๏ พระราชพงษาวดารสังเขป, จบบริบูรณ ๚ะ๛

๏ จักดำเนิรเรื่องต้นพระราชพงษาวดาร, โดยลำดับโบราณมหาราชครองราชย์สมบัติ, สืบๆ กันมาในสยามประเทศนี้ว่า, เดิมพระเจ้าแผ่นดินพระองค์หนึ่งครองราชสมบัติ, อยู่ณะเมืองเชียงรายในโยนกประเทศ, เปนพระนครใหญ่ มีพระเจ้ามหาราชองค์หนึ่ง, ครองสมบัติอยู่ณะเมืองสตอง, ยกกองทับมาตีเมืองเชียงราย, ได้ทำสงครามแก่กัน, พระเจ้าเชียงรายพ่ายแพ้เสียเมืองแก่พระยาสตอง, จึ่งกวาดครอบครัวอพยบ, ชาวเมืองเชียงรายหนีข้าศึกมายังแว่นแคว้นสยามประเทศนี้, ข้ามแม่น้ำโพมาถึงเมืองแปบเปนเมืองร้าง. อยู่คนละฟากฝั่งกับเมืองกำแพงเพ็ชร, ด้วยบุญญานุภาพของพระองค์เปนมหัศจรรย์, บันดานให้ร้อนถึงสมเดจ์อมรินทราธิราชนิมิตรพระกายเปนดาบศ,เสดจ์ลงมาประดิษฐานอยู่ตรงน่าช้างพระที่นั่ง. แล้วตรัสบอกว่า, ให้ตั้งพระนครในที่นี้, เปนที่ไชยมงคลพ้นไภยปัจจามิตร. แล้วก็อันตรธานหายไปเฉพาะพระเนตร. พระเจ้าเชียงรายก็ทรงพระโสมนัศตรัสว่า, พระดาบศองค์นี้ชะรอยจะเปนสมเดจ์อมรินทราธิราช, แส้งจำแลงพระกายมาบอกให้เปนแท้. จึ่งให้ตั้งชมรมสำนักนิ์ไพร่พลอยู่ในที่นั้น. แล้วให้สร้างพระนครพร้อมด้วยเชิงเทินป้อมต้ายค่ายคูประตูหอรบครบบริบูรณ แล้วสร้างพระราชนิเวศถาน, แลบ้านเรือนแสนท้าวพระยาลาวเหล่าอำมาตยราษฎรทั้งปวง, อาไศรยอยู่ในเมืองนั้นสำเรจ์แล้ว. ให้นามเมืองว่าเมืองไตรยตรึงษ. เหตุสมเดจ์ท้าวสหัสไนยมาชี้ที่ให้, ก็เสดจ์ครองราชสมบัติอยู่ในพระนครนั้น, ตราบเท้าทิวงคต. แลพระราชโอรสนัดดาได้ครองสมบัตสืบพระวงษต่อกันมาถึงสี่ชั้วแผ่นดิน. ครั้งนั้นยังมีชายเข็ญใจคนหนึ่ง, เปนปมเปาทั่วทั้งกาย, คนทั้งหลายร้องเรียกชื่อว่านายแสนปม. ๆ นั้นทำไรปลูกพริกมเขืออยู่ที่ใกล้ฝั่งแม่น้ำ. ใต้เมืองไตรยตรึงษลงไปทางวันหนึ่ง, เก็บผลพริกมเขือขายเลี้ยงชีวิตร. แลมเขือต้นหนึ่งนั้นอยู่ใกล้ห้างที่อาไศรย นายแสนปมไปถ่ายปัสสาวะลงที่ริมต้นนั้นเปนนิจ, มเขือนั้นออกผล,ผลหนึ่งใหญ่กว่าผลมเขือทั้งปวง. เหตุซาบไปด้วยรศแห่งมูตร, อันเจือไปด้วยสัมภวะราค. ภอพระราชธิดาพระยาไตรยตรึงษหยากเสวยผลมเขือ, จึ่งใช้สาวใช้ไปเที่ยวซื้อ, ก็ได้ผลมเขือใหญ่นั้นมาเสวย, นางก็ทรงพระครรภ์, ทราบถึงพระราชบิดาตรัสไต่ถาม, ก็ไม่ได้ความว่าคบหาสมัคสังวาศกับด้วยบุรุษผู้ใด. จนพระครรค์แก่กำหนดทศมาศก็ประสูติพระราชกุมาร, บริบูรณด้วยบุญธัญลักษณะ. พระญาติวงษทั้งหลายบำรุงเลี้ยงพระราชกุมาร, จนทรงพระจำเริญขึ้นพระชนม์ได้สามขวบ. สมเดจ์พระไอยกาทรงพระราชดำหริจะทดลองเสี่ยงทายแสวงหาบิดาพระรากุมาร. จึ่งให้ตีกลองเป่าร้องแต่บันดาชายชาวเมือง, ให้เข้ามาประชุมในน่าพระลานให้สิ้น, ให้ถือขนมแลผลไม้สิ่งใดสิ่งหนึ่งมาจงถ้วนทุกคนแล้วจึ่งทรงพระสัตยาธิฐานว่า, ถ้าบุรุษผู้ใดเปนบิดาของกุมารนี้, ขอให้กุมารจงรับเอาสิ่งของในมือแห่งบุรุษผู้นั้น, มาบริโภคให้เหนประจักษ์เถิด แล้วให้นางนมอุ้มพระราชกุมารออกไปสู่ที่ประชุมชนในพระลาน. ฝ่ายนายแสนปมนั้น, ได้แต่ก้อนเข้าเย็นถือมาก้อนหนึ่ง, พระราชกุมารก็วิ่งเข้ากอดฅอนายแสนปม, แล้วรับเอาก้อนเข้าเย็นมาเสวย. คนทั้งปวงเหนก็พิศวงชวนกันกล่าวติเตียนต่าง, ๆ พระเจ้าไตรยตรึงษก็ลอายพระไทยได้ความอัประยศ. จึ่งประทานพระราชธิดากับทั้งพระนัดดานั้น, ให้แก่นายแสนปม, แล้วให้ลงแพลอยไปจากเมือง. ครั้นแพลอยลงไป, ถึงที่ไร่มเขือ, นายแสนปมก็ภาบุตรภรรยาขึ้นอยู่บนห้าง, อันเปนที่อาไศรย. ด้วยบุญญานุภาพของชนทั้งสาม, ก็บันดานร้อนถึงสมเดจอมรินทราธิราช, จึ่งนฤมิตรพระกายเปนวานร, ถือเอากลองทิพย์มาส่งให้แก่นายแสนปม. แล้วตรัสบอกว่าถ้าท่านจะปราถนาสิ่งใด, จงตีเภรีรนี้อาจให้สำเรจ์ความปรารถนาทุกประการ. แล้ววานรก็หายไปในที่เฉพาะหน้า, นายแสนปมก็แจ้งว่า, เทพยดานำเอากลองทิพย์มาให้มีความยินดีนัก, จึ่งตีกลองเข้าปราถนาจะให้รูปงาม, แลปมเปาทั้งปวงนั้นก็หายสิ้น,รูปกายก็งามบริสุทธิ จึ่งนำเอากลองทิพย์นั้นมาสู่ที่สำนักนิ์, แล้วบอกเหตุแก่ภรรยา. นางนั้นก็มีความโสมนัศ, จึ่งตีกลองนฤมิตรทองธรรมชาติให้ช่างทอง, ทำอู่ทองให้โอรสไสยาศน์. เหตุดั่งนั้นพระราชกุมารจึ่งใด้นามปรากฎว่าเจ้าอู่ทองจำเดิมแต่นั้นมา. ๚ะ

๏ ลุศักราชได้ ๖๘๑ ปีมแมเอกศก, จึ่งบิดาเจ้าอู่ทองราชกุมาร,ก็ตีทิพย์เภรีนฤมิตรเปนพระนครขึ้นในที่นั้น, มีทั้งปราการเชิงเทินป้อมต้ายค่ายคูประตูหอรบครบบริบูรณทุกสิ่ง, พร้อมทั้งพระราชวังบวรนิเวศถาน.จึ่งตั้งนามว่า, เมืองเทพย์นครเหตุสำเรจ์ด้วยเทวานุภาพ. ครั้งนั้นประชาชนทั้งหลาย, ชักชวนกันมาอาไศรยตั้งบ้านเรือนอยู่, ในพระนครนั้นเปนอันมาก. เมืองนั้นก็มั่งคั่งสมบูรรณด้วยอาณาประชาราษฎร. แลบิดาเจ้าอู่ทองก็ได้ครองราชย์สมบัติในเมืองเทพย์นครนั้น. ทรงพระนามสมเดจ์พระเจ้าศิริไชยเชียงแสน, บันฦๅพระเกียรติยศปรากฎในสยามประเทศนี้. ๚ะ

