ตอนที่ ๑๓ พลายแก้วได้เป็นขุนแผน ขุนช้างได้นางวันทอง

๏ จะกล่าวถึงโฉมเจ้าพลายแก้ว ครั้นผ่องแผ้วแสงสว่างกระจ่างไข
ออกนั่งหน้าโรงพลันทันใด ขุนนางไทยลาวหมอบนอบน้อมกาย
ปรึกษาเสร็จสงครามตามกระแส พอนายเวรตำรวจแร่เข้าในค่าย
นั่งลงยิ้มพยักทักทาย แน่นายมีรับสั่งอย่ารั้งรา
ให้เลิกทัพกลับไปยังกรุงศรี เจ้าพลายยินดีเป็นหนักหนา
จึงสั่งเพี้ยลาวท้าวพระยา อยู่รักษาบ้านเมืองให้มั่นคง
พลายแก้วสั่งไพร่ให้ผูกช้าง แลสล้างกูบดำงามระหง
ข้าวของเงินทองบรรทุกลง แล้วส่งครัวลาวให้ล่วงมา
ครั้นได้ฤกษ์ให้เลิกโยธี ฆ้องตีโห่กราวฉาวฉ่า
ยกหมู่พยุหบาตรยาตรา ช้างม้าดาทุ่งเป็นแถวทิว
เจ้าพลายแก้วขี่ช้างสัปคับ ควาญขับเข้าตรงดงละลิ่ว
ลมพัดธงชายปลายปลิว พระยาฉิวโชยกลิ่นสุมามาลย์ ฯ
๏ ลาวทองน้องขึ้นช้างพังยอด พี่เลี้ยงนั่งกกกอดสอดประสาน
ยังร้องไห้อยู่มิใคร่จะเบิกบาน รำคาญด้วยพ่อแม่แก่ชรา
เจ็บไข้ตายเป็นไม่เห็นผี ใครจะมีมาพิทักษ์รักษา
คนอื่นฤๅจะชื่นเหมือนลูกยา นางโศกาแซ่ซ้องมาก้องทาง ฯ
๏ พลายแก้วแว่วเสียงสำเนียงร้อง สงสารเจ้าลาวทองยังหมองหมาง
สั่งควาญหมอให้รอพลายกาง เทียบช้างชวนเจ้าลาวทองมา
ตระกองกกยกขึ้นสัปคับ แล้วจัดจับม่านบังทั้งหลังหน้า
กรกอดสอดกระสันจำนรรจา ชวนชมพฤกษาในป่าดอน
ใบดอกออกพริ้งทุกกิ่งก้าน ตูมบานช่อชูอยู่สลอน
หอมหวนประทิ่นกลิ่นขจร เกสรหล่นสล้างตามทางมา
เจ้าลาวทองค่อยคลายวายเศร้า นั่งเคล้าอิงแอบแนบหน้า
ให้แสนรักหักหายวายนํ้าตา เสนหาปลาบปลื้มลืมอาลัย
แล้วชี้ชมฝูงสัตว์จัตุบาท เกลื่อนกลาดเสือสิงห์วิ่งไสว
ชะนีบ่างค่างลิงบนกิ่งไทร ตัวผู้ฉวยได้ตัวเมียโยน
ขึ้นตะโพงโก่งกอดบนยอดไม้ อ้ายลิงใหญ่ไล่ชิงแล้ววิ่งโผน
บอกให้ลาวทองมองลิงโลน นางอายโอนตัวแอบไม่อาจแล
เจ้าเมืองกำแพงระแหงเถิน ก็ยกเดินล่วงด่านน่านแพร่
แต่เชียงทองนั้นให้กุมคุมตัวแจ ถึงท่านํ้าทำแพใส่พวกครัว
พลายแก้วลงเรือที่นอนใหญ่ เจ้าลาวทองน้องไม่ไปไกลผัว
ฝีพายลงเต็มลำประจำตัว บ้างชักหัวโยนยาวกันกราวเกรียว
ล่วงเมืองน้อยใหญ่พายกระหนํ่า เร่งรีบเร็วรํ่าตามน้ำเชี่ยว
ฝีพายจ้วงหน่วงหนักน้ำเป็นเกลียว ขับเคี่ยวเจ็ดวันตะบันมา
ถึงกรุงพอรุ่งจำรัสฉาย นายพลายอาบนํ้าแล้วผลัดผ้า
ชวนกันทันทีสี่พระยา เข้าในวังนั่งศาลาลูกขุนใน
พบเจ้าคุณผู้ใหญ่เข้าไปหา ท่านทักทายพูดจาปราศรัย
ไต่ถามคดีที่มีชัย แล้วบัญชาพาไปในท้องพระโรง ฯ
๏ จะกล่าวถึงพระองค์ผู้ทรงฤทธิ์ สถิตยังปรางค์มาศปราสาทโถง
ครั้นสุริยาสูงส่องขึ้นสองโมง เสด็จออกท้องพระโรงรจนา
นางในห้ามแหนแน่นเนื่อง เชิญเครื่องแห่ห้อมมาพร้อมหน้า
เสด็จประทับพระแท่นแผ่นศิลา เสนาประนมบังคมคัล
เสียงประโคมครื้นครึกกึกก้อง พิณพาทย์ระนาดฆ้องกลองสนั่น
เป่าสังข์กระทั่งแตรแจจัน พระทรงธรรม์ประภาษราชการ
ทุกตำแหน่งแถลงความไปตามเรื่อง มิให้เคืองบาทมูลที่ทูลสาร
มหาดเล็กอ่านถวายรายงาน พระสำราญฤทัยไพบูลย์
ท่านผู้ใหญ่ได้ทีทูลสนอง ขอเดชะพระผู้ครองมไหศูรย์
จงโปรดเกล้าข้าพเจ้ามากราบทูล เดิมมูลมีศึกเชียงใหม่มา
ล้อมเมืองเชียงทองเป็นสามารถ เจ้าเมืองไม่อาจรบรับกลับเข้าหา
ยินยอมพร้อมใจให้พารา ทรงพระกรุณาให้นายพลาย
คุมไพร่ขึ้นไปเป็นแม่ทัพ เข้ากันกับสามบุรีตีถวาย
พระบารมีตีได้สะดวกดาย ครอบครัววัวควายก็ได้มา
หอกดาบปืนผาอาวุธ เครื่องยุทธล้นเหลือทั้งเสื้อผ้า
ให้ส่งกรุงตามบาญชีตีตรา ขอพระกรุณาจงโปรดปราน ฯ
๏ ครานั้นพระองค์ผู้ทรงเดช ฟังเหตุตบพระหัตถ์อยู่ฉัดฉาน
