ตอนที่ ๒๖ ท้าวบรมจักรกฤษณ์เสด็จมาช่วยพระอุณรุท

๏ เมื่อนั้น ฝ่ายท้าวกรุงพาณยักษี
ขุ่นแค้นแน่นทรวงแสนทวี อสุรีถวิลจินดา
แม้นจะละชายคนนี้ไว้ จะเป็นห่วงหน่วงใยแก่อุษา
จะให้ไปป่าวหมู่เทวา ทุกวิมานลงมาดูหน้ามัน
แล้วจึ่งจะผลาญชีวาตม์ ให้ถึงวินาศอาสัญ
คิดแล้วตรัสสั่งคนธรรพ์ จงไปป่าวเทวัญมาบัดนี้

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ บัดนั้น คนธรรพ์อสูรยักษี
ก้มเกล้ารับราชวาที ถวายอัญชุลีแล้วเหาะไป

ฯ ๒ คำ ฯ เชิด

๏ เที่ยวป่าวเทวัญทุกชั้นฟ้า ฤๅษีสิทธิ์วิทยาน้อยใหญ่
ทั้งบรรพตเทวาพนาลัย ว่าท้าวไทธิราชกรุงพาณ
บัญชาใช้ข้ามาประกาศ ให้ไปยังนิวาสราชฐาน
ดูมนุษย์ชายช้าสาธารณ์ ซึ่งทำการลอบรักพระบุตรี
บัดนี้พระองค์จับได้ มัดไว้ยอดปราสาทมณีศรี
จะฆ่าเสียให้สิ้นชีวี มิให้ใครดูเยี่ยงกัน

ฯ ๖ คำ ฯ เจรจา

ยานี

๏ เมื่อนั้น ฝ่ายฝูงเทพไทรังสรรค์
ทุกห้องวิมานพรายพรรณ ทั้งคนธรรพ์นักสิทธ์วิทยา
อีกหมู่ไพรพฤกษ์เทเวศ ทุกเขตขุนเขาลำเนาป่า
ได้ฟังคนธรรพ์ประกาศมา ว่ากรุงพาณาให้หาไป
ต่างองค์เกรงฤทธิ์อำนาจ ไม่อาจจะขัดบัญชาได้
จำเป็นก็พากันคลาไคล ลงไปรัตนาธานี

ฯ ๖ คำ ฯ เจรจา

๏ เลื่อยลอยอยู่กลางอัมพร ตรงหน้าบัญชรยักษี
แลเห็นพญานาคี มัดองค์ภูมีอุณรุท
ไว้ยังยอดมหาปราสาท เวทนาอนาถเป็นที่สุด
ให้สงสารหลานพระทรงครุฑ เทพบุตรทุกองค์ก็อาลัย
ความรักความเสียดายพระเยาวเรศ เทเวศปิ้มเลือดตาไหล
มิรู้ที่จะทำประการใด ด้วยกลัวฤทธิไกรอสุรี

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ท้าวพาณาสูรยักษี
เห็นเทวามาพร้อมก็ยินดี จึ่งมีสีหนาทบัญชา
ดูก่อนเทวาทั้งหลาย จงดูอ้ายชายชู้อีอุษา
ทะนงองอาจอหังการ์ ไม่เกรงศักดาหมู่มาร
ตัวมันชื่อว่าอุณรุท หน่อท้าวไกรสุทมหาศาล
ผ่านกรุงณรงกาสุธาธาร ฮึกฮักอวดหาญเป็นพ้นไป
ฝูงท่านเทวัญบรรดามา ยังรู้จักพักตราฤๅหาไม่
เราจักฆ่าเสียให้บรรลัย ผู้ใดอย่าดูเยี่ยงมัน

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ฝ่ายฝูงเทเวศรังสรรค์
ได้ฟังขุนมารชาญฉกรรจ์ รำพันว่ากล่าวหยาบคาย
ดั่งเอาศรแสลงมาแทงโสต ให้รุ่มโรธร้อนใจใจหาย
เพียงดวงฤทัยจะทำลาย ด้วยความรักหลานชายพระจักรี
ไม่อาจจะตอบวาจา ก็ลาท้าวพาณายักษี
เหาะระเห็จเตร็ดฟ้าด้วยฤทธี มาจากถิ่นที่เมืองมาร

