ตอนที่ ๔๐ พระอุณรุทจากนางกินรี

๏ เมื่อนั้น พระอุณรุทผู้ปรีชาหาญ
ครั้นมีชัยแก่ราชภัยพาล ผ่านฟ้ามาหานางกินนร

ฯ ๒ คำ ฯ เสมอ

๏ เมื่อนั้น ห้านางกินรีดวงสมร
นบนิ้วดุษฎีชุลีกร บังอรกราบทูลพระทรงธรรม์
เมื่อหมู่วิทยาเข้าราวี น้องนี้ตกใจไม่มีขวัญ
ต่อพระองค์ออกไล่โรมรัน ผลาญพวกไภยันบรรลัยลาญ
แล้วเห็นนายมันทะยานมา เข้าต่อศักดากำลังหาญ
ดูพระองค์ทรงฤทธิ์ชัยชาญ น้องสำราญคลายประหวั่นพรั่นใจ
แต่นั้นถึงมันเข้าราญรอน จะเร่าร้อนวิญญาณ์ก็หาไม่
คอยชมพระเดชภูวไนย เมื่อต่อฤทธิไกรด้วยไภยัน
งามองค์งามทรงราวี งามทีฉายแกว่งพระแสงขรรค์
งามท่ารับรองป้องกัน งามฟันวิทยาวายปราณ
ใครงามทั้งสามโลกา จะเปรียบพระยอดฟ้าไม่มีสมาน
เป็นกุศลของน้องแต่ก่อนกาล จึงได้รองบทมาลย์พระภูมี

ฯ ๑๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระอุณรุททรงสวัสดิ์รัศมี
ได้ฟังทั้งห้ากินรี ภูมีรับขวัญแล้วบัญชา
แรกพี่สัประยุทธ์ชิงชัย ให้อาลัยถึงเจ้าหนักหนา
พอแลเห็นแก้วแววตา วิทยามันไล่วุ่นวาย
ให้กลัดกลุ้มคลุ้มคลั่งใจนัก มืดพักตร์เร่าร่อนฤทัยหาย
จึ่งรีบจรลงจากโพยมพราย ผลาญพลมันตายไม่เหลือไป
เดชะอำนาจวาสนา วิทยาไม่ทำอะไรได้
ตรัสพลางเชยชมอรไท เสน่หาอาลัยพันทวี
เจ้าพี่เอ๋ยเวลาสายัณห์ ขวัญอ่อนมาจะไปคีรีศรี
ว่าแล้วพานางกินนรี จรลีไปถํ้าสุรกานต์

ฯ ๑๐ คำ ฯ ลาวพวน

ช้า

๏ ลดองค์ลงเหนือบัลลังก์อาสน์ ตระหลบกลิ่นบุปผชาติหอมหวาน
เสวยสุขด้วยห้านงคราญ ดั่งได้ผ่านฟากฟ้าวิมานจันทร์
เพลิดเพลินฤทัยในรสรัก ทรงจักรปลื้มเปรมเกษมสันต์
หลายราศราตรีทิวาวัน พระทรงธรรม์นิ่งนึกตรึกตรา
ถึงพระพี่เลี้ยงทั้งสี่ เสนาโยธีจะคอยหา
ทั้งพระบิตุเรศมารดา สองอัครชายาจะรํ่าไห้
อนิจจาทั้งปวงจะได้ทุกข์ กูจะมาเป็นสุขหาควรไม่
อย่าเลยจะพานางไป ไว้ในนิเวศน์ธานี

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ คิดแล้วจึ่งกล่าวสุนทร ดูก่อนนางฟ้ามารศรี
อันความพิศวาสเทวี พ้นที่จะรํ่าพรรณนา
แต่พี่มาอยู่ด้วยเจ้า ขวัญข้าวผู้ยอดเสน่หา
ก็หลายราตรีทิวารา ที่ในคูหาหิมพานต์
เป็นอรัญเวศประเทศไพร แสนไร้สมบัติพัสถาน
ไม่ควรนุชนาฏนงคราญ จะสถิตสถานอนาถนี้
คิดว่าจะเชิญดำเนินน้อง ทั้งห้าไปครองบุรีศรี
เป็นปิ่นสาวสนมนารี เทวีจงได้เมตตา

