๔๓

ทหารฮวนได้ยินและเห็นศีรษะเนียมฮั่นพี่กิมงึดตุดก็จำได้ พากันตกใจตื่นไม่อาจจะออกสู้รบขัดขวางไว้ ฮั่นเอียนติดก็ขับม้าบุกบั่นฟันค่ายฮวนเข้าไปได้ ทหารฮวนไปแจ้งความกับกิมงึดตุดว่ามีทหารหนุ่มคนหนึ่งมาใหม่ไม่รู้จักหน้า ฝีมือเข้มแข็งฆ่าเนียมฮั่นตายตัดเอาศีรษะผูกอานม้าตีหักค่ายล้อมฟันเข้าไปถึงเขางูเท่าซัวแล้ว กิมงึดตุดได้ฟังก็ตกใจคิดถึงเนียมฮั่นผู้พี่ ก็ร้องไห้เศร้าโศกเป็นอันมาก สั่งให้ทหารไปเที่ยวหาศพ ครั้นได้มาก็ทำศีรษะต่อตัวใส่หีบให้ทหารนำกลับไปฝังไว้เมืองไตกิมก๊ก

ฝ่ายฮั่นเอียนติดเข้าไปถึงหน้าค่ายบูเชียงก๋ง ก็บอกให้ทหารเข้าไปแจ้งแก่บูเชียงก๋งแม่ทัพ บูเชียงก๋งให้ออกมาพาตัวเข้าไป ฮั่นเอียนติดคุกเข่าลงคำนับแล้วแจ้งความว่าบิดาข้าพเจ้าให้ถือหนังสือมาส่งให้บูเชียงก๋ง แล้วเล่าความซึ่งเนียมฮั่นไล่ตามกิมจัดมาได้พบรบกัน ฆ่าเนียมฮั่นตายตัดเอาศีรษะมา กับกิมจัดฝากหนังสือมาถึงท่านฉบับหนึ่ง ถึงงูเกาฉบับหนึ่ง ตัวกิมจัดนั้นกลับไปตั้งค่ายอยู่นอกค่ายฮวน บูเชียงก๋งเห็นศีรษะเนียมฮั่นก็มีความยินดี เปิดผนึกหนังสือออกอ่านแจ้งความแล้ว จึงว่าบิดาท่านยกไปปราบโจรได้ชัยชนะจัดการบ้านเมืองเรียบร้อยก็มีความชอบมาก ตัวท่านมาครั้งนี้ได้ฆ่าเนียมฮั่นพี่กิมงึดตุดตายก็มีความชอบมากเหมือนกัน เราจะพาเข้าไปเฝ้าพระเจ้าซ้องเกาจงทูลเสนอความชอบ พูดแล้วก็พาฮั่นเอียนติดขึ้นไปเฝ้าพระเจ้าซ้องเกาจงที่วัดเง็กฮือเก๊งบนเขา ถวายหนังสือฮั่นซีตงแล้วกราบทูลข้อความซึ่งเนียมฮั่นไล่กิมจัดมาพบฮั่นเอียนติด ฮั่นเอียนติดฆ่าเนียมฮั่นตายตัดเอาศีรษะมาได้ให้ทรงทราบทุกประการ พระเจ้าซ้องเกาจงทรงหนังสือทราบความแล้วก็มีพระทัยยินดี จึงตรัสถามลีกังว่าซึ่งความชอบของฮั่นซีตงกับฮั่นเอียนติดผู้บุตรนี้จะตั้งแต่งให้เป็นอะไรดี ลีกังทูลว่าฮั่นซีตงนี้เดิมเสียด่านเลียงลังก๊วนแก่ข้าศึก บัดนี้ยกไปปราบปรามโจรเรียบร้อยมีความชอบมาก ควรจะตั้งราชการอยู่ตามเดิม บุตรสองคนนั้นตั้งให้เป็นเพงฮูเจียงกุน ขุนนางนายทหารใหญ่ ให้ยกกองทัพไปตีเมืองกิมเหลงคืน คอยท่ารับเสด็จกลับ พระเจ้าซ้องเกาจงได้ทรงฟังก็เห็นชอบ รับสั่งตั้งให้ตามคำลีกังกราบทูลทุกประการ บูเชียงก๋งกับฮั่นเอียนติดก็กราบถวายบังคมลากลับมาค่ายเชิงเขา ฮั่นเอียนติดคำนับลาบูเชียงก๋งจะกลับไป บูเชียงก๋งว่าเจ้ามายังกำลังเหน็ดเหนื่อยอยู่ หยุดพักเสียให้หายเหนื่อยก่อนจึงไปก็ได้ แต่ถือหนังสือรับสั่งจะช้าอยู่ก็ไม่ควร เราจะให้งักฮุนไปส่งให้พ้นค่ายพวกฮวน บูเชียงก๋งก็เรียกงักฮุนเข้ามาสั่งว่า เจ้าจงไปส่งฮั่นเอียนติดให้พ้นค่ายพวกฮวนแล้วจึงค่อยกลับมา งักฮุนก็คำนับลามาขึ้นม้าไปกับฮั่นเอียนติดด้วยกัน ครั้นใกล้ค่ายพวกฮวนฮั่นเอียนติดจึงพูดกับงักฮุนว่า เชิญท่านกลับไปค่ายเถิด ข้าพเจ้าจะไปแต่ผู้เดียวก็ได้ งักฮุนว่าบิดาข้าพเจ้าได้กำชับสั่งจะต้องไปส่งให้พ้นค่ายพวกฮวน ท่านจงอยู่ข้างหลัง ข้าพเจ้าจะขับม้าไปข้างหน้าตีฝ่าค่ายพวกฮวนออกไป พูดกันแล้วงักฮุนถือกระบองสองมือขับม้าตีบุกบั่นออกไป ทหารพวกฮวนเห็นก็จำได้ว่าชายหนุ่มคนนี้ที่ฆ่ากิมทันจือตายไม่มีผู้ใดจะอาจสู้รบต้านทาน ที่ไม่รู้ออกขัดขวางงักฮุนก็ฆ่าตายเสีย ฮั่นเอียนติดเห็นฝีมืองักฮุนเข้มแข็งก็คิดว่ามิเสียทีที่เกิดมาเป็นลูกแม่ทัพเข้มแข็งกล้าหาญนัก จำจะให้เห็นฝีมือเราบ้าง คิดแล้วจึงพูดว่าท่านส่งข้าพเจ้าออกมาพ้นค่ายล้อมพวกฮวนแล้ว ท่านจะกลับไปแต่ผู้เดียวข้าพเจ้าก็จะไปส่งท่านให้พ้นค่ายฮวนแล้วจึงจะไป งักฮุนว่าเรามาส่งท่าน ท่านจะกลับไปส่งเรานั้นจะป่วยการช้าเวลาไป ฮั่นเอียนติดว่าไม่เป็นไรท่านจงอยู่หลัง ข้าพเจ้าจะขับม้าออกมาหน้า พูดกันแล้วฮั่นเอียนติดก็ขับม้าฝ่าทหารฮวนเข้าไป ทหารฮวนออกรบสกัดหน้า