----------------------------

๏ แผ่นดินสมเดจ์พระเจ้าอู่ทอง. ๚ะ

๏ ลุศักราช ๗๐๖ ปีวอกฉศก, สมเดจ์พระเจ้าศิริไชยเชียงแสน, ผู้กอปด้วยพระราชกฤษฎาบุญญานุภาพเปนมหัศจรรย์. เสดจ์เถลิงถวัลยราชครอบครองไพร่ฟ้าประชาชนได้ยี่สิบห้าพรรษา, ก็เสดจ์สวรรคตในปีวอกฉศกนั้น. ครั้นทิวงคตแล้วกลองทิพย์ก็อันตรธานหาย. จึ่งพระเจ้าอู่ทองราชโอรส,ก็เสดจ์เถลิงถวัลยราชมไหสวรรย์, แทนสมเดจ์พระบรมราชบิดา, จึ่งให้กระทำการฌาปนกิจถวายพระเพลิงพระบรมสพเสรจ์แล้ว, พระองค์ดำรงราชอาณาจักรอยู่ณะเมืองเทพย์นครนั้น, ได้หกพรรษา พระราชหฤไทยประสงค์จะสร้างพระนครใหม่, จึ่งดำรัศใช้ขุนตำหรวจให้ไปเที่ยวแสวงหาภูมประเทศ, ที่อันมีพรรณมัจฉาชาติบริบูรณครบทุกสิ่ง. จึ่งขุนตำหรวจเที่ยวหาที่จะตั้งพระนครลงมาโดยทักษิณทิศ, ถึงประเทศที่หนองโสนกอปด้วยพรรณมัจแาชาติครบบริบูรณ. จึ่งกลับขึ้นไปกราบทูลพระกรุณาให้ทราบ, สมเดจ์พระเจ้าอู่ทองก็เสดจ์กรีธาพลากรโยธาประชาราษฎรทั้งปวง, ลงมายังประเทศทีนั้น, ให้ตั้งพระตำหนักที่ประทับพลับพลาไชยณะตำบลเวียงเหล็ก, ให้จับการทุบปราบที่อันจะตั้งเมือง, แลการทำอิฐเผาปูนซึ่งก่อกำแพงพระนครนั้น, แลให้ขนานนามพระนคร, อันจะสร้างใหม่เอานามพระนครเดิมเปนนามต้น, ว่ากรุงเทพมหานคร. นามหนึ่งชื่อว่าบวรทวาราวดี เหตุมีน้ำล้อมรอบดุจเมืองทวาราวดีแต่ก่อน. นามหนีึ่งชื่อศรีอยุทธยา,เหตุเอานามเมืองสมเดจ์พระรามนารายน์อวตารมาประกอปเข้า. ทั้งสามนามประมวญเข้าด้วยกัน, จึ่งเรียกชื่อกรุงเทพมหานครบวรทวาราวดีศรีอยุทธยามหาดิลกภพนพรัตนราชธาณีบุรีรมย์อุดมราชนิเวศมหาสถาน. ๚ะ

๏ ลุศักราช ๗๑๒ ปีขานโทศก, วันสุกรเดือนห้าขึ้นหกค่ำ, เพลาสามนาฬิกาเก้าบาท, สถาปนากรุงพระนครศรีอยุทธยา, ได้สังขทักษิณาวัฎใต้ต้นหมันสังขหนึ่ง. แล้วสร้างพระที่นั่งไพทูริย์มหาปราสาทองค์หนึ่ง, พระที่นั่งไพชยนต์มหาปราสาทองค์หนึ่ง, พระที่นั่งไอยสวรรย์มหาปราสาทองค์หนึ่ง. แล้วพระเจ้าอู่ทองเสดจ์เข้ามาเสวยราชสมบัติ, พระชนมได้สามสิบเจ็ดพรรษา, ถวายพระนามสมเดจ์พระรามาธิบดี แล้วโปรฎให้ขุนหลวงพงัวซึ่งเปนพี่พระมเหษี, ตรัสเรียกว่าพระเชษฐา, เปนสมเดจ์พระบรมราชาธิราชเจ้า, ไปครองเมืองสุพรรณบุรี. แล้วให้พระราเมศวรราชโอรสไปครองเมืองลพบุรี. ครั้งนั้นมีเมืองประเทศราชขึ้นสิบหกเมือง, คือเมืองมลากาหนึ่ง, เมืองชวาหนึ่ง, เมืองตนาวศรีหนึ่ง, เมืองทวายหนึ่ง, เมืองเมาะตะมะหนึ่ง, เมืองเมาะลำเลิงหนึ่ง, เมืองนครศรีธรรมราชหนึ่ง, เมืองสงขลาหนึ่ง, เมืองจันบุรีหนึ่ง, เมืองพระพิศณุโลกย์หนึ่ง, เมืองศุโขไทยหนึ่ง, เมืองพิไชยหนึ่ง, เมืองสวรรคโลกย์หนึ่ง, เมืองกำแพงเพ็ชรหนึ่ง, เมืองพิจิตรหนึ่ง, เมืองนครสวรรค์หนึ่ง, แลทรงสร้างวัดพุทไธสวรรย์, แลวัดป่าแก้ว. แล้วให้พระราเมศวรราชบุตรยกไปตีกรุงกัมพูชาธิบดี, แลให้สมเดจ์พระบรมราชาเมืองสุพรรณบูรียกหนุนออกไป, ได้กรุงกัมพูชากวาดครอบครัวเข้ามาณะกรุงๆ เปนอันมาก ๚ะ

----------------------------

๏ แผ่นดินสมเดจ์พระราเมศวร ๚ะ

๏ ลุศักราช ๗๓๑ ปีรกาเอกศก, สมเดจ์พระรามาธิบดีเสดจ์สวรรคต, อยู่ในราชสมบัติ ๒๐ ปี, พระชนม์ได้ ๕๖ พรรษา. จึ่งสมเดจ์พระราเมศวรราชบุตร, ลงมาจากเมืองลพบุรีขึ้นเสวยราชสมบัติ. ๚ะ

----------------------------

๏ แผ่นดินสมเดจ์พระบรมราชาธิราช ๚ะ

๏ ครั้นลุศักราช ๗๓๒ ปีจอโทศก, สมเดจ์พระบรมราชาธิราชผู้เปนพระเจ้าลุง, เสดจ์เข้ามาแต่เมืองสุพรรณบุรี, สมเดจ์พระราเมศวรก็ถวายราชสมบัติแด่สมเดจ์พระมาตุลราช,แล้วเสดจ์กลับไปเมืองลพบุรี สมเดจ์พระบรมราชาธิราช, ก็เสวยราชสมบัติณะกรุง เสดจ์ขึ้นไปตีหัวเมืองฝ่ายเหนือทั้งปวง, คือเมืองนครพังคา, เมืองแซงเซา, เมืองชากังราวเปนหลายครั้ง. ครั้งหลังเสดจ์ไปตีเมืองนครลำปาง, แลหมื่นนครเจ้าเมืองออกมาถวายบังคม. แล้วทับหลวงเสดจ์กลับคืนพระนคร. ๚ะ

----------------------------

๏ แผ่นดินเจ้าท้องลั่น, แลสมเดจ์พระราเมศวรจับฆ่าเสีย, แล้วท่านขึ้นเสวยราชสมบัติ, เปนครั้งที่สอง ๚ะ

๏ ลุศักราช ๗๔๔ ปีจอจัตวาศก, สมเดจ์พระบรมราชาธิราชเจ้าเสดจ์สวรรคต, อยู่ในราชสมบัติสิบสามปี, แต่พระชนมายุเท่าใดมิได้ปรากฎในพระราชพงษาวดาร. จึ่งเจ้าทองจันราชบุตร, ไนยหนึ่งว่าเจ้าท้องลั่นพระชนม์ได้สิบห้าพรรษา, ขึ้นเสวยราชได้เจ็ดวัน. สมเดจ์พระราเมศวรเสดจ์ลงมาแต่เมืองลพบุรีเข้าพระราชวังได้,ให้กุมเอาเจ้าทองจันไปสำเรจ์โทษเสีย แล้วขึ้นเสวยราชสมบัติเปนสองครั้ง. แล้วเสดจ์ยกไปตีเมืองเชียงไหม่. ได้กวาดครัวลาวลงมาพระนครเปนอันมาก, ให้ส่งออกไปไว้ณะเมืองนครศรีธรรมราช, เมืองพัทลุง, เมืองสังขลา, เมืองจันทบุรี. แล้วสถาปนาพระมหาธาตุสูงสิบเก้าวา ยอดนพสูญสูงสามวา สร้างอุโบศถวิหารเปนพระอารามให้นามวัดมหาธาตุ. ๚ะ

๏ ขณะนั้นพระยากัมพูชายกเข้ามาตีเมืองชลบุรี, กวาดเอาครัวอพยบหัวเมืองตวันออกจนถึงเมืองจันทบูรี, คนประมาณหกเจ็ดพันกลับไปเมืองกัมพูชา. จึ่งเสดจ์ยกไปตีเมืองกัมพูชา, ได้แล้วกลับคืนพระนคร. ๚ะ

----------------------------

๏ แผ่นดินสมเดจ์พระเจ้ารามราชาธิราช ๚ะ

๏ ลุศักราช ๗๔๙ ปีเถาะนพศก, สถาปนาวัดภูเขาทอง, แล้วสมเดจ์พระราเมศวรเสดจ์สวรรคตในปีนั้น, อยู่ในราชสมบัติได้หกปี, แต่พระชนม์เท่าใดมิได้ปรากฎ. จึ่งสมเดจ์พระเจ้ารามราชบุตรได้เสวยราชสมบัติสืบมาได้สิบห้าปี. ๚ะ

