(๖) พระราชสาส์นสมเด็จพระเจ้ากรุงพระมหานครศรีอยุทธยา

วัน ๖ ๑๒ จุลศักราช ๑๑๗๓ ปีมแมตรีนิศก เพลา ๒ โมงเช้า

$\left. \begin{array}{}\mbox{เจ้าพระยารัตนาธิเบศ} \\[1.4ex]\mbox{พระยาโกษาธิบดี} \\[1.4ex]\mbox{พระยาพิพัฒโกษา} \\[1.4ex]\mbox{พระยาทิพโกษา} \\[1.4ex]\mbox{พระยามณเฑียรบาล} \\[1.4ex]\mbox{พระยาไกรโกษา} \\[1.4ex]\mbox{พระยาพิไชยบุรินทรา} \\[1.4ex]\mbox{หลวงท่องสื่อ} \\[1.4ex]\mbox{ขุนมหาสิทธิโวหาร} \\[1.4ex]\mbox{พระราชโกษา} \\[1.4ex]\mbox{หลวงพิพิธสมบัติ} \\[1.4ex]\end{array} \right\}$ นั่งพร้อมกัน ณหอพระมณเฑียรธรรม ครั้นได้พระฤกษประโคมพิณพาทย์ฆ้องไชยแตรสังข์ ขุนสาราบรรจงนอกราชการอาลักษณกรมพระราชวังบวร ฯ จาฤกพระราชสาส์นอักษรไทยด้วยกระดาษฝรั่ง ๔ แผ่นครึ่ง เปนอักษร ๗๑ บันทัด จาฤกแล้วหลวงพิพิธสมบัติเชิญตราโลโตปิดพระราชสาส์นอักษรไทยประจำศกดวง ๑ ตรามังกรคาบแก้วประจำต่อ แล้วม้วนพระราชสาส์นเอาไหมแดงผูก แล้วใส่ในกล่องไม้กลึงทาแดงเขียนมังกรลายทองมี $\left. \begin{array}{}\mbox{ฝา } \\[1.4ex]\mbox{เชิง }\\[1.4ex]\end{array} \right\}$ แล้วใส่ถุงโหมดระไบแพรเหลืองสายไหมผูกปากถุงเอาตรา $\left. \begin{array}{}\mbox{ไอยราพต } \\[1.4ex]\mbox{มังกรหก }\\[1.4ex]\end{array} \right\}$ ปิดงบครั่งประจำปากถุงกล่องพระราชสาส์นดวง ๑ ก้นถุงปากถุงพานแว่นฟ้าข้างละดวงปิดคลุมโหมดทอง แล้วเชิญพระราชสาส์นไปไว้ณหอพระเชฐบิดร

