๑๔

ฝ่ายงักฮุยกับทึงฮวย เตียเฮียน งูเการักษาพยาบาลเฮงกุ้ยอยู่ที่โรงอึงเล่าชิดค่อยคลายหายขึ้น เวลาวันนั้นอึงเล่าชิดไปหาเพื่อนที่ริมเมืองเปียนเหลียง ได้ยินข่าวว่าพวกโจรเขาไทฮังซัวยกกองทัพมาตีเมืองเปียนเหลียง ก็ตกใจรีบกลับมาบ้านโดยเร็ว บอกกับงักฮุยและคนเหล่านั้นว่าบัดนี้โจรเขาไทฮังซัวยกเข้ามาตีเมืองหลวง พวกโจรเหล่านั้นดุร้ายนัก บ้านข้าพเจ้าก็อยู่ใกล้ เห็นจะต้องอพยพครอบครัวหนีไปให้พ้นภัยก่อน งักฮุยว่าท่านอย่าเพิ่งตกใจวุ่นวายไปก่อน ท่านได้ข่าวว่าพระเจ้าซ้องฮุยจงฮ่องเต้ให้ขุนนางผู้ใดยกกองทัพออกรบกับโจร อึงเล่าชิดว่าได้ยินแต่ว่ากองทัพขุนนางในเมืองเปียนเหลียงยกออกไป แต่หารู้ว่าผู้ใดเป็นแม่ทัพไม่ งักฮุยจึงพูดกับพี่น้องทั้งสี่คนว่า ขุนนางในเมืองเปียนเหลียงเราไม่เห็นหน้าผู้ใดจะเป็นแม่ทัพออกไปสู้รบกับโจร เห็นหน้าอยู่แต่จงเล่าซิวผู้เดียว หรือพระเจ้าซ้องฮุยจงฮ่องเต้จะให้จงเล่าซิวออกไปเป็นแม่ทัพดอกกระมัง จำเราพี่น้องจะชวนกันไปดู ถ้าจงเล่าซิวเป็นแม่ทัพยกออกไปก็จะได้ช่วยสู้รบกับโจรฉลองบุญคุณเขา ถ้ามิใช่จงเล่าซิวเราก็จะดูเล่นให้สบาย พูดกันดังนั้นแล้วงักฮุยก็สั่งให้งูเกาอยู่รักษาพยาบาลเฮงกุ้ย งักฮุยกับทึงฮวย เตียเฮียนสามคนแต่งตัวถืออาวุธขึ้นม้าออกจากบ้านอึงเล่าชิดตรงไปเมืองเปียนเหลียง

ฝ่ายเฮงกุ้ยจึงพูดกับงูเกาว่า ตัวเราก็หายป่วยขึ้นมากแล้ว พอจะทำศึกสงครามได้ จะมานิ่งเจ็บอยู่ทิ้งให้พี่น้องไปสู้ข้าศึกเราไม่ช่วยนั้นหาดีไม่ เราพากันตามไปอีกเถิด พูดกันแล้วเฮงกุ้ยกับงูเกาก็แต่งตัวถืออาวุธขึ้นม้าตามงักฮุยไป

