๒๖

ฝ่ายพี่น้องของงักฮุยทั้งแปดคนเห็นงักฮุยออกมาได้ ก็พากันเข้ามาคุกเข่าลงคำนับแล้วพูดว่า พี่ออกพ้นโทษมาได้ข้าพเจ้าทั้งหลายมีความยินดียิ่งนัก งักฮุยจึงว่าบัดนี้มีรับสั่งให้มาปราบปรามพวกเจ้า เราจะต้องทำตามรับสั่งพี่น้องทั้งหลายอย่าได้เสียใจเลย เข้าไปเฝ้าด้วยกันแล้วจึงค่อยคิดผ่อนกันต่อไป คนทั้งแปดนั้นว่าข้าพเจ้าเหล่านี้ขอแต่ให้พี่พ้นภัยอันตรายเถิด ถึงตัวข้าพเจ้าจะตายก็ไม่เสียดายชีวิต พูดแล้วก็สั่งให้ทหารแปดหมื่นตั้งคอยอยู่ที่ค่าย พากันเข้ามายอมให้ทหารงักฮุยมัดมือไพร่หลังทั้งแปดคน ตามงักฮุยเข้ามาในเมืองกิมเหลง

ฝ่ายขุนนางข้าราชการซึ่งพระเจ้าซ้องเกาจงให้ออกมาคอยดูงักฮุยสู้รบกับพวกโจรนั้น เห็นงักฮุยออกไปพวกโจรเข้ามาคุกเข่าลงคำนับแล้วยอมให้งักฮุยมัดพาเข้ามาในเมือง ก็รีบกลับเอาความเข้าไปกราบทูลพระเจ้าซ้องเกาจงให้ทรงทราบ พระเจ้าซ้องเกาจงจึงตรัสว่างักฮุยนี้มีฝีมือเข้มแข็งซื่อสัตย์ต่อแผ่นดิน โจรเหล่านั้นจึงไม่อาจจะต่อสู้ พระเจ้าซ้องเกาจงจึงรับสั่งให้เจ้าพนักงานออกไปคอยงักฮุย ถ้าพาพวกโจรเหล่านั้นมาถึงแล้ว ก็ให้เอาตัวเข้ามาเฝ้าทีเดียว พองักฮุยมาถึง เจ้าพนักงานก็พาเข้าไปเฝ้า พระเจ้าซ้องเกาจงจึงตรัสถามพวกนายโจรทั้งแปดคนว่าซึ่งยกกองทัพมาตั้งประชิดเมืองเรานี้ด้วยเหตุผลประการใด ทึงฮวยจึงกราบทูลว่าพวกข้าพเจ้าทั้งหลายนี้ไม่ได้คิดกบฏประทุษร้ายต่อแผ่นดิน เพราะได้แจ้งความว่าขุนนางผู้ใหญ่ในเมืองหลวงคิดอุบายจะฆ่างักฮุยพี่ชายข้าพเจ้าเสีย ข้าพเจ้าจึงได้ยกกองทัพเข้ามา ปรารถนาจะให้พระองค์ทรงชำระข้อความซึ่งงักฮุยกระทำผิดล่วงพระราชอาญานั้นให้แจ่มแจ้งก่อนจึงค่อยกระทำโทษ ถ้างักฮุยพี่ข้าพเจ้าผิดจริง ข้าพเจ้าทั้งหลายก็จะยอมตายด้วยทั้งแปดคน พระเจ้าซ้องเกาจงได้ทรงฟังก็แจ้งว่าคนทั้งแปดเป็นพี่น้องของงักฮุยมีใจซื่อสัตย์สมควรเป็นชายชาติทหาร ก็รับสั่งให้แก้มัดคนทั้งแปดออกแล้วรับสั่งตั้งให้งักฮุยเป็นที่แม่ทัพรอง ตั้งให้คนทั้งแปดเป็นขุนนางนายทหารอยู่ในบังคับงักฮุย ประทานเครื่องยศให้ยกออกไปตั้งขัดตาทัพอยู่ที่แม่น้ำอึ้งโหตามเดิม งักฮุยกับพี่น้องทั้งแปดก็กราบถวายบังคมลาออกมาค่ายพาทหารแปดหมื่นยกตรงไปแม่น้ำอึ้งโห