----------------------------

๏ แผ่นดินสมเดจ์พระอินทราชา. ๚ะ

๏ ลุศักราช ๗๖๓ ปีมเสงตรีศก, สมเดจ์พระเจ้ารามราชาธิราชทรงพระพิโรธเจ้าพระยามหาเสนาบดี, จะให้จับตัวฆ่าเสีย, เจ้าพระยามหาเสนาหนีข้ามาไปอยู่ฟากปทาคูจาม. จึ่งให้ไปเชิญพระนครอินทร์ราชนัดดาสมเดจพระบรมราชาธิราช, ซึ่งครองเมืองสุพรรณบุรีเสดจ์เข้ามาถึง. จึ่งเจ้าพระยามหาเสนายกเข้าปล้นเอาพระนครศรีอยุทธยาได้, จึ่งเชิญเสดจ์พระนครอินทร์ขึ้นเสวยราชสมบัติ, โปรฎให้สมเดจ์พระเจ้ารามไปกินเมืองปทาคูจาม. แล้วพระราชทานบำเหน็จแก่เจ้าพระยามหาเสนา, ให้บุตรสนมองค์หนึ่งเปนภรรยา, เจียดทองคู่หนึ่ง, พานทองคู่หนึ่ง, เต้าน้ำทอง, กระบี่กั้นหยั่น, เสลี่ยงงา, เสลี่ยงกลีบบัว. แล้วโปรฎให้พระเจ้าลูกเธอ, เจ้าอ้ายพระยาไปครองเมืองสุพรรณบุรี. เจ้าญี่พระยาไปครองเมืองแพรกศรีราชา, คือเมืองสรรคบุรี. เจ้าสามพระยาไปครองเมืองไชยนามบุรี. ๚ะ

----------------------------

๏ แผ่นดินสมเดจ์พระบรมราชาธิราช. ๚ะ

๏ ลุศักราช ๗๘๐ ปีจอสัมฤทธิศก, สมเดจ์พระมหานครินทราชาธิราชเสดจ์สวรรคต, อยู่ในราชสมบัติสิบแปดปี, แต่พระชนม์เท่าใดมิได้ปรากฎ. เจ้าอ้ายพระยา, เจ้าญี่พระยา, ยกพลเข้ามาชิงสมบัติกัน. ต่างองค์ทรงช้างพระที่นั่ง, มาปะทะกันเข้าที่เชิงตพานป่าถ่าน. ต่างทรงฟันด้วยพระแสงของ้าว, ต้องพระสอขาดพร้อมกันทั้งสองพระองค์ทิวงคต. มุขมนตรีออกไปเชิญเสดจ์เจ้าสามพระยาณะเมืองไชยนาท, เข้ามาครองราชสมบัติ, ถวายพระยามสมเดจ์พระบรมราชาธิราชเปนที่สอง. แลเสดจ์ไปตีเมืองนครหลวงกัมพูชาได้. แล้วทรงสร้างวัดมเหยงฆ์, แล้วเสดจ์ไปตีเมืองเชียงไหม่ถึงสองครั้ง, ครั้งหลังได้เมืองเชียงใหม่, ได้ลาวเชลยถึง ๑๒๐๐๐๐ กวาดมาพระนคร. ๚ะ

๏ ลุศักราช ๗๙๖ ปีขานฉศก, สมเดจ์พระบรมราชาธิราชเจ้าเสดจ์สวรรคต, อยู่ในราชสมบัติสิบเจ็ดปี, แต่พระชนม์เท่าใดมิได้ปรากฎ ๚ะ

----------------------------

๏ แผ่นดินพระบรมไตรยโลกนารถเจ้า. ๚ะ

๏ สมเดจ์พระราเมศวรราชบุตรขึ้นเสวยราชสมบัติ, ถวายพระนามสมเดจ์พระบรมไตรยโลกย์นารถ, ยกวังทำเปนวัดพระศรีสรรเพช. เสดจ์มาอยู่ริมน้ำ, จึ่งให้สร้างพระที่นั่งเบญจรัตนมหาปราสาทองค์หนึ่ง, พระที่นั่งสรรเพชปราสาทองค์หนึ่ง แล้วพระราชทานชื่อขุนนางตั้งตำแหน่งนา, จัดทหารเปนสมุหพระกลาโหม, จัดพลเรือนเปนสมุหนายก, ถือศักดินาหมื่นหนึ่งเปนเดิมตลอดทั่วไป. แล้วทรงสร้างวัดพระรามในที่ถวายพระเพลิงสมเดจ์พระรามาธิบดี, ที่สร้างกรุงนั้น. ๚ะ

๏ ลุศักราช ๘๐๕ ปีกุนเบญจศก, ครั้งนั้นเข้าแพง, เข้าเปลือกเกียนหนึ่งซื้อขายกันเปนเงินสามชั่งสิบบาท แลทรงหล่อรูปพระโพธิสัตวห้าร้อยห้าสิบชาติ, แลทรงสร้างวัดจุฬามณี ๚ะ

๏ ลุศักราช ๘๐๙ ปีเถาะนพศก, พระมหาราชเจ้าเมืองเชียงใหม่, ยกมาตีเมืองพระพิศณุโลกย์, เข้าปล้นมิได้ จึ่งยกไปตีเมืองกำแพงเพ็ชร. สมเดจ์พระเจ้าอยู่หัว, กับสมเดจ์พระอินทราชาราชบุตรยกขึ้นไปช่วย สมเดจ์พระอินทราชาเข้าชนช้างกับหมื่นนคร, ข้าศึกลาวเข้ารุมเอาช้างพระที่นั่งถึงสี่ช้าง. สมเดจ์พระอินทราชาต้องปืนที่พระภักตร์, แลทัพเชียงใหม่เลิกกลับไปเมือง. ๚ะ

----------------------------

๏ แผ่นดินสมเดจ์พระอินทราชา ๚ะ

๏ ลุศักราช ๘๑๑ ปีมเสงเอกศก, สมเดจ์พระเจ้าอยู่หัวออกทรงผนวชณะวัดจุฬามณี, ได้แปดเดือนแล้วลาผนวช. ในปีนั้นเสดจ์สวรรคต, สมเดจ์พระบรมไตรโลกย์นารถอยู่ในราชสมบัติสิบหกปี, แต่พระชนม์เท่าใดมิได้ปรากฎ. จึ่งสมเดจ์พระอินทราชาราชบุตรได้เสวยราชสมบัติ, แล้วตั้งพระเจ้าลูกเธอพระบรมราชาเปนพระมหาอุปราช ๚ะ

๏ ลุศุภราช ๘๑๕ ปีรกาเบญจศก, ได้ช้างเผือกพังช้างหนึ่ง ๚ะ

----------------------------

๏ แผ่นดินสมเดจ์พระรามาธิบดี. ๚ะ

๏ ลุศักราช ๘๓๒ ปีขานโทศก, สมเดจ์พระอินทราชาเสดจ์สวรรคต, อยู่ในราชสมบัติยี่สิบสองปี, แต่พระชนม์เท่าใดมิได้ปรากฎ. จึ่งพระบรมราชาราชบุตรได้เสวยราชสมบัติ, ถวายพระนามสมเดจ์พระรามาธิบดีเปนที่สอง ล่วงมาสามปี, ถึงศักราช ๘๓๕ ปีมเสงเบญจศกจึ่งได้ราชาภิเศก. ๚ะ

๏ ลุศักราช ๘๔๑ ปีกุนเอกศก, สมเดจ์พระเจ้าอยู่หัวทรงหล่อพระพุทธรูปยืนใหญ่พระองค์หนึ่ง, แต่พระบาทจนถึงยอดพระรัศมีสูงได้แปดวา, พระภักตรนั้นยาวได้สี่ศอก, โดยกว้างได้สามศอก, พระอุระกว้างสิบเอ็ดศอก. แลทองสัมฤทธิ์หล่อพระพุทธเจ้านั้นหนักห้าหมื่นสามพันชั่ง ทองคำหุ้มทั้งพระองค์หนักสองร้อยแปดสิบหกชั่ง ข้างน่านั้นทองเนื้อเจ็ดน้ำสองขา. ข้างหลังนั้นทองเนื้อหกน้ำสองขา สำเร็จแล้วถวายพระนามพระศรีสรรเพช ประดิษฐานไว้ในพระวิหารหลวง, วัดพระศรีสรรเพชดาราม ๚ะ

๏ ลุศักราช ๘๒๘ ปีขานอัฐศก, ครั้งนั้นเข้าแพงเกวียนหนึ่งซื้อขายกันเปนเงินชั่งเก้าบาทสลึง. ในปีนั้นประดิษฐานสมเดจ์พระเจ้าลูกเธอพระอาทิตยวงษ์, ไว้ในที่พระมหาอุปราช, ให้ขึ้นไปครองเมืองพระพิศณุโลกย์ ๚ะ

----------------------------

๏ แผ่นดินสมเดจ์พระบรมราชามหาพุทธางกูร ๚ะ

๏ ลุศักราช ๘๗๑ ปีมเสงเอกศก, สมเดจ์พระรามาธิบดีเสดจ์สวรรคต, อยู่ในราชสมบัติยังมิได้ราชาภิเศกสามปี, ราชาภิเศกสามปี, ราชาภิเศกแล้ว ๓๗ ปี, รวมเปนสี่สิบสี, แต่พระชนม์เท่าใดมิได้ปรากฎ. จึ่งพระอาทิตยวงษ์ราชบุตรขึ้นเสวยราชสมบัติ, ถวายพระนามสมเดจ์พระบรมราชามหาพุทธางกูร. ๚ะ

----------------------------

๏ แผ่นดินพระรัษฎาธิราชกุมาร. ๚ะ

๏ ลุศักราช ๘๗๕ ปีรกาเบญจศก, สมเดจ์พระบรมราชามหาพุทธางกูรทรงพระประชวรทรพิศม์เสดจ์สวรรคต, อยู่ในราชสมบัติได้ห้าปี, แต่พระชนม์เท่าใดมิได้ปรากฎ. เสนาบดีจึ่งอัญเชิญพระรัษฎาธิราชกุมาร, พระราชบุตรยังทรงพระเยาวพระชนมได้ห้าพรรษา, ขึ้นเสวยราชสมบัติได้ห้าเดือน. ๚ะ