อ้ายเชียงทองแสนกลเป็นคนพาล เอ้ยเอ็งคิดอ่านประการใด
จึงโหยกเหยกย้อนยอกกลอกกลับ หาคำนับน้ำพิพัฒน์สัจจาไม่
ฤๅเชื่อบุญอยู่ว่ามึงไม่พึ่งใคร นี่คิดอ่านอย่างไรให้ว่ามา ฯ
๏ เชียงทองได้ฟังรับสั่งซัก ให้อึกอักร้อนอกตกประหม่า
ขอเดชะพระองค์ทรงพระกรุณา อันโทษข้าผิดครันถึงบรรลัย
ใช่จะแกล้งเบือนบิดคิดคด หาเป็นขบถต่อฝ่าพระบาทไม่
คิดอ่านออกตัวด้วยกลัวภัย ไม่ยอมลงปลงใจก็วายปราณ
ด้วยเชียงใหม่ยกทัพมานับหมื่น ดาษดื่นล้วนลาวห้าวหาญ
แม่ทัพฟ้าลั่นสันบาดาล ก็หนังเหนี่ยวเชี่ยวชาญชาตรี
พอทัพไทยไปถึงเข้าวันนั้น จึงรีบรัดนัดกันไม่อึงมี่
มันหลงกลล่อลวงได้ท่วงที ออกตีกระหนํ่าซ้ำเติมไป
ไม่ทันรู้ที่จะสู้จึงเสียเชิง แตกเปิงตายป่นไม่ทนได้
แม้นมิโปรดโทษข้าถึงบรรลัย เป็นความสัตย์จริงใจได้กรุณา ฯ
๏ พระองค์ทรงฟังเชียงทองทูล นเรนทร์สูรจึงดำรัสตรัสว่า
กูยังสงสัยในวาจา เฮ้ยอ้ายพลายรู้มาว่ากะไร
ดูเป็นนกสองหัวชั่วช้า เชียงใหม่มาก็เบี่ยงเข้าเชียงใหม่
ครั้นไทยถึงก็พึ่งเข้ากับไทย ทำเป็นไม้ปักเลนอยู่โลเล ฯ
๏ เจ้าพลายแก้วรับสั่งบังคมทูล เค้ามูลเนื้อความไปตามเล่ห์
อันเชียงทองแปรปรวนทำรวนเร เห็นจะเทถ่ายตนให้พ้นตาย
แม้นว่าเข้ากับเชียงใหม่จริง ไหนจะวิ่งเข้าไปแดกแหกค่าย
ไม่ถอยเลยสักก้าวทั้งบ่าวนาย ถึงผิดมากหากหายด้วยชอบมี ฯ
๏ ครานั้นพระองค์ได้ทรงฟัง จึงดำรัสตรัสสั่งพระหมื่นศรี
ประทานของต้องตามความชอบมี เจียดกระบี่เสื้อใส่ได้ประทาน
ตัวอ้ายพลายให้ตั้งเป็นขุนแผน อยู่รักษาเขตแดนที่ปลายด่าน
คุมไพร่ห้าร้อยคอยเหตุการ แล้วประทานเรือยาวเก้าวา
ทั้งพระยากำแพงระแหงเถิน ได้รางวัลนั้นเกินที่อาสา
ถาดหมากคนโททองของนานา บังคมลาพระองค์ผู้ทรงธรรม์
ออกจากวังในมิได้ช้า รีบลงนาวาขมีขมัน
เชียงทองก็ครรไลไปด้วยกัน สิบห้าวันถึงบ้านสำราญใจ ฯ
๏ จะกล่าวถึงโฉมเจ้าพลายแก้ว เป็นขุนนางขึ้นแล้วท่านตั้งให้
มีชื่อเป็นขุนแผนแว่นไว บังคมลาคลาไคลลงเรือพลัน
พาเจ้าลาวทองสองพี่เลี้ยง นั่งเรียงมาในเรือที่นอนนั่น
ออกเรือจากท่ามาด้วยกัน โยนยาวฉาวลั่นสนั่นมา
พระจันทร์ทรงกลดหมดเมฆ ดูวิเวกในระหว่างกลางเวหา
ดาวดาษกลาดพร่างสว่างตา ต้องหน้าลาวทองละอองนวล
พระพายชายมาเวลาดึก รำลึกถึงพิมน้อยละห้อยหวน
ปานฉะนี้แก้วพี่จะคอยครวญ ฤๅรัญจวนเจ็บไข้ก็ไม่รู้
ไกลตาสารพัดจะขัดขวาง เสมือนอย่างคำบุราณนั้นมีอยู่
ว่านอนสูงนอนควํ่าชำเลืองดู มีเหตุก็จะรู้ซึ่งแยบคาย
อนึ่งถ้านอนอยู่เบื้องตํ่า ตำราพรํ่าสั่งสอนให้นอนหงาย
มีเมียงามมิให้ฝากกับแม่ยาย โอ้เจ้าสายสุดที่รักอยู่ไกลตา
นอนเดียวเปลี่ยวอกอยู่อ้างว้าง อ้ายขุนช้างหมายจิตรริษยา
ตริพลางทางเร่งฝีพายมา พอรุ่งแจ้งสุริยาถึงสุพรรณ
ให้จอดเรือเข้าที่หน้าท่า พอสายทองลงมาอยู่ที่นั่น
ดีใจไปบอกเจ้าพิมพลัน ว่าหม่อมพลายแก้วนั้นเธอกลับมา ฯ
๏ ครานั้นจึงโฉมเจ้าวันทอง เศร้าหมองโศกสร้อยละห้อยหา
เช้าเย็นเป็นทุกข์ทุกเวลา ได้ยินสายทองว่าก็ดีใจ
จับผ้าห้อยบ่าเผยหน้าต่าง เห็นเรือที่นอนจอดข้างสะพานใหญ่
หม่อมแก้วมาแล้วมิใช่ใคร ลงจากบันไดรีบเดินมา
ย่างเท้าก้าวลงที่เรือนอน เห็นฟูกหมอนม่านกั้นไว้หนักหนา
ขุนแผนเห็นน้องวันทองมา เผยม่านเยี่ยมหน้ามารับน้อง
วันทองเห็นหน้าน้ำตาตก ยกมือไหว้ผัวแล้วมัวหมอง
ออกปากยากจิตรจะพังพอง กอดสองเท้าผัวสะอื้นไป
ขุนแผนเห็นนางสะอื้นอ้อน เจ้าเพื่อนนอนพิมพี่เป็นไฉน
ดูผอมซูบผิดรูปแต่ก่อนไร ฤๅไข้ใจหมองมัวว่าผัวช้า
