ชายผู้นั้นก็ออกจากพุ่มไม้มาคำนับแล้วพูดว่า ซึ่งข้าพเจ้ามาแอบดูนั้นมิได้คิดจะทำร้ายพวกท่าน ข้าพเจ้าเป็นพันร้องนายบ้านอยู่ตำบลนี้ เห็นท่านทั้งห้าซ้อมเพลงอาวุธคล่องแคล่วจะมาแจ้งความกับท่านให้รู้ ด้วยผู้รักษาเมืองเซียงจิวมีหนังสือประกาศแจกมาถึงนายบ้านทุกตำบลว่า ถ้าผู้ใดมีฝีมือเข้มแข็งชำนิชำนาญในการเพลงอาวุธ ก็ให้นายบ้านพาตัวไปหาเจ้าเมืองเซียงจิวจะทดลองดูฝีมือ ถ้าดีแล้วจะบอกส่งเข้าเมืองหลวง ให้เป็นขุนนางตามควรแก่สติปัญญาและฝีมือ เฮงกุ้ยได้ฟังจึงว่าท่านมาแอบดูดังนี้ไม่ควร จะดูก็มาดูตรงๆไม่ได้หรือ เราพี่น้องทั้งห้าคนนี้ซักซ้อมฝีมือกันก็หมายว่าจะทำราชการอาสาแผ่นดิน ซึ่งท่านมาบอกความดังนี้ก็ดีแล้วเชิญท่านกลับไปก่อนเถิดเวลาอื่นจึงค่อยมาพูดจากัน งักฮุยกับพี่น้องทั้งสี่สิ้นเวลาซ้อมหัดแล้วก็กลับมาบ้าน ครั้นอยู่มาวันหนึ่งงักฮุยไปหาหลีซุนเจ้าเมืองไลยอึ้งกุ้ยซึ่งเป็นบิดาภรรยา แจ้งความกับหลีซุนว่า บัดนี้เจ้าเมืองเซียงจิวมีหนังสือประกาศมาให้นายบ้านชักชวนผู้ซึ่งได้หัดวิชาเพลงอาวุธมีฝีมือเข้มแข็งไปเมืองเซียงจิว ทดลองฝีมือแล้วจะบอกนำส่งขึ้นไปเมืองหลวง พวกข้าพเจ้าทั้งห้าคนนี้ก็ได้ฝึกหัดเพลงอาวุธต่าง ๆ มาช้านาน หมายใจว่าจะทำราชการเป็นทหารอาสาเจ้าแผ่นดิน ข้าพเจ้ากับพี่น้องสี่คนอยากจะใคร่ไปหาเจ้าเมืองเซียงจิวทดลองฝีมือดู เมื่อแต่ก่อนนั้นชื่อข้าพเจ้าทั้งสี่คนก็มีอยู่ในบัญชีแล้ว บัดนี้งูเกาเพื่อนข้าพเจ้ามาอยู่ด้วยอีกคนหนึ่ง มีฝีมือเข้มแข็งดี ขอท่านจงได้เอาชื่อเขียนเติมลงไปในบัญชีบอกส่งไปเมืองเซียงจิวเป็นห้าคนด้วยกัน หลีซุนได้ฟังก็ยินดีจึงเขียนชื่องูเกาลงในบัญชีแล้วพูดว่า เราจะต้องมีหนังสือให้เจ้าถือไปถึงซือหยินเจ้าเมืองทึงอิมกุ้ย ถ้าการไปเมืองเซียงจิวจะขัดข้องประการใดให้เขาช่วยทำนุบำรุงด้วย ซือหยินเจ้าเมืองทึงอิมกุ้ยนั้นเป็นคนชอบอัชฌาสัยแก่เรามาช้านานหลีซุนก็กลับเข้าไปในห้องเขียนหนังสือเสร็จแล้วก็ออกมาส่งให้งักฮุย งักฮุยคำนับลาหลีซุนกลับมาบ้านแจ้งความกับพี่น้องทั้งสี่คนแล้วจัดแจงของสำหรับใช้สอยพอสมควร