ตอนที่ ๔๒ พระอุณรุทเสด็จกลับณรงกา

ร่าย

๏ แล้วมีสิงหนาทบรรหาร สั่งหมอคชสารผู้ใหญ่
เร่งฝึกปรนคชสารไพร โลมให้ชำนิในสามวัน
เราจะได้ยกโยธี คืนเข้าบุรีเขตขัณฑ์
สั่งเสร็จพระเสด็จจรจรัล ไปยังสุวรรณพลับพลา

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ บัดนั้น หมอเฒ่าผู้มียศถา
รับสั่งพระองค์ทรงศักดา ก็ฝึกสอนคชาด้วยชำนาญ
อ่านมนต์ลูบตาหัสดิน เสกหญ้าให้กินทุกตัวสาร
น้ำหยัดหยดหลังให้สำราญ พยาบาลบำรุงทุกคืนวัน

ฯ ๔ คำ ฯ เจรจา

๏ แล้วพระหมอเฒ่าผู้ปรีชา กล่าวเกลี้ยงวาจาทำนองฉันท์
โดยศาสตร์พิธีศิวกรรม์ โลมคชสารนั้นให้อ่อนใจ

ฯ ๒ คำ ฯ

โลมช้าง

๏ อ้าพ่อพญากุญชร ฟังคำเราสอนจงได้
บัดนี้พระอุณรุทวุฒิไกร จะเชิญเข้าไปยังพารา
ด้วยพ่อชาติเชื้อคชาพงศ์ คู่องค์จักรพรรดินาถา
หวังเป็นศรีกรุงณรงกา จะปราบข้าศึกให้แหลกลาญ
จงเสียพยศอันร้ายกาจ ให้สมศักดิ์สมชาติพญาสาร
อย่าแทงฉัดสะบัดล่อหมอควาญ จงเชื่องชำนาญอย่าบ้าใจ
อย่าคำนึงถึงหมู่พวกพงศ์ แดนดงท่าน้ำเนินไศล
ฝุ่นหญ้าคาคายทั่วกายไป อโณทัยแรงร้อนอินทรีย์
จงตั้งใจไปสู่พระนคร โรงร่มถาวรเกษมศรี
พร้อมด้วยเครื่องประดับรูจี กิริณีมีลักษณ์โสภา
กล้วยอ้อยสารพัดจัดส่ง บรรจงปรนปรือนํ้าหญ้า
ทั้งพะเนกเอกอิงกายา มีผู้รักษาพยาบาล
อาบน้ำขัดสีวีแส้ ปี่กลองฆ้องแห่เฉื่อยฉาน
มีพร้อมทุกสิ่งพนักงาน พ่อจะได้สำราญภิรมย์ใจ

ฯ ๑๔ คำ ฯ

ร่าย

๏ ครั้นกุญชรเชื่องชำนิดี หมอเฒ่าผู้มีอัชฌาสัย
ก็พากันรีบคลาไคล ไปยังที่เฝ้าพระทรงธรรม์

ฯ ๒ คำ ฯ เชิด

๏ ต่างคนประณตบทบงสุ์ องค์พระยอดฟ้านราสรรค์
ทูลว่าฝึกสอนกุญชรนั้น เชื่องชำนิดั่งพระบัญชา

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระอุณรุทสุริย์วงศ์นาถา
ได้ฟังหมอเฒ่าผู้ปรีชา ผ่านฟ้าชื่นชมภิรมย์ใจ
จึ่งมีบรรหารสิงหนาท ตรัสสั่งอำมาตย์ผู้ใหญ่
จงเตรียมม้ารถคชไกร จะคืนเข้าพิชัยธานี
อันช้างซึ่งจับได้นั้น จงจัดสรรหมอควาญประจำขี่
อย่าให้เกิดการโกลี กว่าจะถึงบุรีณรงกา

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ บัดนั้น เสนีธิบดีซ้ายขวา
รับสั่งถวายบังคมลา ก็รีบออกมาทันใด

