Error message

Warning: ini_set(): A session is active. You cannot change the session module's ini settings at this time in drupal_environment_initialize() (line 697 of /home/www/virtual/vajirayana.org/htdocs/includes/bootstrap.inc).

บทที่ ๘

วู-จังหรืออุทยาน อาราม

และถนนหนทางทั้งหลาย รอบพระพุทธบาท

ภายหลังเมื่อฟาเหียนกับพรรคพวกได้ข้ามแม่น้ำ (สินธู) แล้ว, ณ บัดนั้นก็เข้าสู่ราชอาณาเขตแห่งวู-จัง,๘๑ ซึ่งที่จริงก็คืออินเดียภาคเหนือนั่นเอง. ประชาชนใช้ภาษาคำพูดอย่างมัชฌิมประเทศแห่งอินเดีย. มัชฌิมประเทศ๘๒อินเดีย, ที่เรา (ฟาเหียน) เรียกนั้นคือ, ราชอาณาจักรซึ่งตั้งอยู่ศูนย์กลางแห่งประเทศอินเดีย. อาหารและเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายก็อย่างสามัญ, และเป็นแบบเดียวกันกับในมัชฌิมประเทศอินเดีย. พระธรรมวินัยขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้ากำลังรุ่งเรือง. นิวาสสถานซึ่งพระภิกษุพักชั่วขณะหนึ่งก็ดี, หรือเป็นสถานที่อาศัยอยู่ประจำโดยถาวรดี, เรียกกันว่าสังฆาราม.๘๓ สังฆารามเช่นนี้มีหมดด้วยกันในราว ๕๐๐ แห่ง, พระภิกษุในอารามเหล่านั้นเป็นนิกายฝ่ายหินยานทั้งหมด เมื่อมีพระภิกษุ๘๔เป็นแขกเดินทางไปถึง, มีความประสงค์จะขอพักอาศัย ก็จะได้รับอนุญาตให้อยู่ได้องค์ละ ๑ วัน ภายหลังกำหนดนี้แล้ว ก็จะได้รับคำบอกให้ไปหาสถานที่พักของตนเองใหม่.

มีเรื่องราวที่เล่ากันสืบต่อ ๆ มาเรื่องหนึ่งว่า ในกาลครั้งหนึ่งเมื่อสมเด็จพระพุทธเจ้าเสด็จมาสู่อินเดียภาคเหนือ, พระองค์ได้เสด็จมาถึงนครแห่งนี้ ได้ทรงเหยียบรอยพระพุทธบาทเบื้องซ้ายลงไว้ในที่แห่งหนึ่ง ซึ่งผู้ที่ได้ไปพบเห็นมาแล้วบางคนก็ว่ายาว บางคนก็ว่าสั้นตามแต่ความคิดเห็นของเขา. รอยพระบาทนี้ยังคงมีปรากฏอยู่, และถือกันว่าเป็นรอยพระพุทธบาทอันแท้จริงจนตราบเท่าทุกวันนี้. มีสถานที่เป็นศิลาอีกแห่งหนึ่งซึ่งยังคงเห็นปรากฏอยู่ กล่าวกันว่าเป็นสถานที่ ๆ พระพุทธองค์ทรงตากผ้า, และเป็นสถานที่ ๆ พระองค์ทรงกระทำให้นาค๘๕ผู้เป็นพาลตนหนึ่งกลับความประพฤติเป็นธรรม. ศิลาลูกนี้สูง ๔๐ ศอก และกว้างกว่า ๒๐ ศอก ด้านหนึ่งของศิลาลูกนี้เกลี้ยงเกลา.

พระภิกษุฮุย- กิง, ฮุย-ตะ, กับตาว-จิง, ออกเดินทางล่วงหน้าไปยังสถานที่อันสถิตพระพุทธฉายาลักษณ์ ซึ่งอยู่ในเมืองนาคร๘๖ก่อน ส่วนฟาเหียนกับภิกษุอื่น ๆ อีกยังคงยับยั้งอยู่ในวู-ชัง, และถือเอาเป็นที่พักอาศัยอยู่ตลอดเวลาในฤดูร้อน๘๗ เมื่อล่วงพ้นฤดูร้อนแล้ว, ฟาเหียนกับพวกก็ออกเดินทางต่อลงไปทางใต้, บรรลุถึงจังหวัดซู-โฮ-โต.๘๘

  1. ๘๑. คืออุทยาน ตามคำหมายว่าสวน. อยู่ตรงทิศเหนือของปันจาป เป็นเมืองซึ่งมีภูมิฐานยาวไปตามลำน้ำศุภวัสดุ, เดี๋ยวนี้เรียกว่าสมัส. มีชื่อเสียงว่าเป็นป่าดอกไม้และผลไม้. ดู E. H. หน้า ๑๕๓.