เห็นจริตผิดเพศถึงเพียงนี้ เสื่อมศรีเศร้าสร้อยเป็นหนักหนา
จึงร้องไห้ไม่บอกออกวาจา ต่อจะมีใครมากระทำแค้น
เห็นหน้าผัวมาจะดีใจ นี่ร้องไห้โศกเศร้าจนเหลือแสน
สิ้นรู้สิ้นฤทธิให้คิดแคลน คิดแล้วขุนแผนก็ถามมา
เป็นไรน้องหมองเศร้าเจ้าพิมเอ๋ย อย่าร้องไห้นักเลยฟังผัวว่า
ช้อนคางพลางเช็ดซึ่งน้ำตา เจ้าแค้นสิ่งไรมาในอกน้อง ฯ
๏ วันทองร้องไห้พิไรบอก ดังหนามยอกอกตรมระบมหนอง
ออกปากยากจิตรจะพังพอง พ่อครอบครองเมียอยู่เหมือนหนึ่งนก
ระวังรังรวงไม่ร่วงรา รักษาไข่ไว้มิให้ตก
กาเหยี่ยวมิได้เฉี่ยวฉวยฉก พ่อจากอกเมียไปไม่ถึงเดือน
อยู่หลังรังรวงก็ร่วงร้าง กาเหยี่ยวเฉี่ยวล้างลงกลาดเกลื่อน
ห้องหับยับไปไม่เป็นเรือน เพราะเพื่อนมิตรคิดคดขบถใจ
อ้ายขุนช้างมาบอกกับแม่น้อง ว่าหม่อมไปเชียงทองไม่มาได้
เสียทัพยับตายกระจายไป อ้ายลาวแทงทิ้งไว้ที่กลางดอน
เอากระดูกห่อผ้ามาให้ดู น้องรู้ร้องไห้ไม่หยุดหย่อน
กับสายทองสองคนบนที่นอน ข้อนอกฟกช้ำทุกเวลา
ไปดูโพธิ์สามต้นก็หล่นเหลือง ให้แค้นเคืองขุ่นเข็ญเป็นหนักหนา
สุดฤทธิ์สุดคิดจะโศกา จึงอุตส่าห์ทำบุญแล้วกรวดน้ำ
ตัดธงส่งบุญไปให้หม่อม ไม่วายตรอมโศกเศร้าทุกเช้าคํ่า
ล้มไข้เพราะใจเจ็บระกำ ปิ้มป้ำประหนึ่งจะบรรลัย
แม่ช่วยรักษาพยาบาล เป็นช้านานก็หาคลายหายขึ้นไม่
จึงไปถามขรัวตาวัดป่าเลไลย แกทายไว้ว่าเคราะห์จำเพาะเป็น
มิจากผัวก็ตัวจะบรรลัย จะแก้ไขอย่างไรไม่วายเข็ญ
ผลัดชื่อเสียใหม่จะใคร่เย็น เห็นว่าโรคนั้นจะบรรเทา
จึงผลัดชื่อเสียพลันว่าวันทอง จึงครอบครองทรัพย์สินมาดังเก่า
อยู่มาโรคาค่อยบางเบา อ้ายขี้เค้าขุนช้างก็วางมา
ทั้งผู้เถ้าผู้แก่มาแซ่บ้าน มาว่าขานกับท่านมารดาข้า
ว่าผัวตายเป็นหม้ายฉะนี้นา กฎหมายมีมาตามกระทรวง
ว่าผัวไปศึกสงครามเสีย เมียนั้นให้เก็บเป็นหม้ายหลวง
แม่ไม่รู้เท่ากลคนมันลวง มันจึงจ้วงขอข้าให้ขุนช้าง
แม่ศรีประจันแกโลภทรัพย์ รับให้มันจึงทำเป็นหอห้าง
หอเก่าเขารื้อไปวัดกลาง สร้างหอใหม่เสร็จแล้วสวดมนต์
ถ้วนเจ็ดวันน้องไม่เข้าหอ แม่แกตีด่าทอเสียจนป่น
ผูกมือโยงไว้ให้อายคน แต่ทนทนมาจนได้ถึงวันนี้
ว่าพลางทางเปลื้องผ้าขาวกรอง ดูหลังไหล่น้องยับเป็นสับสี
น้องแค้นแสนศัลย์พันทวี พ่อไม่เชื่อน้องนี้ก็จนใจ ฯ
๏ ครานั้นขุนแผนแสนสนิท แค้นคิดเลือดตาจะหลั่งไหล
ชิชะควรฤๅมิตรคิดนอกใจ เป็นไรเป็นกันในวันนี้
เมียกูเขาก็รู้อยู่ทั้งบ้าน อ้ายหัวล้านเล่นกันให้ป่นปี้
อีแก่แม่มันนั้นก็ดี จะจับจิกหัวตีให้หนำใจ
สมคบคิดกันจะเอาเมีย ว่าลาวแทงทิ้งเสียไม่มาได้
ให้ร้ายต่างต่างทุกอย่างไป ตัดรากโพธิ์ไทรเป็นลางร้าย
บังอาจน้องฤๅมารื้อหอ ปลูกเรือนคร่อมตอเล่นง่ายง่าย
ไม่ทดแทนมันได้มิใช่ชาย เจ้านายไม่เลี้ยงก็ตามที
นี่หากว่าวันทองไม่เข้าหอ รออยู่ถึงเจ็ดราตรีนี่
ถ้าหญิงอื่นก็จะเสียประเพณี เจ้าดีสิ้นสุดอยุธยา
แม้นหญิงอื่นหมื่นแสนก็ทำเนา จะชิงรักหักเอาพี่ไม่ว่า
นี่มาชิงเจ้าพิมนิ่มนวลตา เหมือนมันแขวะควักคว้าเอาดวงใจ
อ้ายพวกไพร่นั่งไยอยู่พรั่งพร้อม ลุกไปล้อมบ้านไว้อย่าช้าได้
ชักดาบแกว่งกวัดด้วยขัดใจ จะไล่ฟันเสียให้สิ้นทั้งสุพรรณ ฯ
๏ ครานั้นลาวทองอยู่ในม่าน เห็นผัวเดือดดาลจนตัวสั่น
ตกใจกลัวจะไปไล่ฟาดฟัน เผยม่านออกมากั้นขุนแผนไว้
งดก่อนผ่อนคิดให้จงดี ฟังคำเมียนี้อัชฌาสัย
บ้านเมืองมีขื่ออื้ออึงไย ไปไหนจะพ้นฝีมือกัน
ชอบผิดคิดให้เป็นเค้ามูล พิดทูลถ้อยความเป็นไรนั่น
