๔ ศุภอักษรเสนาบดีกรุงธนบุรีกำกับพระราชสาส์น

๏ ศรีสวัศดิสุภอักษรวสิฐ พิพิทรัตนอรรถธรรมรัศสิกอธิกธิโรตมโชตยสัมปชัญ อนันตคุณคณาธารสังคามวชิตสิทธิสุนธรบวรธรรมไมตรี อันมีในอรรคมหาเสนาธิบดีศรีสุรพงษจตุรงคนิกรบวรบริณายกรัตนามาตย อันเปนสมิปวาศในบาทมูลแห่งพระศรีสรรเพสมเด็จบรมธรรมิกราชาธิราช พระเจ้ารามาธิบดีบรมจักรพรรดิษรบวรราชาธิบดินทรหริหรินทราดาธิบดี สวิบูลยคุณรุจิตรฤทธิราเมศวร บรมธรรมิกราชเดโชไชย พรหมเทพาดิเทพตรี ภูวนาธิเบศโลกเชฐวิสุทธ มกุฎประเทศคตามหาพุทธังกูร บรมนารกบรมบพิตร พระพุทธเจ้ากรุงเทพมหานคร บวรทวาราวดีศรีอยุทธยามหาดิลกภพนพรัตนราชธาณีบุรีรมย มีมฤธุดาปราโมชจิตรสินิทสันทวะสหะปฏิวากย มาถึงอรรคมหาเสนาธิบดีแห่งพระเจ้ากรุงศรีสัตนาคนหุตวิสุทธิรัตนราชธาณีบุรีรมย ด้วยพญาสุทธจิตรมงคล แลท้าวแก้วเพลา ถือศุภอักษรแลเครื่องคารวะบรรณาการมาจำเริญทางพระราชไม้ตรีแลไม้ตรีนั้น ครั้นได้แจ้งในลักษณศุภอักษรนั้นแล้วจึ่งนำเอากิจานุกิจท้งงนี้ปฤกษา ด้วยเสนาพฤทธามาตยราชกระวิ มนตรีมุกขลูกขุนท้งงปวงปฤกษาพร้อมกันว่า แต่ในกาลก่อนกรุงศรีอยุทธยากับกรุงศรีสัตนาคนหุต เปนแผ่นสุวรรณปัตพีเดียวเคยไปมาจำเริญทางพระราชไม้ตรีแลไม้ตรีต่อกันมิได้ขาด แลครั้นอยู่มาเปนเวรานุเวรแห่งกรุงศรีอยุทธยา แลกรุงศรีสัตนาคนหุตให้บังเกิดมีปัจจามิตรข้าศึกมาเบียดเบียนท้งงสองฝ่าย จึ่งขาดทางพระราชไม้ตรีแลราชประเวณี ดูจหนึ่งมีสุภอักษรอัคมหาเสนาธิบดีกรุงศรีสัตนาคนหุตลงมา แลครั้งนี้ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชอุษาหะเสดจได้ปราบอรินราชศัตรูหัวเมือง $\left. \begin{array}{}\mbox{ใหญ่} \\\mbox{น้อย}\end{array} \right\}$ แว่นแคว้นแดนกรุงเทพมหานคร นน้นก็ปลงพระไทยทำนุกอำรุงเพื่อจให้กระทำตามคลองบุรราชปรเพณีซึ่งมีมาแต่ก่อน แลเดชเดชานุภาพบารมี เพื่อจให้ประจักแก่ไพร่ฟ้าปรชากร ยกไปปราบปรามอริราชศัตรูหัวเมือง$\left. \begin{array}{}\mbox{ใหญ่} \\\mbox{น้อย}\end{array} \right\}$ แว่นแคว้นแด่นกรุงเทพมหานคร นั้นก็ได้โดยสดวกง่ายอยู่สิ้นแล้ว แลบัดนื้มีศุภอักษรอัคมหาเสนาธิบดีณะกรุงศรีสัตนาคนหุต ลงมาจำเริญทางพระราชไม้ตรีแลไม้ตรีนั้น ควรให้รับเปนไม้ตรีสืบไปตามทางบูรพราชประเพณีซึ่งมีมาแต่ในกาลก่อน แลสืบดูกฎหมายอย่างธรรมเนียมกรุงศรีอยุทธยากับกรุงศรีสัตนาคนหุต ซึ่งเปนทางพระราชไม้ตรีแลไม้ตรีกันแต่ก่อนนน้น