----------------------------

๏ แผ่นดินพระไชยราชาธิราช. ๚ะ

๏ ลุศักราช ๘๗๖ ปีจอฉศก, พระไชยราชาธิราชเปนเชื้อพระวงษ์สมเดจ์พระรามาธิบดี, คิดประทุษฐร้ายจับพระรัษฎาธิราชกุมารสำเร็จโทษเสียแล้ว ขึ้นเสวยราชสมบัติ. ๚ะ

๏ ลุศักราช ๘๘๗ ปีรกาสัปตศก, พระเจ้าอยู่หัวเสดจ์ไปตีเมืองเชียงใหม่เข้าปล้นเอาเมืองไม่ได้, เสดจ์กลับคืนพระนคร ครั้นณะวันพุทเดือนสามขึ้นสี่ค่ำปีรกานั้น, เกิดเพลิงไหม้ในพระนคร, แต่ท่ากลาโหมไปถึงท้ายท่อตลาดยอด, ลมหอบเอาลูกเพลิงไปตกลงตแลงแกง, ไหม้ลามลงไปป่าตองโรงครามฉะไกรสามวันจึ่งดับ, มีบาญชีเรือนศาลากุฎีวิหารไหม้ถึงแสนกับห้าสิบหลัง. ๚ะ

๏ ลุศักราช ๘๘๘ ปีจออัฐศก, เสดจ์ไปตีเมืองเชียงใหม่อีก, ได้เมืองลำพูนไชย, เมืองเชียงใหม่. เมื่อจะเสดจ์กลับนั้น, บังเกิดอุบาทว์ทุนิมิตรเหนโลหิตตกอยู่ณะปตูบาน, แลเรือนชนทั้งปวง ในเมืองนอกเมืองทุกตำบล. ๚ะ

๏ ลุศักราช ๘๘๙ ปีกุนนพศก, เสดจ์ยกทับหลวงกลับมากลางทางยังมิถึงพระนคร, ทรงพระประชวรพระโรคปัจจุบันสวรรคตในมัชฌิมวิถี, แต่พระชนม์เท่าใดมิได้ปรากฎ. มุขมนตรีเชิญพระบรมสพเข้าพระนคร. สมเดจ์พระไชยราชาธิราช, อยู่ในราชสมบัติได้สิบห้าปี. มีพระราชบุตรสองพระองค์, แลพระองค์ผู้พี่ทรงพระนามพระแก้วฟ้า, พระชนม์ได้สิบเอ็ดพรรษา, พระองค์ผู้น้องทรงพระนามพระศรีศิลป, พระชนม์ได้ห้าพรรษา, ครั้นถวายพระเพลิงพระบรมสพแล้ว, ฝ่ายพระเทียนราชาเปนเชื้อพระวงษสมเดจ์พระไชยราชาธิราช, พิเคราะเหนแผ่นดินจะเปนจลาจล, จึ่งทูลลาพระแก้วฟ้าออกไปอุปสมบทบวชเปนภิกขุอยู่ณวัดราชประดิษฐาน. มุขมนตรีก็อัญเชิญพระแก้วฟ้าราชบุตรขึ้นเสวยราชสมบัติ, ได้สองปีกับหกเดือน, แลนางพระยาแม่อยู่หัวศรีสุดาจันทร์, ผู้เปนพระชนนีช่วยว่าราชการแผ่นดิน. ครั้นอยู่มานางพระยาลอบลักสมัคสังวาศกับขุนชินราชผู้รักษาหอพระ,แลตั้งขึ้นเปนขุนวรวงษาธิราช. ๚ะ

๏ ลุศักราช ๘๙๑ ปีฉลุเอกศก, ขุนวรวงษาธิราชกับนางพระยาคิดกันให้จับพระแก้วฟ้าไปสำเร็จโทษเสีย, แล้วยกขุนวรวงษาธิราชขึ้นเปนเจ้าแผ่นดิน, ตั้งนายจันผู้น้องเปนมหาอุปราช. จึ่งขุนพิเรนทรเทพเชื้อพระวงษ์, กับขุนอินทรเทพหลวงศรียศหมื่นราชเสน่หา, สี่นายร่วมคิดกันไปเชิญพระเทียนราชา, ซึ่งทรงผนวชพร้อมกันทำสัตยเสี่ยงเทียนได้ไชยนิมิตรแล้ว, ทั้งสี่นายคิดจับขุนวงวงษาธิราช, แลอุปราชกับนางพระยาศรีสุดาจันทรฆ่าเสีย. ขุนวรวงษาธิราชอยู่ในราชสมบัติได้ ๕ เดือน, จึ่งมุขมนตรีทั้งปวง, มีขุนพิเรนทรเทพเปนต้น, ก็อัญเชิญพระเทียนราชาลาผนวชมาครองราชสมบัติ, ถวายพระนามสมเดจ์พระมหาจักรพรรดิราชาธิราช. จึ่งปูนบำเหน็จตั้งฃุนพิเรนทรเทพเปนสมเดจ์พระมหาธรรมราชา, ให้รับพระบัณฑูรขึ้นไปครองเมืองพระพิศณุโลกย, พระราชทานพระวิสูทธิกระษัตรีราชธิบดีเปนพระมเหษี, พร้อมทั้งเครื่องราชูประโภค, ให้ขุนอินทรเทพเปนเจ้าพระยาศรีธรรมโศกราชไปครองเมืองนครศรีธรรมราช, หลวงศรียศเปนเจ้าพระยามหาเสนาบดีศรีสมุหพระกลาโหม, หมื่นราชเสน่หาเปนเจ้าพระยามหาเทพ, พระราชทานราชธิดาบุตรสนมเปนภรรยา. แลเครื่องอุปโภคสำหรับเสนาบดีเหมือนกันทั้ง ๓ แห่ง, แลในแผ่นดินนั้นได้ช้างเผือกผู้ถึงห้าช้าง, คือพระคเชนทโรดมหนึ่ง, พระบรมไกรสรหนึ่ง, พระสุริยกุญชรหนึ่ง, พระรัตนากาศหนึ่ง, พระแก้ทรงบาตรหนึ่ง, กับช้างเผือกพังสองช้างนามมิได้ปรากฎ, เปนช้างเผือกเจ็ดช้าง. จึ่งถวายพระนามเพิ่มเข้าว่า, สมเดจ์พระมหาจักรพรรดิราชาธิราชพระเจ้าช้างเผือก. มีพระราชบุตรสองพระองค์, ทรงพระนามพระราเมศวรพระองค์หนึ่ง, พระมหินทราธิราชพระองค์หนึ่ง, แลทรงมอบราชสมบัติแก่พระมหินทราธิราชออกทรงผนวช, แล้วลาผนวชกลับครองราชสมบัติ. แลพระเจ้าหงษาวดียกมาล้อมพระนครเปนหลายครั้ง, ครั้งหลังเสดจ์สวรรคตในคะณะศึกหงษามาล้อมพระนคร. ในศักราชได้ ๙๐๗ ปีเถาะสัปตศก, อยู่ในราชสมบัติ ๒๗ ปี, แต่พระชนม์เท่าใดมิได้ปรากฎ. จึ่งพระมหินทราธิราชโอรส, ได้เสวยราชสมบัติสืบไปได้ปีหนึ่ง. ๚ะ

----------------------------

๏ แผ่นดินพระมหินทราธิราช, แล้วสมเดจ์พระมหาธรรมราชาธิราช. ๚ะ

๏ ลุศักราช ๙๑๘ ปีมโรงอัฐศก, ถึงณวันเสาร์เดือนเก้าแรมสิบเอ็ดค่ำ. เสียพระมหานครศรีอยุทธยาแก่พระเจ้าหงษาวดี. พระเจ้าหงษาวดีจึ่งราชาภิเศกสมเดจ์พระมหาธรรมราชาธิราช, เจ้าเมืองพระพิศณุโลกย์ขึ้นครองราชสมบัติ, ในพระนครศรีอยุทธยาแล้ว. ให้คุมเอาพระมหินทราธิราชเลิกทับกลับไปเมืองหงษาวดี. แลสมเดจ์พระมหาธรรมราชาธิราช, เมื่อได้ครองราชสมบัตินั้น, พระชนม์ได้ห้าสิบสี่พรรษา, มีพระราชบุตรสองพระองค์, ทรงพระนามพระนเรศวรพระองค์หนึ่ง,พระเอกาทศรถพระองค์หนึ่ง. จึ่งโปรฎให้พระนเรศวรขึ้นไปครองเมืองพระพิศณุโลกย์. แลพระยาลแวกยกมาติดพระนครเปนหลายครั้งพ่ายแพ้กลับไปเมือง. ครั้งพระเจ้าหงษาวดีลิ้นดำสวรรคตแล้ว. พระมหาอุปราชาราชบุตรได้ราชสมบัติ, กลับยกมาทำสงครามกับพระนครศรีอยุทธยาเปนหลายครั้ง, ก็ปราไชยไปทุกครั้ง. ๚ะ