ฝ่ายงักฮุย ทึงฮวย เตียเฮียนไปถึงเมืองเปียนเหลียงข้างด้านใต้ เห็นค่ายตั้งอยู่บนเนินเขามีธงยี่ห้อปักก็แจ้งว่าจงเล่าซิวเป็นแม่ทัพยกออกมา งักฮุยพิจารณาดูภูมิค่ายที่ตั้งนั้นแล้วจึงพูดกับทึงฮวย เตียเฮียนว่า จงเล่าซิวนี้ก็มีสติปัญญาได้เล่าเรียนชำนาญในการศึกสงคราม เหตุไฉนจึงตั้งค่ายอยู่บนเนินเขาดังนี้ไม่ชอบกลเลย จำเราพี่น้องจะขึ้นไปไห้พบจงเล่าซิว พูดกันแล้วก็ขับม้าขึ้นไป จงฮวงบุตรจงเล่าซิวเห็นงักฮุยมาก็ออกมาต้อนรับงักฮุย งักฮุยถามว่าบิดาท่านไปไหนทำไมมาตั้งค่ายอยู่ดังนี้ จงฮวงก็เล่าความซึ่งบิดามีความน้อยใจแก่พระเจ้าซ้องฮุยจงฮ่องเต้ว่าเชื่อฟังแต่เตียปังเชียงให้งักฮุยฟังทุกประการ งักฮุยจึงว่าถ้าดังนั้นบิดาท่านจะมิเสียทีแก่ข้าศึกเสียแล้วหรือ ข้าพเจ้าทั้งสามคนจะตามไปช่วยบิดาท่าน ท่านจงให้ทหารแต่งตัวถืออาวุธเตรียมไว้ให้พร้อม ถ้าเห็นข้าพเจ้าตีหักเข้าไปในหมู่ทหารพวกโจรแล้ว ให้ทหารโห่ร้องขึ้นทำทีเหมือนจะยกลงไปจากเขา งักฮุยสั่งความแล้วก็ขับม้าพาทึงฮวย เตียเฮียนตรงไปถึงที่ข้าศึกล้อมจงเล่าซิวไว้ จึงพูดกับทึงฮวย เตียเฮียนว่าทหารพวกโจรมากกว่ามากนัก เราทั้งสามคนคอยเขม่นมุ่งเอาตัวนายข้าศึกเสียให้ได้แล้ว ทหารเลวเหล่านั้นก็คงจะแตกกระจายออกไป พูดกันแล้ว งักฮุย ทึงฮวย เตียเฮียนก็แยกกันขับม้าฝ่าฟันเข้าไป ทหารพวกโจรหนุนแน่นเข้ามา งักฮุยก็ฆ่าฟันล้มตายลงเป็นอันมาก

ฝ่ายจงเล่าซิวตกอยู่ในที่ล้อมแต่เช้าจนเวลาบ่าย สู้รบกับพวกโจรป้องกันตัวไว้อ่อนกำลังลงทุกทีจวนจะสิ้นแรง พอเห็นงักฮุยรบหักเข้ามาก็ดีใจมานะแข็งแรงขึ้นอีก

ฝ่ายกิมตอตั้วอ๋องเห็นงักฮุยรบหักทหารเข้ามาฆ่าฟันทหารล้มตายลง ก็ขับม้าเข้าไปรบกับทึงฮวย เตียเฮียนได้เป็นหลายเพลง พอเฮงกุ้ย งูเกามาทันก็ตีขนาบเข้าไป เห็นทึงฮวยรบอยู่กับนายโจร งูเกาขับม้าเข้าไปร้องตวาดด้วยเสียงอันดัง กิมตอตั้วอ๋องกำลังรบติดพันอยู่กับทึงฮวย ได้ยินเสียงงูเการ้องตวาดก็ตกใจ ม้าที่กิมตอตั้วอ๋องขี่ทะลึ่งโผนไปกิมตอตั้วอ๋องพลัดตกม้าลง ทึงฮวยก็โดดจากม้าลงไปเอากระบี่ฟันถูกคอกิมตอตั้วอ๋องขาดตาย

