๑๓ สมณสาส์นพระสังฆราชกรุงธนบุรีมีตอบไป

๏ สมณสารสุนธรบวรวจน อรรถธรรมรศิกะอธิกะศิลสาราทิไตรย อุภัยโลกะหิตยพิธสมบัดติ สังสิชนัศภัชนานิกรอมรนริศจัตุพิธบรมบรรพสัตวสาศนัศประโยชน โชตนายาวะปัญจะสหัสวัศะบริเฉทเจตนานุทิศสุภาสิตปรสาท ในสมเด็จพระสังฆราชธิบดีศรีสังฆบริณายกติปิฎกธราจารยญาณคำภีรธรรมมัดถาพิศใมย อธิปตัยคณานิกรวรสงฆสถิตยทุวิธธุระธราคณอดุลยเตรัศะธุดงควัถะสิกขัตยสันตุฐีวิสุทธสเลขะอับปิจ์ฉะวิวิธคุณคณาธารสถิตยถาวรรัญาคามวาศรีสักลคณารามรัฐวัฒนะติเรกเอกนิษร ในบวรมหาธาตุอารามหลวง ณกรุงเทพมหานครบวรทวาราวดีศรีอยุทธยามหาดิลกภพ นพรัตนราชณีบุรีรมย มีมโนนุษรโสมนัศศาประฏิสมณสารมาถึงสมเดจพระสังฆราชาธิบดีด้วยสมเด็จพระสังฆราชาธิบดีณกรุงศรีสัตนาคนหุตมีสมณสารสมณบรรณาการอุทิศมาเปนเรื่องราวบอกปรพฤทธิเหตุ แห่งวรพุทสาศนาเปนศิลวัตตาติเรกเอกชัชวาลยวัฒนะยังสถิตยสมบูรรณอยู่ในกรุงศรีสัตนาคนหุต แลให้ช่วยถวายพระพรธิบายทำนุบำรุงพระราชสุนธรบวรธรรมมิตรมงคลนุสนธิสืบบุราณราชปรเพณีให้จำเนียนนายในทไวยวรรัตนราชธานีเปนศรีศุขสวัศดิพิพัฒนในพระสาศนา สมณาปรชากรทั้งสองฝ่ายฟ้า ครั้นได้ทัศนาสารก็โสรมมนัศจึงนำเรื่องสมณสารสมณบรรณาการเฃ้ามาถวายพระพรธิบายแดสมเดจพระมหากระษัตราธิราชเจ้าณกรุงเทพมหานครได้ทรงฟังสมณสาร ก็ทรงพระมโนภิรมยเบิกบาลวิบุลปราโมชโมทนายิ่งนัก จึงทรงพระกรุรณาโปรดดำรัสพระราชบริหารในท่ามกลางสังฆราชาคณะท้งงปวง ว่าแต่ก่อนยังหมีได้มีสมณสารมาได้แจ้งข่าวว่าพม่าหมู่ร้ายอาธรรมคุมพวกพลมาทำปะไสยหาการข่มเหงเบียดเบียนกรุงศรีสัตนาคนหุตนั้น น้อยกระมลหฤทัยนักขัดแค้นดูจหนึ่งพม่ามาทำแก่อาตมแลญาติอันเปนที่รักแห่งโยมแต่ตำริหมิรู้วาย ด้วยท่าทางที่จะทำนุกบำรุงกรุงศรีสัตนาคนหูต แลวรพุทธสาศนาก็หมีได้ท่วงที บัดนี้มีสมณสารมาถึงพระผู้เปนเจ้าท้งงหลายเปนธุระสงฆอย่าทรงพระปรารภเลย โยมก็ได้ถวายชิวิตรอุทิศต่อพระรัตนไตรยจชั่วดีปรการใดก็แจ้งอยู่ทุกปรการ ขอพระผู้เปนเจ้าเอาสมณสารนี้ปฤกษาพระสงฆราชาคณพร้อมกันตามสมณกิจแล้วตอบไป