(๒๕) หนังสือท่านเจ้าพระยาพระคลังผู้ใหญ่ณกรุงพระมหานครศรีอยุทธยาฯ

(๒๕) หนังสือท่านเจ้าพระยาพระคลังผู้ใหญ่ณกรุงพระมหานครศรีอยุทธยาฯ มาถึงองเลโบเสนาบดีกรุงเวียดนาม ด้วยสมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัว ณกรุงพระมหานครศรีอยุทธยา มีพระราชโองการดำรัสให้หลวงอนุรักษ์ภูธรราชทูต ขุนวิจารณ์อารุธอุปทูต เชิญพระราชสาส์นออกมาทูลสมเด็จพระเจ้ากรุงเวียดนาม ด้วยพระยารามกำแหงซึ่งโปรดให้ออกมาจัดน้ำรัก แลพระยาอภัยภูเบศรผู้รักษาเมืองปัตบอง บอกเข้าไปว่าทัพเมืองพุทไธเพชรยกล่วงด่านเข้าไปสามทาง ตั้งประชุมอยู่ที่บ้านไอรแวง $\left. \begin{array}{}\mbox{พระยารามกำแหง} \\[1.4ex]\mbox{พระยาอภัยภูเบศร}\\[1.4ex]\end{array} \right\}$ รู้ความแล้ว จึ่งให้ออกมาห้ามทัพไว้ก็ไม่ฟัง ยกรุกเข้าไปตั้งค่ายที่หนองจอกนั้นสี่ค่าย สมเด็จเจ้าพระยาก็ตามเข้าไปอยู่ที่บ้านอลงกูบประมาณคนทั้งสิ้น ๕๐๐๐ เสศ เดิมว่าจะไปเอามูลค้างคาวดูน้ำพระตึก แล้วว่าจะมาหาพระยาอภัยภูเบศร ครั้นจะให้เข้าไปแต่พอสมควรสัก $\left. \begin{array}{}\mbox{๔๐๐} \\[1.4ex]\mbox{๕๐๐}\\[1.4ex]\end{array} \right\}$ ก็ว่าจะเข้าไปให้สิ้นทั้งกองทัพ ถึงมิให้ไปจะไปให้ได้ กองพระยาเอกราชก็ยกเข้าไปตั้งค่ายปักขวากริมวัดเขามานนฝั่งน้ำฟากละค่าย ทำตพานเรือกถึงกันยกล่วงเข้าไปบ้านสลึงมาปิดหลังทางโตนดนั้นกองหนึ่ง กองทัพพุทไธเพชร ชิงเอาโคกระบือแลสิ่งของจนผู้คนตื่นแตกเข้าป่า พระยาอภัยภูเบศรจึงให้พระยาวงษาธิราช ออกมารักษาครอบครัวณบ้านบายตำราไว้ แล้วมีหนังสือแจ้งราชการไปแก่เมืองรายทางฉบับหนึ่ง เข้าไปกราบทูลฉบับหนึ่ง ครั้นสมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัวทราบความดังนี้ จึงโปรดให้ $\left. \begin{array}{}\mbox{พระยารองเมือง} \\[1.4ex]\mbox{พระยาพรหมบริรักษ์}\\[1.4ex]\end{array} \right\}$ ถือตรารับสั่งออกมาฟังราชการ ห้ามทัพหัวเมืองไว้ก่อน พระยารองเมืองมาพบหนังสือ พระยารามกำแหงบอกซ้ำเข้าไปว่า กองทัพพุทไธเพชรซึ่งตั้งอยู่หนองจอกแลเขามานนนั้น ยกพลเข้าโอบเข้าล้อมพาลวิวาท จะให้ถอยทัพออกไปก็ไม่ถอย แล้วเอาปืนยิงพวกปัตบองก็เกิดรบกันขึ้น ตัวนายแลไพร่เขมรป่วยเจ็บล้มตายทั้งสองข้างเปนหลายคน พวกพุทไธเพชรก็ถอยไปตั้งค่ายรวมทัพอยู่ณเมืองโพธิสัตว์ ทั้งเกวียนซึ่งบรรทุกขวากใส่เสบืยงแลกระสุนดินดำไว้เปนหลายเล่ม กับหนังสือปิดตราซึ่งสมเด็จเจ้าพระยาเร่งทัพให้ตีปัตบองก็ได้ไว้ ข้างฝ่ายเมือง $\left. \begin{array}{}\mbox{จันทบุรี} \\[1.4ex]\mbox{ตราด}\\[1.4ex]\end{array} \right\}$ ก็บอกเข้าไปด้วยว่ามีเรือญวนพร้อมด้วยพลแจว แลอาวุธปืนใหญ่น้อยน่าเรือรายแคมเข้าไปทอดอยู่ณะเกาะ $\left. \begin{array}{}\mbox{หมาก} \\[1.4ex]\mbox{ช้าง}\\[1.4ex]\end{array} \right\}$ ในแดนเมืองตราดประมาณ ๓๕ ลำ ไม่รู้จะไปด้วยการสิ่งไร ในคำญวนนายเรือพูดเล่ากับจีนชาวเรือว่าไปป้องกันส่งพระราชสาส์น บอกแก่นายบ้านเกาะหมากว่า พระเจ้ากรุงเวียดนามให้มาตามจับจีนเตาโหว ผู้ร้ายตีเรือลูกค้า ครั้นเจ้าเมืองตราดรู้ข่าว จึงจัดให้ออกมาเที่ยวสืบราชการถึงเกาะกง ก็หาพบเรือพระราชสาส์นแลเรือจีนผู้ร้ายที่ไหนไม่ แต่ไพร่ครัวแลนายบ้านเกาะกงนั้นหายไปสิ้น จึงถามจีนชาวบ้านกับจีนลูกค้า ไปแต่เมืองสือเหงา ได้ความว่ากระลาภาษกับญวนสองลำ ไปกวาดเอาครัวมาเมืองกะปอด แลซึ่งข้อราชการทั้งสองฝ่ายนี้ สมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัวดำรัสว่าจะเบาความหาควรไม่ ด้วยเจ้าเมืองเขมรพึ่งบุญอยู่ทั้งสองฝ่าย กรุงพระมหานครศรีอยุทธยากับกรุงเวียดนามเปนไมตรีกัน องต๋ากุญก็ลงไปสำเร็จราชการเปนผู้ใหญ่อยู่ณเมืองไซ่ง่อน ขุนนางญวนกรุงเวียดนาม ก็ยังอยู่เพื่อนองค์จันทร์ณเมืองพุทไธเพชร เหตุผลต้นปลายประการใดก็ยังไม่รู้ แลความมาเปนดังนี้เห็นไม่ควร จึงโปรดให้ $\left. \begin{array}{}\mbox{หลวงอนุรักษภูธร} \\[1.4ex]\mbox{ขุนวิจารณอาวุธ}\\[1.4ex]\end{array} \right\}$ เชิญพระราชสาส์นออกมาทูลสมเด็จพระเจ้ากรุงเวียดนาม แม้นพระราชสาส์นแลทูตานุทูตมาถึงเมื่อใด ขอให้องเลโบช่วยทำนุบำรุง นำทูตเข้าเฝ้าทูลถวายราชสาส์นแลหนังสือเรื่องความนี้ ให้สมเด็จพระเจ้ากรุงเวียดนามทราบโดยทางพระราชไมตรีจงสดวก

หนังสือมาณวัน - ค่ำ ปีกุน สัพศก

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