พ่อจะบังอาจใจไล่ฟาดฟัน ภายหลังจะอันตรายตัว
ฟังความข้างเดียวมาด่วนโกรธ คุณโทษยังไม่เห็นว่าดีชั่ว
เขานั้นเป็นอย่างไรจึงไม่กลัว เมื่อเมียผัวเคยอยู่เป็นคู่ครอง
จะมิย่อมอย่างไรที่ไหนฤๅ จึงกล้าแข็งแย่งยื้อทั้งหอห้อง
ตื้นลึกพ่อจงนึกคะนึงตรอง ฟังน้องเถิดอย่าเพ่อละเมอเมา
เขามิใช่คอทั่งสันหลังเหล็ก เขาเด็กเล็กอยู่เมื่อไรที่ไหนเล่า
ทั้งท่านแม่ยายก็ยอมเอา เขาจึงกล้าเข้าได้พร้อมเพรียง ฯ
๏ ครานั้นวันทองได้ฟังว่า ดังฟ้าผ่าหัวแตกสักเจ็ดเสี่ยง
น้อยฤๅลอยหน้ามาขวางเคียง ขึ้นเสียงลอยทรงดังหงส์บิน
ตัดความห้ามผัวเจ้าตัวโปรด คุณโทษอย่างไรเข้าใจสิ้น
สงสัยใส่กลเป็นมลทิน ลอยลิ้นเล่นตัวให้ผัวรัก
นี่เมียหม่อมฤๅเจ้าจอมผู้หญิงไหน จึงตามไต้กระทั่งตอจนคอหัก
ฤๅพี่น้องของหม่อมสะพร้อมพรัก ฤๅลักลูกลาวตกได้กลางทาง ฯ
๏ เมียพี่คนนี้อยู่จอมทอง พ่อแม่ให้ครองพามาล่าง
เป็นลูกกว้านบ้านใหญ่พี่ไม่พราง ชื่อนางนี้ชื่อเจ้าลาวทอง
พี่พามาหมายจะให้ไหว้เจ้า พอเกิดความขวางเข้ามาขัดข้อง
ลืมไปไม่ทันจะปรองดอง สองเจ้าจงเอ็นดูพี่เถิดรา
ลาวทองน้องไหว้เจ้าพิมก่อน เจ้าพิมผ่อนโมโหอย่าโทษา
จงอดออมยอมกันอย่าฉันทา เนื้อความมีเราจะว่ากันต่อไป ฯ
๏ เถอะคะหม่อมเท่านั้นก็งามหน้า หาปรารถนาจะเอาไหว้ของใครไม่
ลงมาตั้งหน้ามาเมื่อไร ซึ่งได้ชู้เมียก็ไม่รู้
มาบอกผัวด้วยตัวนั้นเกิดความ ฤๅมาล่วงหยาบหยามให้เคืองหู
วิ่งมาวุ่นวายนํ้าลายพรู ฤๅฟังดูเห็นชอบเป็นขอบคัน
ถ้อยคำรํ่าหามดังครามทา มันงามหน้าอยู่แล้วฤๅไรนั่น
เป็นความแคลงแย้งว่าสารพัน คมสันเหน็บแนมให้แหลมความ
ดีชั่วก็ผัวเป็นบรรทัด ฤๅขัดนักเห็นใครไปไล่ห้าม
ช่างสำออยลอยนวลกระบวนงาม มิใช่ตามหม่อมแก้วมาเป็นเมีย ฯ
๏ ครานั้นลาวทองได้ฟังว่า แทบจะคลั่งเป็นบ้าประดาเสีย
แค้นใจดังไฟมาลามเลีย แคะเขี่ยค่อนว่าสารพัน
ไม่ทันรู้ว่าเจ้าจอมหม่อมเมียหลวง ใช่จะจ้วงจาบเจิ้นให้เกินทั่น
เห็นหม่อมพลายวุ่นวายจะฆ่าฟัน จึงห้ามก่อนผ่อนผันให้ดับแค้น
ว่าช้าช้าจะได้พร้าสองเล่มงาม ฤๅเนื้อความขวางไว้ให้นางแขวน
มิใช่ไม้ปักเลนเอนคลอนแคลน เห็นผัวเปรี้ยงก็จะแปร้นพิไรพลอย
มิห้ามไว้ไหนเธอจะหยุดเล่า เพราะเห็นเจ้าฮึกใหญ่ไม่ราถอย
เห็นไฟลุกฟืนซุกเสือกตะบอย ทิ้งฝุ่นฝอยเข้าไปหนุนทั้งดุ้นแดง
ที่ไม่ปรารถนาจะรับไหว้ มิใช่ว่าคนชั่วอีหัวแข็ง
ผัวสั่งตั้งใจจะจัดแจง ใช่จะแกล้งว่าไหว้จะเสียมือ
พอวุ่นวายเข้าด้วยกันไม่ทันไหว้ ข้าเป็นลาวชาวไพรประสาซื่อ
ไม่หยั่งรู้ตื้นลึกรึกรื้อ ชื่อเสียงหม่อมเมียนั้นชื่อใด
ถ้าแต่หลังรู้มั่งว่าเมียมี จะจัดของดีดีลงมาให้
ตามประสาชาวดงอยู่พงไพร ทั้งเนื้อไม้กฤษณาแลงาช้าง
นี่จนใจแล้วแม่มามือเปล่า ไม่ทันเอาอะไรมาให้บ้าง
พอรู้จักทักทายกันไว้พลาง นี่แน่นางข้าเจ้าไหว้อย่าโกรธา ฯ
๏ ชิชะถ้อยคำอีลาวดอน แง่งอนไม่น้อยร้อยภาษา
งาช้างเนื้อไม้มึงได้มา กูจะเกณฑ์ช้างงาออกไปรับ
เจ้าลาวทองก็มิต้องลงเดินดิน จะให้ขึ้นแคร่บินมาหยับหยับ
ให้เขาชมโฉมนางอยู่กลางทัพ ผลัดกันรับคานหามมาตามทาง
จึงจะสมสกุลคุณจอมทอง ด้วยยศศักดิบ้านช่องท่านกว้างขวาง
จะจัดแจงข้าวปลาไว้ท่านาง พอวางแคร่จะได้แร่เข้าทันควัน
ข้าขอบใจเจ้าระไวระวังผิด ด้วยความคิดรวดเร็วดังกังหัน
เห็นผัวฮึกก็สะอึกเข้าห้ามทัน หาไม่วันนี้วุ่นขึ้นจริงจริง
เพราะเจ้าห้ามความเงียบสงบหมด หายหดเพราะเจ้าจอมหม่อมผู้หญิง
หน้าเปรี้ยวตละเคี้ยวตลิงปลิง มาชักชิงดุ้นไฟไปชุบนํ้า
