(๒๗ เห็นจะเปนฉบับที่แก้แล้วมีไป)

(๒๗ เห็นจะเปนฉบับที่แก้แล้วมีไป) พระราชสาส์นสมเด็จพระเจ้ากรุงพระมหานครศรีอยุทธยาจำเริญไมตรีมาแจ้งแต่พระเจ้ากรุงเวียดนาม ด้วยองค์จันทร์เจ้าเมืองเขมรให้กองทัพล่วงด่านแดนเข้าไปจะตีเมืองปัตบอง พระยาพระเขมรณเมืองปัตบอง กับข้าหลวงไทยได้ห้ามปรามหลายครั้งก็มิฟัง พระยาอภัยภูเบศรบอกเข้าไปยังกรุงพระมหานครศรีอยุทธยากับหัวเมืองซึ่งอยู่ใกล้ เจ้าเมืองกรมการรู้ต้องยกมาเปนหลายเมือง กรุงพระมหานครศรีอยุทธยา แจ้งความมีวิตกจึงให้พระยารองเมืองออกมาห้ามปรามดูผิดแลชอบ กองทัพไทยซึ่งออกมานั้นยังมิทันถึงเมืองปัตบอง เกิดรบพุ่งกันขึ้นก่อน ผู้คนล้มตายทั้งสองฝ่ายมิควรเลย กรุงพระมหานครศรีอยุทธยาคิดว่าทางพระราชไมตรีกรุงเวียดนาม กับกรุงพระมหานครศรีอยุทธยานี้ เหมือนกับภูเขาอันใหญ่มิได้หวาดไหวมั่นคงนัก ยากที่ผู้ใดจะรื้อถอนทำลายได้ ถ้าวงษ์ทั้งสองยังจำเริญอยู่ ไมตรีทั้งสองพระนครก็ยังมิได้ขาด ศุขทุกข์สิ่งใดจะได้พึ่งกัน กรุงพระมหานครศรีอยุทธยายังเปนแผ่นดินใหม่ กับพม่าก็ยังทำศึกกันอยู่ แผ่นดินกรุงเวียดนามสิ้นเสี้ยนหนามราบคาบอยู่แล้ว ผู้คนเหลือใช้เสียอิก เมืองเขมรนิดหนึ่งเท่านี้ องค์จันทร์เล่าเปนเด็กจะขัดได้ฤๅ คิดว่าจะรักใคร่ช่วยทำนุบำรุงกรุงพระมหานครศรีอยุทธยาบ้าง จึงวางพระไทยมา กรุงเวียดนามผ่อนตามใจองค์จันทร์อยู่ บัดนี้องค์จันทร์กลับมาตีเมืองปัตบองอิกเล่า ใช่ว่าเมืองปัตบอง เมืองเสียมราฐ เมืองสวายจิก สามเมืองนี้จะเกี่ยวข้องในองค์จันทร์ ได้ว่ากล่าวเหมือนเมืองเขมรทั้งปวงก็หาไม่ สมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง จัดแจงเศกองค์เองออกมาครองเมืองกัมพูชา ยกเอาพระยาอภัยภูเบศรเข้าไปอยู่ณเมืองปัตบอง ได้ปันเขตรแดนให้ขึ้นกับกรุงเด็ดขาดแล้ว กรุงเวียดนามก็รู้อยู่ เจ้าเมืองเขมรก็เปนข้าพึ่งสองพระมหานครอันใหญ่ องค์ทวายก็มาอยู่ดูผิดแลชอบ องค์จันทร์บังอาจทำล่วงเกินถึงเพียงนี้ เห็นผิดด้วยกันทั้งแผ่นดิน ซึ่งองค์จันทร์เจ้าเมืองเขมรอันน้อย บังอาจทำดังนี้หมายใจแต่จะให้กรุงเวียดนามรับเอาวิวาท จะทำให้ไมตรีสองกรุงใหญ่ร้าวฉานเสีย ถ้ากรุงเวียดนาม ยังคิดถึงทางพระราชไมตรี มีความรักใครในกรุงพระมหานครศรีอยุทธยาอยู่ องค์จันทร์ยังเปนดังนี้ จะให้กรุงพระนครศรีอยุทธยาผ่อนปรนประการใด ก็ให้ดำริห์ดูเถิด อนึ่งมอญมัตะมะขบถต่อใอ้พม่ายกครอบครัวหนีมา ณกรุงพระมหานครศรีอยุทธยา แจ้งความว่าเจ้าอังวะแต่งทูตให้ถือราชสาส์น มายังกรุงเวียดนาม ความซึ่งมอญว่าข้อนี้เท็จจริงประการใด กรุงพระมหานครศรีอยุทธยาจะใคร่แจ้งความ อนึ่งแต่เมืองเขมรเกิดความมาจนทุกวันนี้ หาเหมือนแต่ก่อนไม่ ล่ำฦๅว่าญวนจะไปตีเมืองไทยไทยจะมาตีเมืองญวน พูดจาต่าง ๆ กรุงพระมหานครศรีอยุทธยาก็มิได้เชื่อ อันกรุงพระมหานครศรีอยุทธยานี้ แต่ที่จะคิดเบียดเบียฬขอบขันธเสมากรุงเวียดนามนั้นหาไม่ ถึงกรุงเวียดนามจะไม่รักใคร่ในกรุงพระมหานครศรีอยุทธยาเลย แต่มิได้ทำสิ่งใดแล้ว กรุงพระมหานครศรีอยุทธยา ก็คงจะรักษาสุจริตอยู่ มิให้นา ๆ ประเทศล่วงติเตียนได้ แลการทั้งปวงนี้ ครั้นจะไม่แจ้งความมา เหมือนมีรังเกยจแก่กัน จึงแจ้งความมาจะได้เห็นความจริง รู้น้ำพระไทยทั้งสองฝ่าย

พระราชสาส์นมา ณวัน ฯ ค่ำปีกุญสัพศก ๚ะ๛

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