(๖) พระราชสาส์นสมเด็จพระเจ้ากรุงพระมหานครศรีอยุทธยา ขอบพระไทยมายังสมเด็จพระเจ้ากรุงเวียดนาม ด้วยมีอาไลยคิดถึงสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง ซึ่งสวรรค์คต จึ่งแต่งให้ทูตานุทูตจำทูลพระราชสาส์น คุมสิ่งของเข้าไปคำนับช่วยทำบุญในการพระบรมศพ หวังจะให้ทันถวายพระเพลิงโดยไกลกันดารยากที่จะไปถึงสองครั้งนั้น ยินดีในราชไมตรียิ่งนัก ก็ได้งดการพระบรมศพไว้ท่าตามในพระราชสาส์นจนถึงเดือนหกแล้ว เห็นทูตหายไปฝนตกหนักมา การที่ทำเปนการใหญ่จะรอไว้อีกมิได้ จึ่งกำหนดให้เจ้าพนักงานเชิญพระบรมโกษฐเข้าสู่เมรุมาศแต่ณวัน ๗ ๖ ค่ำ ได้มีงานเฉลิมพระเกียรติยศตามราชประเพณีพร้อมด้วยญาติวงษ์ ทำบุญแจกทานอุทิศกุศลถวายเจ็ดวัน จึงได้ถวายพระเพลิง แล้วมีงานสมโภชพระบรมอัฐิทำบุญอีกสามวัน จึงเสร็จการฉลอง $\left. \begin{array}{}\mbox{พระเดช } \\[1.4ex]\mbox{พระคุณ }\\[1.4ex]\end{array} \right\}$ เปนคำรบสิบ $\left. \begin{array}{}\mbox{วัน } \\[1.4ex]\mbox{คืน }\\[1.4ex]\end{array} \right\}$ ต่อ ณวัน ๗ ๑๐ ค่ำ ทูตานุทูตจึงถึงกรุงหาทันไม่ ก็ให้พาทูตขึ้นไปบนพระที่นั่งมหาปราสาท ที่สถิตย์ไว้ซึ่งพระบรมอัฐิ ทูตได้กราบถวายบังคมกระทำสักการบูชาก่อนแล้ว จึงเจ้าพนักงานแลล่ามนำทูตานุทูตเข้ามา ครั้นแจ้งในราชสาส์นสมเด็จพระเจ้ากรุงเวียดนามว่าเจ้าเมืองเขมรบอกไปถึงเมืองไซ่ง่อน ด้วยกรุงพระมหานครศรีอยุทธยาเกณฑ์ทัพเขมรเปนทัพเรือมาทางไซ่ง่อน เจ้าเมืองไซ่ง่อนไม่ไว้ใจจึงบอกขึ้นมายังกรุงเวียดนาม ขอจัดทัพไปรักษาเขตรแดน แล้วเจ้าเมืองเขมรมีหนังสือซ้ำมาอีกว่าในเมืองเขมรวุ่นวาย เห็นจะรักษาเมืองไว้ไม่ได้ สมเด็จพระเจ้ากรุงเวียดนามคิดโดยซื่อ ว่าเมืองเขมรเปนข้าทั้งสองฝ่าย กรุงใหญ่ทั้งสองเปนทองแผ่นเดียวกัน แต่กรุงพระมหานครศรีอยุทธยาติดด้วยการศึกแลการพระบรมศพระยะทางก็ไกล กรุงเวียดนามอยู่ใกล้ว่างเปล่าไม่มีการ รู้เหตุแล้วจะนิ่งดูอยู่มิได้ จึ่งให้เจ้าเมืองไซ่ง่อนยกกองทัพ ซึ่งตั้งรักษาเขตรแดนขึ้นไปเมืองเขมร หวังจะรงับดับความไว้มิให้เขมรวุ่นวาย คิดทั้งนี้เหมือนช่วยบำรุงกรุงพระมหานครศรีอยุทธยา แต่หากว่าอยู่ไกลเกลือกไม่เห็นน้ำพระไทยกรุงเวียดนาม จึงมีพระราชสาส์นตอบเข้าไปให้สิ้นสงไสยนั้น สมที่เปนกรุงใหญ่รักใคร่สนิทกันชอบหนักหนา แต่ความจริงจะได้มีใจแหนงสงไสยกรุงเวียดนาม ว่าให้ไปกระทำอันตรายกรุงพระมหานครศรีอยุทธยานั้นหาไม่ ด้วยมั่นใจวางใจในราชสาส์นไปมาเปนคำปฏิญาณโดยสุจริตต่อกันทั้งสองฝ่าย กรุงใหญ่ทั้งสองใช่บ้านเล็กเมืองน้อย