ฮั่นเอียนติดก็ฆ่าฟันล้มตายเป็นอันมาก ฮั่นเอียนติดกับงักฮุนพ้นค่ายล้อมเข้าไปได้แล้ว ฮั่นเอียนติดจึงพูดกับงักฮุนว่าเชิญท่านกลับไปค่ายเถิด งักฮุนว่าท่านส่งเราเข้ามาเราก็จะต้องส่งท่านออกไปอีก ฮั่นเอียนติดไม่ยอม งักฮุนก็ไม่ฟังขี่ม้านำหน้าตีฝ่าหักพวกฮวนออกไปอีก พวกฮวนซึ่งอยู่ค่ายเหล่านั้นระอาฝีมือไม่อาจออกขัดขวาง งักฮุนกับฮั่นเอียนติดก็ออกไปได้โดยสะดวก งักฮุนจึงว่าท่านกับเราสองคนนี้เป็นลูกแม่ทัพเหมือนกันจงมาสาบานเป็นพี่น้องกันเถิด ฮั่นเอียนติดว่าซึ่งท่านพูดดังนั้นก็ดีแล้ว แต่บิดาข้าพเจ้าเป็นแต่ขุนนางรักษาด่านวาสนาน้อย งักฮุนตอบว่าข้อนั้นอย่าพูด คนเราเกิดมาแล้วก็เป็นข้าแผ่นดินเหมือนกัน สุดแต่สติปัญญาและกำลังฝีมือเป็นที่ตั้ง ซึ่งจะเอาชาติตระกูลมาพูดนั้นไม่ถูก ทั้งสองนายก็ลงจากหลังม้าเข้าไปที่ใต้ต้นไม้ใหญ่คำนับเทพยดาแปดครั้งก็สาบานเป็นพี่น้องกัน งักฮุนก็ตีหักค่ายล้อมเข้ามา ฮั่นเอียนติดก็ไป ขณะนั้นพวกทหารฮวนตายลงด้วยฝีมืองักฮุน ฮั่นเอียนติดเป็นอันมาก งักฮุนไปถึงค่ายก็แจ้งความซึ่งไปส่งฮั่นเอียนติดกับได้สาบานเป็นพี่น้องกันให้บูเชียงก๋งฟังทุกประการ ฮั่นเอียนติดไปถึงแม่น้ำฮั่นเยียงกังก็ลงเรือไปหาฮั่นซีตงผู้บิดา เล่าความซึ่งเข้าไปพบบูเชียงก๋ง บูเชียงก๋งพาเข้าไปเฝ้าพระเจ้าซ้องเกาจง ทรงตั้งให้บิดามารดาว่าราชการตามตำแหน่งเดิม ตั้งให้ข้าพเจ้าพี่น้องทั้งสองเป็นขุนนางนายทหารผู้ช่วยราชการ ให้บิดายกกองทัพไปตีเมืองกิมเหลงได้แล้ว ให้ยกกลับมาช่วยที่เขางูเท่าซัว กับได้สาบานเป็นพี่น้องกับงักฮุนบุตรบูเชียงก๋งแม่ทัพให้ฟังทุกประการ ฮั่นซีตงกับนางเนียฮูหยินได้แจ้งความก็ยินดี จึงสั่งให้เรียกทหารซึ่งตั้งค่ายอยู่บนบกกลับลงเรือยกไปเมืองกิมเหลง ครั้นล่วงทางไปใกล้ผู้ไปสืบราชการกลับมาแจ้งว่า ที่เมืองกิมเหลงนั้นกิมงึดตุดให้โตกิดกับเชาหยงสองนายคุมทหารอยู่รักษา บัดนี้จงฮวงผู้บุตรจงเล่าซิวตีกลับเอาคืนได้แล้ว ฮั่นซีตงได้ฟังจึงปรึกษากับนางเนียฮูหยินภรรยาว่า เมืองกิมเหลงจงฮวงเขาตีเอาคืนได้แล้ว เราจะยกซ้ำไปอีกก็ไม่มีการสิ่งใด นางเนียฮูหยินจึงว่าถ้ากระนั้นท่านยกทัพเรือกลับไปขึ้นตั้งค่ายอยู่ที่เขาลังฮอกซัวฝ่ายทิศเหนือสกัดต้นทางกองทัพกิมงึดตุดไว้ ถ้าบูเชียงก๋งตีหักกิมงึดตุดออกมาเมื่อไรเราก็จะได้คอยซ้ำเติมตีกองทัพพวกฮวนคงจะเสียทีเป็นแน่ ฮั่นซีตงได้ฟังก็เห็นชอบ ให้ถอยกองทัพเรือยกกลับไปตั้งค่ายอยู่ที่แม่น้ำฮั่นเยียงกังฝั่งข้างเขาลังฮองซัวฝ่ายทิศเหนือ นางเนียฮูหยินจึงพูดกับฮั่นซีตงว่า ได้ยินข่าวเล่าลือว่ามีผู้วิเศษอยู่ที่เขากิมซัวใกล้กันกับเขาลังฮอกซัวคนหนึ่ง อาจจะรู้การแผ่นดินร้ายดีต่อไปภายหน้า ถ้าไปถามดูก็จะดี ฮั่นซีตงสั่งให้จัดธูปเทียนสิ่งของเครื่องคำนับพร้อมแล้ว ฮั่นซีตง นางเนียฮูหยินกับบ่าวไพร่ลงเรือเร็วไปถึงหน้าเขากิมซัว ก็ขึ้นเดินเข้าไปในวัดจุดธูปเทียนบูชาพระแล้ว เอาสิ่งของเครื่องคำนับไปให้เตายวดผู้วิเศษ แล้วฮั่นซีตงก็เล่าการแผ่นดินตั้งแต่กิมงึดตุดยกทัพเข้ามาตีเมืองกิมเหลงต่อมาจนทุกวันนี้ให้เตายวดผู้วิเศษฟัง แล้วถามว่าการต่อไปภายหน้าบ้านเมืองจะเป็นอย่างไร ขอท่านจงชี้แจงให้ข้าพเจ้าทราบ เตายวดเข้าไปในห้องหยิบเอาหนังสือออกไปส่งให้ ว่าท่านจงรับเอาหนังสือไปดูคำโคลงในนี้ก็คงจะรู้ความแจ่มแจ้ง ฮั่นซีตงรับหนังสือคำนับลากลับมาถึงเรือ คลี่หนังสือออกดูกับนางเนียฮูหยินภรรยา มีคำโคลงสี่บทอ่านก็ไม่เข้าใจ จึงพูดกันว่าหนังสือนี้เขียนตัวก็ไม่ถูก ความจะว่าอย่างไรก็ไม่รู้ หลวงจีนนี้ทีจะไม่ได้เล่าเรียนสิ่งใด เป็นแต่จะอวดชาวบ้านประสมหากินอยู่อย่างนั้นดอกกระมัง ฮั่นซีตงสั่งให้ม้าใช้แยกกันไปสืบราชการที่เขางูเท่าซัว และเมืองกิมเหลงเป็นหลายพวก