ฯ ๒ คำ ฯ เสมอ

ยานี

๏ ตรวจเตรียมจัตุรงค์โยธี โดยที่พยุหบาตรทัพใหญ่
ขุนรถเทียมรถอำไพ ด้วยอาชาไนยชัยชาญ
ขุนม้าผูกพาชีชาติ ลำพองร้ายกาจอาจหาญ
ขุนช้างผูกเครื่องคชาธาร ทั้งแสนสารพลายพังดั้งกัน
บรรดาคชลักษณ์ซึ่งจับได้ ก็เกณฑ์ให้หมอควาญอันแข็งขัน
กุมขอขี่ขับหยัดยัน ล้วนผูกเครื่องมั่นทุกคชา
อันหมู่พหลโยธี ตั้งกระบวนตามที่ซ้ายขวา
เป็นระเบียบเพียบพื้นพสุธา เสร็จดั่งบัญชาพระภูธร

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น หลานพระอวตารชาญสมร
ครั้นเสร็จซึ่งจัดพลากร ก็โสรจสรงสาครสุคนธ์ธาร
ทรงเครื่องสำหรับจักรพรรดิ ล้วนมหาเนาวรัตน์ฉายฉาน
สง่างามดั่งองค์มัฆวาน อันออกหน้าวิมานรูจี

ฯ ๔ คำ ฯ

ลาไพรคำหวาน

๏ แล้วทรงบูชาลาไพร เทพไทเจ้าป่าพนาดร
ทั้งบรรพตเทวัญอันฤทธี ทุกที่วิมานในอารัญ
เชิญอยู่เป็นสุขสถาวร สโมสรโสมนัสสมบัติสวรรค์
พร้อมฝูงสุเรศอเนกนันต์ ล้วนทิพลักษณ์อันโอฬาร
ทั้งรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัส พูนสวัสดิ์อย่ารู้นิราศา
ชมพรรณพุ่มพวงดวงผกา ห้อยย้อยระย้าประดับดง
ทั้งสัตว์จัตุบาททวิบาท เดียรดาษหมู่นกวิหกหงส์
อีกดวงโกมุทบุษบง ส่งสุคนธ์เกสรขจรใจ
จงมีเดชาวราฤทธิ์ ปัจจามิตรอย่าแผ้วพานได้
ตัวข้าขอลาพระไพร กลับคืนเข้าในพารา
ได้ประมาทตัดไม้หักใบก้าน จงอภัยขอประทานโทษา
ช่วยรังรักษ์รี้พลโยธา ทั้งกุญชรได้มาแต่ป่านี้
แล้วเอาคันธรสหอมหวาน ทรงธารจิ้มเจิมพฤกษาศรี
ครั้นเสร็จพระเสด็จจรลี มาขึ้นรถมณีทันใด

ฯ ๑๔ คำ ฯ

๏ ให้เลิกพหลโยธา แสนสุรเสนาน้อยใหญ่
ไปโดยมรคาพนาลัย พลไกรแห่แหนแน่นนันต์
กรมช้างขี่คชสารเถื่อน เคลื่อนตามรถบรมรังสรรค์
หมอเฒ่าเป่าหลอดเป็นสำคัญ ให้ช้างนั้นลืมไพรไคลคลา

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เสด็จมาบนรถอลงกรณ์ ภูธรเศร้าโทมนัสสา
โหยหวนรำลึกตรึกตรา ถ้าห้ากินรายาใจ
โอ้ว่าสายสุดสวาทพี่ ป่านนี้เจ้าจักเป็นไฉน
จะคิดถึงพี่บ้างหรือฉันใด หรือจะลืมอาลัยได้เด็ดดาย
เมื่อวันโจรไพรมันไล่เจ้า ครั้นคิดถึงขวัญข้าวแล้วใจหาย
บัดนี้พี่ละเสียไกลกาย ให้โฉมฉายสายสวาทอนาถองค์
เจ้าเป็นหญิงยิ่งอยู่ลำพังน้อง ในหุบห้องถ้ำไศลไพรระหง
ล้วนแต่วิลาสเลิศประเสริฐทรง เป็นที่จงใจถวิลยินดี
แก่หมู่นักสิทธ์วิทยา คนธรรพ์พรานป่าฤๅษี
จะเบียดเบียนบีฑาราวี ให้ขวัญเนตรของพี่ราคีไป
ทำไฉนจะได้กลับไปรับเจ้า มาร่วมเคล้าเชยชิดพิสมัย
พระแสนคะนึงรึงร้อนอาวรณ์ใจ จนล่วงเข้าพิชัยณรงกา