ฯ ๖ คำ ฯ เชิด

๏ ครั้นมาพ้นแดนนคเรศ[๑] จึ่งฝูงเทเวศทุกสถาน
หยุดอยู่ในห้องคัคนานต์ คิดสงสารองค์พระทรงฤทธิ์
อนิจจาพระหน่อภุชพงศ์ สุริย์วงศ์หริรักษ์จักรกฤษณ์
สำหรับล้างพาลาปัจจามิตร หรือมากลับแพ้ฤทธิ์อสุรา
ให้นาคารึงรัดมัดกาย อับอายทั่วโลกแหล่งหล้า
ได้ความลำบากเวทนา ปิ้มเสียชีวาวายปราณ
ทำไฉนใครจักชูช่วย อย่าให้ม้วยชีวังสังขาร
ต่างองค์เร่าร้อนวิญญาณ แล้วมีพจมานปรึกษากัน
เราจะคิดอ่านประการใด ด้วยหน่อไทธิราชรังสรรค์
อยู่ในเงื้อมมือกุมภัณฑ์ จะฆ่าฟันบีฑาราวี
แม้นว่าพระยอดเยาวเรศ แพ้ศักดาเดชยักษี
ครั้งนี้แหละอ้ายอสุรี จะมีแต่กำเริบอหังการ์
เที่ยวทำย่ำยีไตรจักร หาญหักด้วยจิตอิจฉา
จะร้อนขึ้นกว่าแต่หลังมา ทั่วสวรรค์ชั้นฟ้าบาดาล
จะนิ่งเสียฉันนี้ก็มิได้ จำจะไปทูลแจ้งแถลงสาร
แก่ท้าวจักรกฤษณ์ชัยชาญ ผู้เป็นประธานธาตรี
ครั้นปรึกษาพร้อมยอมกัน จึ่งหมู่เทวัญเรืองศรี
ก็เหาะระเห็จด้วยฤทธี ตรงไปธานีณรงกา

ฯ ๑๘ คำ ฯ เชิด

๏ ครั้นถึงซึ่งราชนิเวศน์ พระทรงเดชหริรักษ์นาถา
เลื่อนลอยอยู่กลางนภา ตรงหน้าสิงหาสน์บัญชร
จึ่งร้องประกาศลงไป แก่ท่านไทจักรกฤษณ์อดิศร
บัดนี้นัดดาพระภูธร ตกไปนครอสุรี
กรุงพาณมันให้นาคา รึงรัดกายาพระโฉมศรี
ไว้กับยอดปราสาทรูจี ยังที่มหาพรหมพักตร์
ทำประจานนี่แสนสาหส ได้ความอัปยศทั้งไตรจักร
ดูดั่งใช่หน่อหริรักษ์ มาแพ้อ้ายทรลักษณ์สาธารณ์
ฝูงข้าเทวาน้อยใหญ่ ดูไปแล้วคิดสงสาร
พระผู้ทรงศักดาปรีชาชาญ ขอประทานจงช่วยพระนัดดา
ทูลแล้วฝูงไทเทเวศ ก็ลาพระทรงเดชนาถา
ต่างองค์กลับไปในเมฆา ยังมหาวิมานพรายพรรณ

ฯ ๑๒ คำ ฯ เชิด

๏ เมื่อนั้น ฝ่ายท้าวบรมจักรกฤษณ์รังสรรค์
ได้ฟังฝูงเทพเทวัญ ทรงธรรม์กริ้วโกรธดั่งเพลิงกาฬ
ดูดู๋อ้ายกรุงพาณยักษ์ ทะนงศักดิ์สามารถอาจหาญ
ไม่เกรงกูผู้องค์อวตาร อันเป็นประธานภพไตร
ย่ำยีตรีโลกแล้วมิหนำ ทำหลานกูเล่นก็เป็นได้
เย่อหยิ่งฮึกฮักหนักไป ไม่ช้าจะได้เห็นกัน
อ้ายนี่ถึงพรหมลิขิต ดลให้ทุจริตโมหัน
จะพาโคตรวงศ์พงศ์พันธุ์ ทั้งนั้นฉิบหายวายปราณ
ตรัสแล้วเสด็จยูรยาตร จากอาสน์รัตนามุกดาหาร
งามวิลาสดั่งท้าวมัฆวาน มาเข้าที่สนานคงคา

