๖๘

นางสิวหลิมเข้าไปเห็นบิดาตายก็ร้องไห้เศร้าโศกเป็นอันมาก พองักหลุยเข้าไปถึง ฮันคิเหลง ฮันคิหองก็พาภรรยาออกมาคำนับงักหลุย แจ้งความซึ่งได้ภรรยาให้ฟังทุกประการ งักหลุยมีความยินดีสั่งให้ฮันคิเหลงกับนางสิวหลิมทำการฝังศพบิดาตามธรรมเนียม แล้วให้จัดโต๊ะเลี้ยงกันเป็นที่สบายพักอยู่รักษาด่าน งักหลุยก็ยกทหารพาพวกเพื่อนออกจากด่านเพงน่ำก๋วนไป ครั้นถึงด่านจินน่ำก๋วนก็ให้หยุดพักทหารอยู่ แล้วสั่งให้งูทองเข้าไปบอกผู้รักษาด่านว่าจะขอให้เปิดทางไปเมืองฮุนหนำ งูทองคำนับลาไปบอกกับเจียะซันผู้รักษาด่านเจียะซันไม่ยอมให้ไป จัดทหารออกมาจะจับตัวงักหลุยส่งไปเมืองหลวงตามหนังสือชีนไคว่ งูทองเห็นเจียะซันพูดจาเกะกะจัดทหารจะยกออกมา งูทองก็รีบออกมาคอยอยู่หน้าด่าน เจียะซันคุมทหารออกมา งูทองก็ขับม้าเข้ารบกับเจียะซันได้ประมาณสามสิบเพลง เจียะซันทานกำลังงูทองไม่ได้ก็ขับม้าหนีกลับเข้าด่าน จึงปรึกษากับนางลวนเองบุตรสาวว่าบัดนี้งักหลุยมาถึงด่านเราแล้ว บิดาออกไปสู้รบจะจับงักหลุยก็สู้กำลังทหารของเขาไม่ได้ เจ้าจงออกไปสู้ดูกำลังแทนบิดาสักครั้งหนึ่ง นางลวนเองก็คำนับลามาขึ้นม้า ถืออาวุธคุมทหารออกจากด่าน

ฝ่ายงูทองเห็นหญิงขี่ม้าถืออาวุธออกมาจากด่านก็รู้ว่าบุตรสาวของเจียะซัน จึงคิดว่าฮันคิเหลง ฮันคิหองก็ได้ภรรยาแล้ว จำเราจะคิดอ่านเอานางนี้เป็นภรรยาให้จงได้ คิดแล้วก็ขับม้าเข้าไปรบประมาณสิบเพลง นางลวนเองก็ทำเป็นขับม้าหนีห่างออกไป แล้วเอาก้อนศิลาวิเศษขว้างไปถูกไหล่ขวางูทองซบลงกับหลังม้า เอาเอียงซองเสียงเห็นงูทองเสียทีก็ขับม้าควบไปจะรบด้วยนางลวนเอง ยังไม่ทันถึงตัวนางลวนเองก็เอาก้อนศิลาขว้างไปถูกเอาเอียงซองเสียงตกม้าลง ทหารวิ่งเข้าไปช่วยพยุงขึ้นม้าได้กลับมาค่าย ในขณะนั้นจงเหลียงก็ขับม้าจะไปรบด้วยนางลวนเอง นางลวนเองเห็นจงเหลียงขับม้าเข้ามาใกล้ได้ทีก็เอาก้อนศิลาขว้าง จงเหลียงหลบโจนลงจากม้าทันหาถูกไม่ ก้อนศิลาถูกตีนม้าซึ่งจงเหลียงขี่นั้นหักข้างหนึ่ง นางลวนเองก็ขับม้ารุกเข้ามา พอฮันคิเหลง ฮันคิหองขับม้าประดากันเข้ามา นางลวนเองเห็นกำลังของตัวถอยลงแล้วก็ขับม้ากลับเข้าด่าน ฮันคิเหลง ฮันคิหองก็กลับมาค่าย