มิใช่ไม้ปักเลนเอนคลอนแคลน เจ้าเป็นดินเหนียวแน่นอยู่ยังคํ่า
เสาประโคนโยนลงสักเก้ากำ เล่นเอาหม่อมพลายพลำลงทั้งยืน
ถ้าหาไม่ที่ไหนจะอาจมา ทีนี้อยุธยาจะเป็นคลื่น
จะฦๅเล่าข่าวกันทุกวันคืน หญิงอื่นไม่เหมือนทั้งแผ่นดิน
ร้อยบ้านพันเมืองไม่เหลือหลอ จะชมปรออยู่แต่นางคนนี้สิ้น
อย่าว่าแต่มนุษย์ที่เดินดิน ถึงพระอินทร์ก็คงจะลงมา ฯ
๏ จริงแล้วคะคนดีสิมิชม มานิยมคนร้ายให้ขายหน้า
เราเหมือนหลักปักไว้ในศิลา ไม่ดูเยี่ยงหน้าท่าเป็นเลนตม
พอเรือจอดสอดเท้าก้าวก็เลอะ เปื้อนเปรอะไม่มีที่จะพาดผม
แกลบรำซ้ำมาทั้งอาจม จอกแหนแส่สมเข้าซ้อนซับ
ล้างน้ำตากแดดเสียให้สิ้น เพราะพืชดินเหลวคว้างเป็นยางหนับ
ข้าขอบใจที่จะให้เอาช้างรับ ข้ากับหม่อมพลายไม่มีช้าง
นี่วันทองสำรองไว้กล่นเกลื่อน รื้อเรือนปลูกใหม่ให้กวางขวาง
แต่ล้วนซับมันบ้างากางกาง ช้างคนช้างจริงทุกสิ่งมี
ได้ยินว่าป่วยไข้จนไผ่ผอม เพราะหม่อมพลายผัวพรากไปจากที่
ทั้งผู้คนบ่าวไพร่ก็ไม่มี เจ้าต้องขี่ขับช้างทุกเวลา
เสาส้างช้างชักหักระยำ จึงปลูกใหม่ใส่ซ้ำสะเออะหน้า
เคราะห์ร้ายหมอทายแต่ก่อนมา ศุกร์เข้าเสาร์คาอังคารแทรก
นี่หากว่าสะเดาะพระเคราะห์ทัน แต่กระนั้นเจียนจักแหล่นแหลก
จึงผลัดชื่อโกนหัวให้ผัวแปลก ถึงแม้นแตกก็จะติดสนิทรอย ฯ
๏ ถึงกระนั้นก็การอะไรใคร ฤๅช้างแทงมึงเข้าไปจนคอหอย
ทุดอีลาวชาวป่าขึ้นหน้าลอย แม่จะต่อยเอาเลือดลงล้างตีน
เจ็บใจไม่น้อยสักร้อยเท่า ดังใครเอาดาบฟาดให้ขาดวิ่น
สายทองกับอีปลีทั้งอีจีน ปีนเรือลงมาด้วยมาช่วยกู
เป็นไรเป็นนะไม่ละกัน ขุนแผนเข้ากั้นน้องวันทองอยู่
ลาวทองแอบหลังบังผัวดู พวกสายทองกรูจะตบเอา
อย่าอย่าวุ่นวายเจ้าสายทอง เป็นไรน้องมาเป็นเช่นนี้เล่า
ชอบแต่จะปลอบนางให้บางเบา อย่านะเจ้าวันทองจงอดใจ
ไม่แล้วคะหม่อมไม่ฟังสิ้น ถึงพระอินทร์ลงมาห้ามหาฟังไม่
หม่อมไม่เลี้ยงแล้วก็แล้วไป ฟาดฟันลงไว้ในนาวา
ถึงผัวด่าสักเท่าไรก็ไม่เถียง จะต่อยสักสิบเสี่ยงก็ไม่ว่า
นี่อีลาวชาวดอนค่อนเจรจา อีกินกิ้งก่ากบจะตบมัน
ว่าพลางฉวยแขนเจ้าลาวทอง ขุนแผนร้องอย่าอย่าเอามือกั้น
ลาวทองหลีกหลบตบไม่ทัน ข่วนขุนแผนนั้นเข้าเต็มมือ
เออก็ดูเอาเถิดอะไรนี่ ไม่กลัวพี่บ้างเจียวทีเดียวฤๅ
ยิ่งห้ามยิ่งลามดังไฟฮือ ดีก็ดื้อเข้ามาจะเป็นไร
ตีก็ตีเข้าเถิดเจ้าพลายแก้ว ผิดแล้วหาเคยเป็นเช่นนี้ไม่
เดี๋ยวนี้ฮึกฮักทำหนักไป จะเหาะได้แล้วกระมังกำลังมัว
เห็นเราอะไรชังดังเห็นเสือ ถูกยาเบื่อแล้วฤๅหม่อมเจ้าจอมผัว
มันแขวะควักออกให้กินจนสิ้นตัว ซาบทั่วขนเข้ากระดูกดำ
สีหน้าฝ้าขลับจับจมูก ป้ายถูกริมฝีปากถลากถลำ
นานไปก็จะซานคลานระยำ มันจะซ้ำขี่คอเล่นต่างวัว
เอ๊ะเอาแล้วสิเจ้าวันทอง เกินหนักแล้วน้องไม่เกรงผัว
ดึงดื้อถือผิดไม่คิดตัว ถึงมิกลัวก็จะเกรงบ้างเป็นไร
ชั่วดีพี่ก็ได้เป็นผัวเจ้า หาได้ช่วยเรามาเป็นผัวไม่
อย่าหนักไปนักมักขัดใจ มาตีปลาหน้าไซให้เสียปลา
ถ้ารักตัวกลัวอายจงวายแค้น อย่าเปรี้ยงแปร้นแปร้นนักจักขายหน้า
ถ้ามิฟังยั่งยืนขืนเข้ามา มิอายชาวพาราก็ดูเอา ฯ
๏ รู้แล้วว่าไม่รักอย่าพักว่า จะฆ่าเสียก็ฆ่าเถิดหนาเจ้า
แกล้งพามาบ้านประจานเรา พอรู้เท่ากันสิ้นเจ้าลิ้นทอง
ได้แต่เพียงอีกาลีเมือง ยังตั้งเรื่องประหนึ่งจะทุบถอง
ถ้าได้ดีไปกว่านี้อย่านึกปอง จะลงรองรับที่กลางเป็นอ่างน้ำ
ถึงพ้นวันทองไปก็ไม่ช้า จะเป็นเขียงสับปลาทุกเช้าคํ่า
อีลาวมันจะสับยับระยำ สิ้นบุญสิ้นกรรมกันวันนี้