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น นวลนางกินรีทั้งห้า
ได้ฟังพระราชบัญชา องค์พระยอดฟ้ายาใจ
แสนทุกข์แสนร้อนอาวรณ์นัก นงลักษณ์ทอดถอนใจใหญ่
ด้วยความเสน่หาอาลัย อรไทสนองพระวาที
อนิจจาพระยอดเยาวเรศ ทรงเดชไม่โปรดเกศี
ตัวน้องเป็นชาติกินรี เคยอยู่แต่ที่หิมวันต์
ซึ่งพระเมตตาจะพาไป ไว้ในนิเวศน์เขตขัณฑ์
ให้สมบูรณ์สมบัติอเนกนันต์ พระคุณนั้นเป็นพ้นคณนา
แต่น้องนี้มิเคยราชฐาน เห็นจะเคืองบทมาลย์ไปภายหน้า
ทั้งเกรงองค์อัครชายา สาวสนมซ้ายขวาจะไยไพ
จะระกำซํ้าอายไม่วายเว้น ชลเนตรจะกระเด็นเป็นเลือดไหล
แม้นเมตตาจริงจงทิ้งไว้ ให้อยู่แต่ในดงดอน

ฯ ๑๒ คำ ฯ

๏ สุดเอยสุดสวาท นุชนาฏนิ่มเนื้อนวลสมร
ว่าไยฉะนี้นะบังอร มาตัดรอนไม่เชื่อวาจา
พี่จะพาเจ้าไปเสวยสุข กลับว่าจะทุกข์อายหน้า
อันหมู่สนมกัลยา จะว่าไรเจ้าได้นางเทวี
เพราะมิได้เมตตาอาลัยกัน จึงบิดผันไม่ไปด้วยพี่
เจ้างามงอนมาค่อนพาที ว่าเปนชาติกินรีชาวไพร
ธรรมดาพญาสารเศวต จะเกิดในนคเรศก็หาไม่
ย่อมอยู่กลางป่าพนาลัย จึ่งได้ไปเป็นศรีพระนคร
เหมือนพระสุธนภูวนาถ ได้มโนห์ราชชมสมสมร
ก็เป็นเชื้อนางเทพกินนร บังอรไปอยู่ในบูรี
เหมือนอย่างตัวเจ้าเยาวลักษณ์ อันภิรมย์ร่วมรักด้วยพี่
จะกินแหนงแสลงใจไปไยมี มารศรีจงไปด้วยพี่ยา

ฯ ๑๒ คำ ฯ

๏ ภูเอยภูธร น้องไม่เคยงอนชะอ้อนว่า
พระอย่าชักทำเนียบเปรียบมา ตัวข้าแจ้งแล้วทุกประการ
ให้อายแต่ป่าเท่านั้นเถิด อย่าเชิดหน้าพาไปราชฐาน
เป็นวิบากของข้าบทมาลย์ จะสู้แสนกันดารอยู่ดงดอน
อันพระสุธนมโนห์รา น้องก็แจ้งกิจจามาแต่ก่อน
นั่นสิโฉมนางงามงอน ภูธรตรัสเปรียบนั้นผิดที
ถึงกระนั้นก็ต้องบูชายัญ ได้ปีกหางทันจึ่งบินหนี
อันสารเศวตซึ่งเข้าไปธานี หญ้าน้ำขัดสีก็แจ้งใจ
ใช่ว่าไม่ช้ำระกำจิต ก็ต้องติดพันธนาน้ำตาไหล
โปรดเถิดอย่าพาน้องไป ภูวไนยจงทรงพระเมตตา