ฝ่ายงูทองถูกก้อนศิลาเจ็บปวดนักกลับไปค่ายไม่ทันก็ไปแอบพุ่มไม้อยู่ ครั้นเห็นข้าศึกเลิกไปแล้วจึงอุตส่าห์แข็งใจขับม้ามา ยังมีชายสองคนเที่ยวยิงนก เห็นงูทองหน้าสลดเหมือนคนป่วย ก็พากันเข้าไปถามว่าท่านนี้มาแต่ไหน งูทองบอกว่าข้าพเจ้าชื่องูทอง บิดาข้าพเจ้าชื่องูเกา ชายทั้งสองนั้นแจ้งว่าเป็นบุตรงูเกาก็ชวนกันลงจากม้าเข้ามาคำนับ งูทองจึงถามว่าท่านทั้งสองนี้คือใดจึงได้มาคำนับข้าพเจ้า ชายทั้งสองบอกว่าข้าพเจ้าชื่อซีหอง เป็นบุตรซีฉวน คนนั้นชื่อทึงเองเป็นบุตรทึงฮวย งูทองได้ฟังก็ดีใจลงจากม้านั่งสนทนากัน ซีหองจึงถามงูทองว่าท่านจะไปตำบลใดหรือ งูทองบอกว่าข้าพเจ้ามากับงักหลุยจะไปเยี่ยมมารดา ณ เมืองฮุนหนำ ครั้นมาถึงด่านนี้ผู้รักษาด่านไม่ให้ไปจึงได้สู้รบกัน ข้าพเจ้าเสียทีถูกอาวุธเจ็บปวดจึงได้ถอยหนีมาพักอยู่ใต้ร่มไม้ ท่านทั้งสองจะไปแห่งใดเล่า ซีหองบอกว่าข้าพเจ้ากับทึงเองนี้แจ้งว่ามารดาต้องเนรเทศไปกับมารดางักหลุย พากันมาจะไปเยี่ยมมารดาที่เมืองฮุนหนำเหมือนกัน ครั้นมาถึงด่านนี้ผู้รักษาด่านจับตัวไว้ให้ข้าพเจ้าเป็นบุตรเลี้ยงเป็นอันจนก็ต้องจำใจอยู่ วันนี้ได้มาพบท่านก็เป็นบุญแล้ว จะได้ช่วยกันคิดอ่านสู้รบกับผู้รักษาด่าน เอาชัยชนะไปเมืองฮุนหนำให้จงได้ งูทองว่าจะคิดประการใดจึงจะกำจัดเจียะซันได้ ซีหองว่าต้องคิดเป็นอุบาย ข้าพเจ้าจะจับตัวท่านเอาเข้าไปให้เจียะซัน แล้วข้าพเจ้าจะตัดศีรษะเจียะซันเสียให้จงได้ งูทองก็เห็นชอบด้วย ซีหองจึงเอาเชือกมัดงูทองคุมตัวเข้าไปให้เจียะซัน แจ้งว่างูทองผู้นี้เป็นทหารงักหลุย ข้าพเจ้าสองคนไปเที่ยวยิงนกพบจึงจับตัวมาให้ท่าน เจียะซันมีความยินดีว่าทหารผู้นี้ได้สู้รบกับเราครั้งหนึ่งแล้วฝีมือเข้มแข็งนัก ว่าแล้วก็สั่งให้เอาตัวไปจำขังไว้

ฝ่ายซีหองเห็นได้ทีก็โดยเข้าไปเอากระบี่ฟันเจียะซันตัวขาดออกเป็นสองท่อนตาย ทึงเองก็แก้มัดงูทองออกแล้วก็พากันไล่ฆ่าฟันทหารเจียะซันเจ็บปวดล้มตายเป็นอันมาก งูทองในเวลานั้นคิดถึงนางลวนเอง ก็ตรงเข้าไปข้างในเห็นนางลวนเองตื่นตกใจวุ่นวายอยู่ก็เข้าอุ้มเอานางลวนเองออกมาภายนอก แล้วเอาขึ้นม้ารีบแจ้งความให้งักหลุยฟังทุกประการ งักหลุยแจ้งว่าได้ด่านแล้วก็คุมทหารเข้าไปในด่าน แต่งูทองนั้นอยู่กับนางลวนเองที่ค่ายหาได้เข้าไปในด่านไม่

ฝ่ายซีหอง ทึงเองเห็นงักหลุยคุมทหารเข้ามาก็ออกไปคำนับ แจ้งความแต่หลังจนมาพบงูทองคิดอุบายฆ่าเจียะซันให้งักหลุยฟังทุกประการ งักหลุยจึงว่าครั้งนี้ถ้าไม่ได้ท่านทั้งสองแล้วที่ไหนจะได้ด่านนี้โดยง่าย แล้วก็พูดจาถึงทุกข์สุขกันตามธรรมเนียม

ฝ่ายงูทองครั้นได้นางลวนเองมาเป็นภรรยาแล้ว ก็พานางลวนเองเข้าไปในด่าน ให้คำนับงักหลุยและพวกเพื่อนทั้งปวง งักหลุยจึงพูดกับงูทองว่า ภรรยาฮันคิเหลงกับภรรยาฮันคิหองสองคนเขาก็อยู่รักษาด่านติ้นน่ำก๋วน ท่านจงให้ภรรยาของท่านไปอยู่ช่วยกันรักษาด่านติ้นน่ำก๋วนเถิด งูทองก็รับคำจัดทหารให้ไปส่งนางลวนเองจนถึงด่าน

