ตอนที่ ๓๔ นางศรีสุดาหึง

๏ เมื่อนั้น ท้าวไกรสุทสุริย์วงศ์ชาญสมร
กับนวลนางรัตนาบังอร ออกพระโรงอลงกรณ์ข้างใน
พร้อมฝูงสุเรศสนมนาฏ ประไพพักตร์วิลาศเพียงแขไข
เฟี้ยมเฝ้าเดียรดาษกลาดไป ภูวไนยคอยองค์พระลูกยา
ครั้นเห็นพระเยาวราชรัก พาองค์นงลักษณ์เสน่หา
ตามกันดำเนินเข้ามา ยังปราสาทแก้วอลงการ
สองกษัตริย์ทรงแสนโสมนัส เสด็จจากอาสน์รัตน์มุกดาหาร
ไปรับโอรสายุพาพาล มาสถานแท่นแก้วรูจี

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระอุณรุททรงสวัสดิ์รัศมี
กับองค์วนิดาดวงชีวี น้อมศีโรตม์กราบบังคมคัล
แทบเบื้องยุคลบัวบาท พระชนนีบิตุราชรังสรรค์
ท่ามกลางฝูงสนมกำนัล ด้วยมหันต์ภิรมย์ปรีดา

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระชนกชนนีนาถา
พินิจพิศพักตร์ลักขณา โฉมพระสุณิสานารี
อรชรอ้อนแอ้นระทวยองค์ ดั่งอนงค์นางฟ้าในราศี
นวลละอองผ่องพริ้มทั้งอินทรีย์ ฉวีวรรณวิลาสประหลาดงาม
พิศทรงงามทรงวงพักตร์ วิไลลักษณ์เลยล้ำในโลกสาม
พิศรูปน่าชมสมนาม เสงี่ยมงามทรามสวาททั้งกายา
กระนี้แลหรือพระโอรส จะมิทรงกำสรดกำสรวลหา
ชมพลางทั้งสองกษัตรา จึ่งมีวาจาไปทันใด

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ พ่อดวงฤทัยนัยน์เนตร เยาวเรศผู้ยอดพิสมัย
วันเมื่อแก้วตาหายไป ดั่งใครมาเด็ดเอาชีวี
ชวนกันรีบร้นค้นหา ค่อนทรวงโศกาอึงมี่
อันองค์สุดาเทวี มารศรีพ่างเพียงบรรลัยลาญ
ล่วงไปหลายวันจึ่งเทเวศร์ นำเหตุมาแจ้งแถลงสาร
ว่าอ้ายอสุรากรุงพาณ มันทำประจานลูกยา
พ่อได้แจ้งข่าวยิ่งเร่าร้อน ทวีทุกข์อาวรณ์นี้หนักหนา
ต่างคนต่างแสนโศกา องค์พระอัยกาจึ่งตามไป
กลับมาบอกว่าพระลูกรัก จะสงครามฆ่ายักษ์เสียให้ได้
ค่อยคลายทุกข์ร้อนอาวรณ์ใจ ถึงกระนั้นก็ไม่วายโศกี
นับวันคอยท่าหาเจ้า ขวัญข้าวพ่อผู้เฉลิมศรี
พระตรัสเล่ารำพันพาที ถ้วนถี่นุสนธิ์แต่ต้นมา
ซึ่งพ่อกลับคืนพระนคร บิตุเรศมารดรได้เห็นหน้า
ดั่งใครเอาอำมฤตฟ้ามา โสรจสรงชีวาให้รอดไว้