ครั้นเวลารุ่งเช้าก็ขึ้นขี่ม้าออกเดินไปเมืองเซียงจิวทั้งห้าคน ครั้นถึงเมืองทึงอิมกุ้ยก็เข้าไปพักอยู่ที่โรงเตี๊ยมของกังจินจือซื้อของเลี้ยงกันอิ่มแล้ว งักฮุยจะเอาหนังสือเข้าไปให้ซือหยิน เพื่อนทั้งสี่คนว่าเวลานี้จวนเย็นสิ้นราชการแล้ว เห็นจะไม่พบซือหยินดอกกระมัง กังจินจือเจ้าของเตี๊ยมได้ฟังจึงพูดว่า ซือหยินผู้รักษาเมืองนี้เป็นคนมั่นคงตรวจตราราชการ ใจอารีรอบคอบรักราษฎร ผู้ใดมีกิจธุระจะไปหาเวลาใดก็ปะหาเหมือนขุนนางอื่น ๆ ไม่ ท่านจงไปเถิด งักฮุยได้ฟังก็พาพี่น้องทั้งสี่เอาหนังสือเข้าไปหาซือหยิน

ฝ่ายซือหยินเมื่อเวลากลางคืนวันก่อนล่วงมาแล้วนอนหลับสนิท นิมิตฝันว่าออกนั่งอยู่หน้าตึกที่ว่าราชการ เห็นเสือมีปีกหลายตัวต่างกันทั้งห้าตัววิ่งเข้ามาตรงหน้า แล้วซือหยินก็ตกใจตื่น ครั้นเวลาออกว่าราชการ จึงเอาความฝันเล่าให้ขุนนางกรมการทั้งปวงฟัง แปะเฮียวกรมการผู้ใหญ่จึงพูดว่าซึ่งท่านนิมิตฝันดังนี้เป็นมงคลแก่ตัวหนักหนา ซือหยินว่าซึ่งท่านว่าเป็นมงคลนั้นคือเห็นความประการใด แปะเฮียวจึงเล่าว่า เมื่อครั้งแผ่นดินฮ่องสิน จิวบุนอ๋องฝันว่าหมีมีปีกวิ่งเข้ามาตรงหน้าแล้วหายไป ครั้นอยู่มาจิวบุนอ๋องได้เกียงจูแหยผู้มีสติปัญญามาเป็นแม่ทัพ ครั้งนี้ท่านฝันว่าเสือมีปีกวิ่งเข้ามานั้น ข้าพเจ้าพิเคราะห์ดูก็คล้ายคลึงกัน คงจะมีผู้มีสติปัญญาและฝีมือเข้ามาสามิภักดิ์อยู่กับท่าน ซือหยินได้ฟังก็หัวเราะแล้วพูดว่าซึ่งจะเอาเราไปเปรียบกับจิวบุนอ๋องครั้งแผ่นดินฮ่องสินนั้นเกินนัก ตัวเราเป็นแต่ขุนนางหัวเมืองเล็กน้อย

ขณะเมื่อพูดกันอยู่นั้น ผู้รักษาประตูเข้ามาแจ้งว่าคนถือหนังสือมาแต่เมืองไลยอึ้งกุ้ย จะขอเข้ามาหาท่าน ซือหยินก็สั่งให้หาตัวเข้ามา งักฮุยเข้ามาถึงก็คุกเข่าลงคำนับส่งหนังสือให้ซือหยิน ซือหยิน หนังสือออกอ่านแจ้งความแล้ว จึงถามงักฮุยว่าเดี๋ยวนี้ท่านมาพักอยู่ที่ไหน งักฮุยบอกว่าพักอยู่ที่เตี๊ยมกังจินจือ ซือหยินว่าเชิญท่านกลับไปพักอยู่ให้สบายก่อนเถิด เราจะให้คนใช้ไปแจ้งกับเจ้าเมืองเซียงจิวให้รู้ก่อน ต่อเวลาเช้าท่านจึงพากันไป งักฮุยก็คำนับลากลับมาอยู่ที่เตี๊ยม