ตอนที่ ๗ กำเนิดพระอุณรุท และท้าวบรมจักรกฤษณ์เสด็จออกทรงบำเพ็ญพรต

ช้า

๏ เมื่อนั้น พระไกรสุทสุริย์วงศ์รังสรรค์
กับนางรัตนาวิลาวัณย์ ครอบครองไอศวรรย์อันโอฬาร
สำราญรมย์ชมแสนมไหศูรย์ สมบูรณ์ด้วยอนงค์เสน่หา
ถ้วนหมื่นหกพันกัลยา บำเรอผ่านฟ้าทุกนาที
ดั่งองค์สมเด็จหัสนัยน์ สถิตไพชนรัตน์มณีศรี
พระเกียรติเลื่องหล้าธาตรี ทุกบุรีครั่นครามขามฤทธิ์
แต่งสุวรรณบุปผาบรรณาการ สร้อยสนสังวาลภูษิต
มานบน้อมศิโรโมลิศ ถวายฝากชีวิตพระทรงธรรม์
ประชากรอยู่เย็นเป็นสุข พระนครแสนสนุกเกษมสันต์
ด้วยเดชหน่อพระองค์ทรงสุบรรณ เป็นฉัตรแก้วกั้นโลกา

ฯ ๑๐ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ฝ่ายนางกำนัลถ้วนหน้า
ล้วนทรงโฉมประโลมวิญญาณ์ ลักขณาพริ้งพร้อมทุกนารี
ก็ปันเวรเกณฑ์กันประจำการ อยู่งานบำเรอบทศรี
ลางหมู่โบกปัดพัดวี เฟี้ยมเฝ้าข้างที่พระสุริย์วงศ์
ลางหมู่จับระบำรำถวาย ด้วยวิลาสเยื้องกรายดำเนินหงส์
ลางหมู่ฝูงนาฏนางอนงค์ ผสานพิณพาทย์ส่งสำเนียงนวล
บ้างร้องรับเรื่อยเฉื่อยฉาน ลำนำคำหวานโหยหวน
กล่อมเกลี้ยงโอดพันครั่นครวญ ให้ยั่วยวนพระทัยทรงธรรม์
จงรักภักดีสุจริต จนถึงชีวิตชีวาสัญ
บำรุงบำเรอไม่เว้นวัน เป็นมหันต์มโหโอฬาร์

ฯ ๑๐ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น โฉมนางรัตนาเสน่หา
เสวยสุขอยู่ทุกทิวา ในไอศวรรยาสถาวร
แสนสนิทพิศวาสไม่ขาดพักตร์ บำเรอรักภิญโญสโมสร
เฟี้ยมเฝ้าเคล้าคู่ด้วยภูธร เป็นปิ่นนิกรนารี
ร่วมภิรมย์ชมรสสังวาส วรนาฏปรีดิ์เปรมเกษมศรี
สิ้นกาลนานถึงกำหนดปี เทวีทรงครรภ์พระโอรส
ยิ่งจำเริญส่งศรีฉวีวรรณ ผิวพักตร์เพียงจันทร์ทรงกลด
สมบูรณ์พูนสุขอิสริยยศ จนกำหนดถ้วนทศมาสตรา
ถึงวันศุภฤกษ์รุณโณภาส ลมกัมมัชวาตพัดกล้า
ให้รัญจวนป่วนครรภ์กัลยา เวทนาเร้ารุ่มกลุ้มกาย

ฯ ๑๐ คำ ฯ

๏ บัดนั้น ฝูงนางกำนัลทั้งหลาย
ชะแม่เถ้าแก่ขรัวยาย ต่างตนวุ่นวายไม่สมประดี
บ้างเข้าฝืนท้องประคองครรภ์ แก้ไขแปรผันนางโฉมศรี
บ้างวิ่งไปทูลพระภูมี ยังที่ห้องแก้วอลงกรณ์