  2. ๘๒. กำหนดเขตมัชฌิมชนบทในสมัยพุทธกาล. ตามหนังสือพุทธประวัติหน้า ๖ อ้างถึงบาลีจัมมขันธกะ ในมหาวรรคแห่งวินัยดังนี้. ทิศบูรพา ภายในแต่มหาศาลนครเข้ามา ทิศอาคเนย์ ภายในแต่แม่น้ำสัลลวตีเข้ามา ทิศทักษิณ ภายในแต่เสตกัณณิกนิคมเข้ามา ทิศปัศจิม ภายในแต่ถูนคามเข้ามา ทิศอุดร ภายในแต่ภูเขาอุสีรชะเข้ามา.

  3. ๘๓. ดูบทที่ ๓ หน้า ๒๔ โน๊ต ๒.

  4. ๘๔. ภิกษุเป็นนามสำหรับเรียกพระสงฆ์ ซึ่งดำรงชีวิตความเป็นอยู่โดยทาน คือผู้ขอ. แต่ภิกษุทั้งหมดเรียกตนเองว่าสมณะ นามทั้ง ๒ อย่างนี้เราจะใช้อย่างใดก็ได้.

  5. ๘๕. นาคเป็นนามในภาษาสันสกฤต สำหรับในภาษาจีนเรียกว่ามังกร. แต่พบบ่อยๆ ใช้เรียกงูใหญ่ชนิดที่เรียกว่างูเหลือม. หนังสือพุทธศาสนาฝ่ายจีน (Eitel หน้า ๗๙) บรรยายไว้ว่า เมื่อกล่าวถึงคำว่านาค ซึ่งหมายถึงเป็นพิเศษว่างูเหลือม ย่อมสำแดงอยู่เสมอว่าเป็นศัตรูกับมนุษย์. แต่ถ้าเล็งถึงว่าเป็นเจ้าแห่งแม่น้ำทะเลสาบหรือมหาสมุทร, มักสำแดงลักษณะเอียงไปข้างว่าเป็นสัตว์ใจบุญ. แต่อย่างไรก็ดี มังกรในฝ่ายจีนซึ่งหมายถึงว่าเป็นผู้ครอบครองประเทศโดยราชธรรม หรือนักปราชญ์นั้น ไม่มีปรากฏว่าใช้ในฝ่ายพุทธศาสนาเลย. เมื่อกล่าวถึงคำว่านาคที่หมายถึงผู้ซึ่งมีความประสงค์จะอุปสมบทในพุทธศาสนา ก็คือผู้ที่ปราถนาจะศึกษาให้บรรลุแจ้งถึงภูมิธรรมชั้นสูงให้เป็นที่ประจักษ์แก่ตาทีเดียว. ตัวอักษรที่ใช้ 度 มีความหมายโดยใจความว่า การพลิกกลับความประพฤติ ให้ถูกต้องครบถ้วนตามทางพระพุทธศาสนาคือ ปารมิตา ๖ ประการอันเป็นกุศลธรรม. ซึ่งบุคคลผู้เป็นนาคจะต้องถือพาไปข้ามห้วงมหรรณพ คือความเป็นอยู่และความตาย เพื่อให้ดวงวิญญาณที่ต้องเวียนว่ายตายเกิดอยู่ถึงฝั่งแห่งพระนิพพาน. มีนิยายของนาคผู้ซึ่งกลับเปลี่ยนความประพฤติกิริยาวาจาได้โดยละเอียดถี่ถ้วนผู้หนึ่ง, (Eitel หน้า ๑๑) กล่าวว่า นาคผู้นั้นมีนามว่า อปทาล เป็นเจ้าควบคุมแม่น้ำศุภวัสดุ, และนาคผู้นี้ได้เปลี่ยนความประพฤติโดยองค์พระศากยมุนี ด้วยเวลาอันน้อยก่อนที่จะถึงแก่ความมรณะ.

  6. ๘๖. ในภาคจีนเรียกว่า น-กีห. เป็นราชอาณาจักโบราณแห่งหนึ่ง, มีนครตั้งอยู่บนฝั่งใต้แห่งแม่น้ำกาบุล, ห่างจากเจลลาลบัดทางทิศตะวันออกประมาณ ๑,๒๐๐ เส้น.

  7. ๘๗. ครั้งนี้ดูเหมือนจะเป็นไปในปี พ.ศ. ๙๔๖.

  8. ๘๘. ซู-โฮ-โต ไม่ปรากฏชัดเจนว่าอยู่ไหน ? Beal กล่าวว่า ถัดจากที่ฟาเหียนได้ออกจากอุทยานไปแล้ว. ก็ต้องเป็นภูมิประเทศในระหว่างแม่น้ำสินธูกับสวัต ซึ่งคาดคะเนเอาว่า ณตำบลเขตแขวงที่เรียกกันอยู่เดี๋ยวนี้ว่าสวัสติน.

 

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