ฯ ๑๒ คำ ฯ เชิด

๏ ครั้นถึงซึ่งราชนิเวศน์ พระทรงเดชให้ประทับรถา
กับเกยสุวรรณอันโอฬาร์ แล้วตรัสสั่งมหาเสนี
บรรดาคชสารตระกูลพงศ์ มงคลศุภลักษณ์หัตถี
ซึ่งได้มาแต่ป่าพนาลี จงผูกที่หน้าพลานพรายพรรณ
จะได้ถวายตัวสารเศวต องค์พระบิตุเรศรังสรรค์
สั่งเสร็จพระเสด็จจรจรัล ไปปราสาทสุวรรณอลงการ์

ฯ ๖ คำ ฯ เสมอ

๏ ครั้นถึงน้อมเศียรบังคมบาท พระบิตุรงค์ธิราชนาถา
ทูลว่าลูกยกโยธา ไปถึงหิมวาพนาดร
จึ่งให้หมอเฒ่ากับนายพราน ไประคายคชสารดูก่อน
ตัวลูกไปเล่นคีรินทร ถึงสิงขรไกรลาสรูจี
พบวิทยาศักดาเดช ชื่อวิรุญเมศเรืองศรี
มันพาพวกพลโยธี เข้าราวีหักโหมโรมรัน
ตัวลูกผู้เดียวเคี่ยวฆ่า วิชาธรม้วยชีพชีวาสัญ
สิ้นทั้งไพร่พลของมัน แล้วกลับยังทัพขันซึ่งตั้งไว้
จึ่งได้ล้อมคชสารศรี ยังที่พนมมาศเขาใหญ่
ได้ช้างศุภลักษณ์อำไพ ให้นำมาไว้หน้าพลาน

ฯ ๑๐ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ท้าวไกรสุทสุริย์วงศ์มหาศาล
ได้ฟังโอรสพจมาน ว่าสังหารไพรินสิ้นชีวัน
มีความชื่นชมโสมนัส ตรัสว่าพ่อผู้เฉลิมขวัญ
ตัวเจ้าดั่งดวงสุริยัน อันทรงแสงพันเกรียงไกร
สาอะไรกับอ้ายวิชาธร หรือจะต่อฤทธิรอนของเจ้าได้
แต่กรุงพาณสิบเศียรชาญชัย ยังบรรลัยลาญชีพชีวี
ตรัสแล้วย่างเยื้องยุรยาตร พร้อมหมู่สนมนาฏสาวศรี
พระอุณรุทโดยเสด็จจรลี ไปที่หน้าพลานพรายพรรณ