ฝ่ายบูเชียงก๋งตั้งอยู่ที่เขางูเท่าซัว ตั้งใจคอยกองทัพหัวเมืองอยู่ทุกวันทุกเวลา ใช้ให้นายทหารที่เข้มแข็งหักกองทัพค่ายล้อมออกไปสืบก็ยังไม่มีผู้ใดกลับมาบอก

ฝ่ายกิมงึดตุดตั้งแต่เสียเนียมฮั่นพี่ชาย และกิมทันจือผู้หลานแล้ว ก็ไม่มีความสบาย ให้ประชุมแต่บรรดาพี่น้องและนายทหารมาพร้อมกัน ปรึกษาราชการซึ่งจะหักขึ้นไปจับเอาพระเจ้าซ้องเกาจง พอม้าใช้คอยเหตุเข้ามาแจ้งว่า เตียจุนผู้รักษาด่านน่ำถังยกกองทัพทหารประมาณหกหมื่น เล่าขีผู้รักษาเมืองซุนเซียงคุมทหารห้าหมื่น โง่วไก่ โง่วเหลงผู้รักษาเมืองซีฉวนคุมทหารสามหมื่น โอเจียงผู้รักษาเมืองเทงไฮ เกียงเชียงผู้รักษาด่านเซียงซัว กิมจัดผู้รักษาด่านโง่วทองก๊วน เอียขีผู้รักษาด่านปากน้ำเช่ากัง เจียคุนผู้รักษาทะเลสาบทองเทงโอ๋ว ยกกองทัพมาตั้งค่ายรายกันอยู่ชั้นนอกทหารประมาณสามสิบหมื่นเศษ กิมงึดตุดได้แจ้งก็ตกใจ จึงพูดกับคับมิชีและนายทหารทั้งปวงว่าเดิมเราตั้งล้อมคังอ๋องกับงักฮุยไว้บนเขาก็หมายจะให้อดเสบียงอาหารอ่อนกำลังลง ครั้นจะรีบร้อนหักหาญขึ้นไปนายทหารพวกงักฮุยก็ล้วนแต่มีฝีมือเข้มแข็ง จึงได้รั้งรออยู่ บัดนี้กองทัพหัวเมืองก็ยกมาช่วยคังอ๋องมากแล้ว จำจะต้องตีหักเสียโดยเร็ว จึงให้หาแม่ทัพทั้งสี่เข้ามาสั่งว่าให้แต่งคนไปสืบดูทางที่จะหนีที่จะออกข้างทิศใดบ้าง ข้างทิศใดหนอเราจะตีหักขึ้นไปบนเขา ถ้าไม่สมคะเนก็จะได้ถอยทัพไปทางนั้น แม่ทัพทั้งสี่ก็ลากลับออกไปให้ทหารแยกย้ายกันไปเที่ยวสืบดูทุกทาง กลับมาบอกว่ากองทัพหัวเมืองซึ่งยกมาช่วยคังอ๋องนั้นตั้งค่ายเรียงรายกันอยู่ทุกทิศแต่ทิศเหนือนั้นเบาบาง ถ้าจะถอยไปทางนั้นก็ได้ กิมงึดตุดได้ฟังแล้วจึงสั่งแก่บรรดานายทัพทั้งปวงให้รู้ทั่วกันว่า ถ้ายกกองทัพเข้ารบมีชัยชนะก็ให้ตีหักเข้าไปจับเอาคังอ๋องให้ได้ ถ้าเสียทีก็ให้ล่าถอยไปทางทิศเหนือ จงตระเตรียมกันไว้ให้พรักพร้อม และซึ่งกิมงึดตุดจะยกไปทางทิศเหนือนั้น เพราะทหารไปสืบราชการแต่เพียงทางประมาณสี่สิบลี้ก็กลับมา ไม่รู้ว่าทัพฮั่นซีตงตั้งค่ายอยู่ที่เขาลังฮอกซัวทางทิศเหนือ

ฝ่ายบูเชียงก๋งให้นายทหารที่ไปสืบกองทัพหัวเมืองกลับมาแจ้งว่า เจ้าเมืองและนายด่านยกมาช่วยหลายพวกแล้วก็มีความยินดี จึงสั่งกำหนดนัดวันออกไปแก่กองทัพหัวเมืองเหล่านั้นว่า ถ้าได้ยินเสียงประทัดใหญ่สัญญาณดังขึ้นแล้วก็ให้ตีขนาบกระทบเข้ามา บูเชียงก๋งจึงขึ้นไปเชิญเสด็จพระเจ้าซ้องเกาจงให้ทรงม้าที่นั่ง กับขุนนางเหล่านั้นก็ให้ขี่ม้าตามเสด็จลงมาพักอยู่ที่ชายเขา สั่งนายทหารและทหารเลวให้จัดเตรียมตัวให้พร้อม ครั้นถึงวันกำหนดเวลาเช้ามืด บูเชียงก๋งก็ให้จุดประทัดใหญ่สัญญาณดังขึ้นเก้านัด กองทัพหัวเมืองได้ยินเสียงประทัดก็รู้ว่าบูเชียงก๋งตีหักออกมาแล้ว ต่างคนก็ยกกองทัพออกจากค่ายตรงเข้าตีค่ายกิมงึดตุด บูเชียงก๋งก็ยกกองทัพพาพระเจ้าซ้องเกาจงลงจากเนินเขา