----------------------------

๏ แผ่นดินสมเดจ์พระนเรศวร. ๚ะ

๏ ลุศักราช ๙๔๐ ปีขานสัมฤทธิศก, สมเดจ์พระมหาธรรมราชาธิราชเจ้าเสดจ์สวรรคต, พระชนม์ได้ ๗๖ พรรษา, อยู่ในราชสมบัติ ๒๓ ปี จึ่งสมเดจ์พระนเรศวรราชโอรสได้เสวยราชสมบัติ, พระชนม์ได้ ๓๕ พรรษา. ตั้งสมเดจ์เอกาทศรถเปนพระมหาอุปราช, โปรดให้รับพระราชโองการเหมือนกันทั้งสองพระองค์. แลพระเจ้าหงษาวดีให้มหาอุปราชายกมาทำสงครามถึงยุทธหัดถี มหาอุปราชพิราไลยกับฅอช้าง. แล้วสมเดจ์พระเจ้าอยู่หัว, กับสมเดจ์พระอนุชาเสดจ์ไปตีเมืองลแวกถึงสองครั้ง. ครั้งหลังได้เมืองลแวก, จับพระยาลแวกมาทำพิธีปถมกรรมประหารชีวิตรเสีย แล้วเสดจ์ไปตีเมืองหงษาวดี, จนถึงเมืองตองอู, ขัดเสบียงอาหารต้องล่าทับกลับพระนคร. ให้สมเดจ์พระอนุชาไปรงับแผ่นดินเมืองเชียงใหม่อันเกิดจลาจล. แล้วเสดจ์ยกไปตีเมืองอังวะ, ไปทางเมืองเชียงใหม่ ๚ะ

----------------------------

๏ แผ่นดินสมเดจ์พระเอกาทศรถ. ๚ะ

๏ ลุศักราช ๙๕๔ ปีมเสงเบญจศก, สมเดจ์พระนเรศวรทรงพระประชวรพระโรคปัจจุบัน, เสดจ์สวรรคตณเมืองห้างหลวงในมัชฌันตรวิถีประเทศ, พระชนม์ได้ ๕๐ พรรษา, อยู่ในราชสมบัติได้สิบหกปี. จึ่งสมเดจ์เอกาทศรถราชอนุชาอัญเชิญพระบรมสพกลับยังพระมหานคร. แล้วได้เสวยราชสมบัติ, พระชนม์ได้ ๔๔ พรรษา ทรงสร้างพระพุทธปฏิมากรทองสามพระองค์, เงินสองพระองค์. แล้วตั้งพระราชพิธีแข่งเรือ, แลตั้งขบวรเรือแห่พระพุทธเจ้ามีการสมโภชเจ็ดวัน ๚ะ

๏ ลุศักราช ๙๕๗ ปีวอกสัปตศก, ทรงพระกรุณาตั้งพระราชกำหนฎ กฎพระไอยการไว้สำหรับแผ่นดิน. แลตั้งส่วยสัดสรรพากรสำหรับขึ้นท้องพระคลัง, กับทั้งพระกัลปนาอุทิศถวายพระสงฆราชาคณทุกพระอาราม. สมเดจ์พระเจ้าอยู่หัวมีพระราชบุตรสองพระองค์, ทรงพระนามเจ้าฟ้าสุทัตพระองค์หนึ่ง, เจ้าฟ้าศรีเสาวภาคย์พระองค์หนึ่ง. แลเจ้าฟ้าศรีเสาวภาคย์นั้น, ประชวรพระยอดเสียพระเนตรข้างหนึ่ง. จึ่งโปรดให้พระราชบุตรผู้พี่เปนพระมหาอุปราช, พระมหาอุปราชกราบทูลฃอพิจารณาคนออก, ดำรรัศว่าจะเปนขบถฤๅ. พระมหาอุปราชกลัวพระราชอาญาเสวยยาพิศม์ถึงทิวงคต. ๚ะ

----------------------------

๏ แผ่นดินเจ้าฟ้าศรีเสาวภาคย์ ๚ะ

๏ ลุศักราช ๙๖๓ ปีฉลูตรีศก, สมเดจ์เอกาทศรถเสดจ์สวรรคต, พระชนม์ได้ ๕๒ พรรษา, อยู่ในราชสมบัติเก้าปี. จึ่งเจ้าฟ้าศรีเสาวภาคย์ราชบุตร, ซึ่งเสียพระเนตรข้างหนึ่งได้เสวยราชสมบัติ. นับกระษัตริย์สืบราชวงษสมเดจ์พระรามาธิบดีสร้างกรุง, ยกเสียแต่ขุนวรวงษาธิราช, เปนพระเจ้าแผ่นดิน ๒๐ พระองค์ด้วยกัน. ๚ะ

----------------------------

๏ แผ่นดินสมเดจ์พระเจ้าทรงธรรม. ๚ะ

๏ ลุศักราช ๙๖๔ ปีขานจัตวาศก, ครั้งนั้นพระพิมลธรรมราชาคณวัดรฆังมีศิศโยมมาก ทั้งจหมื่นศรีศรรักษก็ถวายตัวเปนบุตรเลี้ยง. จึ่งคิดกับจมื่นศรีศรรักษซ่องสุมผู้คนได้มาก. แล้วก็ปรวัดออกในเพลาราตรี, ยกไพร่พลเข้าฟันประตูเข้าไปได้ในพระราชวัง, ให้กุมพระเจ้าแผ่นดินไปสำเร็จโทษเสีย. พระศรีเสาวภาคย์อยู่ในราชสมบัติได้ปีหนึ่งกับสองเดือน. พระพิมลธรรมก็ขึ้นครองราชสมบัติผลัตพระวงษใหม่ ถวายพระนามสมเดจ์พระเจ้าทรงธรรม. จึ่งตั้งจหมื่นศรีศรรักษเปนมหาอุปราช, ๆ อยู่ในราชบัติได้เจ็ดวัน, เกิดโรคปัจจุบันสวรรคต. ครั้งนั้นสำเภายี่ปุ่นเข้ามาค้าอยู่ณะกรุงหลายลำ, ยี่ปุ่นคิดการขบถภาพวกประมาณสามรร้อย, ยกเข้ามาล้อมพระที่นั่งจอมทองสามหลัง, จะจับพระเจ้าแผ่นดินอันเสดจ์ไปทรงบอกพระธรรม, แก่พระสงฆ์ในพระที่นั่งจอมทองนั้น แลพระสงฆ์วัดประดู่โรงธรรม์แปดรูป, ภาเสดจ์ออกมาพ้นจากที่ล้อมได้, ภาไปยังอาราม. จึ่งพระมหาอำมาตย์เกนไพร่พลได้, ยกเข้ามาตียี่ปุ่น, ๆ แตกไปลงสำเภาหนีไป พระมหาอำมาตย์ออกไปเชิญเสดจ์พระเจ้าแผ่นดินเข้าพระราชวัง จึ่งโปรดตั้งพระมหาอำมาตย์, เปนเจ้าพระยากลาโหมสุริยวงษคงแก่ความชอบ. ๚ะ

๏ ลุศักราช ๙๖๘ ปีมเมียอัฐศก, ได้ข่าวรอยพระพุทธบาทปรากฎณะเขาสุวรรณบรรพต. จึ่งเสดจ์ขึ้นไปทรงสร้างพระมณฑบ, แลวิหารบริเวณทั้งปวง. แล้วทรงแต่พระมหาชาติคำหลวงไว้สำหรับแผ่นดิน ๚ะ

----------------------------

๏ แผ่นดินพระเชษฐาธิราช. ๚ะ

๏ ลุศักราช ๙๘๙ ปีเถาะนพศก, สมเดจ์พระเจ้าทรงธรรมเสดจ์สวรรคต, อยู่ในราชสมบัติ ๒๖ ปี, แต่พระชนม์เท่าใดมิได้ปรากฎ. พระองค์มีพระราชบุตรสามพระองค์, ทรงพระนามพระเชษฐาธิราชพระองค์หนึ่ง, พระพันปีศรีศิลปพระองค์หนึ่ง, พระอาทิตย์วงษพระองค์หนึ่ง, จึ่งเจ้าพระยากลาโหมสุริยวงษ์, ก็ยกพระเชษฐาธิราชขึ้นเสวยราชสมบัติ. แลพระพันปีศรีศิลปอนุชาหนีออกไปเมืองเพชรบุรี, คิดการขบถซ่องสุมผู้คน. จะยกเข้าตีกรุง จึ่งดำรัศให้ข้าหลวงอยกไปจับได้ตัวเข้ามา, ให้เอาไปสำเร็จโทษเสีย. ๚ะ

----------------------------

๏ แผ่นดินพระอาทิตย์วงษ์ ๚ะ

๏ ลุศักราช ๙๙๑ ปีมเสงเอกศก มารดาเจ้าพระยากลาโหมถึงแก่กรรม์. เจ้าพระยากลาโหมไปทำการปลงสพณะวัดกุฎ, ขุนนางไปช่วยเปนอันมาก. พระเจ้าแผ่นดินแคลงพระไทย, ว่าแส้งชุมนุมขุนนางจะคิดการขบถ. จึ่งให้ตำรวจออกไปหาเข้ามาจะจับ. เจ้าพระยากลาโหมทราบความแล้ว, ขุนนางทั้งปวงก็เข้าด้วยสิ้น. จึ่งยกพลเข้ามาในเพลากลางคืน, เข้าฟันประตูพระราชวัง, พระเจ้าแผ่นดินไม่คิดต่อสู้ลงเรือพระที่นั่งหนีไป เจ้าพระยากลาโหมให้ขุนนางไปตามจับมาได้, ให้เอาไปสำเร็จโทษเสีย. พระเชษฐาธีราชอยู่ในราชสมบัติปีหนึ่งกับเจ็ดเดือน, แต่พระชนม์เท่าใดมิได้ปรากฎ. เจ้าพระยากลาโหมจึ่งยกพระอาทิตยวงษ์ราชอนุชา, พระชนม์เก้าขวบขึ้นครองราชสมบัติสืบไป. แลพระอาทิตยวงษ์นั้นทรงพระเยาวขวนขวายแต่การเล่น, เที่ยวประพาศจับแพะจับแกะไปทุกตำบล. ข้าราชการผู้ใหญ่ผู้น้อยปฤกษาพร้อมกันเนียรเทศพระอาทิตยวงษ์เสียจากเสวตรฉัตร, อยู่ในราชสมบัติได้หกเดือน. จึ่งอัญเชิญเจ้าพระยากลาโหมสุริยวงษ์ขึ้นครองสมบัติ. ๚ะ