ฯ ๘ คำ ฯ เสมอ

๏ ครั้นถึงจึ่งทอดนัยน์เนตร ดูพญาสารเศวตรังสรรค์
ผิวผ่องอำไพวิไลวรรณ ทั้งคชกรรม์มีศักดิ์ลักขณา
แต่ละตัวสมบูรณ์ตระกูลพงศ์ เหี้ยมหาญราญณรงค์แกล้วกล้า
งามละม่อมพร้อมทุกคชา ต้องตำราคชลักษณ์สวัสดี
จึงมีพจนารถอันสุนทร ดูก่อนพ่อผู้เฉลิมศรี
ซึ่งได้สารเศวตมาธานี ทั้งนี้เป็นบุญของลูกรัก
จะปรากฏยศเกียรติลือชา ไปทั่วแหล่งหล้าอาณาจักร
เป็นยอดกษัตริย์ประเสริฐนัก หลักโลกโลกาสุธาธาร
จึ่งให้ประทานเครื่องประดับ โดยลำดับทุกตัวคชสาร
ทั้งหัวสิบผู้รอบรู้การ ให้อยู่บริบาลเป็นนิจไป
แล้วมีพระราชบัญชา สั่งมหาเสนาผู้ใหญ่
จงแต่งการสมโภชคชไกร โดยในตำรับพิธีกรรม์
ตรัสแล้วย่างเยื้องยุรยาตร พร้อมฝูงอนงค์นาฏสาวสรรค์
เสด็จจากพลานพรายพรรณ เข้าสุวรรณปราสาทรูจี

ฯ ๑๔ คำ ฯ

ร่าย

๏ เมื่อนั้น พระอุณรุทผู้รุ่งรัศมี
ครั้นพระบิตุรงค์ทรงธรณี ภูมีเสด็จกลับไป
พระคะนึงถึงองค์อนงค์นาฏ ทั้งสองสายสวาทพิสมัย
ก็กรายกรลีลาคลาไคล ไปยังปราสาทพรายพรรณ

ฯ ๔ คำ ฯ เพลงเหมราช

ช้า

๏ ลดองค์ลงเหนือบัลลังก์แก้ว อันเพริศแพร้วพรรณรายฉายฉัน
ใกล้สองวนิดาลาวัลย์ เกษมสันต์ยินดีปรีดา
ยิ้มพลางพิศพักตร์อัคเรศ สบเนตรชูชื่นเสน่หา
จึ่งมีมธุรสวาจา แก้วตาผู้จำเริญสวัสดี
แต่พี่นิราศแรมห้อง ทั้งสองยังสุขเกษมศรี
ตัวไปใจหวั่นถึงเทวี มีความอาลัยไม่วายวัน
สุดคิดจึ่งไปชมมุจลินท์ พอพบกินรินสาวสวรรค์
พี่เหาะไล่ไปถึงไกลลาสนั้น ได้รบรุกบุกบั่นวิชาธร
สังหารผลาญมันสิ้นชีวาตม์ ตายกลาดกับเนินสิงขร
แล้วกลับมาล้อมกุญชร ได้เศวตพระพรมาธานี
ทรงศุภลักษณ์เลิศเพริศเพรา เชิญเจ้าไปชมสารศรี
ตรัสพลางลูบหลังเทวี แก้วพี่ทั้งสองคือดวงใจ

ฯ ๑๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น สองอนงค์เยาวยอดพิสมัย
ได้ฟังคั่งแค้นแน่นฤๅทัย ค้อนให้ต่างสลัดปัดกร
เออนี่แหละหรือพระทรงจักร ซึ่งว่ารักเห็นผิดกับคำก่อน
วันเมื่อพระองค์จะบทจร น้องวอนโดยเสด็จพระบาทา
ว่าจะเป็นกำหละพระคชกรรม์ ทรงธรรม์ไม่โปรดเกศา
อยู่หลังตั้งแต่โศกา คำนึงถึงผ่านฟ้าทุกราตรี
มิรู้พระไปเที่ยวประพาส สมสวาทกินนรเกษมศรี
แม้นรู้ว่าจะเป็นอย่างนี้ จะโศกีถึงไยให้ป่วยการ
ซึ่งจะให้ไปชมคชาพงศ์ ไม่ประสงค์จะดูคชสาร
จะใคร่ชมกินรายุพาพาล เหตุใดผ่านฟ้าไม่พามา