ฯ ๑๐ คำ ฯ

๏ งามเอยงามคม ลิ้นลมแหลมหลักหนักหนา
จริงแล้วเหมือนคำเจ้าเจรจา ฟังมาแจ้งสิ้นในวิญญาณ
ซึ่งจะไม่เข้าไปธานี จะยินดีอยู่แต่ไพรสาณฑ์
เพราะจิตคิดความอาลัยลาน ในสถานคูหาหิมวันต์
เป็นที่สุโขสโมสร ด้วยพวกวิชาธรเกษมสันต์
ทั้งหมู่อสูรกุมภัณฑ์ ดาบสคนธรรพ์ครุฑา
เป็นความกังวลในหนหลัง จะอยู่วังไม่เหมือนหนึ่งกลางป่า
จึ่งแสร้งแกล้งกล่าววาจา ตัดความเสน่หาไม่ปรานี

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ ทรงเอยทรงเดช พระไม่โปรดเกศเกศี
ไปได้มิให้เคืองใต้ธุลี นี่สุดปัญญาสุดอาลัย
ใช่น้องเป็นห่วงหน่วงหนัก ด้วยนักสิทธ์วิทยานั้นหาไม่
ความสัตย์พระไม่เล็งเห็นใจ ควรหรือว่าได้ไม่เมตตา
อยู่ไปก็นัยจะอัประมาณ แม้นบรรลัยลาญเสียดีกว่า
ร่ำพลางซบพักตร์กับบาทา โศกาพ่างเพียงสลบลง

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ โฉมเอยโฉมเฉลา ยุพเยาว์นิ้มเนื้อนวลหง
จะโศกาไยให้ลำบากองค์ เมื่อโฉมยงแกล้งสลัดตัดใจ
เป็นความสัจจาซึ่งว่าวอน บังอรหาเมตตาไม่
ชะรอยกรรมหนหลังมาดลใจ จะจำไกลจริงแล้วในครั้งนี้
แม้นว่าเจ้าดวงนัยน์เนตร ไม่ไปนคเรศด้วยพี่
ขอเชิญห้านางกัลยาณี ไปแต่เพียงที่พลับพลา
จงไว้เยื่อใยอาลัยบ้าง แล้วนางจึ่งกลับมาคูหา
เอ็นดูช่วยชูชีวา อย่าให้เสียวาจาที่ว่าวอน

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ พระเอยพระสุริย์วงศ์ พระองค์จงโปรดเกศก่อน
ซึ่งจะให้ไปด้วยภูธร จนถึงนิกรโยธี
เหมือนหนึ่งไปถึงนคเรศ ทรงเดชได้โปรดเกศี
น้องอายไพร่พลมนตรี มิรู้ที่จะไว้พักตรา
ประการหนึ่งเมื่อวันพระเหาะไล่ บินหนีมาในเวหา
สุดสิ้นกำลังกายา จนตกเหวผาบรรดาตาย
เจ็บปวดย่อยยับทั้งสารพางค์ ที่ขัดขวางชอกช้ำยังไม่หาย
สู้ฝืนดำรงทรงกาย เฝ้าพระโฉมฉายด้วยภักดี
หิวโหยโรยแรงระหวยอ่อน ซึ่งจะข้ามสาครนทีศรี
เหตุสุดกำลังของน้องนี้ ภูมีจงทรงพระเมตตา

ฯ ๑๐ คำ ฯ

๏ สุดเอยสุดสวาท นุชนาฏผู้ยอดเสน่หา
แสนรักสุดรักวนิดา พี่วอนผ่อนว่าด้วยอาลัย
ควรหรือไม่กรุณาบ้าง ทั้งห้านางช่างตัดขาดได้
สิ้นความเอื้อเฟื้อเยื่อใย สุดใจพี่แล้วครั้งนี้
จะให้ไปเพียงพลับพลาเล่า เจ้าแกล้งเบี่ยงบ่ายหน่ายหนี
ขวัญข้าวเยาวยอดนารี ค่อยอยู่จงดีจะขอลา
ถึงไปก็ไม่ลืมรัก ดวงจักษุพี่ทั้งห้า
ตรัสพลางลูบหลังกัลยา ผ่านฟ้าเศร้าสร้อยละห้อยใจ

