๒๒

ชายผู้นั้นก็คำนับงักฮุยแล้วบอกว่าข้าพเจ้าชื่อเชยกัง ตั้งบ้านเรือนอยู่แขวงเมืองโอก๊วง ได้ยินเล่าลือชื่อเสียงท่านว่าเป็นคนชำนาญในเพลงอาวุธหาผู้เสมอมิได้ จึงได้เที่ยวสืบเสาะมาหมายว่าจะเป็นศิษย์ ศึกษาเพลงอาวุธกับท่านให้ชำนิชำนาญแล้วก็จะได้ทำราชการอยู่กับท่านต่อไป งักฮุยได้ฟังก็พาเชยกังเข้าไปในบ้านจัดที่ให้นั่งพอสมควร เชยกังแก้ห่อผ้าเอาเงินสองร้อยตำลึงให้งักฮุย งักฮุยว่าท่านเป็นคนจรมาพึ่งพบกันหาควรที่เราจะรับไว้ไม่ จงเอาไว้ใช้สอยเองเถิด เชยกังว่าข้าพเจ้าให้นี้โดยบูชาความรู้นับถือท่าน ซึ่งท่านจะไม่รับไว้นั้นข้าพเจ้ามีความเสียใจนัก งักฮุยขัดไม่ได้ก็รับเอาเงินสองร้อยตำลึงส่งให้มารดาไว้ เชยกังจึงว่าขอท่านได้เอาจานใหญ่มาสักห้าใบข้าพเจ้าจะใส่ของ งักฮุยก็ให้คนใช้ไปหยิบเอาจานมาให้ เชยกังรับเอาจานวางขึ้นไว้บนโต๊ะแก้ห่อผ้าหยิบเอาทองคำลิ่มใหญ่สิบลิ่มวางลงในจานใบหนึ่ง เอาพลอยสีต่าง ๆ ที่มีราคาวางลำดับลงในจานใบหนึ่ง เอาเข็มขัดหยกสายหนึ่งวางลงในจานใบหนึ่ง เอาเสื้อเกราะอย่างดีวางลงในจานใบหนึ่ง เอาหนังสือฉบับหนึ่งวางในจานรวมเป็นห้าใบด้วยกัน เชยกังจึงว่าเชิญท่านรับหนังสือเสียแล้วจงฉีกผนึกออกอ่านดูเถิด งักฮุยเห็นเชยกังเอาของดีลงวางในจานก็นึกประหลาดใจ จึงถามว่าหนังสือนี้ของผู้ใด ท่านจงบอกเราให้รู้ก่อนจึงจะฉีกออกอ่าน เชยกังหัวเราะแล้วจึงว่าตัวข้าพเจ้าไม่ได้ชื่อเชยกังดอก ชื่ออวงจอเป็นขุนนางอยู่ในเอียเอียวซึ่งเป็นท่องเซงไต้อ๋องประชุมรี้พลตั้งอยู่ที่แม่น้ำทองเทงโอ๋แขวงเมืองโอก๊วง ใช้ให้ข้าพเจ้าเอาหนังสือกับสิ่งของมาให้ท่าน ว่าบัดนี้เมืองเปียนเหลียงเป็นอันตรายเสียแก่ข้าศึกฮวน กิมงึดตุดจับเอาพระเจ้าไทเซียงฮองกับพระเจ้าซ้องคิมจงฮ่องเต้ไปเสียแล้ว เมืองเปียนเหลียงว่างเปล่าอยู่หามีเจ้าแผ่นดินจะครอบครองไม่ อาณาประชาราษฎรได้ความเดือดร้อนไปทั่วทั้งแผ่นดิน เอียเอียวนายข้าพเจ้าประชุมรี้พลทหาร จะยกกองทัพไปปราบปรามข้าศึกศัตรูให้เรียบร้อย แล้วจะครองสมบัติในเมืองเปียนเหลียง ทำนุบำรุงราษฎรให้เป็นสุขสบายต่อไป