ฯ ๑๐ คำ ฯ เสมอ

โทน

๏ ขัดสีอินทรีย์ธุลีผง ทรงสุคนธ์ธารทิพบุปผา
สอดใส่สนับเพลาอลงการ์ ภูษาคู่ทรงจักรพรรดิ
ชายแครงเครือพันกุดั่นแก้ว วาวแววชายไหวปลายสะบัด
ทับทรวงรายดวงเนาวรัตน์ ตาบทิศจำรัสทับทิมพราย
สอดสายสังวาลมรกต สะอิ้งองค์เครือขดวิเชียรฉาย
พาหุรัดทองกรมังกรกราย ธำมรงค์เพชรพรายอรชร
ทรงมงกุฎแก้วอลงการ ห้อยพวงกุสุมาลย์เกสร
ขัดพระขรรค์เพชรฤทธิรอน บทจรมาเกยรัตนา

ฯ ๘ คำ ฯ

สมิงทอง

๏ บ่ายพักตร์สู่เบื้องบูรพ์ทิศ คิดถึงพญาปักษา
บัดเดี๋ยวโผผินบินมา ประทับท่ารับองค์ทรงธรรม์

ฯ ๒ คำ ฯ แผละ

๏ ก็เสด็จขึ้นทรงครุฑราช บนบัลลังก์อาสน์ฉายฉัน
พาเหาะเลื่อนลอยจรจรัล เสียงสะเทือนเลื่อนลั่นฟ้าดิน

ฯ ๒ คำ ฯ เชิด

๏ ครุฑเอยครุฑทรง ควรอาสน์คู่องค์พระทรงศิลป์
เผ่นผงาดผาดผยองเผยอบิน สะท้านดินสะเทือนดงพงไพร
ลอยลิ่วปลิวโพยมพยับคลุ้ม เมฆเกลื่อนหมอกกลุ้มอุทัยไข
ถีบราถาร่อนมาไวไว ข้ามไพรเขตพฤกษ์คิรินทร
พ้นแดนแผ่นดินถิ่นมนุษย์ โบยรีบบินรุดไม่หยุดหย่อน
ลุห้วงล่วงมหาสาคร สู่ข้างสิงขรหิมพานต์
นาทีหนึ่งเที่ยวทั่วรอบ สุดขอบสิ้นเขตไพศาล
จบแคว้นจังหวัดจักรวาล แสวงมุ่งกรุงมารพาณา

ฯ ๘ คำ ฯ เชิด

๏ มาพบซึ่งราชนิเวศน์ นคเรศอสูรยักษา
ถิ่นฐานสะอ้านโอฬาร์ ดั่งมหาสุทัศน์ธานี
ปราสาทล้วนแล้วด้วยเนาวรัตน์ โอภาสจำรัสเรืองศรี
แก้วประกอบช่อฟ้าบราลี สี่มุขมาศแม้นพิมานจันทน์
แลไปในยอดพรหมพักตร์ เห็นองค์หลานรักเฉลิมขวัญ
นาคีตัวหาญชาญฉกรรจ์ มัดมั่นรัดไว้ด้วยศักดา
พระกริ้วโกรธพิโรธดั่งเพลิงกาฬ จะเผาผลาญพิภพยักษา
รีบขับพระที่นั่งครุฑา หมายเขม้นเข่นฆ่านาคี

ฯ ๘ คำ ฯ แผละ

๏ เมื่อนั้น ฝ่ายพญาภุชงค์เรืองศรี
เหลือบเห็นสุบรรณสกุณี อันมีอานุภาพเกรียงไกร
บินโบยบ่ายหน้าต่อปราสาท มุ่งมาดเร็วตรงเข้ามาใกล้
ความกลัวตัวสั่นพรั่นใจ เพียงจักบรรลัยด้วยเดชา
ก็วางพระอุณรุทเสียทันที ยังที่พรหมพักตร์ยักษา
ชำแรกแทรกพื้นพสุธา หนีไปพาราบาดาล

ฯ ๖ คำ ฯ เชิด

๏ เมื่อนั้น องค์พระจักราศักดาหาญ
พอพญานาคพวกพาล วางองค์พระหลานแล้วหนีไป
ครุฑทรงก็ถึงยอดปราสาท พระรับราชนัดดาไว้ได้
สวมกอดแล้วถามไปทันใด ไฉนพ่อมาเป็นดั่งนี้