ฯ ๘ คำ ฯ

โอ้

๏ เมื่อนั้น ห้านางเยาวยอดพิสมัย
ได้ฟังบัญชาพระภูวไนย ยิ่งอาลัยพูนเพิ่มพันทวี
ต่างซบเศียรเกล้าลงกับบาท องค์พระเยาวราชเรืองศรี
อุราเร่าร้อนดั่งอัคคี ก็โศกีร่ำว่าทั้งห้านาง

ฯ ๔ คำ ฯ

โอ้

๏ โอ้พระทูนกระหม่อมของน้องเอ๋ย ไฉนเลยไม่เห็นในอกบ้าง
ใช่จะแกล้งแหนงหน่ายเสน่ห์จาง[๑] สิ้นรักแรมร้างให้ห่างไกล
แม้นน้องมิเป็นชาวหิมเวศ ควรสถานอัคเรศกษัตริย์ได้
ก็จะโดยเสด็จพระบาทไป บำเรอรักภูวไนยไม่คลาดคลา
นี่สุดคิดสุดจิตสุดใจนัก สุดที่น้องรักจักเรียกหา
จะจำจากพรากพลัดพระยอดฟ้า เวทนาในพงดงดอน
นิจจาเอ๋ยเคยรองสนองบาท ร่วมสวาทภิรมย์สโมสร
พร้อมพักตร์ภักดีชุลีกร สถาวรเป็นสุขทุกคืนวัน
ที่นี้ตั้งแต่จะแลลับ ดั่งเดือนดับสิ้นแสงรังสรรค์
จะมีแต่โศกาจาบัลย์ แดยันโหยหาด้วยอาลัย
เสด็จไปแล้วไหนจะคืนหลัง เหมือนดั่งสายน้ำอันหลั่งไหล
มีแต่กระแสเชี่ยวเป็นเกลียวไป ไหนเลยจะไหลกลับมา
อกเอ๋ยเวทนาในครานี้ แม้นม้วยชีวีเสียดีกว่า
ร่ำพลางต่างกอดพระบาทา แสนโศกโศกาจาบัลย์

ฯ ๑๔ คำ ฯ โอด

๏ เมื่อนั้น พระอุณรุทสุริย์วงศ์รังสรรค์
เห็นนางครวญครํ่ารำพัน ทรงธรรม์สลดระทดใจ
มิอาจจะกลั้นโศกา ชลนานองเนตรหลั่งไหล
พระกอดห้ากินราเข้าไว้ ร่ำไรเพียงสิ้นสมประดี

ฯ ๔ คำ ฯ โอด

๏ ครั้นค่อยสว่างส่างเทวษ ภูวเรศรับขวัญมารศรี
แก้วตาค่อยอยู่สวัสดี ตัวของพี่นี้จะขอลา
ว่าพลางย่างเยื้องบทจร นวยนาดวาดกรซ้ายขวา
เสด็จจากห้องแก้วอลงการ์ ห้านางกินราก็ตามไป

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ ครั้นถึงปากถ้ำสุวรรณมาศ มีอาสน์แผ่นผาศิลาใหญ่
พระลดองค์ลงทอดถอนใจ กอดนางเข้าไว้แนบกาย
พิศพักตร์แล้วกล่าวสุนทร ดูก่อนเยาวยอดโฉมฉาย
จงจำวาทีของพี่ชาย สายสวาทครององค์จงดี
อย่าให้ราคินมลทินหมอง ทั้งห้าน้องผู้มิ่งมารศรี
ถึงไปไม่ช้าล่วงปี ตัวพี่จะกลับคืนมา
สู่สมชมน้องครองสวาท ยังห้องทิพมาศคูหา
สั่งเสร็จเศร้าสร้อยวิญญาณ์ ผ่านฟ้าขืนใจบทจร

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ เดินพลางเร่าร้อนอาวรณ์จิต พ่างเพียงต้องพิษแสงศร
เหลียวหลังมาดูนางกินร ภูธรกลับมาทันที

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ สวมกอดแล้วสั่งด้วยคำหวาน เยาวมาลย์อย่าลืมสวาทพี่
ลูบหลังทั้งห้ากินรี แล้วเสด็จจากที่ดำเนินมา