แต่ยังขัดอยู่ด้วยผู้มีสติปัญญาและฝีมือซึ่งจะเป็นกำลังบังคับบัญชาทแกล้วทหารทั้งปวง จึงให้ข้าพเจ้าถือหนังสือคุมสิ่งของมาคำนับขอเชิญท่านไปทำราชการด้วย งักฮุยได้ฟังดังนั้นก็โกรธจึงว่า เดิมตัวมาหาเราว่าจะขอฝึกหัดวิชาการเพลงอาวุธต่าง ๆ เราจึงได้รับ เดี๋ยวนี้มาพูดกลับคำว่าจะให้เราไปอยู่กับนายของตัวซึ่งเป็นพวกโจรนั้นตัวเห็นดีอย่างไร อวงจอจึงว่าซึ่งท่านพูดนั้นก็ชอบอยู่ แต่พระเจ้าซ้องคิมจงฮ่องเต้หาปัญญาไม่ เลี้ยงคนไม่ดีเป็นขุนนางปราศจากยุติธรรมบ้านเมืองจึงเกิดโจรผู้ร้าย ข้าศึกภายนอกจึงได้ล่วงเขตแดนเข้ามาย่ำยีอาณาประชาราษฎรได้ความเดือดร้อนทั่วไปทั้งแผ่นดิน พระเจ้าไทเซียงฮอง พระเจ้าซ้องคิมจงก็ตกไปอยู่ในเงื้อมมือข้าศึก พระญาติวงศ์ซึ่งจะมีอำนาจครอบครองแผ่นดินต่อไปก็ไม่มี ข้าพเจ้าเห็นว่าเอียเอียวประกอบไปด้วยสติปัญญาลึกซึ้งทแกล้วทหารก็มาก ใจก็โอบอ้อมอารีมีเมตตาแก่คนทั้งหลายเป็นอันมาก สมควรที่จะครอบครองเมืองเปียนเหลียงซึ่งเป็นเมืองหลวงได้ ประการหนึ่งคำโบราณกล่าวไว้ว่าคนซึ่งมีสติปัญญาถ้าเห็นว่าผู้ใดประพฤติการไม่เป็นยุติธรรมแล้ว ก็ควรจะหลึกเลี่ยงไปเสียให้ห่างไกล หาเจ้านายที่มีสติปัญญาประพฤติการสุจริตจึงจะชอบ ซึ่งข้าพเจ้าพูดดังนี้ก็ปรารถนาจะให้มีประโยชน์ ขอท่านจงตรึกตรองให้ละเอียดเถิด งักฮุยได้ฟังก็มีความโกรธยิ่งนักร้องตวาดว่า ตัวอย่ามาพูดกับเราดังนี้อีก จงเร่งไปเสียให้พ้นบ้านเรา ว่าแล้วก็เข้าไปหยิบเอาเงินสองร้อยตำลึงคืนให้ อวงจอเห็นงักฮุยกำลังโทโสก็คิดกลัวว่าจะทำร้ายเอา จึงเก็บของกับเงินห่อผ้าแล้วก็ออกจากประตูบ้านไป

ฝ่ายนางเอียวสีเห็นงักฮุยโกรธ อวงจอกลับไปแล้ว จึงถามงักฮุยว่าเหตุใดเจ้ากับอวงจอจึงได้ทุ่มเถียงกันนักหนา งักฮุยก็เล่าความซึ่งอวงจอมาพูดเกลี้ยกล่อมให้มารดาฟังทุกประการ นางเอียวสีผู้มารดาได้แจ้งก็มีความยินดี จึงสั่งให้งักฮุยจัดเครื่องบูชามาตั้งที่หน้าโต๊ะเจ้าในตึกที่อยู่ นางเอียวสีก็ออกไปคุกเข่าลงคำนับเจ้าเรียกให้งักฮุยคุกเข่าลงคำนับเหมือนกัน แล้วเรียกนางลีสีผู้บุตรสะใภ้ให้มาฝนหมึก