ได้เนื้อความว่าสมเด็จพระเจ้ากรุงศรี$\left. \begin{array}{}\mbox{อยุทธยา} \\\mbox{สัตนาคนหุต}\end{array} \right\}$ แต่ก่อนสองฝ่ายฟ้าย่อมจำเริญทางพระราชศรีสวัสดิเปนสุวรรปัตพีเดียวสืบพระราชวงษากันมา แลครั้งนี้ขอให้มีพระราชสารแลศุภอักษรขึ้นไปว่ากล่าวตามบูรพราชประเพณี ซึ่งมีมาแต่ในกาลก่อนนน้น จได้เปนพระราชศรีสวัศดิในกรุงศรีอยุทธยาปรดุจหนึ่งพลอยพระมหาเพรัตนอันสถิตยอยู่ณเริอนพระธำมะรงชมภูนุชธรรมชาติชาตรี ถ้าแลอรรคมหาเสนาธิบดีผู้$\left. \begin{array}{}\mbox{ใหญ่} \\\mbox{น้อย}\end{array} \right\}$ ณ กรุงศรีสัตนาคนหุตเหนด้วยดูจหนึ่งเสนาพฤทธามาตยณกรุงศรีอยุทธยาปฤกษานี้แล้วกให้ช่วยทำนุกอำรุงนำเอาขึ้นกราบบังคมทูลสมเดจพระเจ้ากรุงศรีสัตนาคนหุต ฯ จขอพระราชบุตรีมาเศกไว้ในที่อรรคมเหษีณกรุงศรีอยุทธยา สองฝ่ายฟ้าจได้พึ่งพระเดชเดชานุภาพพระบารมีเปนที่พึ่งพำนักนิแก่เสนาพฤทธามาตย แลอณาประชาราษฎรดูจหนึ่งเสวตรฉัตรแก้วแห่งท้าวมหาพรหมอันกางกั้นร่มเอย็นไปทั่วทิศศานุทิศ จึงนำเอาคำลูกขุนปฤกษานน้นขึ้นกราบบังคมทูลพระกรุณาแต่พระบาทสมเด็จบรมบพิตรพระพุทธเจ้าอยู่หัวผู้ทรงพระคุณอันมหาประเสริด ทรงพระมหากรุณาดำหรัดเหนือเกล้า ฯ สั่งว่าให้ทำตามปฤกษาแลให้แต่ง$\left. \begin{array}{}\mbox{ราชทูต} \\\mbox{อุปทูต} \\\mbox{ตรีทูต}\end{array} \right\}$ จำทูลพระราชสาร แลศุภอักษร แลเครื่องมงคลราชบรรณาการขึ้นมาให้แจ้งจงทุกประการ แลบัดนี้แต่งให้$\left. \begin{array}{}\mbox{พระสุนธรไม้ตรีราชทูต} \\\mbox{หลวงภักดีวาจาอุปทูต} \\\mbox{ขุนพจนาพิมลตรีทูต}\end{array} \right\}$ จำทูลพระราชสาร ขึ้นมาจำเริญทางพระราชไม้ตรีแลไม้ตรีตามราชปรเพณียซึ่งมิมาแต่ในกาลกอร ตามซึ่งลูกขุนปฤกษาเหนพร้อมกันนั้น แต่ข้อซึ่งว่ามีปัจจามิตฆ่าศึกมาเบิยดเบิยนกรุงศรีสัตนา คนหุต แลจขอเจ้าพญานครราชสิมาไว้ช่วยราชการนัน พระบาทสมเด็จพระพุทธิเจ้าอยู่หัวทรงพระคุณอันมะหาประเสริด ได้มีราชสารขึ้นมาแจ้งอยู่ทุกประการแล้ว แลข้อซึ่งว่าขอหลวงวังแลใทมอรลาวม่วงหวาน ๒๐ ครัวไว้เปนคนใช้สอยไปมาจำเริญทางพระราชสัมพันทมิตรไม้ตรีนั้น เนื้อความข้อนี้มิควร ไม่ได้นำขึ้นกราบบังคมทูลพระกรุณาแต่พระบาทสมเด็จพระพุทธิเจ้าอยู่หัวหามิได้ ถ้าแลอรรคมหาเสนาธิบดี ณกรุงศรีสัตนาคนหุตทำนุกบำรุงกรุงท้งงสองฝ่ายฟ้า ได้เปนบรมกัลยานิมิตรสนิจเสน่หาดูจนึ่งกาลก่อนแล้ว ถึงจเอาหลวงวังแลลาวม่วงหวานซึ่งขอไว้นั้นก็ได้อยู่ อนึ่งราชการบาลเมิองกรุงศรีอยุทธยาทุกวันนี้ จใด้คิดอ่านการสงครามตอบแทนแก่กรุงรัตนบุระอังวะเปนการใหญ่ แลจต้องการม้าใหญ่ศอกนิ้ว ๓๐๐ ม้าแลให้อรรคมหาเสนาธิบดีณกรุงศรีสัตนาคนะหุตช่วยทำนุกบำรุงจัดม้าส่งลงมาให้ได้ตามซึ่งต้องการนั้น จเปนราคาประการใดให้ช่วยทดรองจึงจเบิกเงินณพระคลังส่งขึ้นมาให้ครบตามซึ่งได้ทดรองนัน แลแต่ก่อนกรุงศรีอยุทธยากับกรุงศรีสัตนาคนะหุตยังมิได้เปนพันธุมิตร แลบัดนี้กรุงท้งงสองใด้เปนพันธุมิตรสนิทเสน่หาจำเริญพระราชสัตยาณุสัตยต่อกันอยู่แล้ว มาถแม้นกรุงศรีอยุทธยาจมีกิจการณรงสงครามปรการใดให้เปนภาระทุระแห่งอรรคมหาเสนาธิบดีณกรุงศรีสัตนาคนหุต ถ้าแลกรุงศรีสัตนาคนหุด จมิการนรงสงครามปรการใด กจเปนพาระทุระแห่งกรุงศรีอยุทธยา แลเมิองท้งงสองฝ่ายฟ้าใดเปนทิพกัลยานิมิตรสนิจเสน่หาต่อกันดูจหนึ่งแต่ก่อรอยู่แล้ว ถ้าจมีการนรงสงครามปรการใดให้ช่วยกันอย่าให้ละวาง กันเสียตามบุราณราชประเพณี ซึ่งมีมาแต่ในกาลก่อน เครื่องมงคลราชบรรนาการให้ขึ้นมาพระเจ้ากรุงศรีสัตนาคนหุต พระวิสูดพื้นเหลิองระใบปักทองยีปุ่นเคริอต้นไม้ผืนหนึ่ง อานม้าพื้นดำลายทองเครื่องตะกูทองผู้แดง จามจุรีสำรับนึ่ง แพรกระบวนพื้นม่วงผุดทองตาตักกะแตนม้วนนึ่ง แพรกระบวรพืนแดงดอกพุดตานม้วนนึงปืนสั้นแฝดหญ่างยิปุ่นองคนึง ห้าสิ่งเปนเครื่องราชบรรณาการ สมเดจพระพุทธเจ้าอยู่หัวส่งสิ่งของให้ขึ้นมานอกเคริ่องราชบรรณาการในี แพรพื้นน้ำเงินใหมกี่งไม้สองม้วน แพรพื้นดำลายทองสองม้วน แพรพื้นดำผุดใหมกี่งไม้สองม้วร ผ้าขาวม่ารสาบสองตรา ผ้านำกีงลายสอง ศรีต่างกันเก้าพับ ผ้านำกี่งขาวแปดพับ แพรจินศรีต่างกันแปดพับ ผ้านำกึงดอกคำแปดพับ เจียมลายสองพื้นเหลิองรูปใกฟ้าผืนนึ่ง ชามเบญรงสามหย่างสิสิบใบ ถ้วยเบญรงกลิบบัวสองหย่างสี่สิบใบ ช้างพลายพังสิบช้าง เบี้ยคิดเปนเงินห้าชั่ง พระราชทานเสนาบดีคิดเปนเงินห้าชัง เข้ากันเปนเงินสิบชั่ง แลซึ่งเสนาบดีให้ทองห้อยลงไปถึงเราสองลิมนั้น เราจัดได้ผ้าขาวตรา แลแพรขึ้นมาแก่เสนาบดีในีแพรพื้นแดงผุดลายกิ่งไม้สองม้วน แพรพื้นแดงผุดใหมเหลิองลายกึ่งไม้ม้วนนึ่ง แพรลิ้นลายศรีต่างก้นสามพับ ผ้าขาวยาวสามสิบแขน คงปักสองตรา แลเบี้ยซึ่งให้ขึ้นมานั้น ช้างทิส่งลงไปนั้นน้อย ให้ขึ้นมาไว้แก่พญานครใชศรีเมิองบัวชุมให้เสนาบดีแต่งช้างแลคนลงมารับ เอาเบิ่ยต่อพญานครใชสินนเมิองบัวชุมเถิด ศุภอักษรมาณวัน ๓ ๖ ค่ำจุลศักราช ๑๑๓๓ ปีเถาะตรีนิศก ๚๛

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