ฯ ๔ คำ ฯ เชิด[๑]

๏ เมื่อนั้น พระไกรสุทสุริย์วงศ์ชาญสมร
แจ้งว่าอัครราชบังอร รัญจวนอุทรเวทนา
ให้หวาดหวั่นตระหนกตกพระทัย ด้วยอาลัยแสนสุดเสน่หา
ลุกจากแท่นแก้วอลงการ์ เสด็จมาที่อยู่นางเทวี

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น นวลนางรัตนามารศรี
พอองค์สมเด็จพระสามี เสด็จมาถึงที่ตำหนักนาง
ก็ประสูติพระโอรสราช ด้วยฤทธิ์อำนาจไม่ขัดขวาง
งามละอองผ่องผิวสารพางค์ พระรูปร่างเทียมเทวกุมาร

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ บัดนั้น ฝ่ายชาวสังคีตขับขาน
ก็ประโคมแตรสังข์กังสดาล พิณพาทย์ประสานดนตรี
ประโรหิตก็ลั่นฆ้องชัย เสียงสนั่นหวั่นไหวอึงมี่
เหล่านางขับไม้มโหรี ก็ดีดสีดุริยางค์ขึ้นพร้อมกัน

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ฝ่ายพระวงศารังสรรค์
เอาข่ายทองรองผ้าพื้นสุวรรณ ชวนกันรับองค์พระกุมาร
เชิญมาโสรจสรงในสาคร ธารสุคนธ์เกสรหอมหวาน
ชำระรดล้างสีราคีพาน แล้ววางยังสถานยี่ภู่ทอง
งามองค์งามทรงพระเยาวเรศ พิมพ์เพศส่งศรีไม่มีสอง
พักตร์พริ้มยิ้มยวนนวลละออง ไตรโลกเล็งต้องจำเริญตา

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น องค์ท้าวไกรสุทนาถา
เห็นโอรสราชกุมารา ลักขณาประเสริฐเพริศเพรา
ดั่งหนึ่งรูปทองทิพมาศ เทเวศชาญฉลาดหล่อเหลา
พักตรางามพร้อมกล่อมเกลา สารพัดพริ้งเพราวิไลวรรณ
พิศพิศพลางเพลินจำเริญรัก พระทรงจักรเชยโฉมประโลมขวัญ
ให้ชูชื่นพระทัยทรงธรรม์ ดั่งได้เสวยสวรรค์วิมานฟ้า
จึ่งตรัสสั่งชะแม่ผู้ใหญ่ ให้จัดนางในพระวงศา
ครบตำแหน่งพระนมตามตำรา โอรสมหาจักรพรรดิ
ทั้งอนงค์พื้นสกรรจ์สรรตระกูล ที่สมบูรณ์สุริย์วงศ์พงศ์กษัตริย์
มีอัชฌาสัยสันทัด จัดเป็นพี่เลี้ยงพระกุมาร

ฯ ๑๐ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ท้าวฉลองพระโอษฐ์ปรีชาหาญ
นบนิ้วรับราชโองการ ชุลีลาแล้วคลานออกมา
จัดหมู่พระนมอนงค์นาง วิไลลักษณ์รูปร่างโอ่อ่า
ล้วนหกสิบสี่กัลยา ล้วนสุริย์วงศาเสมอกัน
ที่สูงต่ำดำขาวไม่เพราพร้อม ทั้งนารีพีผอมก็เลือกสรร
เว้นโทษหกสถานที่สำคัญ โดยบรรพ์ระบอบบุราณกาล
แล้วจัดนางพี่เลี้ยงล้วนทรงโฉม เลิศลักษณ์ประโลมสงสาร
ห้าร้อยแน่งน้อยยุพาพาล มาถวายพระกุมารตามบัญชา