ฯ ๑๐ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระอุณรุทภุชพงศ์นาถา
ได้ฟังสองศรีวนิดา จึ่งมีบัญชาตอบไป
อนิจจาเจ้าดวงนัยน์เนตร เยาวเรศควรเคียดแค้นได้
ความจริงพี่แจ้งแก่อรไท ทรามวัยไม่คิดปรานี
พี่เดียวแรมไพรสันโดษ ลิ่วโลดหฤทัยถึงสองศรี
ถวิลหาทุกทิวาราตรี ไม่มีความสุขสักเวลา
จึ่งเที่ยวไปชมพนมเนิน หวังเพลินพาใจให้หรรษา
พอพบโฉมนางกินรา มาเล่นมุจลินท์กสิณธาร
เป็นธรรมดาจิตโลกีย์ ก็ยินดีในรสสงสาร
จึ่งคะนองลองเล่นประโลมลาน พอสำราญดับร้อนอาวรณ์ใจ
อันพี่กับนางกินรา จะได้จงเจตนานั้นหาไม่
แล้วยังมิได้เบิกไพร จึ่งเป็นไปเพราะแสนคะนึงนาง
ว่าพลางเย้ายวนชวนชิด กรประคองสองสนิทแนบข้าง
เชยเนตรเกศแก้มแนมคาง ต่างแสนสุขเกษมเปรมปรีดิ์

ฯ ๑๔ คำ ฯ กล่อม

๏ บัดนั้น ฝ่ายมหาเสนาทั้งสี่
รับสั่งพระองค์ทรงธรณี ถวายอัญชุลีแล้วออกไป

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ จึ่งให้เขียนหมายสั่งการ ไปทุกพนักงานน้อยใหญ่
ให้ตั้งสมโภชพระคชไกร โดยในพระราชบัญชา

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ บัดนั้น ฝ่ายเจ้าพนักงานถ้วนหน้า
แจ้งหมายเกณฑ์กันเป็นโกลา ปลูกโรงคชาหน้าพลาน
สี่มุขช่อฟ้าหางหงส์ ดาดแดงงามทรงสูงตระหง่าน
ปักตะลุงสุวรรณอลงการ ดาดเพดานห้อยพวงสุมาลัย
ธงทิวริ้วรายราชวัติ ต้นกล้วยแถวฉัตรงามไสว
บายศรีแว่นเทียนอำไพ พิณพาทย์ฆ้องชัยครบครัน
แล้วประชุมชีพ่อพฤฒาจารย์ ล้วนชำนาญไสยเวทมนตร์ขยัน
ทั้งโรงรำผาลาสารพัน เสร็จดั่งทรงธรรม์บัญชา

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ บัดนั้น กรมช้างนายใหญ่ถ้วนหน้า
จึ่งประดับพญาคเชนทรา ด้วยอลงการ์แล้วรูจี
งามดั่งบรมเอราวัณ เผือกผ่องผิวพรรณเฉลิมศรี
เสร็จแล้วให้นำจรลี ประโคมมายังที่พิธีการ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ท้าวไกรสุทผู้ปรีชาหาญ
จึ่งเข้าที่สรงชลธาร ทรงเครื่องอลงการพรายพรรณ
แล้วเสด็จย่างเยื้องลีลา จากปราสาทรัตนาฉายฉัน
พระอุณรุทโดยเสด็จพระทรงธรรม์ จรจรัลไปโรงคชไกร

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ ลดองค์ลงเหนือบัลลังก์อาสน์ พร้อมเสนามาตย์น้อยใหญ่
ครั้นได้ศุภลักษณ์ยามชัย ก็สั่งให้สมโภชคชาชาญ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ บัดนั้น ชีพ่อพฤฒามหาศาล
ก้มเกล้ารับราชโองการ ต่างประณตบทมาลย์พร้อมกัน
ปโรหิตผู้เฒ่าก็จุดเทียน ติดในแว่นเวียนเฉลิมขวัญ
เบิกบายศรีทองพรายพรรณ ลั่นฆ้องฮึกโห่โกลา