ว่าพลางโจนขึ้นบนสะพาน จะตักน้ำล้างบ้านเอาตีนสี
สิ่งไรมิให้เป็นราคี น้ำท่ามีอยู่จะถูเช็ด
ทั้งน้ำมันกระจกกระแจะแป้ง จะทิ้งไว้ให้แห้งเป็นสะเก็ด
ให้สิ้นวายหายชาติของคนเท็จ จะขุดเวจพื้นดินให้สิ้นรอย
ขาดเด็ดเสร็จกันในวันนี้ ไม่มีอาลัยเท่าปลายก้อย
ถึงพระอินทร์ลงมาว่าก็อย่าคอย ที่วันทองนั้นจะถอยมาคืนดี ฯ
๏ เหม่อีวันทองจองหองจ้าน จะมาพาลเอาผิดกูฤๅนี่
เมื่อแรกลงมาคิดว่าดี เดิมทีกูก็ยังไม่รู้กล
แกล้งมาร้องไห้พิไรบอก ยักยอกไม่น้อยอีสร้อยสน
กูจับมึงได้สิ้นลิ้นกะลาวน จวนจนกลัวกูจะขึ้นไป
ฟันอ้ายขุนช้างไว้กลางบ้าน มันรักผัวหัวล้านไม่นิ่งได้
พาลด่าลาวทองป้องปิดไว้ จนได้ทะเลาะตัดรอนกู
ไม่ปรารถนาจะค้าคบ อีหน้าด้านพาลตลบน่าอดสู
ผัวไปยังไม่พ้นประตู คบชู้แช่เล่มไว้เต็มใจ
ตำแยเจ้าเอ๋ยมันแสนคัน จะเท่ามันคนนี้หามีไม่
กลากเกลื้อนขี้เรื้อนพรรไน หยูกยาหาใส่ก็หายคัน
อีชาติชั่วเป็นตัวเท่าตัวหนอน ไชชอนดิบเดี้ยมจนตัวสั่น
ถึงหายาให้สิ้นถิ่นสุพรรณ วันเดียวก็จะสิ้นตำรายา
มึงตายเสียเถิดวันทองเอ๋ย อย่าอยู่เลยชักดาบออกเงื้อง่า
กระทืบโผงผางกลางนาวา จิกหัวเอามาฆ่าให้ตาย ฯ
๏ ครานั้นวันทองก็ตกใจ วิ่งขึ้นเรือนใหญ่มิ่งขวัญหาย
ถึงที่นอนกลิ้งเกลือกลงเสือกกาย โอ้ว่าพ่อพลายของเมียอา
เสียแรงน้องครองตัวไม่มัวหมอง ดังแว่นทองส่องสว่างพระเวหา
ดุจไข่ฝังไว้ในศิลา อุตส่าห์ซ่อนเร้นทั้งเรือดไร
แต่พระพายมิได้ชายมาพัดต้อง ตัวน้องราคีหามีไม่
สงวนตัวท่าผัวไว้เท่าไร พอได้พบผัวก็เกิดความ
จะโทษผัวว่าชั่วกะไรได้ สาแก่ใจวาจาเราหยาบหยาม
ทีนี้และหน้าเป็นทาคราม ผัวห้ามยังฮึกไม่เห็นภัย
สารพัดตัดเด็ดสำเร็จขาด ประมาทนักหักป่นไม่ทนได้
ดังไม้สูงสุดเพื่อนไม่พึ่งใคร ลมประลัยพานพัดก็พังลง
โอ้แต่นี้อกวันทองเอ๋ย ไม่ควรเลยที่จะแหลกเป็นผุยผง
จะครองตัวไว้ไยให้คืนคง เสมือนหงส์ปีกหักลงปลักตม
สุดสิ้นสีทองที่ผ่องแผ้ว จะกลายเป็นกาแล้วเพราะขื่นขม
เชื้อหงส์พงศ์เผ่าจะพาจม เพราะคารมจึงได้ร้อนรำคาญใจ
เจ้าประคุณทูนหัวของเมียแก้ว ลับแล้วเช้าเย็นหาเห็นไม่
พ่อเพื่อนกินเพื่อนนอนแต่ก่อนไร เพื่อนไข้เพื่อนสุขทุกเวลา
แต่ริรักพึ่งจักทะเลาะกัน พ่อมาทันน้องรีบลงไปหา
พ่อรักน้องหมายครองดังก่อนมา เพราะอีมารริษยามันกาลี
น้อยใจใจถ่อยนี้น้อยฤๅ มาด่วนดื้อดึงได้ไม่พอที่
ถ้าอดใจกลั้นไว้สักครึ่งปี จะได้ตีต่อยทำให้หนำใจ
ผิดแล้วพ่อพลายพลอยทิ้งขว้าง จะหลีกหนีอ้ายขุนช้างกะไรได้
หนักอกแม่จะยกให้มันไป เมื่อไม่มีรักใคร่ในอารมณ์
แต่อายุเพียงนี้มีสองผัว แสนชั่วแสนถ่อยทุกเส้นผม
มีแต่จะอับอายไม่วายตรม ชีวิตสิ้นดินถมก็ชื่อฦๅ
ความเจ็บเท่าไรจะรู้หาย ความอายเมื่อไรจะสิ้นชื่อ
ดังหมึกสักปักไว้ที่หลังมือ ยังจะรื้อรักรูปไปไยมี
ตายเสียตายเถิดประเสริฐกว่า คว้าได้เชือกลากมาจากที่
ยกมือกราบงามลงสามที ชาตินี้น้องพลัดพ่อพลายแล้ว
กลัวอายจะตายไปคอยท่า ชาติหน้าขอพบพ่อพลายแก้ว
อย่าให้อ้ายขุนช้างมาวี่แวว ว่าแล้วแฝงม่านลุกขึ้นมา
เกาะเสาเท้าปีนขึ้นถึงขื่อ สองมือผูกคอให้แน่นหนา
พอตัวไกวไหวยวบถึงหลังคา พอสายทองเข้ามาก็ตกใจ
อุ้มเอาวันทองร้องหวีดหวีด แล้วฉวยมีดมาตัดเชือกเสียได้
ร้องแซ่แม่เอ๋ยมาไวไว วันทองทำได้ผูกคอตาย ฯ
๏ ศรีประจันร้องว้ายกูตายจริง ลุกขึ้นวิ่งล้มควํ่าคะมำหงาย
ขุนช้างโผนมานัยน์ตาลาย ล้มจมแม่ยายลงตํ้าอัก
ศรีประจันเจ็บครางว่าอ้ายช้างเถ้า กระแทกเอาก้นกบกูแทบหัก
ขุนช้างร้อยว้ายตาลายนัก สะบักลูกก็จมไปเจียนตาย