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระบรมจักรกฤษณ์นาถา
แจ้งว่าสมเด็จพระนัดดา ประสูติออกมาเป็นชาย
มีความแสนโสมนัสนัก ผิวพักตร์เพียงจันทร์จำรัสฉาย
พระปีติซาบสารพางค์กาย สมหมายจะให้สืบรพีพงศ์
จึ่งมีสุนทรวาจา ชวนอัครชายานวลหง
เสด็จยังพระหน่อสุริย์วงศ์ ฝูงอนงค์กำนัลก็ตามไป

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ สถิตเหนือแท่นรัตโนภาส กลางหมู่สนมนาฏน้อยใหญ่
พิศเพ่งเล็งโฉมพระดนัย ดั่งดวงแขไขไม่ราคี
งามสรรพสิ้นสารพางค์พักตร์ สมวงศ์สมศักดิ์สมศรี
อรชรอ้อนแอ้นทั้งอินทรีย์ เป็นที่เฉลิมนัยนา
ถึงพระขันธกุมาราราช อันทรงอาสน์มยุเรศปักษา
ก็ไม่ปานโฉมสวัสดิ์พระนัดดา หกสวรรค์ชั้นฟ้าไม่เทียมทัน
สองกษัตริย์เพ่งพิศแล้วพิศวง ด้วยพิมพ์พักตร์รูปทรงพระหลานขวัญ
แสนสวาทประดิพัทธ์ผูกพัน เสมอกันกับดวงชีวี
จึ่งตรัสประทานพระพี่เลี้ยง อันร่วมเรียงพระวงศ์เรืองศรี
ชื่อบรมธรรม์อันภักดี พระพิจิตรผู้ปรีชาชาญ
หนึ่งชื่อพระเพียรพิชัย พระไตรดาวงศ์ใจหาญ
ทั้งสี่ล้วนราชกุมาร รอบรู้กิจการกษัตรา
สำหรับโลมเลี้ยงพระสุริย์วงศ์ อุ้มชูพระองค์ข้างหน้า
ซื่อตรงจงรักพระนัดดา ต่างใจต่างตาภูมี
ประทานทั้งลูกอำมาตย์ อันมีชาติตระกูลศักดิ์ศรี
อายุสิบสามสิบสี่ปี หมื่นหนึ่งใส่ที่บริวาร
แล้วตรัสสั่งนางท้าวเถ้าแก่ ชะแม่ผู้ปรีชาหาญ
ให้บอกกันทุกพนักงาน แต่งการสมโภชพระนัดดา

ฯ ๑๘ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ท้าวนางผู้มียศถา
นบนิ้วรับราชบัญชา ชุลีลาแล้วคลานออกไป

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ จึ่งกะเกณฑ์กันให้จัดการ ตามที่พนักงานน้อยใหญ่
บายศรีแว่นแก้วเทียนชัย พิณพาทย์ขับไม้ดนตรี
แล้วไปสั่งงานข้างหน้า ให้มาตั้งอาสน์ลาดที่
ประชุมทั้งพฤฒาพราหมณ์ชี เสร็จโดยพิธีครบครัน

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ ครั้นรุ่งสุริโยโอภาส พระจักรกฤษณ์ธิราชรังสรรค์
กับองค์โอรสวิไลวรรณ สองศรีแจ่มจันทร์วนิดา
สี่กษัตริย์สระสรงทรงเครื่อง อร่ามเรืองจับผิวพระมังสา
ออกจากห้องแก้วอลงการ์ เสด็จมายังที่พิธีการ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระพี่เลี้ยงเยาวยอดสงสาร
ชำระสระสรงพระกุมาร ด้วยน้ำหอมคู่สนานเทวัญ
แล้วเชิญเสด็จพระเยาวราช มาปราสาทภิเษกเฉลิมขวัญ
ให้สถิตแท่นแก้วแพร้วพรรณ กางกั้นเศวตฉัตรโมลี