----------------------------

๏ แผ่นดินพระเจ้าอยู่หัวปราสาททอง. ๚ะ

๏ ลุศักราช ๙๙๒ ปีมเมียโทศก, เจ้าพระยากลาโหมสุริยวงษ์ขึ้นเสวยราชสมบัติผลัดพระวงษ์ใหม่, ถวายพระนามพระเจ้าอยู่หัวปราสาททอง, พระองคมีพระอนุชาองคหนึ่ง, ตั้งให้เปนพระศรีสุธรรมราชา. แลที่บ้านพระพันปีหลวงนั้น, ทรงสร้างเปนพระอาราม, ให้นามวัดไชยวัฒนาราม. แลพระอาทิตยวงษซึ่งเนียรเทศเสียนั้นคิดขบถ, ดำรัศให้ประหารชีวิตรเสียสิ้นทั้งพักพวก. แล้วให้สร้างพระที่นั่งจักรวรรติไพชยนตมหาปราสาทองคหนึ่ง, พระที่นั่งวิหารสมเดจ์องค์หนึ่ง, พระที่นั่งไอยสวรรย์ทิพอาศนตำบลเกาะบางนางอินองค์หนึ่ง, แลได้ช้างพลายโคบุตรช้างหนึ่ง ๚ะ

๏ ลุศักราช ๑๐๐๐๐ปี ขานสัมฤทธิศก, ทรงพระกรุณาให้ตั้งพระราชพิธีลบศักราชเปลี่ยนเอาปีกุนเปนสัมฤทธิศก. แล้วให้ตั้งต้นกัลปพฤกษ์ระยะห้างกัน ๑๐ วาต้นหนึ่งรอบพระนคร ทรงช้างพระที่นั่งเสดจ์โปรยทานไปรอบเมือง, แล้วพระราชทานสัตฎกมหาทาน, คือช้าง ๑๐๐ ม้า ๑๐๐ ทาษชาย ๑๐๐ ทาษหญิง ๑๐๐ ทอง ๑๐๐ ชั่ง, เงิน ๑๐๐ ชั่ง, ทรงบริจาคแก่มหาชนทั้งปวง. ๚ะ

๏ ลุศักราช ๑๐๐๕ ปีมแมเบญจศก, อสนีบาตตกลงต้องเหมพระมหาปราสาทพระที่นั่งมังคลาภิเศก, ติดเปนเพลิงโพลงขึ้นไหม้ลามไปทั้งห้วยคลัง, เรือนน่าเรือนหลังถึง ๑๑๐ เรือนจึ่งดับได้. ๚ะ

----------------------------

๏ แผ่นดินเจ้าฟ้าไชย. ๚ะ

๏ ลุศักราช ๑๐๑๗ ปีมแมสัปตศก, สมเดจ๊พระเจ้าอยู่หัวปราสาททองเสดจ์สวรรคต, อยู่ในราชสมบัติ ๒๖ ปี, แต่พระชนม์เท่าใดมิได้ปรากฎ. จึ่งเจ้าฟ้าไชยราชบุตรผู้ใหญ่, ก็ได้ครองราชสมบัติได้เก้าเดือน ๚ะ

----------------------------

๏ แผ่นดินพระศรีสุธรรมราช, แลสมเดจ์พระนารายน์ ๚ะ

๏ ลุศักราช ๑๐๑๘ ปีวอกอัฐศก, จึ่งพระนารายน์ราชอนุชาต่างพระมารดา, คิดกับพระศรีสุธรรมราชพระเจ้าอาว, เข้าจับเจ้าฟ้าไชยสำเร็จโทษเสีย เจ้าฟ้าไชยอยู่ในราชสมบัติได้เก้าเดือน. จึ่งพระศรีสุธรรมราชาก็ได้เสวยราชสมบัติ, ให้พระนารายน์ราชนัดดาเปนพระมหาอุปราช. แลพระศรีสุธรรมราชานั้นปราศจากความลอาย, จะร่วมสมัคสังวาสด้วยพระราชกัลยาณีกนิฐาพระนารยน์เปนเจ้า, ๆ ทรงพระโกรธยกโยธามาทำสงครามกับพระเจ้าอาวๆปรากไชยหนีลงไปณวังหลัง. ดำรัศให้ข้าหลวงติดตามจับมาได้ให้สำเร็จโทษเสีย. พระศรีสุธรรมราชาอยู่ในราชสมบัติได้สองเดือนกับยี่สิบวัน ในปีวอกนั้นสมเดจ์พระนารายน์เปนเจ้าได้เสวยราชสมบัติ, พระชนม์ได้ ๒๖ พรรษา. พระองค์ได้ช้างเผือกพรายช้างหนึ่ง, ให้ชื่อพระบรมคเชนทรฉัดทันต์, ช้างเผือกพังช้างหนึ่ง, ให้ชื่อพระอินทไอยราวรรณวิสุทธราชกิริณี แลทรงสร้างเมืองลพบุรีมีพระราชวัง, แลพระที่นั่งสุทไธย์สวรรย์มหาปราสาทองค์หนึ่ง,พระที่นั่งธัญมหาปราสาทองค์หนึ่ง. เสดจ์ไปสฐิตยณะเมียงลพบุรีในเหมันตรดู, แลคิมหันตรดู. ครั้นถึงวัศสันตรดูเสดจ์ลงมาอยู่ณะพระนครศรีอยุทธยา. แลพระไตรภูวนาทิตยวงษ์, กับพระองค์ทองพระอนุชาต่างพระอุธรคิดขบถ,ดำรัศไห้จับไปสำเร็จโทษเสีย. แล้วให้เจ้าพระยาโกษาขุนเหล็กไปตีเมืองอังวะไม่ได้, ถอยทับกลับมา. แลให้นายปานผู้น้องเจ้าพระยาโกษา,เปนราชทูตออกไปจำเริญทางพระราชไม้ตรีณะเมืองฝรั่งเสศ. ครั้นเจ้าพระยาโกษาถึงอนิตยกรรมแล้วโปรดให้นายปานผู้น้อง, เปนเจ้าพระยาโกษาไปตีเมืองเชียงใหม่, ทับหลวงเสดจ์หนุนขึ้นไปได้เมืองเชียงใหม่. ๚ะ

----------------------------

๏ แผ่นดินพระเพทราชา. ๚ะ

๏ ลุศักราช ๑๐๔๔ ปีจอจัตวาศก, สมเดจ์พระนารายน์เปนเจ้าเสดจ์สวรรคตณะเมืองลพบุรี, พระชนม์ได้ ๕๑ พรรษา, อยู่ในราชสมบัติได้ยี่สิบหกปี. จึ่งพระเพทราชาจางวางกรมช้าง, ซึ่งเปนผู้สำเร็ดราชการได้ครองราชสมบัติ พระชนม์ได้ ๕๖ พรรษา. ให้หลวงศรศักดิ์บุตรเลี้ยงเปนมหาอุปราช, ให้นายทรงบาทผู้เปนคู่คิดในราชสมบัติ, เปนกรมพระราชวังหลัง, ทั้งเจ้าพระยาสุรสงคราม. พระราชทานยศศักดิ์เครื่องอุปโภคบริโภคทั้งสองเสมอกัน. ภายหลังรังเกียจพระไทยให้ประหารชีวิตรเสียทั้งสองคน. ขณะนั้นพระยายมราชสังข์ซึ่งไปครองเมืองนครราชสีมา แลพระยารามเดโชซึ่งไปครองเมืองนครศรีธรรมราช, แต่ครั้งแผ่นดินสมเดจ์พระนารายน์เปนเจ้านั้น, คิดขบถแย่งเมือง. จึ่งแต่งกองทับไปตีได้ทั้งสองเมือง. สมเดจ์พระเจ้าอยู่หัวได้ช้างพังสองช้าง,ให้นามพระอินทไอยราดตช้างหนึ่ง,พระบรมรัตนากาศช้างหนึ่ง. แล้วทรงสร้างพระมหาปราสาทองค์หนึ่ง, ให้นามพระที่นั่งบรรญงค์รัตนาศน์. ๚ะ

----------------------------

๏ แผ่นดินหลวงศรศักดิ์ซึ่งเรียกพระพุทธเจ้าเสือ. ๚ะ

๏ ลุศักราช ๑๐๕๙ ปีฉลูนพศก, สมเดจ์พระเจ้าอยู่หัวทรงประชวรหนัก, พระมหาอุปราชจับพระเจ้าลูกเธอตรัสน้อยพระขวันสำเร็จโทษเสีย. ครั้งทราบทรงพระโทรมนัศเสดจ์สวรรคต, พระชนม์ได้ ๗๑ พรรษา, อยู่ในราชสมบัติสิบหกปี. จึ่งสมเดจ์พระมหาอุปราช, คือหลวงศรศักดิ์ราชบุตรสมเดจ์พระนารายน์, ซึ่งเรียกพระพุทธเจ้าเสือนั้นได้ครองราชสมบัติ,พระชนม์ได้ ๓๖ พรรษา, มีพระราชบุตรสองพระองค์, ทรงพระนามเจ้าฟ้าเพชรพระองค์หนึ่ง, เจ้าฟ้าพรพระองค์หนึ่ง. จึ่งตั้งพระราชบุตรผู้พี่เปนพระมหาอุปราช, ตั้งพระราชบุตรผู้น้องเรียกพระบัณฑูรน้อย, ให้รับพระบัณฑูรทั้งสองพระองค์, สมเดจ์พระเจ้าอยู่หัวทรงทำการปาณาติบาตเปนอันมาก. ๚ะ