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระอุณรุทผู้รุ่งรัศมี
ความแสนโสมนัสยินดี ชุลีกรกราบบาทพระอัยกา
แล้วเล่าความแต่ต้นจนปลาย ถวายองค์บรมนาถา
ซึ่งนาคีลอบรัดมัดมา เพราะหลานนิทราหลับไป
หาไม่ที่ไหนอ้ายสาธารณ์ จะฮึกหาญทำถึงเพียงนี้ได้
ซึ่งพระองค์ผู้ทรงฤทธิไกร มาช่วยชีวิตไว้ครั้งนี้
ด้วยพระเมตตาการุญ พระคุณล้นเกล้าเกศี
จะขอชิงชัยราวี ผลาญอ้ายอสุรีให้วายปราณ

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ บัดนั้น ฝ่ายพวกอสุราทวยหาญ
ทั้งหญิงชายชาวเมืองมาร ทั่วทุกสถานมณฑล
เห็นมนุษย์ขี่ครุฑบินมา จิกจับนาคาในเวหน
ตื่นตระหนกตกใจทุกตน ก็อึงอลโกลาทั้งธานี

ฯ ๔ คำ ฯ เชิด

๏ เมื่อนั้น ฝ่ายท้าวกรุงพาณยักษี
ได้ยินเสียงปีกสกุณี อึงมี่ครื้นครั่นสนั่นไป
สะเทือนทั่วพสุธาอากาศ ทุกทิศกัมปนาทหวาดไหว
เสียงพลอื้ออึงทั่วเวียงชัย ก็ออกไปจากปราสาทรัตนา

ฯ ๔ คำ ฯ

พิราบร้อน

๏ ยืนยังชาลาพระนิเวศน์ ทอดพระเนตรเห็นราชปักษา
กับมนุษย์นั่งอยู่ทั้งสองรา บนหลังพญาสุบรรณ
จำได้ว่าอุณรุทราช ก็กริ้วกราดว้าวุ่นหุนหัน
ผาดแผลงฤทธิไกรดังไฟกัลป์ กุมภัณฑ์เหาะขึ้นด้วยว่องไว

ฯ ๔ คำ ฯ เชิด

๏ จึ่งร้องว่าเหวยเหวยมนุษย์ ท่านนี้ขี่ครุฑมาแต่ไหน
อยู่ราชฐานบ้านเมืองใด มีนามชื่อไรอหังการ์
ทำการอาจองทะนงนัก ไม่เกรงฤทธิ์สิทธิศักดิ์ยักษา
โจมจู่ลู่ไล่นาคา มาชิงคนโทษใจฉกรรจ์
ซึ่งทำทุจริตเราจับได้ ประจานไว้จะฆ่าให้อาสัญ
สู่รู้ดูหมิ่นแก่กุมภัณฑ์ จะพากันบรรลัยบัดเดี๋ยวนี้

ฯ ๖ คำ ฯ เจรจา

๏ เมื่อนั้น ท้าวบรมจักรกฤษณ์เรืองศรี
ได้ฟังอสุราพาที ภูมีกริ้วโกรธพิโรธนัก
จึ่งร้องว่าเหวยกรุงพาณ เอ็งอย่าฮึกหาญทะนงศักดิ์
กูผู้อวตารมาผลาญยักษ์ ชื่อบรมจักรกฤษณ์ฤทธิรอน
เป็นบิตุเรศท้าวไกรสุท อัยกาอุณรุทชาญสมร
ผ่านกรุงณรงกาพระนคร ลือขจรว่าตนเป็นคนพาล
เบียดเบียนโลกาธาตรี จึ่งขี่ครุฑมาจะสังหาร
ท่านมัดนัดดาเราประจาน หลานกูผิดไฉนให้ว่ามา

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ท้าวพาณาสูรยักษ์
ได้ฟังจึ่งตอบวาจา ถ้อยคำท่านว่านี้เกินพักตร์
อ้างอวดว่าองค์อวตาร จะมารอนราญหาญหัก
หลานตัวอาจองทะนงนัก มาลอบรักอุษาธิดาเรา
ครั้นทศมุขไปเยี่ยมพี่ จะฆ่าร้าตีเสียอีกเล่า
เพราะหยาบหยามจู่ลู่ดูเบา จึ่งเอามามัดประจานไว้
แม้นมาว่ากล่าวโดยสุจริต เป็นมิตรไมตรีก็จะให้
นี่ทำข่มเหงไม่เกรงใจ ใครจะอดได้ไม่โกรธา