ครั้นเวลาเช้างักฮุยกับพี่น้องทั้งสี่ก็พากันไปหาเจ้าเมืองเซียงจิว บอกกับผู้รักษาประตูบ้านว่า เราจะขอเข้าไปหาเล่าโต๊ะอี้ผู้รักษาเมือง นายประตูเข้าไปแจ้งความแก่ฮองเซียนซึ่งเป็นขุนนางที่สอง ฮองเซียนจึงให้นายประตูออกมาพาตัวงักฮุยกับคนทั้งสี่เข้าไป ฮองเซียนถามว่าพวกเจ้าซึ่งมานี้ รู้จักธรรมเนียมที่จะเข้าหาขุนนางแล้วหรือ งักฮุยว่าข้าพเจ้ามิใช่คนชาวเมืองนี้แบบอย่างธรรมเนียมอย่างไรก็ไม่ทราบ ข้าพเจ้ามานี้ทรัพย์สินเงินทองไม่มีมา ถึงจะรู้ก็ไม่มีสิ่งใดจะให้ ฮองเซียนได้ฟังก็โกรธด้วยตัวเป็นคนโลภอยากจะได้แต่สินบน จึงพูดว่าเวลานี้ท่านเจ้าเมืองมีธุระมาก ไม่ว่างเปล่าอีกสักสองสามวันจึงจะนำพวกเจ้าเข้าไปให้พบท่านเจ้าเมือง งักฮุยได้ฟังก็รู้ว่าฮองเซียนแกล้งพูดบิดพลิ้วจะเอาเงินสินบน งักฮุยก็พาเพื่อนทั้งสี่คนกลับมา ครั้นเดินมาถึงกลางทางพบซือหยิน งักฮุยถามว่า ท่านจะไปไหน ซือหยินว่าจะไปหาฮองเซียนฝากฝังพวกเจ้าทั้งสี่คน ถ้ามีธุระสิ่งใดฮองเซียนจะได้ช่วย นี่ทำไมจึงพากันกลับมาเสียเล่า งักฮุยบอกว่าข้าพเจ้าไปหาฮองเซียนแล้ว จะให้ฮองเซียนพาไปหาเล่าโต๊ะอี้ผู้รักษาเมือง ฮองเซียนพูดจาบิดพลิ้วไปว่าเวลานี้เล่าโต๊ะอี้มีธุระไม่ว่างเปล่าอีกสามวันจึงจะให้ข้าพเจ้ามา ซึ่งฮองเซียนพูดเอื้อนอ้อมบิดพลิ้วนั้น เป็นการอุบายจะเอาผลประโยชน์แก่พวกข้าพเจ้า ซือหยินได้ฟังก็โกรธ ว่าฮองเซียนนี้เป็นคนเห็นแต่ผลประโยชน์หาเห็นแก่ราชการไม่ เราจะพาพวกเจ้าเข้าไปหาเล่าโต๊ะอี้ให้ได้ ว่าแล้วก็พางักฮุยกับพวกทั้งสี่ไปหาเล่าโต๊ะอี้ เล่าโต๊ะอี้ออกมารับพาเข้าไปข้างในคำนับแล้ว เล่าโต๊ะอี้ถามว่าท่านมานี้มีธุระสิ่งใดหรือ ซือหยินจึงบอกว่ามีคนชาวเมืองไลยอึงกุ้ยห้าคน ฝีมือเข้มแข็งวิชาเพลงอาวุธการทหารดีให้ข้าพเจ้าพามาหาท่าน เล่าโต๊ะอี้ได้ฟังจึงพิเคราะห์ดูคนทั้งห้าเห็นท่วงทีดีวิชาเข้มแข็ง สมควรจะเป็นทหารก็มีความยินดียังหาทันพูดประการใดไม่ ขณะนั้นฮองเซียนเห็นซือหยินพางักฮุยกับคนทั้งสี่เข้าไปหาเล่าโต๊ะอี้ ก็คิดโกรธรีบตามเข้าไปพูดกับเล่าโต๊ะอี้ว่าคนทั้งห้าซึ่งซือหยินพาเข้ามานี้ ข้าพเจ้าได้เห็นฝีมือแล้วไม่ดีสักเพียงใดดอก เป็นแต่รู้เพลงอาวุธเท่านั้น ข้าพเจ้าได้ห้ามแล้วว่าถึงกำหนดคราวหลังจึงค่อยมา ซือหยินได้ฟังก็โกรธว่าฮองเซียนคนนี้หาดีไม่ คิดแต่จะเอาค่าสินบน ไม่ได้ก็โกรธ จึงแกล้งพูดอิจฉาเกียดกันคนดีเสียเปล่า ๆ ฮองเซียนว่าท่านยกย่องว่าคนห้าคนนี้มีฝีมือเข้มแข็ง ข้าพเจ้าจะขอลองดูว่าจะมีฝีมือประการใด งักฮุยจึงพูดขึ้นว่า ข้าพเจ้ามานี้ก็อยากจะใคร่ลองดูฝีมือที่ท่านถือว่าดีเป็นเอกนั้นดูสักพักหนึ่ง แต่เกรงอยู่ว่าท่านเจ้าเมืองไม่มีคำสั่ง เล่าโต๊ะอี้ได้ฟังคนทั้งสองพูดดังนั้น จึงว่าเราก็อยากจะใคร่เห็นฝีมือจะทดลองกันดูก็ตามเถิด ฮองเซียนกับงักฮุยก็คำนับลาออกมาที่สนามหน้าบ้าน เล่าโต๊ะอี้กับคนทั้งปวงก็พากันออกมาดู งักฮุยจึงพูดกับฮองเซียนว่า ซึ่งข้าพเจ้าจะสู้ลองฝีมือกับท่านนั้น ข้าพเจ้าเป็นผู้น้อยจะพลั้งพลาดเหลือเกินประการใดขออภัยเสียเถิด ว่าแล้วต่างคนก็ถืออาวุธเข้าสู้กันประมาณครู่หนึ่ง งักฮุยทำลดมืออ่อนประหนึ่งว่าจะสู้ฮองเซียนไม่ได้ ฮองเซียนเห็นก็มีใจกำเริบรบบุกรุกจะเอาชัยชนะให้ได้ งักฮุยเห็นฮองเซียนรบบุกรุกเข้ามาก็เอาทวนยกขึ้นจะแทง ฮองเซียนหลบเสียที งักฮุยกลับเอาด้ามทวนตีฮองเซียนถูกบ่าซ้ายล้มลง คนทั้งปวงที่ดูอยู่นั้นก็พากันเฮขึ้นร้องชมฝีมืองักฮุยว่าเข้มแข็งดีกว่าฮองเซียน เล่าโต๊ะอี้เห็นฮองเซียนเสียทีงักฮุยก็โกรธ ว่าเสียแรงเป็นถึงทีตงกุนสู้งักฮุยไม่ได้ หาควรจะนับถือว่าเป็นนายทหารใหญ่ไม่ ว่าแล้วก็ให้ทหารขับฮองเซียนออกไปเสีย ฮองเซียนมีความอายแก่ทหารและคนทั้งปวงเป็นอันมาก ก็หลีกออกไปนั่งหน้าเศร้าอยู่นอกสนาม เล่าโต๊ะอี้พางักฮุยกลับเข้าไปในบ้าน ถามงักฮุยว่าเจ้าชื่อไรแซ่ใดเป็นชาวเมืองไหน งักฮุยบอกว่าเดิมอยู่เมืองทึงอิมกุ้ย ตำบลเฮาตีเฮีย แซ่งักชื่อฮุย เมื่อข้าพเจ้าคลอดจากครรภ์มารดาได้สามวัน เกิดน้ำใหญ่ท่วมตึกบ้านเรือนราษฎร มารดาพาข้าพเจ้าลงในตุ่มลอยซัดไปถึงเมืองไลยอึ้งกุ้ย เฮงเหมงบิดาเฮงกุ้ยเอาข้าพเจ้ากับมารดาเลี้ยงไว้ตำบลบ้านคีลินชึง ครั้นเติบใหญ่ขึ้น ซินแสจิวถองขอเป็นบุตรเลี้ยง