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ ได้เอยได้ฤกษ์ พระโหรให้เบิกบายศรี
พนักงานลั่นฆ้องเข้าสามที แตรสังข์ดนตรีอึงอล
ชาวประโคมก็ประโคมฆ้องกลอง พิณพาทย์กึกก้องกุลาหล
ได้ศุภนิมิตมงคล สุริยนทรงกลดในเมฆา
พระครูประโรหิตก็จุดเทียน ติดแว่นส่งเวียนไปเบื้องขวา
รับกันเป็นอันดับมา ในมหามณฑลพิธีการ
ฝ่ายเทพธิดายุพาพักตร์ อันบริรักษ์เศวตฉัตรฉายฉาน
ก็โปรยทิพบุปผาสุมามาลย์ บันดาลสำแดงให้เห็นองค์
ชีพ่ออ่านเวทพรหมา ถวายอาเศียรพาทภิเษกสรง
ริดรดพระหน่อสุริย์วงศ์ โดยมงคลราชพิธีกรรม์

ฯ ๑๐ คำ ฯ

๏ ครั้นถ้วนเจ็ดรอบโดยศาสตร์ พฤฒามาตย์ดับเทียนเฉลิมขวัญ
โอมอิศรเวทโบกควัน ให้พระวงศ์เทวัญผู้ฤทธี
เอาจุณเทียนเจิมเฉลิมพักตร์ หน่อพระหริรักษ์เรืองศรี
สมมติว่าเป็นสวัสดี โดยคัมภีร์ไสยศาสตร์ถาวร

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ท้าวบรมจักรกฤษณ์ชาญสมร
กับองค์อัครราชบังอร จึ่งประทานนามกรพระนัดดา
ชื่อว่าพระศรีอุณรุท เฉลิมวงศ์จักรภุชนาถา
ให้จำเริญศรีสวัสดิ์วัฒนา ชัยตุมหาศักดาฤทธิ์[๒]
ฝ่ายพระบิตุเรศมารดร ก็อวยพรประกาศประกาศิต
จงเป็นอิศโรโมลิศ ปัจจามิตรระอาปราชัย
เหล่าบรมตระกูลประยูรญาติ แสนสนมอำมาตย์น้อยใหญ่
ต่างอำนวยอวยพรเลิศไกร ให้แผ่เกียรติไปทั้งไตรดาล
ลือเลื่องเรืองยศปรากฏฤทธิ์ ทศทิศอย่ารอต่อต้าน
สืบศักดิ์สุริย์วงศ์พระอวตาร เป็นประธานกษัตริย์ทุกธานี
ครั้นเสร็จสมโภชเฉลิมขวัญ พระทรงธรรม์ธิราชเรืองศรี
กับโอรสอัคเรศเทวี พระวงศาเสนีโหรา
ต่างตนชื่นชมโสมนัส พูนสวัสดิ์ภิรมย์พร้อมหน้า
ออกจากปราสาทแก้วแววฟ้า กลับมาที่อยู่สำราญใจ

ฯ ๑๔ คำ ฯ

๏ บัดนั้น พระพี่เลี้ยงผู้มีอัชฌาสัย
ครั้นพระวงศ์ต่างองค์กลับไป ก็เชิญพระดนัยยุพาพาล
เสด็จมายังห้องไสยาสน์ อันโอภาสประดับมุกดาหาร
เชิญลงพระอู่อลงการ ก็อยู่งานช้ากล่อมให้บรรทม

ฯ ๔ คำ ฯ

ช้าลูกหลวง

๏ สรวมชีพพระทูลกระหม่อม ควรเป็นจอมกษัตริย์สม
ทรงงามพ่อทรามชม เชิญบรรทมให้สำราญ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ นางใดในใต้หล้า ใช่นางฟ้ายอดสงสาร
จักมาทูลบทมาลย์ ไม่ควรพานพระองค์เอย