งักฮุยจึงถามมารดาว่าท่านให้ฝนหมึกนั้นจะทำไม นางเอียวสีว่าเจ้าเป็นคนมีกตัญญูมาก อวงจอเอาข้าวของเงินทองมาให้เป็นอันมากเกลี้ยกล่อมจะให้ไปอยู่กับพวกโจร เจ้าไม่ไปด้วยกตัญญูต่อเจ้าแผ่นดินมารดามีความยินดี จึงให้ฝนหมึกจะเอาพู่กันเขียนไว้ที่หลังเจ้า แล้วจะเอาเหล็กสักให้เป็นตัวอักษรติดอยู่ว่า จีนตงปอก๊ก แปลว่าให้มีความกตัญญูต่อเจ้านายไปตลอดจนสิ้นชีวิต งักฮุยได้ฟังก็มีความยินดียอมให้มารดาเขียนอักษรลงแล้ว ให้ภรรยาเอาเข็มสักให้หมึกซาบติดหลังอยู่ ครั้นสักเสร็จแล้วก็คำนับบวงสรวงเฝ้าอธิษฐานว่า คำปฏิญาณด้วยความจึงจะรักษากตัญญูดังนี้ ขอให้เทพยดาและเจ้าผู้ศักดิ์สิทธิ์ได้ช่วยทำนุบำรุงให้ปราศจากภัยอันตรายทั้งปวง พอเสร็จการบูชาอธิษฐานแล้วคนใช้ก็เข้ามาบอกว่า ซือหยินเจ้าเมืองทึงอิมกุ้ยมาหา งักฮุยก็ออกมาต้อนรับเชิญซือหยินเข้าไปในบ้านคำนับกันตามผู้ใหญ่ผู้น้อยแล้ว งักฮุยจึงถามว่าท่านมาด้วยธุระสิ่งใดหรือ ซือหยินว่าบัดนี้คังอ๋องพระราชบุตรไทเซียงฮองที่เก้าหนีกิมงึดตุดมาได้ ครอบครองสมบัติเป็นเจ้าแผ่นดินในเมืองกิมเหลงมีหนังสือรับสั่งมาถึงท่าน งักฮุยได้ฟังออกพระนามว่าคังอ๋องพระราชบุตรไทเซียงฮองได้กลับมาครองราชสมบัติก็มีความยินดี คุกเข่าลงคำนับรับหนังสือรับสั่งเปิดผนึกออกอ่านมีความว่า พระเจ้าซ้องเกาจงฮ่องเต้มีรับสั่งมายังงักฮุยว่า เมืองเปียนเหลียงนั้นเสียแก่กิมงึดตุด กิมงึดตุดจับเอาพระเจ้าไทเซียงฮอง พระเจ้าซ้องคิมจงฮ่องเต้ไปขังไว้ที่เมืองเงาก๊กเสีย ตัวเราก็ตกไปเป็นจำนำอยู่ในเมืองไตกิมก๊ก หนีมาได้ครองราชสมบัติเป็นเจ้าแผ่นดินขึ้นในเมืองกิมเหลง มีความเจ็บแค้นแก่พวกฮวนยิ่งนัก ให้งักฮุยเห็นแก่ราชการแผ่นดินมาช่วยเราปราบปรามเสี้ยนหนามศัตรูให้ราบคาบ ราษฎรจะได้อยู่เย็นเป็นสุข งักฮุยได้ทราบหนังสือรับสั่งแล้วก็มีความยินดี ซือหยินก็เอาของที่พระราชทานมานั้นมอบให้แก่งักฮุย แล้วซือหยินก็เข้าไปคำนับนางเอียวสีมารดางักฮุย เล่าความตามกระแสรับสั่งให้ฟังทุกประการ นางเอียวสีมีความยินดีพูดกับงักฮุยว่า