ศุภอักษรครั้งแผ่นดินเจ้ากรุงธนบุรีตอบไปกรุงศรีสัตนาคนหุต

๏ ศุภอักษรบวรกะถา อรรคมหาเสนาธิบดินทร ณรินทรามาตย์ผู้ (ภักดีบำเรอพระ) บาท (สมเด็จพระ) เอกาทศรถบพิตร์ศรีอยุทธยานครมีมโนไนยะ มาแต่อรรคมหาเสนาธิบดีณกรุงศรีสัตนาคนหุต ด้วยพระยาศรีสุธาราชาจ่าบ้านปัญญามงคล พระยามหาอำมาตย์สุระตังระไมตรี ท้าวตัง ถือศุภอักษรลงไปจำเริญทางพระราชไมตรี โดยบูรราชประเพณีถึงกรุงเทพ ณวัน ๒ เดือน ๑๐ แรม ๙ ค่ำปีมแมสัพศก ได้ให้เจ้าพนักงานรับศุภอักษรแปลได้เนื้อความว่า พระเจ้ากรุงศรีสัตนาคนหุตโทรมนัศด้วยพระราชบุตร์พระราชนัดา อันค้างคาอยู่ในกรุงอังวะ พระเจ้ากรุงศรีสัตนาคนหุตมิให้เสียคลองราชประเพณีแห่งมหากระษัตริย์มาวัฒะณะสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวกรุงเทพ ฯ บวรทวาราวดีศรีอยุทธยา เพื่อให้อุไภยรัษฐาทั้งสอง เป็นเอกะสุวรรณปัตฦาชาปรากฎทั่วไปในสกลชมภูทวีปทั้งปวง ให้อรรคมหาเสนาธิบดีณกรุงเทพ ฯ จัดแจงขึ้นไปแห่แหนรับพระยอดแก้วกัลยานีศรีกระษัตริยลงมาในเดือนยี่ ประการหนึ่งพระเจ้ากรุงศรีสัตนาคนหุต ให้จัดเข้าในพระคลังไว้ได้ ๕๐๐ เกวียน ให้แต่งช้างโคกระบือขึ้นไปช่วยลากเข็นเอา แล้วว่าขอปืนคาบสิลา ๒๐๐๐ ขึ้นมาไว้สำหรับรักษาบ้านเมืองนั้น ได้แจ้งในลักษณศุภอักษรนั้นแล้ว จึงนำเอาเรื่องราชกิจจานุกิจแลพาพระยาศรีสุธาราชาจ่าบ้านปัญญามงคล พระยามหาอำมาตย์สระตังรไมตรี ท้าวตัง ขึ้นกราบถวายบังคมทูลพระกรุณา แต่พระบาทพระพุทธเจ้าอยู่หัว ครั้นดำรัสทราบใต้ลออง ฯ แล้วก็ชื่นชมโสรมนัศศาการยินดี มีพระราชโองการมารพระ บัณฑูร ว่าถ้าพระเจ้านครศรีสัตนาคนหุต แลเจ้าเสนาพฤทธามาตยพิโรธกรุงอังวะร่วมทุกข์ศุขเปนใจด้วยกันขะเม่นเข่นฆ่าพม่าจะได้ให้รี้พลผู้สันทัดปืน ๆ คาบสิลา ๔ พัน ๕ พันขึ้นไป ฝึกปรือชาวกรุงศรีสัตนาคนหุตป้องกันพระนคร ประการหนึ่งพระราชวงษ์องค์ใด ไม่สันทัดการณรงค์สงครามจะได้ช่วยบำรุงเพื่อจะได้สืบราชวงษาต่อไป ประการหนึ่งโดยเสด็จ ไปได้กรุงอังวะพบรี้พลครอบครัวกรุงใดจะได้ให้คืนพระนครกรุงนั้น อิกประการหนึ่งจะได้ให้เจ้าเสนาข้าทูลลออง ฯ สองฝ่ายฟ้าถือน้ำพระพัฒน์สัจจาเสน่หาสนิทเปนพันธุมิตร์แก่กัน แลซึ่งกิจการณรงค์สงคราม คิดอ่านปฤกษาบำรุงรี้พลช้างม้ากำหนดข้าขอบขัณฑเสมาเสร็จได้มีพระราชสารศุภอักษรขึ้นไปแจ้งแต่ก่อนแล้ว ถ้ากรุงอังวะไม่ยกลงมาฝ่ายศรีอยุทธยาก็จะยกขึ้นไปตี การสงครามติดพันธ์กันอยู่ ครั้นจะเชิญเสด็จรับพระยอดแก้วกัลยานีศรีกระษัตริย์ลงมาไว้พระนคร ก็จะเปนห่วงหน้าห่วงหลังพว้าพวัง ถ้าเจ้าเสนาบดีกรุงศรีสัตนาคนหุตปลงใจร่วมทุกข์ศุขพระนครศรีอยุทธยา เพื่อจะมาล้างพม่าด้วยเปนมั่นแม่นหาผู้ใดจะป้องกันพระยอดแก้วกัลยานีศรีกระษัตริย์ไม่ กลัวจะมีเหตุเภทไภยภายหลัง ถึงจะเชิญเสด็จพระยอดแก้วกัลยานีศรีกระษัตริย์ลงมาพระนครศรีอยุทธยา จะได้แต่งการรับสู้ ถ้าเปนประการดังนี้ก็จะมีศุภอักษรลงมา เมื่อพิจารณาดูข้อความในลักษณศุภอักษรนั้น หาคิดอ่านอุดหนุนมาโดยการสงครามไม่ ยกเนื้อความมาแต่ว่าพระเจ้าอังวะจะลงมาสู่พระบรมโพธิสมภารจึงงดไว้ เนื้อความข้อนี้เปนสัพเพสัตตาไม่มั่นไม่เที่ยงแจ้งไปในศุภอักษรแต่ก่อนแล้ว แลฝ่ายกรุงศรีสัตนาคนหุตหยิบยกเอาบอกลงมาดังนี้ ก็ไม่รู้ว่าที่จะเจรจาหฤาว่าพระเจ้ากรุงศรีสัตนาคนหุต เจ้าเสนาบดีกลัวจะเปนไภยแก่พระราชบุตร์พระราชนัดา หากรุงอังวะนั้นกรุงศรีอยุทธยาขอรับประกันแก้ไขไปโดยวิทยาคมไม่ให้เป็นเหตุการเลย ถ้ากรุงศรีสัตนาคนหุตไม่เชื่อจงยุยงขึ้นไป ให้พระเจ้าอังวะเร่งยกลงมา ฝ่ายกรุงศรีอยุทธยาจะพิฆาฏให้กลิ้งอยู่ในกลางสมรภูมิ์ อิกประการหนึ่งจะจับเปนให้โลกทั้งปวงเห็นทั่วชั่วดีประการใด กรุงศรีสัตนาคนหุตจะได้ทัศนาทั้งสองฝ่าย แลซึ่งนครศรีอยุทธยาจะแต่งช้างแลคนขึ้นไปขนเข้าลงมานั้น การศึกมิขดสนอยู่แล้ว ถ้ากรุงศรีสัตนาคนหุตจะเห็นแก่ทางพระราชไมตรีจะเอามาให้ก็ตาม ขัดสนอยู่แล้วก็แล้วไปเถิด ศุภอักษรมาณวัน ๓ เดือน ๑๐ แรม ๑๐ ค่ำ จุลศักราช ๑๑๓๗ ปีมแมสัพศก. ฯ

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