ฝ่ายกิมงึดตุดได้ยินเสียงประทัดใหญ่ดังสนั่นก็ร้องเร่งพี่น้องและนายทหารทั้งปวงให้ขึ้นม้าถืออาวุธคอยสู้รบให้พรักพร้อม ว่าเวลาวันนี้ท่านทั้งปวงอย่าได้คิดย่อท้ออาลัยแก่ชีวิต ช่วยกันรบให้แข็งมือเอาชัยชนะคังอ๋องให้ได้

ฝ่ายบูเชียงก๋งแม่ทัพ ฮอง่วนเคง อือฮวยเหลง เตียเหียน งักฮุน ตังเซียน เตียเฮียน ทึงฮวย งูเกา ก็ขับทหารเข้าตีหักค่ายพวกฮวนออกมา กองทัพหัวเมืองก็ตีกระทบเข้าไป เสียงทหารโห่ร้องรบกันวันนั้นดุจเสียงพายุใหญ่อันพัดต้องป่าไม้ใหญ่เป็นที่พิลึกยิ่งนัก กิมงึดตุดและทหารพวกฮวนตกอยู่ในที่ศึกขนาบเสียทีล้มตายเป็นอันมากโลหิตไหลนองไปทั้งแผ่นดินแตกยับเยิน บูเชียงก๋งนำเสด็จพระเจ้าซ้องเกาจงกับขุนนางออกมา เข้าสมทบกับกองทัพหัวเมืองพร้อมมูลกันได้ บูเชียงก๋ง จึงสั่งเตียจุน เล่าขี และกองทัพหัวเมืองเหล่านั้นให้ป้องกันรักษาพระเจ้าซ้องเกาจงเชิญเสด็จไปเมืองกิมเหลง ตัวเรากับนายทหารจะตามไปฆ่าพวกฮวนเสียให้สิ้น เตียจุน เล่าขีและกองทัพหัวเมืองเหล่านั้นก็เข้าห้อมล้อมพาพระเจ้าซ้องเกาจงเสด็จไปเมืองกิมเหลง บูเชียงก๋งกับนายทหารก็ยกกองทัพติดตามฆ่าฟันทหารฮวนไป

ฝ่ายกิมงึดตุด กับนายทหารทั้งปวงสู้รบกับกองทัพบูเชียงก๋งเสียทีแล้วก็หนีไปทางฝ่ายทิศเหนือ บูเชียงก๋งก็ไล่ตามติดไป ครั้นเวลาดึกประมาณสองยามเศษไปใกล้จะถึงด่านกิมมึงติ้นพบเต็กหลุยแม่ทัพหน้าของบูก๊วงยกมาตั้งพักทหารอยู่กลางทาง เต็กหลุยเห็นกองทัพฮวนแตกหนีมาก็ขึ้นม้าเข้ารบสกัดไว้ กิมงึดตุดขับม้าเข้าสู้กับเต็กหลุยได้หลายเพลง กิมงึดตุดอ่อนกำลังด้วยรบมายังค่ำยังรุ่ง แล้วกลัวจะเสียทีก็ขับม้าหนี เต็กหลุยไล่ฆ่าฟันทหารฮวนล้มตายลงเป็นอันมาก พอบูเชียงก๋งกับเตียเปา เฮงหวยตามกิมงึดตุดมาพบเต็กหลุยเป็นเวลากลางคืนไม่รู้จักกัน เต็กหลุยขับม้าเข้ารบกับบูเชียงก๋งได้หลายสิบเพลง บูเชียงก๋งเห็นฝีมือรบผิดกับพวกฮวน จึงร้องถามไปว่าเจ้านี้คือผู้ใดจึงปล่อยให้กิมงึดตุดหนีไปไม่กลัวอาญาเราผู้ชื่อว่าบูเชียงก๋งแม่ทัพใหญ่หรือ เต็กหลุยได้ฟังก็ตกใจ ด้วยตัวสู้รบกับแม่ทัพเป็นการผิดใหญ่ก็ขับม้าหนีหลีกทางไป บูเชียงก๋งพาทหารไล่ตามกิมงึดตุดต่อไป กิมงึดตุดหนีมาถึงแม่น้ำฮั่นเยียงกังพอเวลารุ่งสว่าง ทหารเหล่านั้นเห็นแม่น้ำขวางหน้าก็ตกใจ จึงร้องว่าพวกเราครั้งนี้จะพากันตายสิ้นแล้ว กิมงึดตุดได้ฟังทหารพูดดังนั้นก็เสียใจ จึงร้องประกาศว่าตั้งแต่ทำศึกสงครามมาไม่เหมือนครั้งนี้เลย ข้างหน้าก็มีแม่น้ำขวาง ข้างหลังกองทัพข้าศึกก็ไล่ติดตามมา เทพยดาไม่ช่วยจะให้ตายเสียครั้งนี้แล้วหรือ

ฝ่ายเชาหยงกับโตกิดซึ่งกิมงึดตุดให้อยู่รักษาเมืองกิมเหลง ครั้นจงฮวงบุตรจงเล่าซิวยกเข้าตีเมืองกิมเหลงได้เชาหยงกับโตกิดพาทหารลงเรือรบหนีมาทางแม่น้ำฮั่นเยียงกัง คับมิชีแลเห็นเรือรบแต่ไกลก็ร้องบอกกิมงึดตุด ว่าท่านอย่าเพิ่งเสียใจ เรือรบพวกเรามาโน่นแล้ว กิมงึดตุดได้ฟังแลไปเห็นธงยี่ห้อก็จำได้ว่ากองทัพเรือเชาหยง โตกิดจึงร้องตะโกนเรียกให้เข้ามารับ เชาหยงโตกิดแลมาเห็นก็จำได้ว่าเป็นกองทัพพวกฮวน เร่งทหารรีบแจวแวะเข้ามาโดยเร็ว พอเรือถึงฝั่งกิมงึดตุดกับทหารก็ลงเรือตะลีตะลาน พอบูเชียงก๋งยกตามมาทัน กิมงึดตุดก็ให้ถอยเรือห่างฝั่งออกไป ทหารพวกฮวนที่ลงเรือไม่ทันก็วิ่งสับสนอยู่ริมฝั่ง ร้องตะโกนเรียกเพื่อนกันให้เข้ามารับ ทหารบูเชียงก๋งได้ฆ่าฟันล้มตายลง กิมงึดตุดเห็นทหารของตัวตายลงมากก็สงสารร้องไห้แล้วถามเชาหยงโตกิดว่า เหตุใดเจ้าจึงได้เอาเรือมาทางนี้ เชาหยงโตกิดบอกว่าจงฮวงบุตรจงเล่าซิวยกกองทัพเข้าตีเมืองกิมเหลง ข้าพเจ้าสู้รบเหลือกำลังจึงได้ทิ้งเมืองเสียล่าถอยมาทางนี้ กิมงึดตุดได้ฟังก็ทอดใจใหญ่ว่าครั้งนี้เราเสียทีแก่บูเชียงก๋งยับเยินนัก ทแกล้วทหารก็ล้มตายเลียเป็นอันมาก

