวายพระเจ้าซ้องเกาจงฮ่องเต้เจ้าจะยอมหรือไม่ นางออเฮียนว่าข้าพเจ้ามาอยู่กับท่านก็หมายจะพึ่งบุญท่านจะให้เป็นอย่างไรก็จะปฏิบัติตาม เตียปังเชียงจึงให้นางออเฮียนเรียกตัวว่าบิดา สั่งสอนว่าถ้าเจ้าจะตกเข้าไปอยู่เป็นพระสนมในพระเจ้าซ้องเกาจงฮ่องเต้แล้ว จงทำอุบายกลมารยาตามความซึ่งเราสั่งสอนให้พระเจ้าซ้องเกาจงฮ่องเต้เสน่หารักใคร่ลุ่มหลงจงได้ ถ้าเราจะเพ็ดทูลข้อราชการสิ่งใด ๆ เจ้าจงเป็นธุระช่วยอุดหนุนด้วย นางออเฮียนว่าถึงข้าพเจ้าจะได้ดีมีวาสนาหรือหาวาสนาไม่ก็ไม่ลืมคุณท่านเลย จะสนองคุณท่านไปกว่าจะหาชีวิตไม่ เตียปังเชียงเอาคำมั่นสัญญากับนางออเฮียนเสร็จแล้ว ก็นำเข้าไปถวายพระเจ้าซ้องเกาจงฮ่องเต้ กราบทูลว่าเป็นบุตร พระเจ้าซ้องเกาจงฮ่องเต้ทอดพระเนตรเห็นรูปร่างนางออเฮียนงดงาม จริตกิริยาก็เรียบร้อยมีพระทัยเสน่หา สั่งให้เจ้าพนักงานเอาเงินและเสื้อผ้ามาพระราชทานจัดที่ให้อยู่ตามสมควร พระเจ้าซ้องเกาจงฮ่องเต้ก็เรียกนางออเฮียนเข้าไปปฏิบัติร่วมประเวณีมีพระทัยเสน่หาลุ่มหลงรักใคร่นางออเฮียนมากกว่าพระสนมทั้งปวง เตียปังเชียงคอยฟังข่าวเห็นว่าพระเจ้าซ้องเกาจงฮ่องเต้โปรดปรานนางออเฮียนสมคาดสมหมายแล้ว ก็คิดอุบายกราบทูลพระเจ้าซ้องเกาจงฮ่องเต้ว่า งักฮุยยกกองทัพไปครั้งนี้มีความชอบมากนัก ขอให้พระองค์หาตัวเข้ามาตั้งให้เป็นแม่ทัพใหญ่มียศศักดิ์ งักฮุยจะได้สวามิภักดิ์ทำราชการอาสาแผ่นดินต่อไป พระเจ้าซ้องเกาจงฮ่องเต้ก็เห็นชอบด้วย จึงรับสั่งให้ขุนนางฝ่ายอาลักษณ์ทำหนังสือรับสั่งไปหาตัวงักฮุยเข้ามาเฝ้า มอบหนังสือให้เตียปังเชียงจัดขุนนางถือไป เตียปังเชียงรับหนังสือกลับมาถึงบ้านแล้ว ก็เก็บหนังสือนั้นไว้เสียหาได้เอาไปให้งักฮุยไม่ พระเจ้าซ้องเกาจงฮ่องเต้ตั้งแต่ได้นางออเฮียนมาไว้ก็ทรงลุ่มหลงไปในการเสพสังวาสไม่ใคร่จะเสด็จออกว่าราชการ นางออเฮียนจะเพ็ดทูลข้อความประการใดก็หลงเชื่อฟังไปทุกประการ