ข้าไทในเรือนก็ร้องแซ่ นวดแก้เจ้าวันทองมิใคร่หาย
สายทองร้องแซ่แน่หม่อมพลาย วันทองผูกคอตายมาดูใจ ฯ
๏ ขุนแผนขัดใจดังไฟติด กูหาคิดถึงอีวันทองไม่
สั่งข้าผูกช้างพลางจะไป บ้านเขาชนไก่ของมารดา
ข้าไทผูกช้างแล้วเสร็จสรรพ รับขนของใส่ลงหนักหนา
สำเร็จเสร็จพลันมิทันช้า ขุนแผนมาขึ้นช้างกับลาวทอง
นางวันนางเวียงพี่เลี้ยงนาง ขึ้นช้างพังใหญ่ไปทั้งสอง
บ่าวไพร่หาบหามตามเป็นกอง สองวันก็ถึงกาญจน์บุรี ฯ
๏ ผู้คนช้างม้ามามากหลาย ฝ่ายว่าท่านยายทองประศรี
แลไปจำได้ก็ยินดี ร้องมี่ลูกกูมาโน่นแล้ว
เยี่ยมมองป้องหน้าคาบันได อายเด็กเหวยไวไวรับพลายแก้ว
มันมาเป็นสองอีวันทองแล้ว ขากทุดออแก้วเอามาไย
ขุนแผนปลงช้างพานางมา กราบตีนมารดาว่ามิใช่
เล่าให้แม่แต่ต้นจนปลายไป จนได้ทะเลาะกับวันทอง
ทองประศรีว่าอีพ่อเอ็งอย่าเล่า อีแม่เถ้าศรีประจันมันจองหอง
ยกไปให้อ้ายขุนช้างครอง แม่ไปว่ามันร้องให้อึงไป
กูตัดเด็ดเสร็จสิ้นแต่วันนั้น อีวันทองเลี้ยงมันนั้นไม่ได้
แล้วผินหน้าว่ากับลาวทองไป จะฝากไข้ฝากผีกับลูกยา
ตามยากตามมีแม่จะให้ มาอยู่ด้วยกันไปจนภายหน้า
รักตัวสงวนตัวกลัวนินทา แล้วสั่งข้าขนของขึ้นบนเรือน
ช้างม้าข้าไทไปผูกแหล่ง จัดแจงข้าวของมิให้เกลื่อน
ลาวได้มาใหม่ไปปลูกเรือน เกลื่อนอยู่กลางบ้านออกพล่านไป ฯ
๏ จะกล่าวถึงขุนช้างนอนเฝ้าหอ สิบห้าวันงอนหง่อหาหลับไม่
มันให้วุ่นงุ่นง่านรำคาญใจ ละเมอไล่กอดหมอนไม่เว้นวัน
สองยามสามยามก็ไม่หลับ แต่พอผอยม่อยกลับขยับฝัน
ลุกขึ้นทั้งหลับกลับตาชัน มือยันที่นอนดังจะแหกพัง
เสียงกุกลุกขึ้นชะแง้หา มาแล้วฤๅแม่มาอย่าถอยหลัง
ได้ยินเสียงตุ๊กแกร้องลงมองฟัง ผุดลุกผุดนั่งแล้วกลับนอน
หงายควํ่าซ้ำพลิกตัวตะแคง ขาแข้งแข็งไปดังไม้ท่อน
ลุกขึ้นอ่านเพลงยาวกล่าวกลอน โอ้สมรที่นอนเย็นเป็นน้ำรด
จะทำอย่างไรที่ไหนเล่า จะได้กินข้าวเม่านํ้าตาลสด
เจ้าท่อนจันทน์ขวัญตาพิลาลด แต่พี่อดมาครันเข้าวันพระ
ขอให้รวยระแร่มาแก้จน ให้ปะนํ้าวนบางกะจะ
ดูดขันจมวนก้นกะทะ ขอให้ปะเจ้าสักหน่อยคอยจะตาย
แล้วเผอเรอหัวร่ออ่อแม่คุณ วันนี้จะอุ่นให้หนาวหาย
ได้โปรดหัวลูกแก้วจะค่อยคลาย ผีย่าผียายมาช่วยกัน
พ่อขุนพ่อหลวงทั้งปวงสิ้น จะให้กินเหล้าเข้มกับหมูหัน
จงดลใจให้เจ้าเข้ามาพลัน จะรับขวัญรวยแร่อีแม่ละลวย
ผีพรายปากกล้ามาช่วยกู ทั้งอ้ายผีเจ้าชู้ก็มาด้วย
จะเซ่นไม้สอยผมให้สมรวย นํ้ามันตะนีหวีด้วยจะแทนคุณ ฯ
๏ ครานั้นศรีประจันท่านแม่ยาย เห็นลูกเขยกระสับกระส่ายอยู่วายวุ่น
ปลอบลูกเจ้าอย่าเฉยเลยแม่คุณ เนื้ออุ่นของแม่อย่ารั้งรอ
ถ้วนสิบห้าวันวันนี้แล้ว ลูกแก้วจงลุกไปเข้าหอ
ขุนช้างคอยแหงนจนแค้นคอ อย่าคิดท้อถอยเลยนะลูกอา ฯ
๏ แม่เจ้าประคุณของลูกแก้ว จะแกล้งฆ่าลูกแล้วกระมังหนา
ผัวลูกไปทัพพึ่งกลับมา ก็เห็นอยู่แก่ตาแม่ด้วยกัน
ถ้าผัวมาไม่รอดมอดม้วย จะสมสู่อยู่ด้วยไม่เดียดฉันท์
นี่พึ่งจากวันทองไปสองวัน จะขืนคั้นคอลูกให้จำตาย
เสียแรงอุ้มท้องวันทองมา แม่จะฆ่าลูกเสียได้ง่ายง่าย
ลูกจะอยู่เป็นคนไม่พ้นอาย เพราะได้อ้ายหัวล้านรำคาญใจ ฯ
๏ พูดผิดพูดถูกลูกจองหอง ผัวเงินผัวทองหาเอาไม่
นั่งกินจนตายสบายใจ หัวล้านทำไมกับหัวมัน
เฝ้าบ่นวุ่นวายถึงพลายแก้ว มันมีเมียใหม่แล้วฤๅไม่นั่น
มันด่ามึงอึงสะท้านทั้งสุพรรณ ตัดกันขาดแล้วไม่เอ็นดู
ถ้ามิฟังคำแม่ทำแชเชือน มึงไปเสียจากเรือนอย่าได้อยู่
ยากเย็นเป็นตายอย่าหมายกู ฉุดวันทองลากลู่ถูออกมา