ฝ่ายกิมงึดตุดคุมทหารสามสิบหมื่นยกตรงมาแม่น้ำอึ้งโหแล้ว ก็ตั้งค่ายให้ม้าใช้ข้ามไปสืบข่าวว่ากองทัพเมืองหลวงยกมาตั้งแน่นหนาหรือประการใด ม้าใช้ก็ข้ามฟากไปสืบข่าวรู้ความแล้วกลับมาแจ้งว่า งักฮุยยกกองทัพมามีไพร่พลราวสิบหมื่นเศษ เกือบจะมาถึงแม่น้ำอึ้งโหอยู่แล้ว กิมงึดตุดได้ฟังก็สะดุ้งใจ จึงคิดว่ากองทัพเมืองหลวงยกมาตั้งค่ายอยู่ฝั่งฟากข้างโน้นทั้งทิศตะวันตกตะวันออกแน่นหนานัก บัดนี้งักฮุยยังยกกองทัพหนุนมาอีกเป็นอันมาก ซึ่งเรือแพที่จะข้ามฟากก็จัดไว้พรักพร้อม เห็นจะข้ามไปยังไม่ได้ คิดกันแล้วก็วิตกอยู่

ฝ่ายเล่าอือตั้งแต่มาสามิภักดิ์อยู่กับกิมงึดตุด กิมงึดตุดตั้งแต่งให้เป็นขุนนางที่ลูอ๋อง เวลาวันนั้นเล่าอือนั่งอยู่ที่เรือรบ แลเห็นธงจินจูโปหุนกี๋ปักอยู่ที่หน้าเรือกิมงึดตุด เล่าอือจึงถามทหารเหล่านั้นว่าที่เรือเรานี้เหตุใดจึงไม่มีธงปักหน้าเรือ ทหารก็แจ้งความว่า ธงที่ปักหน้าเรือเจ้านายนั้นเรียกว่าธงจินจูโปหุนกี๋ เป็นธงวิเศษสำหรับบ้านเมือง เจ้าเมืองไตกิมก๊กประทานให้มาป้องกันอันตราย ถ้าผู้ใดเห็นธงอันนี้ก็เป็นที่ยำเกรงมาก เล่าอือได้ฟังดังนั้นจึงคิดว่าถ้าเราได้ธงมาปักที่เรือเรา ไพร่พลทหารทั้งปวงเห็นธงก็กลัวเกรง ครั้นคิดแล้วเล่าอือจึงไปหากิมงึดตุดแจ้งความว่า ซึ่งท่านได้ชุบเลี้ยงตั้งแต่งให้ข้าพเจ้าเป็นที่อ๋องพระเดชพระคุณเป็นที่ยิ่งอยู่แล้ว แต่ครั้งนี้แต่บรรดาขุนนางนายทหารหามีความเกรงข้าพเจ้าไม่ ข้าพเจ้าอยากจะได้ธงจินจูโปหุนกี๋ของท่านไปปักที่เรือข้าพเจ้า ให้ทหารเหล่านั้นมีความเกรงกลัวจะได้คิดการต่อไป กิมงึดตุดได้ฟังก็โกรธจึงว่า ธงอันนี้เป็นของวิเศษเอามาสำหรับทัพเราให้ไม่ได้ ท่านมีความชอบสิ่งใดจึงจะมาขอธงจินจูโปหุนกี๋ดังนี้ เล่าอือว่าถ้าท่านให้ธงอันนี้ไปสักสองสามวันก็คงจะข้ามแม่น้ำอึ้งโหไปได้ กิมงึดตุดได้ฟังจึงว่าถ้าได้เหมือนท่านพูดเราก็จะให้ เล่าอือก็รับสัญญาว่าเป็นได้แน่ กิมงึดตุดจึงเอาธงจินจูโปหุนกี๋มอบให้ เล่าอือคำนับลามาเอาธงนั้นปักไว้ที่เรือของตัว แต่บรรดาขุนนางนายทหารของกิมงึดตุดเห็นธงจินจูโปหุนกี๋ปักอยู่ดังนั้น ก็สำคัญว่าเรือกิมงึดตุดพากันเข้าไปคำนับ เล่าอือก็ออกมาพูดว่า ท่านทั้งหลายคิดว่าเจ้านายหรือจึงได้พากันมา ซึ่งธงอันนี้เจ้านายประทานให้เรา ท่านจงพากันกลับไปทำราชการตามตำแหน่งเถิด ขุนนางนายทหารทั้งปวงได้ฟังก็โกรธ จึงพากันกลับไปแจ้งความให้กิมงึดตุดฟังทุกประการ กิมงึดตุดบอกว่าเล่าอือสัญญาจะให้ข้ามแม่น้ำอึ้งโหเราจึงให้ธงนั้นไป ท่านทั้งปวงอย่าเพิ่งวุ่นวายไป ขุนนางนายทหารทั้งปวงได้ฟังก็พากันกลับไป