เจ้าจงไปทำราชการอาสาแผ่นดินเถิดจะได้มีชื่อเสียงปรากฏต่อไปภายหน้า งักฮุยก็จัดแจงข้าวของเสื้อผ้าพอสมควรลามารดา สั่งภรรยาให้เลี้ยงบุตรสั่งสอนหนังสือและหัดเพลงอาวุธไว้ให้ชำนิชำนาญ งักฮุยกับซือหยินก็ออกเดินจากเมืองทึงอิมกุ้ยมา ณ เมืองกิมเหลง ซือหยินพางักฮุยเข้าไปเฝ้าพระเจ้าซ้องเกาจงฮ่องเต้ทอดพระเนตรเห็นงักฮุยรูปร่างลักษณะคมสัน สมควรเป็นทหารก็ดีพระทัย จึงตรัสกับขุนนางทั้งปวงว่างักฮุยมาถึงแล้วเราจะตั้งให้เป็นขุนนางตำแหน่งใดจึงจะดี จงเล่าซิวขุนนางผู้ใหญ่จึงกราบทูลว่า งักฮุยนี้เดิมเมื่อครั้งแผ่นดินพระเจ้าซ้องคิมจงฮ่องเต้ก็ตั้งให้เป็นขุนนางนายทหารคุมทหารร้อยหนึ่ง งักฮุยไม่สมัครจึงได้กลับไปบ้านเสีย ครั้งนี้ขอให้ตั้งเป็นที่จงจีนายทหารเอกจึงจะสมควร พระเจ้าซ้องเกาจงฮ่องเต้ก็เห็นชอบตั้งให้งักฮุยเป็นที่นายทหารเอก แล้วพระราชทานฉากซึ่งเขียนรูปกิมงึดตุดและพี่น้องของกิมงึดตุดห้าคนด้วยกันให้งักฮุยไว้ แล้วตรัสว่าท่านพบคนรูปเหมือนที่เขียนไว้ในฉากนี้แล้วจงจับมาให้ได้ งักฮุยก็รับเอาฉากมาเก็บไว้ แล้วพระเจ้าซ้องเกาจงฮ่องเต้รับสั่งว่า ที่แม่ทัพใหญ่นั้นเราตั้งเตียซอเป็นผู้สำเร็จราชการแล้วเจ้าจงไปหาเตียซอเถิด เมื่อเตียซอจะบังคับบัญชาใช้สอยประการใดก็จงทำตาม อย่าถือเปรียบแก่งแย่งกันให้เสียราชการไป งักฮุยก็กราบถวายบังคมลาไปบ้านเตียซอ เข้าไปคำนับเตียซอตามธรรมเนียม เตียซอจึงพูดปรึกษากันด้วยข้อราชการศึกต่าง ๆ เตียซอเห็นว่างักฮุยมีสติปัญญา จึงตั้งให้เป็นนายกองทัพหน้า ให้งักฮุยไปเลือกทหารมากน้อยเท่าใดตามแต่จะชอบใจ งักฮุยก็คำนับลาออกมาตรวจเลือกได้ทหารแปดร้อยคนก็เข้ามาแจ้งแก่เตียซอ เตียซอว่าการทัพหน้าถึงพันหนึ่ง เลือกทหารได้แต่แปดร้อยเท่านั้นจะพอแล้วหรือ งักฮุยว่าคนนอกนั้นไม่ชอบใจถึงจะเอาไปมากเสียเปล่าไม่ต้องการ เตียซอจึงถามนายทหารทั้งปวงว่า ผู้ใดจะอาสาเป็นนายกองทัพหนุนได้บ้าง นายทหารเหล่านั้นก็พากันนิ่งเสียสิ้น เตียซอคิดโกรธแต่ในใจว่าคนเหล่านี้กลัวตายนักหนาจึงร้องถามซ้ำไปอีก เล่าอือก็รับอาสาว่าข้าพเจ้าจะขอเป็นทัพหนุนเอง เตียซอก็จัดทหารให้พอสมควร