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เวียนเอยเวียนเทียน ให้เวียนแต่ซ้ายไปขวา
ส่งรับเป็นอันดับกันมา รอบมหามณฑลพิธีการ
ชาวประโคมก็ประโคมฆ้องกลอง พิณพาทย์กึกก้องเฉื่อยฉาน
เซ็งแซ่แตรสังข์กังสดาล เสียงสะเทื้อนสะท้านธรณี

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ ครั้นถ้วนเจ็ดรอบระบอบกิจ ปโรหิตดับเทียนเฉลิมศรี
ประสมกันโบกควันสามที ให้พญาหัตถีมงคล
พวกพฤฒาจารย์ก็อ่านเวท อันมีเดชศรีสวัสดิ์สถาผล
ถือสังข์หลั่งน้ำไสยมนต์ ลงบนเศียรสารเศวตรา

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ บัดนั้น ฝ่ายการมโหรสพถ้วนหน้า
ก็เล่นขึ้นพร้อมกันเป็นโกลา เชิดกราวกรายท่าหยัดยัน
เหล่าพวกหกคะเมนไต่ลวด ประกวดกรฟ้อนแพนดูขยัน
ทั้งมงครุ่มผาลาระเบ็งบัน ปรบไก่ประชันเทพทอง
เสียงส้าวเสียงโห่โกลา เสียงคนเฮฮากึกก้อง
เสียงพากย์เพ้ยรับกับเสียงกลอง สะเทื้อนท้องสุธาเพียงทำลาย

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ บัดนั้น ฝูงชนชาวเมืองทั้งหลาย
ชวนกันมาดูวุ่นวาย หญิงชายเอิกเกริกทั้งธานี
เบียดเสียดเยียดยัดอัดกัน สำรวลสรวลสันต์อึงมี่
บางพวกพากันจรลี ดูพญาสารศรีมงคล
ต่างชมพระเดชเดชา สรรเสริญบุญญากุลาหล
ควรเป็นปิ่นภพจบสกล ประชาชนอวยชัยถวายพร

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ท้าวไกรสุทสุริย์วงศ์ชาญสมร
ครั้นเสร็จสมโภชกุญชร ภูธรสำราญฤทัย
จึ่งมีพระราชบัญชา แก่เสนาบดีน้อยใหญ่
ว่าพรานผู้ชำนาญพนาลัย มาบอกกล่าวสารไพรด้วยภักดี
แล้วนำไปได้คชเรศ ศรีเศวตศุภลักษณ์หัตถี
มาไว้เฉลิมราชธานี ความชอบนั้นมียิ่งคน
ควรปูนบำเหน็จนายพราน เป็นพระยาชำนาญไพรสณฑ์
รั้งเมืองปลายด่านมณฑล ให้กระเหรี่ยงรี้พลสามพัน
อีกเครื่องสำหรับยศถา เสลี่ยงงามีสัปทนกั้น
เจียดทองตะคองน้ำพรายพรรณ กระบี่บั้งสุวรรณรูจี
เงินตราเสื้อผ้ามุ้งหมอน เมียสาวที่นอนกำมะหยี่
แหวนเพชรลายราชาวดี ทาสีเรือยาวเก้าวา

ฯ ๑๒ คำ ฯ

๏ บัดนั้น ชาวพระคลังนอกในซ้ายขวา
รับสั่งแล้วเอาสิ่งของมา ประทานตามบัญชาพระทรงธรรม์

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ บัดนั้น จึ่งพระยาชำนาญไพรสัณฑ์
ได้รับประทานรางวัล[๑] บังคมคัลแย้มยิ้มอิ่มใจ
ในจิตคิดเขม้นเมียสาว คราวนี้ดีนักเป็นลาภใหญ่
กราบกรานแล้วคลานออกไป จากโรงคชไกรอันโอฬาร์

ฯ ๔ คำ ฯ เสมอ

๏ ถุงย่ามนั้นสลัดซัดเสีย เรียกเมียขึ้นเสลี่ยงหัวร่อร่า
กระดิกเข่าปั้นปึ่งทีพระยา กล้องละว้าคาปากระบายควัน
เหลียวดูบ่าวไพร่ชายหญิง แบกสิ่งของตามมาหลายหลั่น
ไปสู่เคหาอารัญ ยังปลายด่านเขตขัณฑ์บุรี