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ท้าวบรมจักรกฤษณ์นาถา
ได้ฟังจึ่งตอบวาจา เหวยเหวยพญากุมภัณฑ์
อันนางอุษายุพาพักตร์ กับองค์หลานรักเฉลิมขวัญ
เทพไทพาสมให้ชมกัน ถึงเราก็ไม่ทันแจ้งใจ
ซึ่งว่ามิได้อ่อนง้อ ข้อนี้จะโกรธกระไรได้
ภายหลังพี่เลี้ยงอรไท เหาะไปอุ้มหลานเราพามา
ทั้งนี้จะว่าข้างไหนผิด จงคิดดูเถิดยักษา
ฝ่ายทศมุขอนุชา ทำอหังการ์เข้าราวี
ตัวเป็นผู้น้อยไม่ถอยยศ จะละลดให้ทำก็ใช่ที่
ท่านไม่ไถ่ถามแต่โดยดี ใช้ให้นาคีลอบไป
ถึงในแท่นที่อลงการ หากหลานเราหลับจึ่งจับได้
อย่าพักอ้างอวดฤทธิไกร จะบรรลัยไม่ทันพริบตา

ฯ ๑๒ คำ ฯ เจรจา

๏ เมื่อนั้น ท้าวพาณาสูรยักษา
ได้ฟังคั่งแค้นในวิญญาณ์ โกรธาดั่งไฟบรรลัยกาฬ
เข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันสนั่นก้อง แผดร้องตบหัตถ์ฉัดฉาน
สำแดงเดชเผ่นโผนโจนทะยาน เข้าไล่สังหารราญรอน

ฯ ๔ คำ ฯ เชิด

๏ เมื่อนั้น พระกฤษณุรักษ์ชาญสมร
เห็นขุนยักษ์หักเข้ามาต่อกร ภูธรขับครุฑเข้าชิงชัย
ฉวยชักพระขรรค์กวัดแกว่ง เป็นประกายพรายแสงดั่งเพลิงไหม้
ฟันถูกกรุงพาณด้วยว่องไว ยี่สิบกรขาดไปจากอินทรีย์

ฯ ๔ คำ ฯ เชิด

๏ เมื่อนั้น ท้าวพาณาสูรยักษี
เจ็บปวดรวดร้าวแสนทวี เพียงสิ้นสมประดีชีวา
แข็งใจทรหดอดกลั้น ด้วยโมหันมานะยักษา
คิดคุณบรมพรหมา ร่ายเวทวิทยาเกรียงไกร

ฯ ๔ คำ ฯ ตระ

๏ เดชะพระมนต์อันเรืองฤทธิ์ กรขาดคืนติดกันเข้าได้
พิโรธโกรธกริ้วคือไฟ เรียกเร่งพลไกรเข้ารอนราญ

ฯ ๒ คำ ฯ เชิด

๏ บัดนั้น กาลานุราชใจหาญ
ได้ยินอสุรโองการ ก็ให้หมู่มารโห่ขึ้นสามลา

ฯ ๒ คำ ฯ

กราว

๏ ยกพวกอสุราร้อยโกฏิ แล่นโลดเหาะขึ้นยังเวหา
ต่างแผลงสำแดงเดชา เข้าจับยักษาด้วยฤทธิ์

ฯ ๒ คำ ฯ เชิด

๏ บัดนั้น ครุฑทรงองค์บรมจักรกฤษณ์
เห็นพลกุมภัณฑ์กระชั้นชิด แผลงฤทธิ์เข้ามาจะราวี
สุบรรณกางปีกคอยป้อง หันกระหยับรับรองยักษี
ครั้นหมู่มารกลุ้มเข้ารุมตี สกุณีโจมจับด้วยว่องไว
เท้าหยิกปากจิกปีกฟาด อสุราตายกลาดไม่นับได้
หัวขาดตัวขาดดาษไป ซ้ำไล่จิกฟัดโรมรัน