ฝ่ายจงฮวงอยู่ที่ค่ายบนเนินเขา แลเห็นงักฮุย ทึงฮวย เตียเฮียน เข้ารบกับพวกโจรเป็นตะลุมบอนก็ให้ทหารโห่ร้องตีกลองและม้าล่ออื้ออึงขึ้น ทหารพวกโจรเห็นนายใหญ่ต้องอาวุธตาย แล้วได้ยินเสียงทหารที่ค่ายบนเนินเขาโห่ร้องตีกลองและม้าล่ออื้ออึงขึ้น ก็พากันตกใจระส่ำระสายไม่เป็นอันที่จะรบสู้ งักฮุย จงเล่าซิวก็ไล่ฆ่าฟันล้มตายเป็นอันมาก ม้าเปาแม่ทัพหน้าของกิมตอตั้วอ๋องเข้ารบอยู่กับงักฮุยได้ประมาณห้าสิบเพลง ม้าเปาเสียทีงักฮุยเอาทวนแทงถูกตกม้าตาย ฮอลัก ฮอชิด นายทหารเอกเข้ารบกับงูเกา เฮงกุ้ย ฮอลัก ฮอชิด สู้เฮงกุ้ย งูเกาไม่ได้ งูเกา เฮงกุ้ยฆ่าตายเสียทั้งสองคน และกุนซือที่ปรึกษาของกิมตอตั้วอ๋องนั้นก็ต้องอาวุธตายในที่รบทั้งสองคน จงฮวงซึ่งคุมทหารอยู่ในค่ายบนเขาเห็นงักฮุยมีชัยชนะก็คุมทหารลงมาช่วยไล่ฆ่าฟันพวกโจรทหารกิมตอตั้วอ๋องล้มตายลงเป็นอันมาก ศพเกลื่อนกลาดเลือดนองไปในที่รบ ที่เหลือตายนั้นเข้ายอมสามิภักดิ์กับจงเล่าซิวประมาณหมื่นเศษ จงเล่าซิวสั่งให้ทหารเก็บเครื่องศาสตราวุธเสบียงอาหารรวบรวมไว้ แล้วก็พางักฮุยกับพี่น้องเหล่านั้นกลับมาค่ายพูดกับงักฮุยว่า เจ้ามาช่วยชีวิตเราไว้ครั้งนี้บุญคุณนักหนา เหมือนหนึ่งได้เกิดใหม่ ซึ่งเราทำศึกกับพวกโจรเหล่านี้เพราะด้วยน้อยใจ จึงบุกบั่นเข้าไปแต่ผู้เดียว สู้เสียสละชีวิตให้พวกโจรฆ่าเสีย จะเอาชื่อเสียงว่าได้ทำศึกฉลองพระคุณเจ้าจนตัวตาย เจ้านี้ไปอยู่ที่ไหนจึงได้มาช่วยเราทันที งักฮุยว่าข้าพเจ้าไปพำนักอยู่ที่บ้านเจียวฮองติ้นเพราะเฮงกุ้ยน้องข้าพเจ้าป่วยหนักรักษาพยาบาลกันอยู่ ครั้นแจ้งว่าพวกโจรยกกองทัพมา ข้าพเจ้าคิดถึงท่านจึงได้พากันมาดู ถ้าพบท่านก็จะได้ช่วย ถ้าคนอื่นเป็นแม่ทัพมาก็จะได้ดูเล่น เฮงกุ้ย งูเกาเห็นข้าพเจ้ามาแล้ว อุตส่าห์ติดตามมาทั้งยังไม่หายป่วย บัดนี้พวกโจรตัวนายก็ล้มตายสิ้น ทหารเลวก็เข้ายอมสามิภักดิ์อยู่กับท่านเป็นอันมาก ข้าพเจ้าพี่น้องจะขอลาท่านกลับไป จงเล่าซิวจึงว่าครั้งนี้พวกเจ้าได้มาช่วยมีคุณต่อแผ่นดินเป็นอันมาก ถ้าหาไม่ชีวิตเราก็จะตาย บ้านเมืองก็คงเสียแก่โจร เราจะเข้าไปกราบทูลพระเจ้าซ้องฮุยจงฮ่องเต้ ให้ตั้งเจ้าพี่และน้องทั้งห้าคนเป็นขุนนาง เจ้าจงเข้าไปเฝ้ากับเราก่อนเถิด งักฮุยกับพี่น้องทั้งห้าคนก็ยอมอยู่กับจงเล่าซิว ครั้นเวลารุ่งเช้าจงเล่าซิวให้ทหารขนเครื่องศาสตราวุธเสบียงอาหารของพวกโจรยกกลับไปเมืองเปียนเหลียง จงเล่าซิวพางักฮุยกับพี่น้องทั้งสี่คนเข้าไปเฝ้าพระเจ้าซ้องฮุยจงฮ่องเต้กราบทูลข้อราชการซึ่งงักฮุยได้ช่วยสู้รบฆ่าฟันตัวนายพวกโจรตายด้วยฝีมืองักฮุย