(๔) พระราชสาส์นพระเจ้ากรุงเวียดนาม

(๔) พระราชสาส์นพระเจ้ากรุงเวียดนาม คำนับมาถึงพระเจ้ากรุงพระมหานครศรีอยุทธยาให้ทราบ ด้วยกรุงเวียดนามกับกรุงพระมหานครศรีอยุทธยาเปนทางพระราชไมตรีสนิทกันมาแต่ก่อนจนทุกวันนี้ ถ้ากรุงเวียดนามจะมีเหตุการประการใด กรุงพระมหานครศรีอยุทธยาก็วิตกถึง ถ้ากรุงพระมหานครศรีอยุทธยาจะมีเหตุการประการใด กรุงเวียดนามก็วิตกถึง แลซึ่งสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงในพระบรมโกษฐเสด็จสวรรค์คต พระเจ้ากรุงเวียดนามมีพระไทยอาไลยรักใคร่คิดถึงยิ่งนัก จึ่งแต่งให้ทูตคุมสิ่งของเข้ามาทำบุญ แลการถวายพระเพลิงณเดือนสามปีมะเมียโทศก จึงแต่งทูตจะให้เข้ามาช่วยทำบุญอีก พอมีหนังสือเจ้าเมืองไซ่ง่อนบอกมาถึง ว่ากรุงพระมหานครศรีอยุทธยาแต่งให้ทูตจำทูลพระราชสาส์นออกมาแจ้งราชการ จึงคิดว่าทูตออกมานั้น ถ้าจะถวายพระเพลิงเมื่อใดเปนแน่ก็จะมีกำหนดมาในพระราชสาส์น จึงให้งดทูตกรุงเวียดนามไว้ ครั้นพระราชสาส์นไปถึงได้แจ้งในพระราชสาส์นว่ากำหนดจะถวายพระเพลิง สมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงในพระบรมโกษฐ ณเดือน ๕ ข้างแรม เดือน ๖ ข้างขึ้น ปีมแมตรีศก จึงแต่งให้ $\left. \begin{array}{}\mbox{คำทรายเจืองเกอหวานเง่าเค้าราชทูต ๑ } \\[1.4ex]\left. \begin{array}{}\mbox{คำทรายถวกโหนยพอเว้วิตรินเตืองเห้า} \\[1.4ex]\mbox{โหโบเกียมชื่อตวันทันเห้า}\\[1.4ex]\end{array} \right\} \mbox{อุปทูต ๒ }\end{array} \\[1.4ex]\right.$ เข้าไปให้ทันกำหนดทำบุญ จะได้ยินดีในทางพระราชไมตรีแลไมตรีสืบไป แลมีเนื้อความในพระราชสาส์นเปนหลายประการ ครั้นพิเคราะห์ดูในพระราชสาส์นเห็นเปนที่สงไสย ไม่แจ้งพระไทยกรุงเวียดนาม แลกรุงพระมหานครศรีอยุทธยากับกรุงเวียดนาม เปนทางพระราชไมตรีสนิทมา หามีความรังเกียจสิ่งใดไม่ แลเจ้าเมืองเขมรบอกหนังสือมาว่า กรุงพระมหานครศรีอยุทธยาเกณฑ์กองทัพเขมรเปนกองทัพเรือลงไปทางไซ่ง่อน เจ้าเมืองไซ่ง่อนจะไว้ใจมิได้จึงบอกหนังสือขึ้นไปกรุงเวียดนาม เจ้าเมืองไซ่ง่อนจึงเกณฑ์กองทัพไปรักษาแว่นแคว้นแดนเมืองไซ่ง่อน แลซึ่งเจ้าเมืองไซ่ง่อนจัดแจงให้กองทัพไปรักษาแว่นแคว้นนั้นก็ควรอยู่ พอมีหนังสือเมืองเขมรบอกซ้ำไปอิกในเมืองเขมรวุ่นวายเห็นจะรักษาเมืองมิได้ กรุงเวียดนามคิดว่าเมืองเขมรแต่ก่อนมาเปนข้าสองกรุงใหญ่ บัดนี้เมืองเขมรวุ่นวาย แล้วกรุงมหาพระนครศรีอยุทธยาก็ทำการพระบรมศพ แลมีการศึกด้วย กรุงเวียดนามจะนิ่งดูมิได้ จึ่งให้เจ้าเมืองไซ่ง่อนยกกองทัพขึ้นไปรักษาเมืองเขมรให้ราบคาบอย่าให้เขมรวุ่นวายกัน แว่นแคว้นกรุงเวียดนามจะได้อยู่ปรกติ เมืองเขมรจะได้พึ่งอยู่เย็นเปนศุข แล้วกรุงพระมหานครศรีอยุทธยากับกรุงเวียดนาม สองพระนครจึงจะไม่มีความวิตก กรุงเวียดนามคิดทั้งนี้ เหมือนช่วยกรุงพระมหานครศรีอยุทธยา ด้วยกรุงพระมหานครศรีอยุทธยาเปนทางไกล กรุงเวียดนามกับกรุงพระมหานครศรีอยุทธยาก็ทางไกล หาเห็นน้ำพระไทยพระเจ้าเวียดนามไม่ จึงมีพระราชสาส์นมาให้ทราบ

พระราชสาส์นมาณเดือนหกขึ้นสองค่ำ ยาลอง ๑๐ ปีมแมตรีนิศก ๚ะ๛

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