ฝ่ายลีกังขุนนางผู้ใหญ่ ทราบความว่าเตียปังเชียงเอาบุตรเลี้ยงเข้าไปถวายพระเจ้าซ้องเกาจงฮ่องเต้ พระเจ้าซ้องเกาจงฮ่องเต้ทรงลุ่มหลงรักใคร่ไม่เสด็จออกว่าราชการเหมือนแต่ก่อนก็มีความวิตก คิดถึงการบ้านเมืองว่าจะแปรปรวนไปด้วยสติปัญญากลอุบายเตียปังเชียงอีกแล้ว ภรรยาลีกังเห็นสามีไม่สบายจึงเข้าไปถามเหตุใดท่านจึงได้หงอยเหงาเศร้าหมองไปนักหนา ลีกังจึงว่าเดิมเมืองเปียนเหลียงจะเป็นอันตรายนั้นก็เพราะเตียปังเชียง บัดนี้พระเจ้าซ้องเกาจงฮ่องเต้มาได้ราชสมบัติเป็นเจ้าแผ่นดินขึ้นในเมืองกิมเหลง ตัวเรากับขุนนางทั้งปวงก็ตั้งใจทำราชการทำนุบำรุงแผ่นดิน หวังจะให้อาณาประชาราษฎรมีความสุข บัดนี้พระเจ้าซ้องเกาจงฮ่องเต้เอาเตียปังเชียงมาเลี้ยงเป็นขุนนางขึ้นอีก เตียปังเชียงคิดอุบายเอานางออเฮียนเข้าไปถวาย พระเจ้าซ้องเกาจงฮ่องเต้ก็ทรงลุ่มหลงรักใคร่เพลิดเพลินไปด้วยการปรนนิบัติทั้งกลางวันกลางคืนละกิจราชการบ้านเมืองเสีย เราเห็นว่าไม่ช้าเมืองกิมเหลงก็จะเกิดวิบัติเหมือนเมืองเปียนเหลียง ขณะนั้นมีชายผู้หนึ่งเข้ามายืนตรงหน้าลีกัง ลีกังร้องถามว่าผู้ใดมายืนอยู่ที่นี่ ชายผู้นั้นหัวเราะแล้วจึงบอกว่าข้าพเจ้าชื่อเตียเปา เดิมทำราชการอยู่กับท่าน ท่านลืมไปเสียแล้วหรือ ลีกังก็นึกขึ้นได้เรียกให้เตียเปาเข้ามานั่งพูดกัน เตียเปาว่าข้าพเจ้าอยากจะทำราชการอยู่กับท่านต่อไปอีก ลีกังจึงว่าเราขอบใจนัก แต่ตัวเราไม่ได้เป็นทหารไปทำศึกสงคราม เราจะให้ท่านไปทำราชการอยู่กับงักฮุย ได้สู้รบกับข้าศึกได้ชัยชนะแล้วก็จะมีชื่อเสียงปรากฏเพราะกำลังและฝีมือของท่าน เตียเปาจึงว่าแล้วแต่ท่านจะเมตตา ลีกังก็ทำหนังสือฉบับหนึ่งส่งให้เตียเปา แล้วจัดเสื้อเกราะเครื่องนุ่งห่มให้เตียเปาไป เตียเปาไปถึงแม่น้ำอึ้งโหก็เข้าหางักฮุย เอาหนังสือลีกังส่งให้ งักฮุยฉีกผนึกออกอ่านมีความว่า ลีกังขอแจ้งมายังงักฮุยให้ทราบ ด้วยเตียเปาเป็นทหารมีฝีมือสมัครเข้ามาทำราชการ ให้งักฮุยรับไว้ใช้สอยทำนุบำรุงด้วยเถิด งักฮุยก็มีความยินดีจัดที่ให้เตียเปาอยู่แล้วให้ทำโต๊ะไปเลี้ยงเตียเปา เตียเปาเห็นเครื่องโต๊ะที่ยกมาเลี้ยงนั้นสิ่งของไม่สู้ดี จึงพูดว่างักฮุยให้เรากินโต๊ะอย่างนี้ไม่สมควร คนใช้งักฮุยจึงว่าซึ่งงักฮุยทำโต๊ะมาให้ท่านนั้นดีกว่าของที่งักฮุยกิน เหตุใดท่านจึงว่าลบหลู่ดูถูกเล่า งักฮุยนายข้าพเจ้านั้นเมื่อจะกินอาหารเวลาใดก็หันหน้าไปกราบถวายบังคมพระเจ้าแผ่นดินเสียก่อนจึงกินอาหารดังนั้นทุกเวลา เตียเปาได้ฟังจึงคิดว่า งักฮุยนี้มีกตัญญูต่อเจ้านายหาผู้จะเสมอมิได้ จึงว่ากับคนใช้ว่าซึ่งข้าพเจ้าพูดนั้นเหลือเกินไปแล้วขอโทษเสียเถิด เตียเปาก็กินโต๊ะที่งักฮุยจัดมาให้ แล้วภายหลังเตียเปาไปเห็นงักฮุยบริโภคอาหารไม่มีสิ่งใด มีแต่แกงเต้าหู้ชามเดียวทุกเวลา เตียเปาก็ยิ่งมีความกลัวเกรงรักใคร่งักฮุยเป็นอันมาก งักฮุยให้เตียเปาไปทำราชการอยู่กองเดียวกับกิดแช

ฝ่ายเตียปังเชียงเมื่อขณะเอาตราหยกสำหรับกษัตริย์มานั้น เตียปังเชียงเอาตราตีประทับกระดาษลงไว้เป็นหลายสิบดวง ปรารถนาว่าถ้ามีเหตุการณ์สิ่งใดจะได้เอากระดาษนั้นมาเขียนปลอมเป็นหนังสือรับสั่ง อยู่มาวันหนึ่งเตียปังเชียงคิดวิตกกลัวว่ากิมงึดตุดจะข้ามแม่น้ำอึ้งโหมาไม่ได้ ด้วยงักฮุยตั้งรักษาอยู่แข็งแรง จึงเขียนหนังสือลงในกระดาษที่ประทับตราหยกไว้แต่ก่อนนั้นฉบับหนึ่ง มีความว่าพระเจ้าซ้องเกาจงฮ่องเต้ รับสั่งให้หางักฮุยเข้ามาปรึกษาราชการ ครั้นเขียนแล้วก็เข้าผนึกให้ทหารคนสนิทถือไปถึงงักฮุยที่แม่น้ำอึ้งโห งักฮุยคำนับรับหนังสือรับสั่งฉีกผนึกออกอ่านแจ้งความแล้ว จึงพูดกับทหารม้าใช้ว่า เจ้าจงกลับไปก่อนเถิด เราจะตามไปต่อภายหลัง งักฮุยจึงให้หานายทัพนายกองมาประชุมพร้อมกันแล้วบอกว่า พระเจ้าซ้องเกาจงฮ่องเต้มีหนังสือรับสั่งให้หาเราเข้าไปเมืองหลวง จะปรึกษาราชการสิ่งใดก็ไม่ทราบ เราจะต้องรีบเข้าไปโดยเร็ว ท่านทั้งปวงจงรักษาค่ายอย่ามีความประมาท ด้วยแม่น้ำอึ้งโหนี้เป็นที่สำคัญนัก อย่าให้กองทัพกิมงึดตุดยกข้ามมาได้ นายทัพนายกองก็รับคำสั่งว่าข้าพเจ้าทั้งหลายจะช่วยกันรักษาให้กวดขัน

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