ครั้นจัดกองทัพเสร็จแล้ว เตียซอก็พางักฮุย เล่าอือเข้าไปเฝ้าพระเจ้าซ้องเกาจงฮ่องเต้ พอม้าใช้มาบอกให้เจ้าพนักงานกราบทูลว่ามีพวกโจรยกมาตั้งอยู่หน้าเมืองกิมเหลง ร้องท้าทายให้งักฮุยออกรบ พระเจ้าซ้องเกาจงฮ่องเต้ได้ทรงฟังก็รับสั่งให้งักฮุยคุมทหารออกไปรบกับพวกโจร งักฮุยกราบถวายบังคมลาออกมาขึ้นม้าถืออาวุธ ยกทหารออกไปหน้าเมืองเห็นพวกโจรตั้งอยู่ งักฮุยจึงร้องถามไปว่าพวกโจรเหล่านี้มาแต่ไหน จึงได้บังอาจยกกองทัพมาตั้งประชิดเมือง กิดแชตัวนายก็ขับม้าออกมาหน้าทหารร้องว่า ข้าพเจ้านี้มิได้เป็นโจร ซึ่งยกกองทัพมาทั้งนี้ก็จะมาหาท่าน งักฮุยจึงร้องสั่งให้ทหารจับตัวให้ได้ กิดแชว่าอย่าวุ่นวายเลย ข้าพเจ้าจะยอมไปกับท่านโดยดี กิดแชก็เข้าไปคำนับงักฮุย งักฮุยเห็นก็จำได้ว่ากิดแชเป็นพี่น้องร่วมสาบานกัน งักฮุยก็พาตัวกิดแชเข้าไปเฝ้าพระเจ้าซ้องเกาจงฮ่องเต้ กราบทูลว่าพวกโจรนั้นข้าพเจ้าได้ตัวมาแล้ว พระเจ้าซ้องเกาจงฮ่องเต้จึงรับสั่งให้เอาตัวกิดแชเข้ามาหน้าที่นั่ง กิดแชจึงร้องกราบทูลขึ้นไปว่าข้าพเจ้ามิได้เป็นโจร ซึ่งยกพวกพ้องมาทั้งนี้ก็เพราะทราบความว่าพระองค์ให้หางักฮุยเข้ามาชุบเลี้ยงตั้งแต่งจะให้ยกกองทัพไปรบกับพวกฮวน ข้าพเจ้าจึงตามมาจะขออาสาไปทำราชการกับงักฮุยด้วย พระเจ้าซ้องเกาจงฮ่องเต้จึงตรัสถามงักฮุยว่า ซึ่งกิดแชพูดดังนี้จะจริงหรืออย่างไร งักฮุยกราบทูลว่ากิดแชนี้เดิมเป็นสหายรักใคร่กับข้าพเจ้า ครั้นบ้านเมืองเกิดข้าวแพง กิดแชไปคบเพื่อนเป็นพาล กับข้าพเจ้าก็ห่างเห็นไม่ได้คบค้ากัน ข้าพเจ้าไม่ทราบว่าใจกิดแชเที่ยวนี้จะดีร้ายประการใด พระเจ้าซ้องเกาจงฮ่องเต้ตรัสว่า เราเห็นรูปร่างกิดแชคมสันสมควรจะเป็นทหารได้ ด้วยทุกวันนี้กิมงึดตุดก็ยังกำลังยกกองทัพมาย่ำยีเราอยู่ จะต้องเอากิดแชไว้ใช้ในราชการเป็นทหารอยู่ในเจ้า งักฮุยก็กราบถวายบังคมรับเอากิดแชไว้ เตียซอ งักฮุย เล่าอือ ก็กราบถวายบังคมลาออกมาจัดกองทัพพร้อม ครั้นได้วันฤกษ์ดีก็ยกออกมาจากเมืองกิมเหลงเดินกองทัพไป

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