ฯ ๔ คำ ฯ เชิด

๏ เมื่อนั้น ท้าวไกรสุทสุริย์วงศ์เรืองศรี
กับพระโอรสร่วมชีวี ครั้นเสร็จที่บำเหน็จนายพราน
ก็เสด็จจากโรงพระคชา พร้อมหมู่เสนาทวยหาญ
คืนเข้านิเวศน์อันโอฬาร ต่างสำราญวิญญาณสถาวร

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระอุณรุทสุริย์วงศ์ชาญสมร
ผ่านณรงกาแก้วพระนคร กับบังอรสองศรีวนิดา
เป็นบรมสุขทุกนิรันดร์ ด้วยแสนสรรพ์สิริราชยศถา
ในปราสาทสามองค์อลงการ์ ล้วนมหาเนาวรัตน์ชัชวาล
เพียงไพชยนต์ทิพย์เทเวศ ในสุทัศน์นคเรศราชฐาน
ผลัดเปลี่ยนโดยเดือนฤดูกาล แสนสำราญวิญญาณ์ทุกนาที
ประดับด้วยพระสนมหกหมื่น อำไพพื้นลูกกษัตริย์เฉลิมศรี
วิไลเลิศลักขณาทุกนารี บำเรอบาทภูมีรพีพงศ์
ด้วยสังคีตขับกล่อมถนอมนาถ ประโลมสวาทอาจให้อาลัยหลง
ประกอบทั้งทวยหาญจัตุรงค์ อาจองเหี้ยมแห้งคำแหงนัก
เพียงพลรามราชอวตาร ลือสะท้านแหล่งหล้าอาณาจักร
แต่ละตนอาจผจญศึกยักษ์ อเนกแน่นบริรักษ์พระบาทา
พระองค์ทรงทศธรรเมศ ขจรเดชเรืองฤทธิ์ทั้งทิศา
อานุภาพปราบไปทั้งโลกา ปรากฏพระยศเกรียงไกร
อันหมู่พาลาปัจจามิตร ขยาดฤทธิ์ไม่รอต่อได้
แต่ออกนามก็ขามพระเดชไป ทั่วไตรโลกาสุธาธาร
แสนกษัตริย์ส่งราชธิดา ล้วนโสภายั่วยวนสงสาร
ทั้งสุวรรณบุปผาบรรณาการ มาประณตบทมาลย์ทุกธานี
บรรดาท้าวพญาทั่วชมพู ก็อยู่ใต้เบื้องบทศรี
เป็นปิ่นปักหลักโลกโมลี ดั่งอิศราธิบดีเลิศไกร
พระปราบเข็ญให้เย็นเป็นสุข ในทวาบรยุคสบสมัย
เสวยแสนสวรรยาราชัย นิราศภัยทั่วแผ่นแดนสีมา
ฝ่ายหมู่ไพร่ฟ้าประชาชี เกษมศรีถาวรถ้วนหน้า
สมบูรณ์พูนสวัสดิ์วัฒนา เป็นมหาสุโขโอฬาร

ฯ ๒๔ คำ ฯ

จบพระราชนิพนธ์อุณรุทแต่เท่านี้

๏ อันพระราชนิพนธ์อุณรุท สมมติไม่มีแก่นสาร
ทรงไว้ตามเรื่องโบราณ สำหรับการเฉลิมพระนคร
ให้รำร้องครื้นเครงบรรเลงเล่น เป็นที่แสนสุขสโมสร
แก่หญิงชายไพร่ฟ้าประชากร ก็ถาวรเสร็จสิ้นบริบูรณ์

ฯ ๔ คำ ฯ


[๑] ต้นฉบับสมุดไทยเลขที่ ๕๔๗ เป็น “รับสัญญาบัตรกับรางวัล”

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