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ โฉมพ่อนี้ตรีเนตร หรือกมเลศครรไลหงส์
หรือโฉมทัดจันทร์ลง[๓] มาโลมโลกย์ให้โศกสูญ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ ถึงโฉมสามเป็นเจ้า ผู้ปิ่นเกล้าจักไวกูณฐ์
ไม่เทียมโฉมพระทูล กระหม่อมน้อยข้านี้เอย

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ท้าวบรมจักรกฤษณ์เรืองศรี
เสวยไอศวรรยาธานี ได้สองหมื่นปีโดยประมาณ
พระปรีชาสอดส่องตรองคะนึง คิดถึงอนิจจังสังขาร
ทั้งพระกายก็เกือบชรากาล เยี่ยมใกล้ข่ายมารมรณา
ให้เหนื่อยหน่ายในราชสมบัติ ใคร่ขจัดกามคุณทั้งห้า
อันตัวกูอยู่ในพารา จะจำศีลภาวนาไม่ชอบกล
มิได้สงัดจิตวิเวก สัลเลขละบาปบำรุงผล[๔]
จะทิ้งวังไปยังอารญ ก่อการกุศลจำเริญฌาน
เป็นทางสุโขภิญโญยิ่ง ผสมสิ่งเนื้อนาแก่นสาร
เป็นสุวรรณเภตรานาวายาน ไปสถานศิวโมกข์สถาวร

ฯ ๑๐ คำ ฯ

๏ ตริแล้วจึ่งมีพจนารถ แก่องค์อัครราชดวงสมร
ตัวพี่ครอบครองพระนคร สโมสรเป็นสุขด้วยกันมา
สิ้นกาลนานนับหมื่นปี ประชาชีปรีดิ์เปรมพร้อมหน้า
บัดนี้ก็จวนจะชรา คิดถึงกายาสังเวชใจ
แม้นว่ามีศึกมัจจุราช ไม่เห็นฤทธิ์เห็นญาติจะช่วยได้
พี่จะลาองค์อรไท ออกไปอยู่ป่าหิมพานต์
สร้างพรตพิธีบำเพ็ญผล ผจญข้าศึกซึ่งอาจหาญ
อันไอศวรรยาสุธาธาร ก็เป็นภารธุระพระลูกยา
เจ้าค่อยอยู่เถิดนะนงลักษณ์ โลมเลี้ยงหลานรักเสน่หา
แม้นมีอันตรายโรคา ระลึกถึงก็จะมายังธานี

ฯ ๑๐ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น องค์พระอัคเรศมเหสี
ได้ฟังบัญชาพระสามี เทวีอัดอั้นตันใจ
ดั่งหนึ่งพระกาลพาลราช มาฟันฟาดเศียรเกล้าไปได้
ชลเนตรคลอเนตรอรไท จึ่งทูลตอบไปด้ายความรัก
อนิจจาโอ้ว่าพระทูลกระหม่อม จะจากจอมเกศไปเพียงอกหัก
เมื่อใดจะได้เห็นพักตร์ ใครจะเป็นปิ่นปักโมลี
ได้ภิรมย์ร่มเกล้าแต่เยาว์มา ไม่เคยคลาคลาดเบื้องบทศรี
ไฉนพระมาตรัสดั่งนี้ ผิดทางผิดที่บัญชาการ
พระองค์จงได้โปรดเกศ เชิญสถิตนิเวศน์ราชฐาน
พระทัยปลงทรงศีลประสาททาน ก็เป็นบุญแก่นสารเสมอกัน
ซึ่งจะทิ้งข้าบาทอนาถไว้ จะโหยไห้วิโยคโศกศัลย์
จะทนทุกข์ไปทุกคืนวัน นางทูลรำพันแล้วโศกา