ฝ่ายบูเชียงก๋งตามกิมงึดตุดมาถึงฝั่งแม่น้ำฮั่นเยียงกัง ได้ฆ่าฟันทหารพวกฮวนตายมาก เห็นกิมงึดตุดลงเรือหนีไปได้ก็ให้ทหารตั้งพักอยู่ริมแม่น้ำนั้น แล้วให้ไปเที่ยวหาเรือจะยกตามกิมงึดตุดไป ยังมีชายเจ้าของเรือแปดคนมาร้องทุกข์แก่บูเชียงก๋ง ว่าเมกคิหูกับหลออูจิบ ผู้รักษาเมืองนิ่มอันเก็บเอาเรือของข้าพเจ้ามาบรรทุกเสบียงจะไปส่งกองทัพท่านเสบียงค้างอยู่ในเรือนานก็ไม่เอาไปส่ง คนซึ่งคุมเสบียงมานั้นกินเปลืองขาดจำนวนไป เมกคิหู หลออูจิบจะให้ข้าพเจ้าใช้ข้าวเสบียงให้ครบตามจำนวน ข้าพเจ้าทั้งหลายเป็นคนยากจนไม่มีจะใช้ เมกคิหูกับหลออูจิบจะเฆี่ยนตีเร่งเอาให้ได้ บูเชียงก๋งได้ฟังก็ให้ทหารไปหาตัวผู้รักษาเมืองนิ่มอันทั้งสองคนมาถามว่าตัวไปเก็บเอาเรือราษฎรมาบรรทุกเสบียงแล้ว ทำไมจึงไม่เอาไปส่งกองทัพ เมกคิหู หลออูจิบให้การว่า ข้าพเจ้าบรรทุกเสบียงจะเอาไปส่งแจ้งว่า พวกฮวนตั้งล้อมท่านไว้ไม่มีทางจะไป คนสำหรับเรือที่คุมเสบียงมานั้นกินข้าวเสบียงขาดไปมาก ข้าพเจ้าจึงจะให้เจ้าของเรือใช้ให้ครบตามจำนวน บูเชียงก๋งว่าเจ้าบังคับดังนี้ไม่ถูก ไปยืมเอาเรือเขามาได้แล้วยังจะให้เจ้าของเรือใช้ข้าวเสบียงที่ขาดอีกเป็นการกดขี่ราษฎรนัก สั่งให้ทหารเอาตัวผู้รักษาเมืองทั้งสองเฆี่ยนเสียคนละสี่สิบทีแล้วปล่อยตัวไป พอม้าใช้สืบราชการมาแจ้งความกับบูเชียงก๋งว่า ฮั่นซีตงตั้งค่ายสกัดทางกองทัพฮวนอยู่ที่เขาลังฮอกซัวฝ่ายทิศเหนือ กิมงึดตุดหนีไม่ได้ บูเชียงก๋งจึงว่าถ้าดังนั้นเราไม่ต้องยกตามไปแล้ว ให้ฮั่นซีตงคิดจับกิมงึดตุดเอาความชอบเถิด จึงสั่งงักฮุนให้คุมทหารสามพันไปตั้งสกัดอยู่ที่ด่านเทียนเซียงก๊วน ถ้ากิมงึดตุดหนีไปทางนั้นจงจับเอาตัวมาให้ได้ งักฮุนก็คำนับลาคุมทหารสามพันยกตรงไปด่านเทียนเซียงก๊วน บูเชียงก๋งก็ให้ยกกองทัพกลับไปตั้งอยู่ที่เมืองทันจิว

ฝ่ายกิมงึดตุดลงเรือหนีไปข้างเหนือเห็นเรือกองทัพฮั่นซีตงจอดเรียงรายอยู่เป็นอันมากก็ตกใจ สั่งให้ทหารหันเรือรบเข้าฝั่งข้างใต้ขึ้นตั้งค่ายอยู่บนบก เรือกิมงึดตุดไปครั้งนั้นหกร้อยลำทหารประมาณห้าหมื่น กิมงึดตุดมีความเสียใจพูดกับนายทหารทั้งปวงว่า เมื่อเรายกกองทัพมามีทหารถึงเจ็ดสิบแปดสิบหมื่น ครั้งนี้เสียทีแก่บูเชียงก๋งตายเสียนักหนา ยังเหลืออยู่แต่เท่านี้ ทั้งเนียมฮั่นพี่เรากับกิมทันจือผู้หลานก็ตาย เราจะกลับไปบ้านเมืองจะเอาหน้าไปหาบิดากระไรได้ พูดดังนั้นแล้วก็ร้องไห้ร่ำไรไปเป็นอันมาก พวกพี่น้องและนายทหารก็พูดปลอบโยนกิมงึดตุดว่า ธรรมดาทำศึกสงครามได้ทีเสียทีกันเป็นอยู่เอง ท่านจงตั้งใจรักษาตัวกลับไปบ้านเมืองให้ได้เถิด จะได้คิดรวบรวมทแกล้วทหารมาทำศึกแก้แค้นให้ได้ กิมงึดตุดได้ฟังก็ค่อยคลายความวิตก แล้วไปเที่ยวดูตามริมฝั่งหาท่าทางที่จะข้ามฟากข้างโน้นขึ้นเดินกลับไปเมืองไตกิมก็ก เห็นเรือรบฮั่นซีตงจอดอยู่ริมฝั่งเรียงรายไปทางประมาณสิบลี้ มีเรือชนิดเล็กตรวจตราระวังรักษาตามลำแม่น้ำอยู่ประมาณร้อยลำเศษ ตีกรรเชียงไปมาดูรวดเร็วนัก ที่บนบกค่ายก็ตั้งเรียงรายกันไป เรือลำหนึ่งเห็นธงใหญ่ปักอยู่กลางสำคัญว่าเป็นเรือแม่ทัพ กิมงึดตุดจึงพูดปรึกษากับคับมิชีว่า เรือเราก็มีอยู่หกร้อยลำเท่านี้น้อยนัก ที่ไหนจะหักหาญสู้รบข้ามไปได้ คับมิชีว่าค่ายตั้งอยู่บนฝั่งนั้นจะมีทหารมากน้อยสักเท่าใด จะต้องให้ไปสอดแนมสืบสวนประมาณการดูให้รู้กำลังข้าศึกก่อนจึงจะคิดข้ามไปได้ กิมงึดตุดว่าเวลาค่ำวันนี้ตัวเราจะลอบเข้าไปดูให้เห็นการเอง คับมิชีว่าท่านเป็นแม่ทัพใหญ่ไม่ควรจะไป กิมงึดตุดว่าเมื่อเวลาวานนี้เราจับชาวบ้านมาถามได้ความว่าที่บนเขากิมซัวนั้นมีศาลเจ้าอยู่บนเขา ถ้าขึ้นไปถึงศาลเจ้านั้นแล้วแลลงไปเห็นการข้างล่างทั้งสิ้น คับมิชีว่าท่านจะไปให้ได้แล้วต้องจัดหาทหารที่รูปร่างคล้ายคลึงมาแต่งตัวปลอมไปให้เหมือนท่านสักคนหนึ่ง ตัวท่านจงแต่งเป็นทหารเลว ถ้าเสียท่วงทีท่านจะได้เล็ดลอดหนีมาได้ กิมงึดตุดได้ฟังก็เห็นชอบ จึงเอาเสื้อหมวกสำหรับตัวมาแต่งให้นายทหารคนหนึ่งชื่ออึงเปงโหนวมาแต่งตัวปลอมไป ให้ฮอเฮกตัดคุมทหารที่มีฝีมือตามไปด้วย ครั้นจัดการเสร็จแล้วก็พากันลงเรือไป