ควรที่จะเชื่อฟังได้ไปชั่วฟ้าแลดิน แลซึ่งกรุงพระมหานครศรีอยุทธยา แจ้งความมาในราชสาส์นครั้งก่อนนั้น ด้วยเห็นความว่าองค์จันทร์เจ้าเมืองเขมร พาลฆ่าพระยาจักรีพระยากระลาโหมเสีย โดยอิจฉาขอให้ตั้งน้อง แลเกณฑ์ทัพทำด้วยกำลังโกรธแล้วก็กลัวผิด จึงให้พระยาเขมรมาแจ้งยังกรุงเวียดนาม ครั้นสมเด็จพระเจ้ากรุงเวียดนามให้กองทัพไปช่วยรักษาเมืองไว้ ฝ่ายกรุงพระมหานครศรีอยุทธยาจะให้ผู้ใดออกมาว่ากล่าวกับเมืองเขมรโดยดีตามประเพณีเมืองขึ้น เกลือกจะขัดแขงไม่ปรกติ แม้นจะขืนข่มขี่ให้ราบคาบเล่า ทัพกรุงเวียดนามก็มาตั้งอยู่ หารู้ว่าจะไปช่วยข้างผู้ใดไม่ เกลือกจะขัดข้องในทางพระราชไมตรีอันสุจริตต่อกัน ความเปนดังนี้ จึงให้มีพระราชสาส์นออกมาแจ้งโดยซื่อตรงไม่อำพราง ตามเรื่องความเมืองเขมรกระทำผิดล่วงเกินต่อกรุงพระมหานครศรีอยุทธยา บัดนี้สมเด็จพระเจ้ากรุงเวียดนาม ก็แจ้งความตอบเข้าไปโดยพระไทยสุจริต ว่าเห็นกับกรุงพระมหานครศรีอยุทธยาติดการงานอยู่ จึงให้มาช่วยรงับความไว้นั้นควรจะยินดีนับถือยิ่งนัก แต่ทว่าองคจันทร์ผู้เปนเด็กเห็นจะเข้าใจถือว่า กรุงเวียดนามให้กองทัพไปช่วยโดยเมตตาเห็นกับตัวยิ่งกว่าพระมหานครศรีอยุทธยา จึ่งนิ่งเฉยอยู่แต่เกิดความมาจนบัดนี้ ก็ได้มีศุภอักษรยกโทษอไภยให้ออกมาถึงสองครั้งสามครั้งแล้ว ก็ยังหาไปมาคำนับตามเคยเห็นเหมือนแต่ก่อนไม่ เกลือกไปเบื้องน่าจะเอาความอันมิควรออกมาแจ้งดุจดังหนหลัง ให้กรุงใหญ่ทั้งสองอันมีความสุจริตร้าวฉานขัดเคืองแก่กันทั้งสองฝ่าย เหมือนดังมีหนังสือมาเมืองไซ่ง่อนด้วยกรุงพระมหานครศรีอยุทธยา เกณฑ์ทัพเมืองเขมรเปนทัพเรือเข้าไปรบพม่า ถ้าว่ากล่าวตรงไปตรงมาตามศุภอักษรซึ่งมีมาในกรุงไทยแล้ว เจ้าเมืองไซ่ง่อนก็หามีความสงไสยไม่ ด้วยได้บอกข้อราชการศึกพม่ามาอยู่เนือง ๆ ซึ่งการเปนดังนี้ หากถ้อยทีไม่เบาความจึงได้เห็นจริงกรุงพระมหานครศรีอยุทธยา แต่ทว่าสมเด็จพระเจ้ากรุงเวียดนาม ก็แจ้งความเห็นเหตุว่าองค์จันทร์เจ้าเมืองเขมรไม่สุจริต ถึงจะกระทำต่อไปฉันใดอีก กรุงพระมหานครศรีอยุทธยาก็สิ้นวิตก แลซึ่งสมเด็จพระเจ้ากรุงเวียดนามจัดสิ่งของให้ทูตานุทูตคุมเข้ามาช่วยทำบุญนั้นก็ขออนุโมทนาบุญด้วย ให้จำเริญไปในราชสมบัติพร้อมพระญาติพระวงษ์จงถาวรสืบไป

พระราชสาส์นมาณวัน ๖ ๑๒ ค่ำ จุลศักราช ๑๑๗๓ ปีมแมตรีนิศก ๚๛

$\left. \begin{array}{}\mbox{นายจ๋าย } \\[1.4ex]\mbox{นายเอี่ยม }\\[1.4ex]\end{array} \right\}$ มหาดเล็กออกไปส่งทูต

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