และงูเกา ทึงฮวย เตียเฮียน เฮงกุ้ย ให้ทรงทราบทุกประการ ขอพระองค์จงได้โปรดชุบเลี้ยงตั้งแต่งงักฮุยกับคนทั้งสี่ให้เป็นขุนนางตามซึ่งมีความชอบ พระเจ้าซ้องฮุยจงฮ่องเต้ได้ทรงฟังก็มีพระทัยยินดี จึงตรัสกับเตียปังเชียงว่า งักฮุยนี้มีความชอบมากจะตั้งแต่งให้เป็นขุนนางตำแหน่งใดจึงจะดี เตียปังเชียงกราบทูลว่า งักฮุยครั้งนี้มีความชอบมากก็จริง แต่เมื่อคราวซ้อมทดลองฝีมือนั้นงักฮุยฆ่าชาเลียงอ๋องตายโทษนั้นก็มีอยู่มาก ความชอบก็พอลบล้างกับโทษที่ทำไว้แต่ก่อน ซึ่งจะตั้งงักฮุยให้เป็นขุนนางผู้ใหญ่นั้นยังไม่ได้ ควรแต่ให้เป็นขุนนางนายร้อยไปก่อน เมื่อภายหลังมีความชอบอีกจึงค่อยเลื่อนให้มียศใหญ่ขึ้นไป พระเจ้าซ้องฮุยจงฮ่องเต้ได้ทรงฟังก็เห็นชอบ จึงสั่งตั้งให้งักฮุยเป็นที่เซงซินหลังขุนนางนายหมวด ได้บังคับทหารร้อยหนึ่ง พระเจ้าซ้องฮุยจงฮ่องเต้ตรัสดังนั้นแล้วก็เสด็จขึ้น จงเล่าซิวได้ยินเตียปังเชียงกราบทูลคัดง้างก็มีความแค้นเคืองยิ่งนัก ครั้นจะกราบทูลแย้งขึ้นไปพระเจ้าซ้องฮุยจงฮ่องเต้ก็เสด็จขึ้นเสีย จึงพางักฮุยกลับมาบ้านพูดว่า เราปรารถนาจะให้เจ้าเป็นขุนนางผู้ใหญ่สมกับที่มีความชอบ เตียปังเชียงอิจฉาทูลป้องกันเสีย พระเจ้าซ้องฮุยจงฮ่องเต้ก็ไม่ไถ่ถาม สุดแต่เตียปังเชียงทูลอย่างไรก็เห็นชอบไปอย่างนั้น ซึ่งพวกเราจะทำราชการไปที่ไหนจะโต้แย้งพวกขุนนางกังฉินได้ มันคอยอิจฉาอยู่ดังนี้ เจ้าจงพากันกลับไปบ้านเสียก่อนเถิด ภายหลังจึงค่อยคิดอ่านกันต่อไป งักฮุยว่าข้าพเจ้ามาสู้รบกับพวกโจรครั้งนี้ก็ไม่ปรารถนาจะเอายศศักดิ์ดอก ด้วยเห็นการตลอดแจ่มแจ้งในใจแล้ว อยากแต่จะแทนคุณท่านให้สมกับที่ได้เมตตากรุณาข้าพเจ้า ราชการศึกสงครามก็เสร็จแล้ว ข้าพเจ้าพี่น้องทั้งสี่ขอลาท่านกลับไปทำมาหากินอยู่บ้านตามเดิม พูดแล้วพี่น้องทั้งห้าคนก็ลุกขึ้นคุกเข่าลงคำนับจงเล่าซิวสามครั้ง จงเล่าซิวมีความอาลัยสงสารงักฮุยจนน้ำตาตก งักฮุยกับพี่น้องทั้งห้าก็ออกจากบ้านไปหาอึงเล่าชิดที่ตำบลบ้านเจียวฮองติ้น เล่าความซึ่งได้สู้รบกับพวกโจรให้อึงเล่าชิดฟัง อึงเลาชิดว่าท่านนี้มีฝีมือเข้มแข็งนัก ถ้าไม่ได้ท่านบ้านเมืองก็คงเสียกับพวกโจร พระเจ้าซ้องฮุยจงฮ่องเต้นี้โฉดเขลา เชื่อฟังแต่ขุนนางพวกกังฉินไปฝ่ายเดียว เห็นแผ่นดินบ้านเมืองจะไม่เป็นสุขเสียแล้ว งักฮุยกับพี่น้องทั้งสี่เก็บรวบรวมข้าวของที่ฝากอึงเล่าชิดไว้ออกเดินทางจะกลับไปบ้าน

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