ฯ ๑๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ท้าวบรมจักรกฤษณ์นาถา
เห็นองค์พระอัครชายา พิไรร่ำวอนว่าพาที
จึ่งลูบหลังตรัสปลอบด้วยความรัก ดวงใจดวงจักษุพี่
ซึ่งจะลาเจ้าไปครั้งนี้ คงจะคืนชีวีมาเห็นกัน
มิใช่จะตายจากเจ้า ขวัญข้าวเจ้าอย่ากันแสงศัลย์
อันกษัตริย์เยี่ยงอย่างแต่ปางบรรพ์ ย่อมละไอศวรรย์ไปสร้างพรต
จงศรีสวัสดิ์สถาวร รักษาพระนครชนบท
บำรุงพระราชโอรส ให้คงทศธรรมประเวณี
ตรัสแล้วเสด็จยุรยาตร จากทองนพมาศเฉลิมศรี
กรายกรย่างเยื้องจรลี ไปปราสาทมณีพระลูกยา

ฯ ๑๐ คำ ฯ

๏ ลดองค์ลงเหนือบัลลังก์รัตน์ สำหรับทรงจักรพรรดินาถา
ดั่งบรมพรหเมศวร์เสด็จมา ยังมหาไพชนต์อลงกรณ์

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ท้าวไกรสุทสุริย์วงศ์ชาญสมร
กับองค์อัครราชบังอร เห็นพระบิดรผู้เรืองฤทธิ์
มายังมหาปราสาท เสด็จเหนือสิงหาสน์ภัทรบิฐ
สง่างามดั่งเทพนฤมิต ก็ถวายอัญชุลิตด้วยปรีดา

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระตรีภพลบโลกนาถา
จึ่งมีมธุรสวาจา แก่โอรสายาใจ
บิดามานี้จะลาเจ้า ไปอยู่เขาหิมวาป่าใหญ่
ลูกรักจะครองเวียงชัย ให้นิราแรมไข้ไภยัน
จงสดับรับรสโอวาท อย่าประมาทมืดมัวโมหัน
จงสถิตในทางทศธรรม์ เป็นหลักแก้วอันสถาวร
สิบสิ่งสำหรับปรนนิบัติ ประเทศท้าวจักรพรรดิมาแต่ก่อน
สมเคราะห์มาตยาประชากร สี่สิ่งบวรสวัสดี
เอาเมตตาเป็นน้ำอำมฤก กว้างลึกเย็นใสเกษมศรี
ทั่วทั้งโลกาประชาชี เป็นที่วิดหาบอาบกิน
เอาทานซึ่งหว่านไปถ้วนหน้า เป็นยาเลี้ยงโลกอย่ารู้สิ้น
เอาศีลบริสุทธิ์ไม่ราคิน เป็นอาสน์โกมินอันเพริศพราย
เอาสิ่งสวัสดีวจีสัจ เป็นฉัตรแก้วกั้นสุริย์ฉาย
เอาจิตกลัวบาปหยาบคาย เป็นภูษิตเลิศลายอลงกรณ์
บำรุงสุริย์วงศ์พงศ์ประยูร ให้สมบูรณ์พูนสุขสโมสร
เลี้ยงเหล่าอำมาตย์ราษฎร ผันผ่อนโดยชอบระบอบธรรม์
ตัดโลภโอบอุ้มโลกา ชักชวนไพร่ฟ้าสู่สวรรค์
เจ้าผู้สายทรวงดวงชีวัน จงปกป้องครองกันให้จงดี