วันทองกระถดหนีศรีประจัน ต่างคนต่างดันกันจมฝา
ขุนช้างลนลานควานขี้ตา เปิดประตูคอยท่าไว้งับแง ฯ
๏ ศรีประจันไม่หยุดแกฉุดลาก อีว่ายากฉิบหายมันจะขายแม่
นํ้าตานํ้ามูกดังลูกกะแอ แยงแย่มือลากกระชากชัก
มือหลุดผลุดล้มลงจมฝา ผ้าขาดดังควากหัวฟากหัก
วันทองล้มคะมำลงต้ำอั๊ก ศรีประจันหันผลักหกคะเมนไป
ตีซ้ำตํ้าผางไม่วางมือ มึงไม่ไปจริงฤๅกูหาฟังไม่
วันทองร้องแซ่แม่ขืนใจ แม่ข้าไหว้ชาวบ้านวานมาดู
ตาผลหัวล้านอยู่บ้านใกล้ ตกใจว่าขโมยมาแทงหมู
ฉวยหอกออกมาคาประตู ร้องว่าสู้มันหวาอย่าละกัน
ศรีประจันขัดใจว่าไอ้ผล การกลอะไรของมึงนั่น
อ้ายหัวล้านอกขนลุกลนครัน ใครแทงหมูของมันจึงร้องไป ฯ
๏ ขุนช้างคิดว่าแม่ยายด่า ฟ้าผี่เถิดฉันหาได้แทงไม่
ส่งวันทองมาช้าอยู่ไย ศรีประจันขัดใจไอ้บ้ากาม
ผินหน้ามาฉุดวันทองไป ผ้าหลุดขัดใจอยู่งุ่มง่าม
มาถึงไม้เลียบเหยียบถูกชาม ชามแตกมันก็ปามเอาตีนแก
ศรีประจันร้องว้ายกูตายหวา ยกขาขึ้นแกว่งเลือดแดงแจ๋
มันถ่อยพ้นกำลังอีรังแก วันทองฉวยแคร่ยุดแน่นไว้
ศรีประจันชักชามที่ตำตีน ปีนแคร่มาฉุดวันทองใหม่
มือหลุดจากแคร่แม่ลากไป ขึ้นบนหอใหม่อยู่วุ่นวาย
พัลวันเข้าไปในประตู วันทองลากถูผ้าห่มหาย
ขุนช้างโผนมานัยน์ตาลาย หลงจูบแม่ยายเข้าสองที
ศรีประจันงันงกผลักอกต้าน อ้ายหัวล้านโสโครกกระโหลกผี
ขุนช้างร้องว้ายตายครั้งนี้ หลงขี่แม่เมียเข้าเสียการ
วางแม่ยายมาคว้าวันทอง ฉุดเข้าในห้องอยู่งุ่นง่าน
กรักกรุกคุกเข่าเหมือนเต่าคลาน กูจะขึ้นวิมานวันนี้แล้ว
วันทองร้องอึงอยู่ในห้อง ขุนช้างข่มเหงน้องพ่อพลายแก้ว
อ้ายห่ามันจะฆ่าเมียเสียแล้ว หูตาบ้องแบวเหมือนแมวคราว
อ้ายขี้ถ่อยถอยไปให้พ้นกู หัวหูเหมือนลูกมะพร้าวห้าว
ขุนช้างฮึดฮือยื่นมือยาว น้าวสองหัวไหล่เข้าในมุ้ง
วันทองถีบผางเข้ากลางอก พลัดตกจากเตียงเสียงดังผลุง
ขุนช้างผุดกลับขึ้นทับพุง สายมุ้งขาดสิ้นดิ้นแทบตาย
มุ้งพันวันทองดังไข่พอก กูหายใจไม่ออกอ้ายฉิบหาย
ขุนช้างไขว่คว้านัยน์ตาลาย มุ้งพันวุ่นวายอยู่สิ้นที
แค้นใจด้วยมุ้งยุ่งจริงจริง พอรุ่งขึ้นกูจะทิ้งเสียเวจขี้
ฉีกมุ้งออกได้ไล่คะยี มุ้งยังพันดีแต่วันทอง
ขุนช้างเลิกมุ้งที่พันตัว พันไว้แต่หัวให้มีช่อง
ได้ทีสบสมอารมณ์ปอง วันทองจนใจอยู่ในโปง
ร้องจนตาปลิ้นดิ้นจะลุก กูจุกขึ้นมาแล้วอ้ายตายโหง
ถีบขุนช้างล้มจมโก้งโค้ง ขุนช้างโลดโดดโหยงอยู่ยักยัน
สะดุดขันน้ำเข้าต้ำฉ่า น้ำเปียกแข้งขาอยู่ตัวสั่น
วันทองหลุดผลุดนั่งทั้งมุ้งพัน ขุนช้างงกงันเข้าง้างคอ
ปล้ำล้มจมเตียงเสียงตํ้าเฮือก วันทองเสือกตำฝาตาป๋อหลอ
อัศจรรย์ฟ้าลั่นฝนตกปรอ เสียงจ้อไหลอาบซาบแผ่นดิน
กุ้งปลาดีใจไล่ผุดโผล่ แต่ล้วนตัวโตโตเข้าเคล้าหิน
เทโพเทพาเที่ยวหากิน ว่ายวารินชำแรกแทรกถึงพื้น
วันทองหมองศรีมีแต่ทุกข์ ข้างขุนช้างเป็นสุขสำราญรื่น
รักนางพ่างเพียงจะกลํ้ากลืน หญิงอื่นหมื่นแสนพี่ไม่รัก
เงินทองไม่น้อยร้อยกระบุง พี่ก็มุ่งจะให้เจ้าบุญหนัก
ไปไหนก็มิให้เจ้าเหนื่อยพัก ขี่คอผัวรักต่างช้างพลาย ฯ
๏ วันทองฮึดฮัดสะบัดหน้า แค้นตัวชั่วช้าไม่รู้หาย
คิดขึ้นมาถึงผัวปิ้มตัวตาย แสนอายมิให้ใครเห็นหน้าตา
อยู่แต่ในห้องได้สองวัน โศกศัลย์พ่างเพียงจะเป็นบ้า
จำใจอยู่ด้วยขุนช้างมา พอลับหลังโศกาถึงเจ้าพลาย
ไม่เป็นกินอยู่ทั้งปลาข้าว ตื่นเช้าก็นอนไปจนสาย
ตรอมใจเพียงนางจะวางวาย มือฟายน้ำตาอยู่ฟูมฟอง ฯ
สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