----------------------------

๏ แผ่นดินพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระ ๚ะ

๏ ลุศักราช ๑๐๖๘ ปีจออัฐศก, สมเดจ์พระพุทธเจ้าเสือเสดจ์สวรรคต พระชนม์ได้ ๔๕ พรรษา, อยู่ในราชสมบัติได้สิบปี. จึ่งพระมหาอุปราชราชบุตร, คือเจ้าฟ้าเพชร, ซึ่งเรียกว่าพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระนั้นได้เสวยราชสมบัติ, พระชนม์ ๒๖ พรรษา, ให้สมเดจ์พระอนุชาเปนพระมหาอุปราช สมเดจ์พระเจ้าอยู่หัวก็ทรงกระทำการปาณาติบาตเหมือนพระราชบิดา. ๚ะ

----------------------------

๏ แผ่นดินเจ้าฟ้าพรซึ่งเรียกว่าพระเจ้าอยู่หัวบรมโกฎ ๚ะ

๏ ลุศักราช ๑๐๙๔ ปีชวดจัตวาศก, เสดจ์สวรรคตพระชนม์ได้ห้าสิบสองพรรษา, อยู่ในราชสมบัติยี่สิบเจ็ดปี. ตรัสมอบราชบัติให้แก่สมเดจ์พระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าอไภย, พระชนม์สิบแปดพรรษา สมเดจ์พระมหาอุปราชมิยอม. ทำสงครามกันกับเจ้าฟ้าอไภยราชนัดดา, ตั้งค่ายฝ่ายละฝากฝั่งคลองประตูเข้าเปลือกภายในพระนคร. แต่ทำศึกกันอยู่สองเดือน, เจ้าฟ้าอไภยพ่ายแพ้ลงเรือพระที่นั่งกับทั้งเจ้าฟ้าปรเมศวรภากันหนีไป. ดำรัศให้ข้าหลวงไปติดตามจับมาได้ทั้งสององค์พี่น้อง, ให้สำเร็จโทษเสีย. สมเดจ์พระมหาอุปราช, คือเจ้าฟ้าพร, ซึ่งเรียกว่าพระเจ้าอยู่หัวบรมโกฎนั้น, ได้เสวยราชสมบัติ, พระชนม์ได้ ๔๙ พรรษา. จึ่งโปรดให้สมเดจ์พระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าธรรมธิเบศรเปนกรมขุนเสนาพิทักษ์, เจ้าฟ้าเอกทัตเปนกรมขุนอนุรักษมนตรี, พระองค์เจ้าแขกเปนกรมหมื่นเทพพิพิธ, พระองค์เจ้ามังคุตเปนกรมหมื่นจิตรสุนทร, พระองค์เจ้ารถเปนกรมหมื่นสุนทรเทพ. ครั้งหลังจึ่งตั้งเจ้าฟ้าดอกเดื่อเปนกรมขุนพรพินนิต, พระองค์เจ้าปานเปนกรมหมื่นเสพภักดี, แล้วตั้งเจ้าฟ้ากรมขุนเสนาพิทักษ์เปนพระมหาอุปราช. ๚ะ

๏ ลุศักราช ๑๑๐๙ ปีเถาะนพศก, ได้ข่าวพืชน์ทองคำเกิดตำบลบางสพานแขวงเมืองกุยบุรี. จึ่งดำรัศให้ข้าหลวงคุมไพร่พลออกไปร่อน,ได้เนื้อทองเข้าถวาย ๙๐ชั่งเสศ. ๚ะ

๏ ลุศักราช ๑๑๑๕ ปีรกาเบญจศก, พระเจ้าลังกาแต่งทูตานุทูตจำทูลพระราชสาสนเข้ามา, ขอพระสงฆ์ออกไปตั้งพระพุทธสาศนาในลังกาทวีป, จึ่งดำรัศให้นิมนต์พระอบาลี, พระอริยมุนี, กับพระสงฆ์อันดับสินสองรูป, ส่งออกไปลังกากับด้วยทูตอันมานั้น แลสมเดจ์พระเจ้าอยู่หัวได้ช้างเผือกพังช้างหนึ่ง, ให้นามพระวิเชียรหัศดินทร์. อยู่มาพระมหาอุปราชลอบลักสมัคสังวาส, กับเจ้าฟ้าสังวาล, เจ้าฟ้านิ่มในพระราชวัง. ดำรัศให้ลงพระราชอาญาเฆี่ยนพระมหาอุปราชจนสิ้นพระชนม์ในโทษ. แล้วตั้งเจ้าฟ้ากรมขุนพรพินิตเปนพระมหาอุปราช. ๚ะ

----------------------------

๏ แผ่นดินกรมขุนพรพินิต, แล้วถวายแก่กรมขุนอนุรักษมนตรี, ๚ะ

๏ ลุศักราช ๑๑๒๐ ปีขานสัมฤทธิศก, สมเดจ์พระเจ้าอยู่หัวเสดจ์สวรรคต, พระชนม์ได้ ๗๔ พรรษา, อยู่ในราชสมบัติยี่สิบหกปี. จึ่งพระมหาอุปราชคือกรมขุนพรพินิตได้เสวยราชสมบัติ. แล้วคิดกับกรมขุนอนุรักษมนตรี พระเชษฐาธิราช, จับกรมหมื่นจิตรสุนทร, กรมหมื่นสุนทรเทพ, กรมหมื่นเสพภักดี, ทั้งสามกรมให้สำเร็จโทษเสีย. แล้วพระเจ้าอยู่หัวอยู่ในราชสมบัติประมาณสิบวัน. จึ่งถวายสมบัติแก่กรมขุนอนุรักษมนตรีพระเชษฐาธิราช,ทูลลาออกทรงผนวชอยู่ณวัดประดู่. จึ่งกรมขุนอนุรักษมนตรีได้เสวยราชสมบัติ, ทรงพระนามพระเจ้าที่นั่งสุริยามรินทร์. ๚ะ

๏ ลุศักราช ๑๑๒๒ ปีมโรงโทศก, พระเจ้าอังวะชื่อมังลวงยกกองทัพพม่ารามัญมาตีพระนครไม่ได้, เลิกทัพกลับไปถึงพิราไลยในกลางทาง ๚ะ

๏ ลุศักราช ๑๑๒๖ ปีวอกฉศก, พระเจ้าอังวะชื่อมังระ, แต่ให้มหานรธาเปนนายทัพยกมาตีพระนครอีก, รบกันอยู่สามปี. ๚ะ

๏ ลุศักราช ๑๑๒๙ ปีกุนนพศก, ณวันอังคารเดือนห้าขึ้นเก้าค่ำ, ก็เสียกรุงพระนครศรีอยุทธยาแก่พม่าข้าศึค. พระเจ้าแผ่นดินอยู่ในราชสมบัติได้เก้าปีก็เสียพระนคร, แต่พระชนม์เท่าใดมิได้ปรากฎ. ๚ะ

๏ นับลำดับพระเจ้าแผ่นดิน, แต่ได้เสวยราชสมบัติในพระมหานคร ศรีอยุทธยา, นับได้ ๓๔ พระองค์. นับปีแต่แรกสร้างพระนครศักราช ๗๑๒ ปีขานโทศก, จนเสียพระนครในศักราช ๑๑๒๙ ปีกุนนพศก. คิดเปน ๔๑๗ ปีเท่านี้. ๚ะ

๏ พระราชพงษาวดารลำดับพระเจ้าแผ่นดินกรุงเก่าสังเขป, จบบริบูรณ. ๚ะ๛ ๚ะ

๏ พระราชพงษาวดารอยู่ที่สองต่อไป. ๚ะ

----------------------------

๏ ลุศักราช ๗๑๒ ปีขานโทศก, พระเจ้าอู่ทองทรงพระนามสมเดจ์พระรามาธิบดี,เปนปฐมราชวงษ์สร้างกรุงศรีอยุทธยา, เสวยสมบัติได้ ๒๐ ปี, สวรรคตในปีรกาเอกศก. ๚ะ

๏ ลุศักราช ๗๓๑ ปีรกานั้น, สมเดจ์พระราเมศวรราชบุตรเสวยราชสมบัติได้ปีหนึ่ง. ๚ะ

๏ ลุศักราช ๗๓๒ ปีจอโทศก, ขุนหลวงพงัวทรงพระนามสมเดจ์พระบรมราชาธิราช, เข้ามาแต่เมืองสุพรรณบุรี, พระราเมศวรถวายสมบัติ, เสดจ์ขึ้นเสวยสมบัติได้ ๑๓ ปี, เสดจ์สวรรคตในปีจอจัตวาศก ๚ะ

๏ ลุศักราช ๗๔๔ ในปีจอนั้น, เจ้าทองจันราชบุตร, นัยหนึ่งว่าเจ้าท้องลั่นได้เสวยราชสมบัติ ๗ วัน สมเดจ์พระราเมศวรจับสำเร็จโทษเสีย, แล้วขึ้นเสวยราชสมบัติอีก ครั้งหลังได้ ๖ ปี, สวรรคตในปีเถาะนพศก. ๚ะ