ฝ่ายฮั่นซีตงแจ้งว่ากิมงึดตุดหนีบูเชียงก๋ง ลงเรือมาตั้งค่ายอยู่ที่ตำบลบ้านเรียกว่าอึงเทียนตง จึงปรึกษากับนางเนียฮูหยินว่าทหารกิมงึดตุดที่มีสติปัญญาเป็นที่ปรึกษาใหญ่นั้น คือคับมิชีเจ้าอุบายดีนัก คงจะคิดอ่านมาดูค่ายและเรือรบของเราที่บนเขากิมซัวนี้เป็นแน่ นางเนียฮูหยินว่าถ้าท่านเห็นการดังนั้นแล้วจงจัดแจงทหารไปซุ่มคอยอยู่ ถ้ากิมงึดตุดหรือนายทหารลอบมาดูก็จงจับตัวมาให้ได้ ฮั่นซีตงได้ฟังก็เห็นชอบ จึงสั่งให้โซเต๊กนายทหารคุมไพร่ร้อยหนึ่งไปซุ่มอยู่ที่ศาลเจ้า ตัวโซเต๊กนั้นให้ขึ้นไปคอยดูอยู่บนถะคือ พระเจดีย์จีนซึ่งอยู่ริมศาลเจ้า ถ้าเห็นพวกนายทหารฮวนขึ้นมาที่ศาลเจ้านั้นแล้ว จงตีกลองใหญ่สัญญาณขึ้น ให้ฮั่นเอียนติดคุมทหารไปซุ่มอยู่ริมศาลเจ้าเลงฮองเบี้ยวข้างซ้าย ให้ฮั่นเซียงเต็กคุมทหารสามร้อยลงเรือรบชนิดเล็กไปจอดซุ่มอยู่ในแม่น้ำข้างทิศใต้ ถ้าได้ยินเสียงกลองบนศาลเจ้าดังขึ้นแล้วให้เอาเรือออกสกัดทางทิศเหนือไว้อย่าให้กิมงึดตุดหนีไปได้ โซเต๊ก ฮั่นเซียงเต็ก ฮั่นเอียนติดก็คำนับลาคุมทหารไปซุ่มคอยอยู่ตามสั่ง