ฯ ๒ คำ ฯ เพลง

๏ ครั้นแลลับสายนัยน์เนตร คลายเทวษโศกโทมนัสสา
ก็เหาะขึ้นยังพื้นเมฆา ข้ามฝั่งมหาสาคร

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ แลเห็นควันเพลิงกลบกลุ้ม ตระหลบพุ่มพฤกษาสิงขร
ดูไปในพื้นดินดอน เห็นหมู่นิกรพลไกร
ก็แจ้งว่าพี่เลี้ยงทั้งสี่ พาพวกโยธีน้อยใหญ่
มาตามถึงท่าชลาลัย จะข้ามไม่ได้ดังจินดา
พระรู้แน่ตระหนักประจักษ์จิต ทรงฤทธิ์แสนโสมนัสสา
จึ่งเหาะตรงไปด้วยศักดา ยังพวกโยธาทันที

ฯ ๖ คำ ฯ เชิด

๏ บัดนั้น พระพี่เลี้ยงสุริย์วงศ์ทั้งสี่
กับอำมาตย์หมู่ราชเสนี ทั้งพวกโยธีพลไกร
เห็นหลานสมเด็จพระหริวงศ์ มาลงยังกองทัพใหญ่
ต่างตนโสมนัสดีใจ ดั่งได้เสวยสวรรค์ชั้นฟ้า
พากันวิ่งเข้าไปกราบบาท พระยอดเยาวราชนาถา
สิ้นวิโยคโศกศัลย์โศกา ถ้วนหน้าเกษมเปรมปรีดิ์
พระพี่เลี้ยงจึ่งกราบบังคมทูล นเรนทร์สูรสุริย์วงศ์เรืองศรี
ขอเชิญเสด็จพระภูมี ขึ้นที่พลับพลาพรายพรรณ[๒]

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระอุณรุทสุริย์วงศ์รังสรรค์
ก็เสด็จย่างเยื้องจรจรัล ขึ้นสุวรรณพลับพลาอลงการ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ ลดองค์ลงเหนือบัลลังอาสน์ พร้อมเสนามาตย์ทวยหาญ
ประนมกรเฝ้าเบื้องบทมาลย์ แน่นหน้าพระลานโอฬาร์

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระพี่เลี้ยงสุริย์วงศ์พงศา
ต่างองค์เข้ากราบกับบาทา ทูลพระยอดฟ้ายาใจ
พระเหาะไล่กินราห้านาง จะคิดถึงข้าบ้างก็หาไม่
ต่างตนโศกาอาลัย รํ่าไรเพียงม้วยชีวัน
สุดคิดจึ่งติดตามหา จนกระทั่งฝั่งท่าคงคากั้น
แม้นไม่พบพระองค์ทรงธรรม์ จะพากันบรรลัยในดงดาน

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระอุณรุทผู้ปรีชาหาญ
ได้ฟังพี่เลี้ยงพจมาน ผ่านฟ้าจึ่งตอบไปทันใด
ซึ่งรักน้องต้องทุกข์โศกศัลย์ คุณนั้นก็หาที่สุดไม่
ถึงตัวข้าตามกินราไป ก็อาลัยถึงสี่พี่ยา
เป็นธรรมดาโลกประเวณี พี่จงให้อภัยโทษา
น้องไปก็ได้เวทนา พบซึ่งวิทยาชาญฉกรรจ์
สมญาชื่อว่าวิรุญเมศ เรืองเดชฤทธิแรงแข็งขัน
มีพวกบริวารอเนกนันต์ ได้โรมรันดั่งรบกรุงพาณ
น้องเดียวเคี่ยวฆ่าประจามิตร วิชาธรม้วยชีวิตสังขาร
ตายสิ้นทั้งหมู่บริวาร เสร็จการศึกแล้วจึ่งกลับมา