๏ ลุศักราช ๗๕๙ ในปีเถาะนั้น, สมเดจ์พระเจ้ารามราชบุตร, ได้เสวยสมบัติได้ ๑๕ ปี, ต้องเนียรเทศในปีมเสงตรีศก ๚ะ

๏ ลุศักราช ๗๖๓ ในปีมเสงนั้น, สมเดจ์พระนครินทราชาธิราช, เสวยสมบัติได้ ๑๘ ปี, สวรรคตในปีจอสัมฤทธิศก. ๚ะ

๏ ลุศักราช ๗๘๐ ในปีจอนั้น, เจ้าสามพระยาราชบุตรทรงพระนามสมเดจ์พระบรมราชาธิราชเสวยราชสมบัติได้ ๑๗ ปี, สวรรคตในปีขานฉศก. ๚ะ

๏ ลุศักราช ๗๙๖ ในปีขานนั้น, สมเดจ์พระบรมไตรยโลกย์นารถราชบุตร, เสวยสมบัติได้ ๑๖ ปี, สวรรคตในปีมเสงเอกศก ๚ะ

๏ ลุศักราช ๘๑๑ ในปีมเสงนั้น, สมเดจ์พระอินทราชาราชบุตร, เสวยสมบัติได้ ๒๒ ปี, สวรรคตในปีขานโทศก. ๚ะ

๏ ลุศักราช ๘๓๒ ในปีขานนั้น, สมเดจ์พระรามาธิบดีราชบุตร, เสวยสมบัติ ๔๐ ปี, สวรรคตในปีมเสงเอกศก. ๚ะ

๏ ลุศักราช ๘๗๑ ในปีมเสงนั้น, สมเดจ์พระบรมราชามหาพุทธางกูรราชบุตร, เสวยสมบัติได้ ๕ ปี, ประชวรทรพิศม์สวรรคตในปีรกาเบญจศก. ๚ะ

๏ ลุศักราช ๘๗๕ ในปีรกานั้น, พระรัษฎาธิราชกุมารราชบุตร, พระชนม์ห้าขวบเสวยราชสมบัติได้ ๕ เดือน, พระไชยราชาธิราชจับสำเร็จโทษเสีย. ๚ะ

๏ สมเดจ์พระไชยราชาธิราช, เสวยราชสมบัติได้ ๑๕ ปี, สวรรคตในปีกุนนพศก. ๚ะ

๏ ลุศักราช ๘๘๙ ในปีกุนนั้น, พระแก้วฟ้าราชบุตรพระชนม์ได้ ๑๑ ขวบ, เสวยสมบัติได้ ๒ ปีกับ ๖ เดือน. ๚ะ

๏ ลุศักราช ๘๙๑ ปีฉลูเอกศก, ขุนวงวงษาธิราชจับพระแก้วฟ้าสำเร็จโทษเสีย, ได้เสวยสมบัติ ๕ เดือน. ๚ะ ต่างวงษแทรก ๚ะ

๏ ในปีฉลูนั้นขุนพิเรนทรเทพ, จับขุนวรวงษาธิราชฆ่าเสียแล้วเชิญพระเทียนราชาลาผนวชมาเสวยสมบัติ, ทรงพระนามสมเดจ์พระมหาจักรพรรติราชาธิราช, อยู่ในสมบัติได้ ๒๗ ปี, สวรรคตในปีเถาะสัปตศก. ๚ะ

๏ ลุศักราช ๙๑๗ ในปีเถาะนั้น, พระมหินทราธิราชโอรสเสวยสมบัติปีหนึ่ง. ถึงศักราช ๙๑๘ ปีมโรงอัฐศก, เสียกรุงแก่ข้าศึกมอญหงษาวดีครั้งก่อน. ๚ะ

๏ ในปีมะโรงนั้น, สมเดจ์พระมหาธรรมราชาธิราชขึ้นเสวยราชสมบัติได้ยี่สิบสามปี, สวรรคตในปีขานสัมฤทธิศก. ๚ะ

๏ ลุศักราช ๙๔๐ ในปีขานนั้น, สมเดจ์พระนเรศวรราชบุตรเสวยสมบัติได้ ๑๖ ปี, สวรรคตในปีมเสงเบญจศก. ๚ะ

๏ ลุศักราช ๙๔๕ ในปีมเสงนั้น, สมเดจ์พระเอกาทศรถราชอนุชาเสวยสมบัติได้ ๙ ปี, สวรรคตในปีฉลูตรีศก, ๚ะ

๏ ลุศักราช ๙๖๓ ในปีฉลูนั้น, เจ้าฟ้าศรีเสาวภาคย์ราชบุตรเสวยสมบัติได้ปี ๑ กับ ๒ เดือน. ๚ะ

๏ สิ้นวงษ์สมเดจ์พระรามาธิบดี ๒๐ พระองค์, ยกเสียแต่ขุนวรวงษาธิราช. ๚ะ

๏ ลุศักราช ๙๖๔ ปีขานจัตวาศก, พระพิมลธรรมจับเจ้าฟ้าศรีเสาวภาคย์สำเร็จโทษเสีย, ขึ้นเสวยสมบัติผลัดพระวงษใหม่, ทรงพระนามพระเจ้าทรงธรรม อยู่ในสมบัติ ๒๖ ปี, สวรรคตในปีเถาะนพศก. ๚ะ

๏ ลุศักราช ๙๘๙ ในปีเถาะนั้น, พระเชษฐาธิราชโอรสเสวยสมบัติได้ปีหนึ่งกับ ๗ เดือน. ๚ะ

๏ ลุศักราช ๙๙๑ ปีมเสงเอกศก, เจ้าพระยากระลาโหมสุริยวงษจับพระเชษฐาธิราชสำเร็จโทษเสีย, แล้วยกพระอาทิตยวงษ์อนุชาพระชนม์ ๙ ขวบ, ขึ้นเสวยสมบัติได้ ๖ เดือน. ๚ะ

๏ สิ้นวงษ์พระเจ้าทรงธรรม ๓ พระองค์. ๚ะ

๏ ลุศักราช ๙๙๒ ปีมเมียโทศก, มุขมนตรีเนียรเทศพระอาทิตยวงษ์เสีย, อัญเชิญเจ้าพระยากลาโหมสุริยวงษ์ขึ้นเสวยสมบัติ, ผลัดพระวงษ์ใหม่ทรงพระนามพระเจ้าปราสาททอง, อยู่ในสมบัติได้ ๒๖ ปี, สวรรคตในปีมแมสัปตศก. ๚ะ

๏ ลุศักราช ๑๐๑๗ ในปีมแมนั้น, เจ้าฟ้าไชยราชบุตรเสวยสมบัติได้เก้าเดือน. ๚ะ

๏ ลุศักราช ๑๐๑๘ ปีวอกอัฐศก, พระศรีสุธรรมราชา พระเจ้าอาว, จับเจ้าฟ้าไชยสำเร็จโทษเสีย, แล้วขึ้นเสวยสมบัติได้ ๒ เดือนกับ ๒๐ วัน. ๚ะ

๏ ในปีวอกนั้น, สมเด๗พระนารายน์ราชบุตรพระเจ้าปราสาททอง, จับพระศรีสุธรรมราชาพระเจ้าอาวสำเร็จโทษเสีย, แล้วขึ้นเสวยสมบัติได้ ๒๖ ปี, สวรรคตในปีจอจัตวาศก. ๚ะ

๏ ลุศักราช ๑๐๔๔ ในปีจอนั้น, พระเพทราชาได้เสวยสมบัติ ๑๖ ปี, สวรรคตในปีฉลูนพศก. ๚ะ ต่างวงษแทรก. ๚ะ

๏ ลุศักราช ๑๐๕๙ ในปีฉลูนั้น, พระพุทธเจ้าเสือราชบุตรสมเดจ์พระนารายนได้เสวยสมบัติ ๑๐ ปี, สวรรคตในปีจออัฐศก. ๚ะ

๏ ลุศักราช ๑๐๖๘ ในปีจอนั้น, พระเจ้าอยู่หัวท้ายสระราชบุตรเสวยสมบัติได้ ๒๗ ปี, สวรรคตในปีชวดจัตวาศก. ๚ะ

๏ ลุศักราช ๑๐๙๔ ในปีชวดนั้น, พระเจ้าอยู่หัวบรมโกฎพระอนุชาเสวยสมบัติได้ ๒๖ ปี, สวรรคตในปีขานสัมฤทธิศก. ๚ะ

๏ ลุศักราช ๑๑๒๐ ในปีขานนั้น, เจ้าฟ้าดอกเดื่อกรมขุนพรพินิตราชบุตร, ได้เสวยสมบัติประมาณ ๑๐ วัน, ถวายสมบัติแก่พระเชษฐาธิราช. ๚ะ

๏ เจ้าฟ้ากรมขุนอนุรักษมนตรีพระเชษฐาธิราชเสวยสมบัติ, ทรงพระนามพระเจ้าที่นั่งสุริยามรินทร์, อยู่ในสมบัติได้ ๙ ปี, เสียกรุงแก่พม่าข้าศึกครั้งหลัง. ๚ะ

๏ สิ้นวงษพระเจ้าปราสาททอง ๙ องค์, ยกเสียแต่พระเพทราชา. ๚ะ

๏ นับลำดับพระเจ้าแผ่นดิน, ซึ่งได้ครองสมบัติกรุงเก่าได้ ๓๔ พระองค์. คิดเปนปีได้ ๔๑๗ ปี. ๚ะ

๏ พระราชพงษาวดาร, สังเขปจบบริบูรรณ. ๚ะ

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