ฝ่ายเล่าอือครั้นได้ธงมาปักหน้าเรือดังนั้นแล้วก็มีความยินดี จึงคิดขึ้นได้ว่าเมื่อเรายังอยู่ในเมืองหลวงนั้นมีญาติอยู่คนหนึ่งชื่อเช่าหยง บัดนี้เช่าหยงเป็นขุนนางนายทหารรักษาค่ายแม่น้ำอึ้งโหอยู่ จำเราจะไปหาปรึกษาคิดอ่านชักชวนดู ครั้นเวลาค่ำเล่าอือกับทหารสามคนลงเรือเล็กข้ามฟากมาที่หน้าค่าย ทหารบนค่ายเห็นร้องถามว่าเรือนี้มาแต่ไหน เล่าอือจึงบอกว่าเราชื่อเล่าอือจะมาหาเช่าหยง ท่านจงช่วยแจ้งความด้วย ทหารก็เข้าไปบอกเช่าหยง เช่าหยงได้ฟังจึงคิดว่าเล่าอือนี้ไปสามิภักดิ์อยู่กับกิมงึดตุดแล้วหาเกี่ยวข้องกับเราไม่ จะมาหาด้วยเหตุผลประการใดจำจะออกไปฟังดู คิดดังนั้นแล้วก็เดินออกมาเห็นเล่าอือ ก็เชิญขึ้นบนค่าย แล้วเช่าหยงจึงถามว่าท่านมาหาข้าพเจ้ามีธุระสิ่งใดหรือ เล่าอือจึงว่าเดิมท่านได้มีคุณต่อข้าพเจ้า ข้าพเจ้าระลึกถึงจึงได้มาเยี่ยมเยียนท่าน ทำราชการมีความชอบประการใดบ้างหรือไม่ เช่าหยงว่าตั้งแต่มาทำราชการก็ยังไม่มีความชอบสิ่งใด เล่าอือเห็นได้ทีจึงพูดว่า ตั้งแต่ข้าพเจ้าไปสามิภักดิ์อยู่กับกิมงึดตุดก็ยังไม่มีความชอบประการใด กิมงึดตุดชุบเลี้ยงตั้งแต่งให้ข้าพเจ้าเป็นที่อ๋อง แต่บรรดาขุนนางนายทหารก็เกรงกลัวข้าพเจ้าทั้งสิ้น ข้าพเจ้าจะต้องการสิ่งใดก็ได้สมความปรารถนา ถ้าแม้นว่ายังท่านนี้มีสติปัญญาฝีมือก็เข้มแข็ง ถ้าท่านไปสามิภักดิ์อยู่ด้วย กิมงึดตุดคงชุบเลี้ยงตั้งแต่งท่านให้มียศศักดิ์ใหญ่ยิ่งกว่าข้าพเจ้าขึ้นไป จะต้องการสิ่งใดก็คงสมความปรารถนา เช่าหยงได้ฟังก็ยินดีอยากจะเป็นอ๋องบ้าง จึงพูดว่าข้าพเจ้าก็อยากจะใคร่ไปด้วยแต่ยังไม่มีช่อง เล่าอือได้ฟังจึงว่าถ้าท่านคิดให้กองทัพกิมงึดตุดยกข้ามแม่น้ำมาได้ ท่านก็คงมีความชอบมาก เช่าหยงว่าในขณะนี้เห็นจะข้ามได้ ด้วยว่าเตียซอแม่ทัพใหญ่ก็ไปเมืองเปียนเหลียง งักฮุยก็เข้าไปด้วยข้อราชการเมืองหลวงยังไม่กลับมา ที่ในค่ายนี้ก็ไม่มีผู้ใด