ข้าพเจ้ามีเพื่อนสี่คนเป็นศิษย์ซินแสจิวถองซักซ้อมเพลงอาวุธหมายจะข้าไปทำราชการอยู่เมืองหลวง เล่าโต๊ะอี้ได้แจ้งว่าคนทั้งห้าเป็นลูกศิษย์ซินแสจิวถองก็มีความยินดีพูดว่า ซินแสจิวถองคนนี้ เดิมเราก็ได้ยินชื่อเสียงปรากฏมาช้านาน พระเจ้าซ้องฮุยจงฮ่องเต้รับสั่งให้หาเป็นหลายครั้งจะให้เข้าไปทำราชการในเมืองหลวงก็บิดพลิ้วหลบหลีกเสีย เดี๋ยวนี้ก็ตายแล้วน่าเสียดายนัก ซึ่งพวกเจ้ามีใจสมัครเข้าไปทำราชการอยู่เมืองหลวงนั้นเราก็ยินดีด้วย จะมีหนังสือบอกเข้าไปก่อน เมื่อจะรับสั่งให้เจ้าไปทดลองฝีมือได้ จึงจะบอกให้รู้ต่อภายหลัง งักฮุยก็คำนับลาพาพี่น้องทั้งสี่กลับออกมาอยู่ที่พักตามเดิม เล่าโต๊ะอี้จึงพูดกับซือหยินว่า งักฮุยคนนี้เราพิเคราะห์ดูลักษณะดีคงจะมีวาสนา นานไปเบื้องหน้าจะได้เป็นนายทหารใหญ่ ซือหยินได้ฟังจึงว่า ข้าพเจ้าก็เห็นดังนี้จึงได้พามา พูดกันแล้วซือหยินก็คำนับลากลับไปบ้าน

ฝ่ายงักฮุยพักอยู่ที่เตี๊ยมหลายเวลาแล้ว ก็จะกลับมาบ้านคิลินชึง จึงเข้าไปลาซือหยิน ซือหยินพูดกับงักฮุยว่า บ้านเดิมของเจ้าอยู่เมืองทึงอิมกุ้ยทิ้งให้ร้างไว้ทำไม จงพามารดากลับมาอยู่ตามเดิมเถิด เราจะช่วยซ่อมแซมทำนุบำรุงให้ งักฮุยจึงว่าท่านพูดดังนี้บุญคุณนักหนา ข้าพเจ้าจะต้องไปปรึกษามารดาก่อน งักฮุยก็คำนับลาซือหยินกลับมาบ้านคีลินชึง เข้าไปคำนับมารดาเล่าความซึ่งซือหยินพูดนั้นให้ฟังทุกประการ นางเอียวสีมารดาได้ฟังก็ยินดีว่า เราคิดอยู่นานแล้วว่าบ้านเดิมของเรานั้นไม่ควรจะทิ้งให้เป็นของผู้อื่นเสีย แต่จนใจด้วยอนาถา บัดนี้ซือหยินจะอนุเคราะห์ซ่อมแซมให้แล้ว เราก็จะลาท่านเศรษฐีทั้งสามกลับไป

ฝ่ายเฮงเหมงบิดาเฮงกุ้ย ครั้นได้แจ้งว่างักฮุยจะกลับไปอยู่บ้านเดิมก็เสียใจ จึงไปเชิญเตียตัดบิดาเตียเฮียน ทึงบุนต้องบิดาทึงฮวยเศรษฐีทั้งสองมาบอกว่าดังนี้ งักฮุยจะกลับไปอยู่บ้านเดิมเสียแล้ว เศรษฐีทั้งสองยังไม่ทันพูดประการใด พองักฮุยมาแจ้งว่าข้าพเจ้าไปเมืองเซียงจิวซ้อมเพลงอาวุธ เล่าโต๊ะอี้ผู้รักษาเมืองให้ลองฝีมือกับฮองเซียน ฮองเซียนแพ้ข้าพเจ้า