ฯ ๑๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระอุณรุทผู้มีอัชฌาสัย
ได้ฟังสองกษัตริย์เลิศไกร โหยไห้รำพันพจมาน
คิดถึงพระคุณการุณรัก แสนสลักทรวงโศกด้วยสงสาร
กราบลงแล้วสนองบัญชาการ ผ่านเกล้าของลูกคือชีวี
ซึ่งมิได้บังคมยุคลบาท ลาบรมนาถทั้งสองศรี
ให้พระองค์ทรงโศกโศกี โทษนี้ใหญ่พ้นคณนา
ลูกไปก็ได้ทุกข์ยาก แสนลำบากปิ้มสิ้นสังขาร์
หากองค์สมเด็จพระอัยกา เมตตาไปช่วยชีวิตไว้
แล้วต้องรณรงค์ด้วยกรุงพาณ รบหนักหักหาญเป็นศึกใหญ่
เดชะพระเดชปกเกศไป จึ่งมีชัยชนะอสุรี
ได้ซึ่งธิดาพญายักษ์ อันทรงเยาวลักษณ์เฉลิมศรี
กลับมานิเวศน์สวัสดี อัญชุลีละอองพระบาทา

ฯ ๑๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระชนกชนนีนาถา
ได้ฟังโอรสร่วมชีวา พรรณนาทุกข์ยากด้วยจากไป
ให้คิดสงสารสังเวชนัก พระทรงจักรทอดถอนใจใหญ่
ลูบหลังขวัญด้วยอาลัย ดวงใจพ่อจงสวัสดี
แล้วมีสุนทรวาจา แก่องค์สุณิสาโฉมศรี
เจ้าผู้ยอดเยาวนารี มิเสียทีกำเนิดในบุษบง
งามเฉลาเพราพริ้มดั่งพิมพ์มาศ แน่งเนื้อทิพนาฏนวลหง
วาสนาลูกรักทั้งสององค์ว เคยดำรงสืบสร้างแต่ปางบรรพ์
เทวาจึ่งพาไปสู่สม ให้ร่วมรักเชยชมภิรมย์ขวัญ
ได้ร่วมยากร่วมชีพชีวัน ร่วมทุกข์ด้วยกันเพียงบรรลัย
บิตุรงค์มารดาจะเลี้ยงเจ้า มิให้ขวัญข้าวเคืองสิ่งใดได้
ดั่งเอกองค์ธิดาดวงใจ อันกำเนิดเกิดในอุทรมา

ฯ ๑๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น โฉมยงองค์นางอุษา
ได้ฟังทั้งสองกษัตรา ดั่งอำมฤตฟ้าวารี
มาโสรจสรงลงทั่วดนัยนาง สารพางค์ซาบเย็นเกษมศรี
น้อมเศียรกราบลงด้วยยินดี แล้วเทวีทูลสนองไปทันใด
ซึ่งพระองค์ทรงพระเมตตา พระคุณนั้นหาที่สุดไม่
จะขอรองฉลองเบื้องพระบาทไป กว่าชีวาลัยจะวายปราณ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น สองกษัตริยสุริย์วงศ์มหาศาล
ได้ฟังสุณิสายุพาพาล พจมานหวานจับวิญญาณ์
ลูบหลังแล้วกล่าวสุนทร ดวงสมรแม่ยอดเสน่หา
มิเสียแรงเจ้ากำเนิดเกิดมา สิริรูปวาจาน่ารัก
งามสรรพพร้อมสิ้นยุพินทรง ควรร่วมอาสน์องค์พญาจักร
เป็นปิ่นอนงค์วิไลลักษณ์ สมศักดิ์สมสองครองกัน
เป็นบุญบิตุเรศมารดา ได้แก้วตามาเลี้ยงประโลมขวัญ
เฉลิมศรีสุริย์วงศ์เทวัญ สารพันจำเริญวิญญาณ์

ฯ ๘ คำ ฯ เจรจา

๏ เมื่อนั้น นางสุดาเยาวยอดสงสาร
กับพี่เลี้ยงทั้งสี่ปรีชาญ แฝงม่านลอดนัยนาดู
เห็นนางอุษาธิดายักษ์ เฟี้ยมเฝ้าเคียงพักตร์พระองค์อยู่
ให้คั่งแค้นแน่นจิตเป็นพ้นรู้ นัยน์เนตรโฉมตรูมืดไป
จึ่งเหลียวมาสะกิดพี่เลี้ยง ดูดู๋ช่างเคียงกันอยู่ได้
ผัวเขาไม่รู้หรือว่าไร จะอดสูแก่ใจก็ไม่มี
เป็นหญิงอย่างนี้ใครมีบ้าง ช่างกระไรไม่คิดบัดสี
นึกจะใคร่ออกไปพาที ให้สาใจที่กาลีพาล
ถึงจะเคืองเบื้องบาทพระทรงฤทธิ์ ก็ไม่คิดชีวิตสังขาร
สุดที่จะกลั้นทนทาน วานพี่ดูให้ประจักษ์ตา