จึงถวายพระพรลานำสมณสารมาอ่านปฤกษาในท่ามกลางพระสงฆราชาคณอธิการอันดับฝ่ายคันฐธุระวิปัศนาธุระท้งงปวง ๆ ปฤกษาว่าซึ่งพระสังฆราชาธิบดีณกรุงศรีสัตนาคนหุต ส่งสมณสารเรื่องลักษณความท้งงนื้ต้องด้วยพระราชอาการปรนนิบัดดิสมเดจพระมหากระษัตราธิราชเจ้ากรุงเทพมหานคร อันทรงพระราชอุษาหะกรุณาญาณบำรุงพระพุทธสาศนาดัดแปลงสัตวโลกยท้งงปวงให้ต้งงอยู่ในคลองธรรมอันดี แลฝ่ายคณะสงฆท้งงปวงอันรักษาพระพุทธสาศนาอันอยู่ในแว่นแคว้นกรุงเทพมหานคร ก็ทรงพระกรุณาสั่งสอนให้เล่าเรียนพระปาฏิโมกขสังวร ขึ้นปากขึ้นใจท้งงพระบาฬีแลเนื้อความให้ปฏิบัตติตามพระวิไนยสังวโรวาท แล้วซ้ำประสาทสั่งสอนด้วยพระธรรมอันเปนใจพระไตรยปิฎกท้งง ๓ คือให้ต้งงอยู่ในธรรม ๔ ประการ คืออายบาปกลัวบาปเกลียดบาปหน่ายบาป พระสงฆราชาคณะท้งงปวงได้รับพระราชทานพระราชโอวาทมาปรนนิบัดติตามก็เปนศุขสวัสดิสมบูรณด้วยศิลสารสมณปติวัฒนะในพระสาศนาพระกรุณาคุณมีแก่สมณสงฆท้งงปวงณกรุงเทพมหานครหาที่สุดมิได้ ฝ่ายฆราวาศราชบรรพสัชเล่าผู้ใดหมีได้ต้งงอยู่ในสัจธรรมทำให้แผ่นดินจุลาจลทรงพระกรุณาดัดแปลงสั่งสอนทรมานให้อยู่ในสัจสุจริตธรรมบุราณราชปรเพณียมีพระอาการปรนนิบัตินน้นเที่ยงตรงจัตุรัศปรดูจ ดิน น้ำ เพลิง ลม ธาตุท้งง ๔ อันเปนคุณประโยชนแก่บุทคลผู้รักษาดี เปนโทษแก่บุทคลอันหมีรู้รักษาควรจเอาพระราชอาการกิริยา อันเปนอัศจรรยวิเสดกว่าบรมกระษัตราธิราชแต่ก่อนมั่นคงฉนี้ เปนปรฏิสมณสารธรรมบรรณาการตอบไปถวายแก่สมเดจพระสงฆราชาธิบดี แลสงฆมหานาคราชาคณะณกรุงศรีสัตนาคนหุตผู้มีปรีชาญาณคำภีรภาพ ให้พิจารณาพระอาการสมเดจพระมหากระษัตราธิราชเจ้าณกรุงเทพมหานคร ซึ่งปรนนิบัดดิตามราโชวาทราชอณาจักรรักษาสมณพราหมณาจารย เสนาพฤทธามาตยราษฎรฉนี้ยังจะต้องตามพุทโธวาทแลจควรสมเด็จพระเจ้ากรุงศรีสัตนาคนหุต จผูกพระราชสัมพันธกัลยาณมิตรมีประโยชนอิธโลกยปรโลกยแลฤๅ เมื่อวิจารณเหนว่าต้องตามพระพุทธชิโนวาทแล้วเร่งทำนุกอำรุงสมเดจพระมหากระษัตราธิราชณกรุงศรีสัตนาคนหุต ให้ต้งงอยู่ในราชธรรมสุจริตผูกพระราชสัมพันทมิตรให้มั่นคงอย่าแพร่งพราย เปนอันหนึ่งอันเดียวด้วยพระอานุภาพสองบรมกระษัตรต้งงอยู่ในราชธรรมสุจริตอันซื่อตรงฝากพระชนมชีพแก่กันท้งงสองฝ่ายฟ้า