ถ้าจะยกกองทัพมาเวลาเย็นพรุ่งนี้เห็นจะข้ามได้ ข้าพเจ้าจะคอยอยู่หน้าค่าย พูดนัดกันแน่นอนดังนั้นแล้วเล่าอือก็ลาเช่าหยงกลับมาแจ้งความตามซึ่งสัญญากับเช่าหยงทุกประการ กิมงึดตุดได้ฟังแล้วจึงคิดว่าเช่าหยงคนนี้ใจไม่ดี แต่เล่าอือไปพูดจาแต่เท่านั้นก็ทะเยอทะยานมาก คนใจง่ายอย่างนี้ไม่ควรจะเลี้ยงไว้ แต่ครั้งนี้เป็นการสำคัญจะต้องคบหาคนโกงเป็นมิตร คิดดังนั้นแล้วก็แกล้งทำเป็นยินดีพูดกับเล่าอือว่า ถ้าเรายกข้ามแม่น้ำไปได้แล้วก็เป็นความชอบของท่านแล้ว กิมงึดตุดจึงสั่งคับมิชีว่าเวลาพรุ่งนี้เราจะยกข้ามแม่น้ำอึ้งโหไปให้ได้ ท่านจงกำชับทหารให้ตระเตรียมจัดเรือแพที่จะข้ามฟากไว้ให้พร้อม ครั้นรุ่งขึ้นเวลาเย็นกิมงึดตุดก็ยกทัพเรือข้ามแม่น้ำอึ้งโหไปตรงหน้าค่ายเช่าหยง เช่าหยงก็ออกมาคำนับรับกิมงึดตุดอยู่ที่หน้าค่าย ครั้นถึงฝั่งกิมงึดตุดก็ขับทหารขึ้นบกเข้าตั้งอยู่ในค่ายเช่าหยง ตั้งให้เช่าหยงเป็นที่เตียวอ๋อง สั่งให้เล่าอืออยู่รักษาเรือ

ฝ่ายนายทัพนายกองทหารเมืองหลวงเห็นกิมงึดตุดยกกองทัพข้ามแม่น้ำมาตรงหน้าค่ายเช่าหยง ไม่มีผู้ใดออกสู้รบ เช่าหยงก็ยอมสามิภักดิ์ให้กิมงึดตุดยกกองทัพเข้าตั้งอยู่ในค่ายดังนั้นก็ตกใจ ไม่มีผู้ใดที่จะบังคับบัญชาก็พากันแตกตื่นหนีกระจัดกระจายไปสิ้น

ฝ่ายกิดแช ซึ่งงักฮุยให้รักษาค่ายอยู่นั้น เมื่อวันกิมงึดตุดจะยกข้ามฟากมา ทหารกองตระเวนจับได้ทหารฮวนของกิมงึดตุดคนหนึ่ง กิดแชเอาตัวมาถามข้อราชการในกองทัพกิมงึดตุดได้ความบ้างก็ยินดี จึงให้จัดโต๊ะและสุรามาเลี้ยงทหารกองตระเวนผู้มีความชอบกินต่อหน้ากิดแชเห็นทหารรินสุราออกดื่ม กิดแชมีความอยากเป็นกำลัง ด้วยตัวเป็นนักเลงสุราเหลือที่จะอดกลั้น กินสุราดื่มเข้าไปบ้างมีรสอร่อยนักด้วยอดมาช้านาน ก็ดื่มซ้ำเติมเข้าไปอีกจนเมา พอทหารกองคอยเหตุเข้ามาบอกว่ากิมงึดตุดยกกองทัพข้ามฟากมาได้ตรงค่ายเช่าหยง เช่าหยงก็เข้ายอมสามิภักดิ์กับกิมงึดตุด ขณะนั้นกิดแชกำลังเมาสุราตั้งตัวไม่ใคร่จะตรง ก็แต่งตัวขึ้นม้าถืออาวุธไปที่ค่ายเช่าหยง พบกิมงึดตุดร้องชวนกิมงึดตุดออกรบ กิมงึดตุดเห็นกิดแชเมาสุรา จึงว่าตัวเจ้าเวลานี้เมาสุรานักเราจะฆ่าเสียก็เสียดายคมอาวุธ ด้วยฆ่าฟันคนเมาสุราหาเป็นเกียรติยศไม่ กิดแชได้ฟังก็โกรธขับม้าตรงเข้าไปเอาทวนแทงกิมงึดตุด กิมงึดตุดเอาง้าวปัดทวนไว้แล้ว ฟันถูกหมวกกิดแชพลัดตกจากศีรษะ กิดแชตกใจขับม้าหนีร้องด่าไปพลาง กิมงึดตุดได้ฟังก็โกรธขับม้าไล่ตามไป ขณะนั้นเป็นเวลาค่ำมืดกิมงึดตุดตามกิดแชไปไม่เห็นทาง พบบ้านราษฎรแห่งหนึ่ง กิมงึดตุดแวะเข้าไปเห็นประตูบ้านปิดอยู่จึงร้องเรียกคนในบ้านให้เปิดประตูรับจะขออาศัย หญิงแก่เจ้าของบ้านได้ยินคนมาร้องเรียกก็ออกมาเปิดประตู เห็นคนขี่ม้าแต่งตัวอย่างนายทหารฮวนรูปร่างโตใหญ่น่ากลัวนัก จึงถามว่าท่านนี้มาแต่ไหน กิมงึดตุดจึงบอกว่าเราเป็นบุตรเจ้าเมืองไตกิมก๊ก ชื่อกิมงึดตุดแม่ทัพใหญ่ หญิงแก่ได้ฟังก็โกรธตรงเข้าไปจะเอาไม้เท้าตีกิมงึดตุด ว่าเจ้าแกล้งฆ่าบุตรเราตาย เราจะแก้แค้นทดแทนบุตรเราถึงจะตายก็ไม่เสียดายชีวิต กิมงึดตุดเห็นยายเฒ่าทำกิริยาดุดันจะเข้าตีเอา จึงถามว่ายายโกรธแค้นเราด้วยเหตุใด หญิงแก่จึงว่าตัวท่านเป็นข้าศึกจับเอาเจ้าแผ่นดินกับลี้เยกจุ๊ยบุตรของเราไปแล้วฆ่าบุตรเราเสีย เดี๋ยวนี้ไม่มีใครจะเลี้ยงดูเราได้ความทุกข์ยากลำบากนัก ว่าแล้วหญิงแก่ก็ร้องไห้ร่ำไรไปเป็นอันมาก กิมงึดตุดเห็นดังนั้นก็มีใจสงสาร พอคับมิชีกับนายทหารตามมาทันเข้าเห็นกิมงึดตุดยืนพูดอยู่กับยายแก่ ก็แวะเข้ามาพูดว่าข้าพเจ้าเที่ยวตามนักหนาไม่พบเลย ท่านมายืนพูดอยู่กับยายแก่ด้วยเหตุอันใด กิมงึดตุดก็เล่าความตั้งแต่ตามกิดแชมาจนพบยายแก่ให้คับมิชีฟัง แล้วพูดกับหญิงแก่ว่า บุตรของยายนั้นเป็นคนซื่อสัตย์รักเจ้านาย บิดาของเราก็คิดจะเลี้ยงดูไว้ บุตรยายไม่ยอมบิดาเราจึงฆ่าเสีย เราเห็นยายก็มีความสงสาร จะให้ทหารไปเอาศพมาให้ยายแต่งการฝังศพเสียใหม่ เงินทองซึ่งจะใช้สอยนั้นเราจะให้ ยายอย่าโกรธขึ้งไปเลย เราจะให้ธงไว้เป็นสำคัญไว้คันหนึ่ง กับทหารในกองทัพไม่ให้ผู้ใดข่มเหง หญิงแก่ได้ฟังดังนั้นก็ดีใจ คุกเข่าลงคำนับรับเอาธงไว้ กิมงึดตุดกับคับมิชีนายทหารก็พากันกลับมาค่าย

ฝ่ายงักฮุยยกกองทัพเดินมาถึงเขาฮองลันซัว เป็นที่ฮวงซุ้ยฝังศพกษัตริย์อยู่เป็นหลายพระองค์ งักฮุยสั่งให้ตั้งค่ายพักทหารอยู่ริมเขานั้น ครั้นตั้งค่ายแล้ว งักฮุยจัดธูปเทียนและเครื่องเซ่นไปไหว้ศพกษัตริย์ทุก ๆ ฮวงซุ้ยแล้ว งักฮุยเที่ยวเดินดูเขาท่าทางซับซ้อนชอบกลนัก จึงคิดว่าเราล่อกิมงึดตุดเข้ามาในหว่างเขานี้ได้แล้วก็คงจะจับตัวได้ ครั้นเที่ยวดูเขาเห็นที่ทางทั่วแล้วก็กลับมาค่าย