ฝ่ายงักหลุยพักทหารอยู่ที่ด่านหลายเวลาแล้ว จึงจัดทหารที่มีสติปัญญาให้อยู่รักษาด่าน งักหลุยกับพวกเพื่อนก็คุมทหารเดินตัดตรงไปถึงเมืองฮุนหนำ งักหลุยและพวกเพื่อนก็พากันเข้าไปคำนับนางลีสีและนางชาฮูหยิน แล้วก็พูดจาไต่ถามถึงความทุกข์ร้อนกันตามประเพณี งักหลุยจึงถามมารดาว่างักเข่งนั้นไปอยู่ไหน นางลีสีบอกว่า มารดาแจ้งว่าเจ้าไปคำนับศพบูเชียงก๋ง เห็นหายไปกลัวจะมีเหตุ จึงให้ไปตามเจ้าบัดนี้ก็ยังไม่กลับมา งักหลุยว่าข้าพเจ้าก็ไม่ได้ข่าวคราวพบปะเลย

ฝ่ายงักเข่ง ครั้นไปถึงเมืองเล่งแฮก็เข้าไปคำนับจงฮวงเจ้าเมือง แล้วแจ้งความซึ่งมาตามงักหลุยให้จงฮวงฟังทุกประการ จงฮวงว่าเมื่อก่อนเราได้รู้ว่า งักหลุยพี่เจ้าไปเซ่นศพบูเชียงก๋งเราก็มีความวิตก ด้วยชีนไคว่วางทหารไว้คอยจับทุกด่านทุกตำบล เราได้ให้ทหารไปเที่ยวสืบเสาะตามไปป้องกันก็หาพบไม่ กลับมาแจ้งว่างักหลุยกับพวกเพื่อนทั้งปวงไปถึงเมืองฮุนหนำแล้ว งักเข่งได้ฟังก็ดีใจว่า ข้าพเจ้ามาถึงเมืองเล่งแฮนี้ก็ใกล้เมืองนิ่มอันแล้ว ข้าพเจ้าอยากจะไปเซ่นศพบิดาแล้วจึงจะกลับมา จงฮวงว่าเจ้าจะไปก็ตามเถิด เราจะให้ทหารไปเป็นเพื่อนตามทาง ถ้ามีเหตุประการใดจะได้ช่วยป้องกัน แล้วก็จัดทหารที่มีฝีมือเข้มแข็งให้งักเข่งสี่นาย งักเข่งคำนับลาไปถึงเขาแห่งหนึ่งเห็นมีม้าผูกอยู่ที่ต้นไม้สองตัว งักเข่งจึงเดินเข้าไปดูเห็นชายสองคนนั่งอยู่ใต้ร่มไม้ งักเข่งถามว่าท่านทั้งสองนี้จะไปตำบลใดหรือจึงมาพักอยู่ที่นี้ ชายสองคนบอกว่าข้าพเจ้าชื่อฬอหอง คนหนึ่งชื่อกิดเซงเหลียง เป็นชาวเมืองโอวก๊วงจะไปไหว้ศพบูเชียงก๋ง ณ เมืองนิ่มอัน งักเข่งว่าท่านเป็นชาวเมืองโอวก๊วงเหตุใดจะไปไหว้ศพถึงเมืองนิ่มอัน ฬอหองว่าท่านไม่ทราบความเดิม ฬอเอียนเก่งบิดาข้าพเจ้ากับกิดแชบิดากิดเซงเหลียงเป็นทหารของบูเชียงก๋ง บัดนี้บิดาข้าพเจ้าป่วยตาย บิดากิดเซงเหลียงก็หายสูญไปหาได้ข่าวคราวไม่ ข้าพเจ้าผู้เป็นบุตรคิดถึงคุณบูเชียงก๋งซึ่งได้รักใคร่ทำนุบำรุงชอบพอกับบิดาข้าพเจ้า จึงจะไปไหว้ศพฉลองคุณตามประเพณี งักเข่งได้ฟังก็ร้องไห้บอกว่า ข้าพเจ้านี้ชื่องักเข่งเป็นบุตรที่สามของบูเชียงก๋ง จะไปไหว้ศพบิดา ฬอหอง กิดเซงเหลียงได้ฟังดังนั้นก็ดีใจ ต่างคนคำนับกันพูดถึงทุกข์สุขแล้วก็พากันไปถึงเขาแห่งหนึ่ง เห็นชายผู้หนึ่งถือทวนยืนขวางทางอยู่ ฬอหองจึงร้องถามว่าผู้ใดบังอาจมากั้นทางไว้ดังนี้ ชายผู้นั้นตอบว่า ท่านทั้งสามจะไปแล้วต้องเอาเงินมาเสียค่าทางก่อนจึงจะให้ไป งักเข่งได้ฟังก็โกรธเอาทวนแทง ชายผู้นั้นเอาง้าวปัดรบกันประมาณสี่สิบเพลง ฬอหองเห็นฝีมือชายผู้นั้นแข็งแรงนักจึงร้องห้ามว่า ท่านทั้งสองหยุดก่อน งักเข่งกับชายผู้นั้นต่างคนก็หยุดถอยห่างกันออกไป ฬอหองว่าเราเห็นฝีมือท่านเข้มแข็งน่ารักนัก เหตุใดจึงมาเป็นพวกโจรอยู่ดังนี้ ชายผู้นั้นว่าไม่ได้เป็นพวกโจร ชื่อเฮงเองเป็นบุตรเฮงกุ้ยจะไปไหว้ศพบูเชียงก๋ง ณ เมืองนิ่มอัน มาถึงที่นี้สิ้นเงินซึ่งจะซื้อเสบียงอาหาร จึงได้มารักษาทางไว้เพื่อจะขอเงินจากผู้เดินทางบ้าง พอซื้อเสบียงอาหารแล้วก็จะไป ท่านจงเอาเงินมาให้เราเสียบ้างเล็กน้อยจึงจะให้ไป งักเข่ง ฬอหอง กิดเซงเหลียงได้ฟังก็รู้ว่าเป็นบุตรเฮงกุ้ยมีความยินดีลงจากม้าบอกว่า เราชื่องักเข่งเป็นบุตรบูเชียงก๋ง พี่สองคนนี้ชื่อฬอหองเป็นบุตรฬอเอียนเก่ง อีกคนหนึ่งนั้นชื่อกิดเซงเหลียงเป็นบุตรกิดแช พากันจะไปไหว้ศพบูเชียงก๋งบิดาเรา เฮงเองได้ฟังก็ดีใจลงจากม้าคำนับกันแล้ว งักเข่งจึงพูดว่าได้มาพบกันก็ดีแล้ว เราทั้งสี่คนจงไปด้วยกันเถิด แล้วก็ออกเดินไปถึงตำบลไหถัง เห็นชายอีกคนหนึ่งออกจากพุ่มไม้เดินไปข้างหน้า ฬอหองพูดกับงักเข่งว่า ข้าพเจ้ากับกิดเซงเหลียงจะควบม้าไปตามทางแต่สองคน ดูว่าชายที่เดินนั้นจะหลีกให้หรือไม่ ว่าแล้วก็ควบม้าไป