ฯ ๑๘ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ท้าวไกรสุทสุริย์วงศ์เรืองศรี
ได้ฟังพระปิ่นโมลี มีความสลดระทดใจ
รับพระโอวาทไว้เหนือเกศ ชลเนตรแถวถั่งหลั่งไหล
ทั้งนางรัตนาทรามวัย สะอื้นไห้ครวญคร่ำรำพัน
โอ้ว่าพระบิตุเรศเจ้า พระคุณเคยปกเกล้าเกษมสันต์
ได้ร่มเย็นเป็นสุขทุกคืนวัน ดั่งฉัตรแก้วกั้นทินกร
ทีนี้จะทิ้งข้าไว้ ไปอยู่หิมเวศสิงขร
องค์เดียวเปลี่ยวใจภูธร ลูกนี้อาวรณ์สังเวชนัก
ด้วยไม่มีฝูงเฝ้าเหล่าอนงค์ ใครจะรองบาทบงสุ์พระทรงจักร
อยู่วังเคยพรั่งพร้อมพักตร์ บำเรอรักสุโขมโหฬาร
จะละสุขละแสนสิริยศ สร้างพรตเอองค์น่าสงสาร
จะไสยาสน์เหนืออาสน์ธุลีพาน เสวยแต่ผลาหารอันหยาบคาย
ลูกนี้แสนทุกข์ทุกข์ถึง คิดคิดรำพึงแล้วใจหาย
สองกษัตริย์รำพันบรรยาย ฟูมฟายชลเนตรแล้วโศกา

ฯ ๑๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ท้าวบรมจักรกฤษณ์นาถา
เห็นองค์สมเด็จพระลูกยา กับพระสุณิสาวิลาวัณย์
ครวญคร่ำร่ำว่าพาที แสนทวีวิโยคโศกศัลย์
ให้อาลัยร้อนใจจาบัลย์ แล้วแบ่งบั่นด้วยปรีชาชาญ
จึ่งตรัสปลอบสองกษัตรา เจ้าดวงชีวาสังขาร
อย่ากันแสงโศกาอุราราน ด้วยการจากกันแต่เพียงนี้
นัยจะกลับไปมาหากัน จอมขวัญของพ่อทั้งสองศรี
อุตส่าห์ปรนนิบัติพระชนนี ผู้ปิ่นโมลีของลูกรัก
เอาใจใส่ระไวระวังด้วย จะได้ช่วยบำรุงอาณาจักร
กับสนมกัลยายุพาพักตร์ บริรักษ์เลี้ยงดูให้ชอบธรรม์
ตรัสแล้วเสด็จยุรยาตร งามวิลาศดั่งเทพรังสรรค์
กลับมาปราสาทสุวรรณ ทรงธรรม์เข้าที่สรงชล[๕]

ฯ ๑๒ คำ ฯ

๏ พนักงานไขท่อปทุมทอง วารีเป็นละอองฝอยฝน
ทรงสุคนธ์ธารทิพเสาวคนธ์ เครื่องต้นบรมจักรพรรดิ
สอดทรงสนับเพลาขาวขจิต เชิงงอนเชาวลิตปลายสะบัด
ภูษาเครือก้านกาญจนรัตน์ พื้นขาวแจ่มจัดฉลุลาย
ชายแครงชายไหวสุวรรณวาม กระหนกเปลวงอนงามวิเชียรฉาย
ฉลององค์ทรงเศวตสุพรรณพราย ทับทรวงสร้อยสายสังวาลวรรณ
ตาบทิศเฟื่องห้อยมุกดาหาร สะอิ้งเพชรแก้วประพาฬสลับคั่น
พาหุรัดนพรัตน์ภุชงค์พัน มังกรแก้วเกี้ยวกันเป็นทองกร
ทรงมหาธำมรงค์ประดับเพชร เรือนเก็จกาบแก้วเกสร
มงกุฎทิพธารทัดกรรเจียกจอน ขัดพระขรรค์ฤทธิรอนไพริน
งามองค์งามทรงวิภูษิต งามวิลาสชวลิตดั่งโกสินทร์
เสด็จจากอาสน์แก้วมณีนิล ลินลามาเกยอลงการ

ฯ ๑๒ คำ ฯ

๏ จึ่งระลึกตรึกถึงสุบรรณราช อันเป็นพาหนะนาถตัวหาญ
เราจะไปยังห้องหิมพานต์ จงเคลื่อนคลาดจากสถานมาบัดนี้