ฯ ๑๐ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น สี่พี่เลี้ยงผู้มียศถา
จึ่งนบนิ้วสนองพระบัญชา ไม่แจ้งว่าผ่านฟ้าต้องชิงชัย
ทูลพลางต่างดูภูธร เห็นพระกรริ้วรอยน้อยใหญ่
ทั้งสี่ลูบอกทำตกใจ ภูวไนยได้ยากลำบากกาย
อนิจจาเป็นได้ถึงเพียงนี้ ไม่พอที่ชอกชํ้าระส่ำระสาย
จนซูบผอมตรอมใจไม่สบาย ทั้งพระเนตรก็ชายโรยรา
เออไฉนจึ่งเป็นริ้วรอย พระกรยับย่อยทั้งซ้ายขวา
หรือตามนางไปในเมฆา เป็นระนามหนามหนาพนาลัย
ไม่รู้ที่จะหลีกลัดเลี้ยว หนามร้ายรุมเกี่ยวเป็นไฉน
กรกุมพระขรรค์ไม่ฟันไป ให้มาเป็นได้ดั่งนี้
ถ้าเสด็จไปถึงพระนคร โทษกรไม่พ้นข้าทั้งสี่
สององค์อัคเรศเทวี จะว่าพี่ไม่ระวังพระบาทา

ฯ ๑๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระอุณรุทสุริยวงศ์นาถา
ยิ้มพลางทางตอบวาจา ไฉนจึ่งแกล้งมาไยไพ
เออการอะไรของพี่ อย่างนี้ก็เอามาว่าได้
อากาศหรือมีหนามระนามไพร ก็ย่อมแจ้งใจอยู่ด้วยกัน
ไม่ช่วยรบราวิชาธร ดีแต่จะค่อนเย้ยหยัน
มาตรแม้นโจรป่ามันฆ่าฟัน จะชวนกันสำรวลเล่นสำราญ
อันธรรมดาเดินป่าพนาลี ถึงตัวพี่ที่ช่างว่าขาน
ก็จะมีแผลหนามระนามพาน วานอย่าเก็บว่าให้อายใจ

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระพี่เลี้ยงผู้มีอัชฌาสัย
ชุลีกรสนองบัญชาไป ข้ามิได้มารยาพาที
ธรรมดาเดินดงพงพนัส เลี้ยวลัดหนามไหน่ย่อมเสียดสี
แต่แผลไม่เป็นถึงเช่นนี้ ข้าจึ่งปรานีพระยอดฟ้า
ทูลพลางต่างดูพักตร์กัน สำรวลสรวลสันต์เริงร่า
ทั้งหมู่อำมาตย์เสนา ถ้วนหน้าแย้มยิ้มพริ้มพราย

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระทรงโฉมประโลมโลกทั้งหลาย
ฟังพี่เลี้ยงว่าเป็นแยบคาย หลานนารายน์ยิ้มแล้วก็ตอบไป
วานอย่าเยาะเย้ยเลยพี่ ใครจ้างพาทีหรือไฉน
การมีไม่นึกตรึกไตร เอาอะไรที่ไหนมาเจรจา
เดิมองค์สมเด็จพระบิตุเรศ ให้มาจับสารเศวตตัวกล้า
ยังไม่ได้ดั่งพระบัญชา จะกลับไปภูผากำจาย
พี่จงตรวจตราพลากร รถรัตน์อัสดรทั้งหลาย
ให้พร้อมเสร็จไว้ทั้งไพร่นาย แต่รุ่งสุริย์ฉายจะยกไป

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น สี่พระพี่เลี้ยงผู้ใหญ่
รับสั่งพระองค์ทรงฤทธิไกร บังคมไหว้แล้วรีบออกมา[๓]

ฯ ๒ คำ ฯ

ยานี

๏ จัดหมู่ม้ารถคชสาร โยธาทวยหาญซ้ายขวา
เป็นกระบวนพยุหบาตรา สั่งเสด็จออกมาแต่ธานี
ริ้วนอกริ้วในไตรตรวจ โดยหมวดไม่ขาดคลาดที่
ไพร่นายครบตามบัญชี โยธีพื้นหาญชาญฉกรรจ์
ตั้งรอบบริเวณพลับพลาชัย เกลื่อนกลาดดาษไปหลายหลั่น
คอยเสด็จหลานพระองค์ทรงสุบรรณ พร้อมกันโดยดั่งพระบัญชา