ฯ ๖ คำ ฯ เชิด

๏ เมื่อนั้น ท้าวพาณาสูรรังสรรค์
ทั้งกาลานุราชกุมภัณฑ์ เห็นพวกพลขันธ์เปลืองตา
พญายักษ์กริ้วโกรธโลดโผน จู่โจนโจมจับรับหน้า
กาลานุราชเสนา เข้าหลังปักษาโจมตี
สองยักษ์ทั้งยี่สิบสองกร รุมรันฟันฟอนปักษี
ปักษาโจมจิกอสุรี ปีกตีเท้าถีบวุ่นไป

ฯ ๖ คำ ฯ เชิด

๏ เมื่อนั้น พระภุชพงศ์ทรงฤทธิ์แผ่นดินไหว
กับราชนัดดายาใจ ภูวไนยรับหน้ากรุงพาณ
ฝ่ายพระอุณรุทผินรับ กับกาลานุราชใจหาญ
ถ้อยทีโรมรันประจัญบาน รอนราญไม่ละลดกัน

ฯ ๔ คำ ฯ เชิด

๏ อัยกาเหยียบพญาอสุรี หลานเหยียบเสนีผกผัน
เท้าครุฑฉุดเท้ากุมภัณฑ์ เหหันเหวี่ยงวัดอลวน

ฯ ๒ คำ ฯ เชิด

๏ ต่างหวดประหารกันฉานฉาด ต่างฟันต่างฟาดกุลาหล
ท้าวบรมจักรกฤษณ์ฤทธิรณ หวดถูกกุณฑลอสุรา
พระอุณรุทชิงได้ตระบองมาร ผลาญกาลานุราชยักษา
กรุงพาณเหจากครุฑา เสนานั้นม้วยชีวี

ฯ ๔ คำ ฯ เชิด โอด

๏ เมื่อนั้น ท้าวพาณาสูรยักษี
ต้องศัสตราวุธทั้งอินทรีย์ อสุรีเจ็บปวดสากรรจ์
ครั้นจะรื้อเข้าต่อรอรบ พอพลบสิ้นแสงพระสุริย์ฉัน
จึ่งเลิกพวกพลกุมภัณฑ์ ลงสู่เขตขัณฑ์พารา

ฯ ๔ คำ ฯ เชิด

๏ เมื่อนั้น ท้าวบรมจักรกฤษณ์นาถา
ครั้นกรุงพาณเลิกพลโยธา พอเวลาสิ้นศรีรวีวร
จึ่งมีพระราชบรรหาร แก่หลานรักร่วมชีพชาญสมร
แต่เจ้ามาจากพระนคร ทุกข์ร้อนทั่วไปทั้งธานี
ต่อเทเวศแจ้งเหตุจึ่งตามมา พบพระนัดดาเรืองศรี
ครั้นปู่จะอยู่ช่วยราวี พระเกียรติหลานนี้จะลับไป
ตัวเจ้าจงอยู่สงคราม พยายามฆ่ามันเสียให้ได้
จะปรากฏยศเกรียงไกร ทั่วไตรโลกาสุธาธาร
ตรัสพลางถอดพระธำมรงค์ เครื่องทรงจักรพรรดิมหาศาล
แล้วด้วยเพชรทิพอลงการ ออกให้หลานรักร่วมชีวัน
เจ้าจงเอาไว้สำหรับตัว อย่ากลัวหมู่มารโมหัน
แหวนนี้มีฤทธิ์ดังเพลิงกัลป์ เป็นอาวุธเทวัญเลิศไกร
เสมอดั่งจักรแก้วโมลิศ จะเหาะไปทั่วทิศก็ย่อมได้
เจ้าจงศรีสวัสดิ์มีชัย ไพรีอย่ารอต่อกร

ฯ ๑๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระอุณรุทสุริย์วงศ์ชาญสมร
น้อมเศียรรับแหวนรับพร ด้วยใจถาวรภิรมยา

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ท้าวบรมจักรกฤษณ์นาถา
ก็ขับครุฑมาส่งพระนัดดา ยังปราสาทอุษาเทวี

ฯ ๒ คำ ฯ



[๑] ต้นฉบับหนังสือสมุดไทย เลขที่ ๕๖๕ เป็น “ครั้นมาพ้นแดนนัคเรศ”

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