ฝ่ายกิมงึดตุดกับคับมิชี และอึงเปงโหนวลงเรือตีกรรเชียงมาถึงฝั่ง ทั้งสามนายก็ขึ้นบนบกให้ทหารจอดเรือคอยอยู่ที่ท่าริมเขา กิมงึดตุดคับมิชีอึงเปงโหนวก็พากันขึ้นไปบนเขากิมซัว ถึงศาลเจ้ากิมงึดตุดขึ้นยืน พิเคราะห์ดูค่ายและเรือรบกองทัพฮั่นซีตงยังไม่ทันทั่ว พอโซเต๊กซึ่งขึ้นไปอยู่บนถะคือพระเจดีย์จีนริมศาลเจ้านั้น เห็นกิมงึดตุดขึ้นมาที่ศาลเจ้าก็นึกชมปัญญาฮั่นซีตงแม่ทัพว่ามิเสียแรงมีสติปัญญาประมาณการ เหมือนเทพยดาเข้าดลใจ คิดดังนั้นก็ตีกลองใหญ่ขึ้น ฮั่นเอียนติดซึ่งคุมทหารซุ่มอยู่ริมศาลเจ้าได้ยินเสียงกลองก็กรูกันออกมา กิมงึดตุด คับมิชี กับอึงเปงโหนว ซึ่งปลอมแทนกิมงึดตุดมานั้นเห็นก็ตกใจพากันหนีกลับลงจากเขา ฮั่นเอียนติดคุมทหารไล่ตามมาร้องตวาดว่า กิมงึดตุดจะหนีไปข้างไหนให้เราจับเสียโดยดีเถิด อย่าต้องสู้รบฆ่าฟันกันเลย กิมงึดตุดกับทหารที่ตามมาตกใจพากันบุกป่าไปไม่ถูกทางที่สูง ๆ ต่ำ ๆ กิมงึดตุดล้มลง ฮั่นเอียนติดตรงเข้าไปเอาทวนแทง กิมงึดตุดเอากระบี่ป้องปัดไว้ พอฮั่นเอียนติดแลเห็นอึงเปงโหนวที่แต่งตัวปลอมเป็นกิมงึดตุดก็ผละกิมงึดตุดที่แต่งตัวเป็นทหารเลวนั้นเสีย วิ่งไล่อึงเปงโหนวไปร้องเร่งทหารล้อมเข้าไว้จับตัวให้ได้ ตัวกิมงึดตุดกับคับมิชีรีบหนีลงมาถึงเชิงเขาพอพบฮอเฮกตัดก็พากันลงเรือรีบตีกรรเชียงกลับไปค่าย ฮั่นเซียงเต็กที่จอดเรือซุ่มอยู่ริมฝั่งนั้นเห็นพวกฮวนหนีลงเรือ ก็ออกเรือเร่งให้ทหารแจวไล่ตามไปไม่ทันก็กลับมาค่าย ฮั่นเอียนติดล้อมจับอึงเปงโหนวซึ่งปลอมเป็นกิมงึดตุดได้ก็ดีใจ ให้ทหารมัดจูงมาลงเรือกลับมาค่าย เวลานั้นฮั่นชีตงออกนั่งอยู่ที่ว่าราชการ ฮั่นเอียนติดก็เข้าไปบอกความว่าข้าพเจ้าจับกิมงึดตุดมาได้แล้ว ฮั่นซีตงก็มีความยินดีสั่งให้ทหารพาเอาตัวเข้าไป ฮั่นซีตงเห็นก็จำได้ว่ามิใช่กิมงึดตุด จึงร้องตวาดถามว่า เอ็งนี้ชื่อไรจึงมาหลอกลวงเราดังนี้ อึงเปงโหนวจึงบอกว่าข้าพเจ้าเป็นนายทหารกิมงึดตุด ชื่ออึงเปงโหนว คับมิชีคิดอุบายให้ข้าพเจ้าแต่งตัวปลอมเป็นกิมงึดตุด ตัวกิมงึดตุดนั้นแต่งอย่างทหารเลวเป็นบ่าวตามข้าพเจ้ามา บัดนี้ท่านจับข้าพเจ้าได้แล้วจะฆ่าฟันประการใดก็ทำเสียโดยเร็วเถิด ฮั่นซีตงว่าอ้ายคนเช่นนี้ไม่มีชื่อเสียงจะฆ่าเสียก็ไม่ต้องการเอาไปจำขังไว้ก่อนเถิด เมื่อจับกิมงึดตุดได้แล้วจึงค่อยฆ่าเสียให้พร้อมกัน ฮั่นซีตงพูดกับฮั่นเอียนติดผู้บุตรว่าเจ้านี้โง่นักถูกหลอกลวงเข้าแล้ว อุบายอันนี้ชื่อกิมเซียทุดคัก แปลว่าสัตว์ลอกคราบได้เอาคราบนั้นทิ้งไว้ตัวไปอยู่ที่อื่น ถ้าทีหน้าทีหลังจะทำการศึกสงครามจงระวังให้ดี อย่าให้ถูกล่อลวงดังนี้ต่อไปอีก ฮั่นเอียนติดได้ฟังบิดาพูดชี้แจงสั่งสอนแล้วก็ลากลับไปค่ายนึกเสียใจว่าถูกอุบายข้าศึก

ฝ่ายนางเนียฮูหยิน พูดกับฮั่นซีตงว่ากิมงึดตุดหนีบูเชียงก๋งมาครั้งนี้เสบียงอาหารก็ขัดสนเบาบาง คงจะรีบหนีเราไปโดยเร็ว ธรรมดาพวกฮวนสติปัญญาโกงใช้อุบายมาก เวลาค่ำวันนี้ดีร้ายจะมาตีปล้นค่ายเราพวกหนึ่ง จะหนีข้ามฟากไปพวกหนึ่ง ฮั่นซีตงได้ฟังก็เห็นด้วย จึงว่าตัวเรากับบุตรจะคุมทหารแยกย้ายกันไปซุ่มอยู่ภายนอก เจ้าจงอยู่รักษาค่ายไว้ให้มั่นคง ถ้าพวกฮวนยกมาตีปล้นก็ให้เอาเกาทัณฑ์ยิงกราดไว้อย่าให้หักเข้ามาใกล้ค่ายได้ นางเนียฮูหยินว่าข้าพเจ้าจะปลูกเหลาสูงขึ้นสักสามสิบสี่สิบวาให้แล้วในค่ำวันนี้ ตัวข้าพเจ้าจะขึ้นไปอยู่บนเหลาคอยดู ถ้ากองทัพพวกฮวนยกมาทางไหนควรจะสู้รบทิศใด ถ้าเวลากลางคืนท่านและทหารทั้งปวงจงสังเกตดูโคมสัญญาณ จะบอกชี้ทิศให้ยกไปทิศนั้น ถ้าเวลากลางวันให้สังเกตดูธงขาว จะโบกไปทางไหนให้ไปทางนั้น ฟังเสียงกลองใหญ่เป็นสำคัญ ถ้ากลองใหญ่ตีรุดเสียงเสมออยู่ก็ให้เร่งบุกรุกเข้ารบโดยแข็งแรง ถ้าเสียงกลองหยุดก็ให้หยุดรบตามเสียงกลอง ฮั่นซีตงได้ฟังก็มีความยินดี จึงว่าเจ้านี้เป็นผู้หญิงก็จริง แต่มีสติปัญญารู้จัดแจงในการศึกสงครามเป็นแม่ทัพได้คล้ายซุนปินแม่ทัพครั้งแผ่นดินเลียดก๊ก พูดกันแล้วฮั่นซีตงกับบุตรก็คุมทหารสามพันลงเรือไปซุ่มอยู่ นางเนียฮูหยินสั่งเร่งให้ทำเหลาคือหอกลองแต่ในเวลาบ่าย พอสักยามหนึ่งก็แล้วเสร็จ