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระอุณรุทสุริย์วงศ์นาถา
ครั้นพลบค่ำย่ำฆ้องเวลา สุริยาลับเหลี่ยมคีรินทร
แสงจันทร์สว่างกระจ่างแจ้ง หล้าแหล่งไพรพฤกษ์สิงขร
ทั้งดารารัศมีศศิธร ประภัสสรแจ่มจับพลับพลาชัย
พระเยี่ยมพักตร์พิศพื้นอากาศ ชมวิลาสดาวดวงแขไข
อลงกตหมดเมฆอำไพ ภูวไนยหวนถวิลถึงกินรา
ดวงเดือนเหมือนดวงพักตร์น้อง นวลละอองผ่องงามทั้งห้า
จันทรประดับด้วยดารา เหมือนแก้วตาเฟี้ยมเฝ้าพี่รอบกาย
ลมพาเกสรมารวยริน หอมกลิ่นเหมือนกลิ่นโฉมฉาย
ยิ่งว้าวุ่นฤๅทัยไม่สบาย หลานนารายณ์เพียงสิ้นสมประดี

ฯ ๑๐ คำ ฯ

๏ จึ่งเสด็จย่างเยื้องยุรยาตร จากอาสน์พลับพลาเรืองศรี
ลงยังพ่างพื้นปัฐพี ไปที่ฝั่งท่าชลาลัย

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ ลดองค์ลงนั่งตั้งพระเนตร ภูวเรศดูสายน้ำไหล
คิดถึงเมื่อห้าอรไท พาไปสรงสุคนธ์ชลธาร
เห็นเพียนทองท่องว่ายเคล้าคู่ เหมือนโฉมตรูเยาวยอดสงสาร
เจ้าเรียงรายว่ายเคล้าพี่สำราญ เมื่อสนานคงคาทั้งห้าองค์
เห็นเนื้ออ่อนสัญจรลอยล่อง เหมือนเนื้ออ่อนนิ่มน้องนวลหง
สีเสียดเสียดคู่เวียนวง เหมือนอนงค์เสียดแอบพี่แนบนาง
แมลงภู่พลัดคู่วนว่าย เหมือนพี่พลัดโฉมฉายมาห่างข้าง
กระแหเหมือนเจ้าแหใจระคาง แรมร้างพี่ได้จึ่งไกลมา
เพ่งเพ่งพอเสียงดุเหว่าแว่ว เหมือนหนึ่งเสียงแก้วพี่ทั้งห้า
รสรักคลุ้มเคลิ้มวิญญาณ์ พระชะแง้แลหาวุ่นไป
ไม่เห็นโฉมฉายสายสวาท ภูวนาถทอดถอนใจใหญ่
จึ่งเสด็จจากท่าชลาลัย ขึ้นพลับพลาชัยรูจี

ฯ ๑๒ คำ ฯ

๏ ลดองค์ลงเหนือบรรจถรณ์ คล้ายเห็นกินนรโฉมศรี
ลุกขึ้นคว้าหาทันที ในแท่นที่สิริไสยา

ฯ ๒ คำ ฯ แมลงวันทอง

๏ บัดนั้น สี่พี่เลี้ยงผู้มียศถา
เห็นพระองค์ทรงฤทธิ์ไม่นิทรา คลั่งถึงกินรายุพาพาล
จึ่งเข้าไปใกล้เบื้องบาท กราบทูลภูวนาถด้วยคำหวาน
พระองค์ผู้ทรงปรีชาชาญ ขอประทานไขว่คว้าหาใคร
เมื่อกี้นั้นเสียงดุเหว่าร้อง จะประโคมยํ่าฆ้องก็หาไม่
อย่าว้าวุ่นครุ่นครวญหวนใจ จงบรรทมให้สำราญอินทรีย์

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระอุณรุททรงสวัสดิ์รัศมี
ได้ฟังพี่เลี้ยงพาที ภูมีขวยเขินวิญญาณ์
พระยิ้มเยื้อนเบือนพักตร์แล้วตรัสไป สำคัญใจว่าสว่างเวหา
เห็นหลับเงียบสงัดทั้งพลับพลา จะปลุกให้ยาตราพลากร