ฝ่ายกิดแชหนีกิมงึดตุดมาในเวลากลางคืน ครั้นจวนจะสว่างก็พบทางใหญ่ เห็นทหารพวกกองทัพของตัวหนีข้าศึกเดินมาเป็นพวก ๆ ใกล้จะถึงเขาฮองลันซัว เห็นค่ายตั้งเรียงรายกันอยู่ตามเชิงเขาเป็นหลายค่าย กิดแชขับม้าเข้าไปดูเห็นธงยี่ห้อกองทัพงักฮุยก็ดีใจ ขับม้าตรงเข้าไปบอกทหารกองตระเวนว่าตัวเราชื่อกิดแช หนีข้าศึกฮวนมาจะขอเข้าไปหาท่านแม่ทัพ ทหารกองตระเวนก็พาตัวกิดแชเข้าไปหางักฮุย งักฮุยเห็นก็ตกใจจึงถามว่าเหตุใดเจ้าจึงมาถึงนี่ ค่ายที่แม่น้ำอึ้งโหแตกเสียกับข้าศึกแล้วหรือ กิดแชก็เล่าความซึ่งกิมงึดตุดยกข้ามแม่น้ำมา เช่าหยงออกยอมสามิภักดิ์เข้าด้วยกิมงึดตุด ข้าพเจ้าออกสู้รบกิมงึดตุด กิมงึดตุดฝีมือเข้มแข็ง เอาทวนฟันถูกหมวกข้าพเจ้าพลัดตกจึงได้หนีมา เมื่อขณะกิดแชเล่าความให้งักฮุยฟังนั้นกลิ่นสุราเหม็นฟุ้ง งักฮุยจึงว่าเมื่อจะมานั้นได้กำชับเอาสัญญาไม่ให้กินสุราเจ้าก็ไม่ฟัง เมื่อกินสุราเมาเข้าไปแล้วจะสู้ข้าศึกได้หรือ โทษเจ้าครั้งนี้ผิดเป็นอันมากเราจะยกให้ครั้งหนึ่ง แต่จะให้ไปล่อกิมงึดตุดเข้ามาในเขานี้ให้จงได้ ถ้าไม่ได้ตามคำเราสั่งเราจะเอาโทษตามอาญาศึก กิดแชเห็นงักฮุยโกรธก็กลัวคำนับลามาขึ้นม้าไป งักฮุยจึงเรียกนายทหารมาประชุมพร้อมกันจึงจัดให้ทึงฮวย เตียเฮียน สองนายคุมทหารสองหมื่นไปซุ่มอยู่ปากช่องทางหว่างเขาข้างทิศตะวันออก สั่งให้เฮงกุ้ย งูเกาสองนายคุมทหารหมื่นหนึ่งไปซุ่มอยู่ต้นทางข้างทิศเหนือ ถ้าเห็นข้าศึกยกล่วงเข้ามาแล้วก็ให้เอาเกวียนใส่ก้อนศิลาและขอนไม้มาจุกปากช่องทางเสีย อย่าให้ข้าศึกหนีกลับออกไปได้ สั่งให้จิวแช เตียหุนสองนายคุมทหารสองหมื่นไปซุ่มอยู่ปากช่องทางข้างทิศตะวันตก ให้ซีฉวน เลียงเฮงสองนายคุมทหารสองหมื่นไปซุ่มอยู่ปากทางข้างทิศใต้ ให้จัดทหารแม่นเกาทัณฑ์ไว้กองละสองร้อย ฟังเสียงประทัดสัญญาดังขี้นแล้วก็ให้ยกสวนทางตีเข้ามา นายทหารทั้งปวงก็คำนับลามาจัดทหารยกไปซุ่มอยู่ตามคำแม่ทัพสั่ง ตัวงักฮุย เตียเปา เฮงฮวย คุมทหารหมื่นห้าพันไปซุ่มอยู่ที่กลางหว่างเขา

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