(๒๖ เห็นจะเปนร่างครั้งแรก) พระราชสาส์นสมเด็จพระเจ้ากรุงพระมหานครศรีอยุทธยา

(๒๖ เห็นจะเปนร่างครั้งแรก) พระราชสาส์นสมเด็จพระเจ้ากรุงพระมหานครศรีอยุทธยาจำเริญไมตรีมาแจ้งแต่พระเจ้ากรุงเวียดนาม ด้วยองค์จันทร์เจ้าเมืองเขมร ให้กองทัพล่วงด่านแดนเข้าไปจะตีเมืองปัตบอง พระยาพระเขมรณเมืองปัตบองกับข้าหลวงไทย ได้ห้ามปรามหลายครั้งก็มิฟัง พระยาอภัยภูเบศรบอกเข้าไปยังกรุงพระมหานครศรีอยุทธยากับหัวเมืองซึ่งอยู่ใกล้ เจ้าเมืองกรมการรู้ต้องยกมาเปนหลายเมือง กรุงพระมหานครศรีอยุทธยาแจ้งความมิวิตก จึงให้พระยารองเมืองออกมาห้ามปรามดูผิดแลชอบ กองทัพไทยซึ่งออกมานั้นยังมิทันถึงเมืองปัตบอง เกิดรบพุ่งกันขึ้นก่อน ผู้คนล้มตายทั้งสองฝ่ายมิควรเลย ใชว่าเมืองปัตบองเมืองเสียมราฐเมืองสวายจิก สามเมืองนี้จะเกี่ยวข้องในองค์จันทร์ ได้ว่ากล่าวเหมือนเมืองเขมรทั้งปวงก็หาไม่ สมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงจัดแจงเศกองค์เอง ออกมาครองเมืองกัมพูชา ยกเอาพระยาอภัยภูเบศรเข้าไปอยู่ณเมืองปัตบอง ได้ปันเขตรแดนให้ขึ้นทับกรุงเด็ดขาดอยู่แล้ว กรุงเวียดนามก็รู้อยู่ เจ้าเมืองเขมรก็เปนข้าพึ่งสองพระมหานครอันใหญ่ องทวายก็มาอยู่ดูผิดแลชอบ องค์จันทร์บังอาจทำการล่วงเกินถึงเพียงนี้เห็นผิดด้วยกันทั้งแผ่นดิน ซึ่งองค์จันทร์เจ้าเมืองเขมรอันน้อยบังอาจทำดังนี้ ก็หมายใจแต่จะให้กรุงเวียดนามรับเอาเปนธุระ จะทำให้ไมตรีทั้งสองกรุงใหญ่ร้าวฉานเสียให้จงได้ อันกรุงเวียดนามกับกรุงพระมหานครศรีอยุทธยา เปนที่หวังวางพระไทยรักใคร่สนิทมิได้มีรังเกียจสิ่งใด จะขุ่นหมองด้วยความคิดเขมรอันเปนเมืองน้อย องค์จันทร์อันเปนเด็กดังนี้ อัปรยศกับนานาประเทศยิ่งนัก ถ้ากรุงเวียดนามยังคิดถึงทางพระราชไมตรี มีความรักใคร่ในกรุงพระมหานครศรีอยุทธยาอยู่ก็ให้ดำริห์ดูเถิด

อนึ่งมอญเมืองมัตมะกระบถต่ออ้ายพม่า ยกครอบครัวหนีมาณกรุงพระมหานครศรีอยุทธยา แจ้งความว่าเจ้าอังวะแต่งทูตให้ถือราชสาส์นมายังกรุงเวียดนาม ความซึ่งมอญว่าข้อนี้เท็จจริงประการใด กรุงพระมหานครศรีอยุทธยาจะใคร่แจ้งความ แลการทั้งปวงนี้ ครั้นจะไม่แจ้งความมาเหมือนมีรังเกียจแก่กัน จึงแจ้งความมาจะได้เห็นความจริงรู้น้ำใจทั้งสองฝ่าย

พระราชสาส์นมา ณวัน ฯ ค่ำ ปีกุนสัพศก

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