ฝ่ายชายที่เดินไปหน้านั้น ได้ยินเสียงฝีเท้าม้ากระชั้นชิดเข้ามาก็เหลียวหน้ามาดู เห็นชายสองคนขับม้าแข่งเคียงขึ้นมาก็โกรธ เอามือเอื้อมจับบังเหียนม้าทั้งสองนั้นรั้งให้ถอยหลังไปเป็นหลายก้าว แล้วชักลูกตุ้มออกมาจะตีเอาฬอหอง ฬอหองเอาทวนปัดไว้แล้วว่า ท่านมีฝีมือกล้าหาญประการใดจึงบังอาจมาจับม้าเราไว้ ชายผู้นั้นตอบว่าเจ้าทั้งสองมีฝีมือเป็นอย่างไรจึงได้ดูถูกขับม้าเข้ามาจะโดนเอาเรา แล้วต่างคนต่างทุ่มเถียงกัน พองักเข่ง เฮงเองขับม้ามาทันก็ร้องห้ามว่า ท่านทั้งสามอย่าเพิ่งทุ่มเถียงกันก่อน ซึ่งท่านมาแต่ผู้เดียวนี้จะไปไหน ชายผู้นั้นตอบว่าเราจะไปไหว้ศพบูเชียงก๋งที่เมืองนิ่มอัน คิดกำจัดชีนไคว่แก้แค้นแทนบูเชียงก๋งให้จงได้ งักเข่งถามว่าท่านแซ่ไรชื่อใด เป็นอะไรกับบูเชียงก๋งหรือ ชายผู้นั้นบอกว่าข้าพเจ้าแซ่อือชื่อหลุยเป็นบุตรอือฮวยเหลง บิดาข้าพเจ้าเป็นทหารของบูเชียงก๋ง บัดนี้ถึงแก่ความตายเสียแล้ว งักเข่งและคนทั้งสามได้ฟังดังนั้นก็มีความยินดี งักเข่งจึงบอกว่า ข้าพเจ้าชื่องักเข่งเป็นบุตรบูเชียงก๋งจะไปไหว้ศพบิดาข้าพเจ้า แล้วก็บอกชื่อคนทั้งสามให้ฟัง อือหลุยได้ฟังก็มีความยินดีนัก ลงจากม้าคำนับกันถามถึงความทุกข์สุขแต่หลังแล้วก็พากันไปถึงเมืองนิ่มอัน เข้าพักอยู่ที่โรงเตี๊ยมซื้ออาหารกิน

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