เล่าโต๊ะอี้ถามถึงชื่อและแซ่บ้านเดิมข้าพเจ้า ข้าพเจ้าก็เล่าให้ฟังทุกประการ เล่าโต๊ะอี้ว่าข้าพเจ้าอยู่ในแขวงเมืองเซียงจิวไม่ควรจะไปอยู่บ้านอื่น ทั้งให้ซือหยินผู้รักษาเมืองทึงอิมกุ้ยไปซ่อมแซมบ้านเดิมข้าพเจ้าที่ตำบลเฮาตีเฮีย ข้าพเจ้ากับมารดาจะขอลากลับไปอยู่บ้านเดิม ซึ่งมารดากับข้าพเจ้ามาอาศัยอยู่กับท่านก็ช้านาน ข้าพเจ้าคิดว่าท่านทั้งสามเหมือนบิดาข้าพเจ้าทีเดียว ข้าพเจ้าจะไปจากท่านก็มีความอาลัยเป็นอันมาก แต่เป็นความจนใจด้วยบ้านเดิมของข้าพเจ้านั้นทิ้งร้างมานาน ครั้นจะไม่ไปอยู่ก็จะเป็นของผู้อื่นเสีย ประการหนึ่งเล่าโต๊ะอี้ก็มีความเมตตาจะช่วยทำนุบำรุง ครั้นไม่ไปก็จะขัดเคืองเสียที่พึ่งไป ถ้าซือหยินจัดแจงซ่อมแซมบ้านเสร็จแล้วข้าพเจ้าก็จะลาท่านไป เฮงเหมงจึงว่าเมื่อซินแสจิวถองบิดาเลี้ยงของเจ้าจะใกล้ถึงแก่กรรมนั้น สั่งเราไว้ว่าถ้าอยากจะให้บุตรเราทั้งสามคนทำราชการมีชื่อเสียงในแผ่นดินแล้ว ก็ให้อยู่กับเจ้าพร้อมมูลอาศัยสติปัญญาจึงจะได้ดีมีชื่อเสียง บัดนี้เจ้าจะไปอยู่เสียเมืองทึงอิมกุ้ยแล้ว เห็นจะไม่สมความปรารถนาตามคำซินแสสั่ง เตียตัดจึงว่าท่านทั้งสองอย่าวิตกไปนักเลย ข้าพเจ้าตรองเห็นความว่า ถึงงักฮุยจะไปอยู่เมืองทึงอิมกุ้ยทางก็ไม่ไกลกับบ้านเรานัก ทุกวันนี้ห่วงใยสิ่งใดก็ไม่สู้มี พวกเราพ่อลูกพากันไปตั้งบ้านเรือนอยู่กับงักฮุยที่เมืองทึงอิมกุ้ยก็จะไม่เสียประโยชน์ทั้งสองฝ่าย เศรษฐีทั้งสองได้ฟังก็ว่าชอบแล้ว งักฮุยจึงว่าท่านทั้งสามคิดจะติดตามข้าพเจ้าไปนั้น บ้านช่องของท่านก็ใหญ่โตผู้คนบ่าวไพร่ก็มากจะละทิ้งไว้นั้นไม่ควร เศรษฐีทั้งสามจึงว่าเราคิดเห็นพร้อมใจกันเจ้าอย่าทัดทานเลย งักฮุยได้ฟังมิรู้ที่จะทำประการใด คำนับลาไปแจ้งความแก่มารดา นางเอียวสีมารดาจึงว่าซึ่งท่านเศรษฐีทั้งสามจะไปอยู่ด้วยก็ตามใจท่านเถิด อย่าว่ากล่าวห้ามปรามให้ขัดเคืองเลย แต่ตัวเจ้าต้องไปหาหลีซุนบิดาภรรยาบอกให้รู้ด้วย งักฮุยก็คำนับลามารดาไปหาหลีซุน แจ้งความตามเรื่องซึ่งจะไปอยู่เมืองทึงอิมกุ้ยให้หลีซุนฟังทุกประการ

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