ฝ่ายกิมงึดตุด ครั้นหนีกลับมาจากศาลเจ้าที่เขากิมซัวถึงค่ายแล้ว จึงพูดกับคับมิชีว่า เราขึ้นไปที่ศาลเจ้าบนเขากิมซัวยังไม่ทันเห็นค่ายข้าศึกทั่วก็พอดีเกิดเหตุขึ้น อึงเปงโหนวนั้นเห็นข้าศึกจะจับเอาไปแล้ว เราจะคิดประการใดจึงจะข้ามฟากหนีไปได้ คับมิชีว่าเดี๋ยวนี้เสบียงอาหารเราก็น้อย จะต้องคิดอ่านหนีไปเสียโดยเร็ว เวลาค่ำวันนี้ท่านจงแบ่งทหารเป็นสองพวก พวกหนึ่งยกไปตีค่ายฮั่นซีตงเย้าไว้ ตัวท่านยกลงเรือข้ามฟากไป ฮั่นซีตงก็จะสาละวนสู้รบรักษาค่ายอยู่เห็นจะไม่มีใครติดตาม กิมงึดตุดได้ฟังก็เห็นดีด้วย จึงสั่งให้เนียมมุดฮวดนายทหารใหญ่คุมเรือรบห้าร้อยลำบรรทุกทหารสามหมื่นยกไปเข้าตีค่ายใหญ่ฮั่นซีตง สั่งทหารจัดเรือเล็กไว้อีกร้อยลำ ตัวเราจะยกหนุนไปต่อภายหลัง ถ้าเห็นได้ทีแล้วจงเร่งข้ามไปให้ถึงฟาก ขึ้นเดินไปทางเมืองเลงถังเมืองงิจิน นายทหารและทหารเลวได้ฟังกิมงึดตุดสั่งว่าจะยกกลับไปบ้านเมืองก็ดีใจทุกตัวคน เร่งจัดแจงเตรียมตัวแข็งแรงแล้วเสร็จแต่ในเวลายามหนึ่ง พอเวลาจวนสองยามเนียมมุดฮวดก็คุมเรือรบยกไปค่ายฮั่นซีตง กิมงึดตุดกับญาติพี่น้องนายทหารและทหารเลวที่รักใคร่ก็ลงเรือชนิดเล็กร้อยลำออกเรือตามไป พอเนียมมุดฮวดถึงหน้าค่ายฮั่นซีตงเห็นเงียบสงัดแสงเพลิงรุบหรู่ก็ยินดี คิดว่าฮั่นซีตงเห็นจะมีความประมาทไม่ระวัง ก็เร่งเรือไปเทียบตลิ่งจะขึ้นบก พอได้ยินเสียงประทัดใหญ่ในค่ายจุดดังนั้น ทหารในค่ายยิงเกาทัณฑ์ออกมาเสียงดุจผึ้งบินออกจากรัง ทหารพวกฮวนก็ตกใจถอยหนีลงเรือ กิมงึดตุดยกตามมาข้างหลังเห็นกองหน้าถอยกลับลงมาวุ่นวายไม่สมคะเนแล้วก็ให้บากเรือตัดข้ามฟากไปทิศเหนือ

ฝ่ายนางเนียฮูหยินอยู่บนหอคอยสูง แลเห็นถนัดจึงชักโคมสัญญาณสำคัญทิศเหนือขึ้นตีกลองใหญ่ดังสนั่น ฮั่นซีตงกับบุตรสองคนเห็นโคมสำคัญได้ยินเสียงกลองสัญญาณก็ออกเรือเข้ารบรุกบุกบั่นฆ่าฟันทหารพวกฮวนตายลงเป็นอันมาก กิมงึดตุดเห็นจะไปทิศเหนือไม่ได้ ก็หันเรือกลับไปทางทิศใต้ นางเนียฮูหยินอยู่บนหอคอยสูงชักโคมสำคัญสัญญาณทิศใต้ขึ้น ทหารฮั่นซีตงก็ออกก้าวสกัดไว้ทางทิศใต้ พอเวลารุ่งสว่างขึ้น ฮั่นเซียงเต็กคุมทหารทัพเรือตีเข้ามาทางทิศตะวันออก ฮั่นเอียนติดตีเข้ามาทางทิศตะวันตกล้อมกิมงึดตุดไว้ทั้งสามด้าน ทหารกิมงึดตุดถูกอาวุธตายและเรือล่มจมน้ำตายเป็นอันมาก กิมงึดตุดเสียทีสิ้นสติไม่รู้ว่าจะไปทางใดบากเรือหันเข้าฝั่งเห็นมีคลองอยู่ที่ตำบลอึงเทียนตงก็พากันหนีเข้าไปในคลอง คลองนั้นเป็นคลองตันกิมงึดตุดไม่รู้ ฮั่นซีตงเห็นกิมงึดตุดหนีเข้าไปในคลองก็มีความยินดี ยกมือขึ้นคำนับเทพยดาว่าครั้งนี้บุญบารมีของเจ้านายเราเห็นประจักษ์ จึงเผอิญดลใจให้กิมงึดตุดหนีเข้าไปในคลองตันไม่ต้องสู้รบลำบากแก่ทแกล้วทหาร ตั้งรักษาปากคลองไว้ให้มั่น กิมงึดตุดกับทหารที่เหลือหนีเข้าไปอยู่ในคลอง ก็คงจะอดเสบียงอาหารตายเองทั้งสิ้น คำนับเทพยดาแล้วจึงสั่งให้ฮั่นเอียนติดคุมทหารทัพเรือตั้งสกัดปิดปากคลองอึงเทียนตงไว้ให้มั่นแล้ว ฮั่นซีตงกับนางเนียฮูหยินให้ประกาศแก่นายทหารและทหารเลวทั้งปวงว่า ผู้ใดจับตัวข้าศึกได้หรือฆ่าตายได้แต่ศีรษะมาก็ให้มีสำคัญมาบอกจะได้จดบัญชีความชอบไว้ โซเต็กนายทหารจับได้เลงโฮวไตอ๋องบุตรเขยกิมงึดตุด ฮอกบูนายทหารได้ศีรษะฮอเฮกตัดนายทหารเอกของกิมงึดตุดมาเป็นสำคัญ นายทหารเหล่านั้นจับทหารฮวนและได้ศีรษะมาเป็นอันมาก ที่ได้เรือรบและเครื่องศาสตราวุธก็มี ฮั่นซีตงได้ทำบัญชีจดหมายไว้ตามความชอบ แล้วให้เอาตัวอึงเปงโหนวกับเลงโฮวไตอ๋องบุตรเขยกิมงึดตุด ไปตัดศีรษะแขวนไว้ที่เสาธงหน้าค่าย บรรดาทหารฮวนที่จับเป็นมาได้นั้นก็ให้ฆ่าเสียทั้งสิ้น ในเวลานั้นเป็นกลางเดือนแปดเดือนหงายแจ่มสว่าง ทหารในกองทัพฮั่นซีตงได้ชัยชนะแก่ข้าศึกก็พากันรื่นเริงร้องรำทำเพลง จอดเรือเรียงรายติดต่อกันเป็นแถวไปตามทางประมาณสิบลี้ ฮั่นซีตงกับนางเนียฮูหยินชวนกันขึ้นไปเที่ยวเล่นบนยอดเขากิมซัว จัดโต๊ะและสุราไปตั้งเลี้ยงกันเป็นที่สบายแล้ว แลลงไปดูในคลองอึงเทียนตงเห็นเรือกิมงึดตุดเข้าไปจอดติดกันอยู่ในคลองนั้น

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