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ ว่าแล้วก็กลับเข้าที่ ทวีทุกข์อาลัยถึงสายสมร
แสนเทวษโศกาอาวรณ์ ภูธรครวญคร่ำรำพัน

ฯ ๒ คำ ฯ

โอ้

๏ โอ้ห้ากินรีเจ้าพี่เอ๋ย ทรามเชยเยาวยอดโฉมสวรรค์
เวรใดมาติดตามทัน ให้พลัดพรากจากกันทั้งรัก
สงสารแสนสุดสวาทวอน แสนชะอ้อนร่ำวอนอยู่กับตัก
แสนเสียดายเมื่อไรจะเห็นพักตร์ แสนรักดั่งดวงนัยนา
ถ้ามิเป็นห่วงสี่กษัตริย์ ไหนจะพลัดไกรลาสคูหา
อกเอ๋ยแม้นมีมนตรา แบ่งกายาได้เป็นสองกาย
ภาคหนึ่งจะไปบุรีรมย์ ภาคหนึ่งจะไปชมโฉมฉาย
มิให้น้องหมองหมางระคางกาย นี่สุดคิดพี่ชายจึ่งไกลกัน

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ รํ่าพลางยอกรขึ้นเหนือเกศ ประกาศฝูงเทเวศในสรวงสวรรค์
พระอิศวรนารายณ์เทวัญ พระครรไลหงส์ทรงญาณ
สุริยันจันทราในอากาศ เทวราชเจ้าไตรตรึงษ์สถาน
อีกสี่ไทท้าวโลกบาล ทุกวิมานภูผาพนาลัย
ข้าขอฝากอนงค์กินรา ทั้งห้าเยาวยอดพิสมัย
แม้นมาตรถ้ามีผู้ใด ประทุษใจจองผลาญราญรัก
ขอเทวัญอันทรงศักดาฤทธิ์ สังหารชีวิตให้ประจักษ์
แต่โหยหวนครวญคร่ำละล่ำละลัก ซบพักตร์สะอื้นไม่สมประดี

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น จึ่งพระพี่เลี้ยงทั้งสี่
เห็นพระองค์ทรงโศกโศกี อยู่ในแท่นที่บรรทมใน
ต่างตนตกใจปรึกษากัน บัดนี้พระทรงธรรม์โหยไห้
ด้วยอาวรณ์ถึงนางกินนรไพร แล้วจะเหมือนเมื่อไล่มฤคา
อย่าเลยจะเชิญให้ประเวศน์ พ้นเขตไกรลาสภูผา
เห็นจะคลายคะนึงถึงกินรา ว่าแล้วพากันไปทันที

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ ต่างน้อมเศียรเกล้ากราบบาท ทูลพระเยาวราชเรืองศรี
ขอประทานได้โปรดปรานี ภูมีอย่าร้อนอาวรณ์ใจ
พระองค์ก็ทรงพระปรีชา จะมาแสนโศกาหาควรไม่
จงระงับดับดวงฤๅทัย จะได้ไปจับพญากุญชร
อันมีตระกูลสูงศักดิ์ ชาติเชื้อคชลักษณ์ให้ได้ก่อน
ไปไว้เป็นศรีพระนคร คิดถึงกินนรจึ่งกลับมา

ฯ ๖ คำ ฯ


[๑] ต้นฉบับหนังสือสมุดไทยเลขที่ ๕๓๖ เป็น “ใช่จะแกล้งแหนงหน่ายด้วยใจจาง”

[๒] จบต้นฉบับหนังสือสมุดไทยเลขที่ ๕๔๖ ขึ้นต้นฉบับหนังสือสมุดไทยเลขที่ ๕๔๗ และตรวจเทียบกับต้นฉบับหนังสือสมุดไทยเลขที่ ๕๓๖

[๓] จบต้นฉบับหนังสือสมุดไทยเลขที่ ๕๓๖ ขึ้นต้นฉบับหนังสือสมุดไทยเลขที่ ๕๓๗ และสอบเทียบกับเลขที่ ๕๔๗

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