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ฝ่ายพญาสุบรรณราชปักษี
สถิตยังวิมานฉิมพลี เป็นที่แสนสุขภิรมยา
แจ้งด้วยโสตทิพศักดาเดช ว่าพระวงศ์เทเวศถวิลหา
ก็ออกจากวิมานรัตนา รีบร่อนเร็วมาดั่งลมพาน

ฯ ๔ คำ ฯ แผละ

๏ ครั้นถึงจึ่งลงปัฐพี เทียบเกยมณีมุกดาหาร
ประคองปีกประณตบทมาลย์ พระผู้ผ่านธาตรีสี่กร

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ท้าวบรมจักรกฤษณ์ชาญสมร
เห็นพญาสุบรรณฤทธิรอน ภูธรชื่นชมด้วยสมคิด
เล็งสรรพสารพางค์พาหนาศ งามสะอาดดั่งเทพลิขิต
เสด็จจากเกยแก้วชวลิต ลงสถิตยังหลังพญาครุฑ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ ครุฑเอยครุฑทรง เอกองค์สุบรรณเทวบุตร
ประกอบด้วยกำลังฤทธิรุทร คู่พระจักรภุชทรงจร
ถีบทะยานผ่านขึ้นโพยมบน แสงขนแลเลื่อมประภัสสร
กางปีกบังสีรวีวร ลอยร่อนเรื่อยเร็วในเมฆา
งามอาสน์งามองค์พระทรงฤทธิ์ โชติช่วงชวลิตทั้งเวหา
ดั่งองค์บรมพรหมา ทรงพญาหงส์ทองจรจรัล
กระพือลมเพียงลมบรรลัยกาล ทั่วทั้งจักรวาลก็ไหวหวั่น
หมายมุ่งเขตเขาหิมวันต์ ดันเมฆลอยมาด้วยฤทธี

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ ครั้นถึงหิมวาพนาเวศ พระทรงเดชขับราชปักษี
ตรงลงยังยอดคีรี มีนามจิตกูฎบรรพต
เขานั้นล้อมขอบอโนดาต โอภาสด้วยแก้วอลงกต
วุ้งเวิ้งเชิงชั้นเป็นหลั่นลด ยอดเยี่ยมสูงจรดเมฆา
ประดับด้วยหมู่ไม้อันรุ่นรื่น ล้วนทรงผลพื้นบุปผา
หอมตลบกลิ่นอบอยู่อัตรา ภูมิฐานน้ำท่าชอบกล
มีถํ้าผลึกอลงการ เป็นที่สำราญจำเริญผล
ก็ลงจากพาหนาศฤทธิรณ จรดลเข้าห้องคูหารัตน์

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ ยอกรเหนือเกล้าเมาลี สมาทานบารมีวจีสัตย์
ทรงศีลสำรวมมัธยัสถ์ กำจัดโลภหลงดำรงธรรม์
เสวยแต่ผลาผลไม้ สำราญหฤทัยเกษมสันต์
อยู่!ในถ้ำแก้วแพรวพรรณ ดั่งบรรพตเทวัญศักดา

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ฝ่ายพญาสุบรรณปักษา
ครั้นเสร็จส่งองค์พระจักรา ก็กลับมาพิมานฉิมพลี

ฯ ๒ คำ ฯ



[๑] เริ่มต้นฉบับหนังสือสมุดไทยเลขที่ ๕๕๐ สอบเทียบกับต้นฉบับหนังสือสมุดไทยเลขที่ ๕๖๙

[๒] ต้นฉบับหนังสือสมุดไทย เป็น ไชยตุ ทั้งสองฉบับหมายถึง จงชนะ

[๓] ทัดจันทร์ หมายถึง พระศิวะ

[๔] สัลเลขะ หมายถึง การขัดเกลากิเลส

[๕] จบต้นฉบับหนังสือสมุดไทยเลขที่ ๕๖๙

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