ก็จะมีกำลังพระสุจริตธรรมภายในกำลังพระปัญา กำลังพลทหารกำลังราชทรัพยมากขึ้นอาจป้องกันหมู่ปัจามิตร ด้วยอุภัยรัฐราชธานีท้งงทองทิพยปติเรกเอกจิตรเอกฉันทอัญมัญชิวิตรนิสิตะนิไสยชัมไมยหมั้น ในบรมกัลยาณมิตรสนิทเสน่ห์ไป จเนิยรไภยเนิยรโศกสมณพรามณาฃัติยวํงษานุวงษเสนาธิบดีเศรษฐีวานิชนรากรประชาชน ในเมทนิดลท้งงสองฝ่าย จมิศุขประโยชนไชยโชตรนาในวรพุทธสาศนาถ้วนกำหนดวัตษา ๕๐๐๐ จึงมีพระพุทธฎิกาสั่งให้พระครูปลัดลิกขิตคำสงฆปฤกษาเปนอักษรสมณสารส่งตอบมา ประการหนึ่งซึ่งสมเดจพระสังฆราชากรุงศรีสัตนาคนหุต ถวายจิวรสาฎกกับปาสิกพัตรโกไสยภัตรหมิได้ตัดเปนขันธตามพระวิในยทุติยปัญญัตินั้น ครองจะเปนอาบัตติจึงบูชาไว้เปนพุทธบูชาจงโมทนาเอาส่วนกุศล แลได้ถวายสมณบรรณาการผ้าจิวรกับปาสิกะภัตรตัดเปนขันธตามพระวิในยทุติยปัญญัติไตรรัตปคตแพรสองสาย รัตปคตยวนใหมคาดเอวสาย ๑ อังสะแพร ๑ สัณฐัดผุดทอง ๑ ผ้าฃาวตรองอุทกัง ๑ ผ้าฃาวเช็ดมือ ๑ ถวายมาเปนหย่างให้พระสังฆราชาธิบดีครองแล้ว ว่ากล่าวพระสงฆท้งงปวงให้ทรงจิวรตัดเปนขันธดูจหย่างสงฆถวายมานี้จึงต้องพระวิในยทุติยปัญญัติ จึงได้ชื่อว่าทำนุกบำรุงบวรพุทธสาศนาในกรุงศรีสัตนาคนหุตเปนแท้ได้ แลครอบแก้ว ถาดทองฃาวรอง ๑ พะองแก้วคู่ ๑ จอกแก้วคู่ ๑ หมอนกำมหยี่ผุดทอง ๑ พรมเหลี่ยม ๑ เจียมลาย ๑ เสื่ออ่อนตนาว ๑ ร่มแดงกรองคันยาวคู่ ๑ ร่มคันสั้นคู่ ๑ มีดโกนคู่ ๑ รองท้าวเชิงงอนปักทองขวาง คู่ ๑ รองท้าวน่าภับหุ้มสักหลาดคู่ ๑ รองท้าวหน้าภับเลวคู่ ๑ คนโทดิบุกชำระ ๑ หม้อดิบุกกรองมูต ๑ ย่ามสักหลาดแดง ๑ หีบแว่นฟ้าตะบะรอง ๑ ปรการใดสมเด็จพระมหากระษัตราธิราชเจ้าท้งงสองพระนครราชธานี จะมีพระราชวรธรรมมิตรสถิตยหมั้นหมี่ได้จุลาจลในภูมิมณฑลอาณาจักรท้งงสองราชธานีให้วัฒนาวรพุทธสาศนาสืบไปก็ไว้ในคำภิรญาณณุบายแห่งพระสงฆราชาธิบดีณกรุงศรีสัตนาคนหุตจงทุกปรการ

สมณสารสฤทธิในบริเฉทตยุลศักราช ๑๑๓๗ อัชสังวัดฉะระเชษฐศุขปักขดฤถีภูมวารภูมิบาลฤกษบริบูรณ ๚ ๛

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