ฯ ๑๐ คำ ฯ

๏ บัดนั้น สี่นางพี่เลี้ยงเสน่หา
จึ่งกระซิบทูลองค์กัลยา ข้าเห็นสิ้นแล้วนะทรามวัย
อันนางอุษาสิงามงอน กระนี้หรือภูธรมิรักใคร่
จะจู่ลู่วู่วามเสียความไป จงอดใจก่อนเถิดนะเทวี
จะอยู่ก็เครื่องระเคืองตา เชิญมากลับไปปราสาทศรี
ถ้าพระแม่มิฟังพาที นานไปน่าที่จะเสียการ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น นางสุดาผู้ยอดสงสาร
ฟังสี่พี่เลี้ยงทัดทาน เยาวมาลย์สะท้อนถอนใจ
ให้เคืองแค้นแน่นไปด้วยความโกรธ จะออกโอษฐ์เจรจามิใคร่ได้
ในทรวงร้อนรุ่มดั่งสุมไฟ จนใจจึ่งตอบวาจา
อันถ้อยคำของพี่ทั้งสี่ ว่านี้ก็ดีอยู่หนักหนา
สุดแค้นสุดทนพ้นปัญญา พี่ห้ามแล้วข้าจะเชื่อฟัง
ว่าพลางเสด็จยูรยาตร อนงค์นาฏพี่เลี้ยงพร้อมพรั่ง
ออกจากฉากม่านที่กำบัง มายังปราสาทนางเทวี

ฯ ๘ คำ ฯ เพลง

๏ ครั้นถึงจึ่งมีพจมาน แก่พี่เลี้ยงนงคราญทั้งสี่
ซึ่งให้ไปดูพระภูมี ที่นี้ก็เห็นอยู่ด้วยกัน
เสียแรงตัวน้องร้องไห้ อาลัยวิโยคโศกศัลย์
เช้าค่ำพร่ำครวญถึงทรงธรรม์ ดั่งหนึ่งชีวันจะมรณา
พระไปอยู่ชมเชยเสวยสุข ฝ่ายน้องทนทุกข์เทวษหา
ควรหรือเสด็จกลับมา แต่จะถามถึงข้าก็ไม่มี
นี่หรือพี่ว่าพระไม่หลง ด้วยองค์อุษามารศรี
เห็นต้องคำน้องแต่เดิมที ที่ข้ากับพี่ได้พูดกัน

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ บัดนั้น พระพี่เลี้ยงแสนกลคนขยัน
จึ่งทูลอัคเรศวิไลวรรณ ข้อนั้นจริงแล้วเยาวมาลย์
ถึงพระมิหลงก็เหมือนหลง ด้วยพิศวงปลื้มเปรมเกษมศานต์
อย่าว่าแต่แม่แค้นในวิญญาณ พี่ก็พานจะพลอยน้อยใจ
แต่หรือหนึ่งพึ่งมาไม่ล่วงวัน จะหุนหันโกรธก่อนยังไม่ได้
เจ้าจงระงับดับไว้ ดูทีภูวไนยสักเวลา
ก็นัยจะเสด็จมาหาน้อง นวลละอองจงฟังพี่ว่า
อันจะรักมิรักวนิดา กิริยาก็พอจะเข้าใจ
แม้นไม่เมตตาเหมือนหนหลัง เราจะนั่งน้อยหน้ากระไรได้
วิบากกรรมแล้วจำจะเป็นไป จะคิดอาลัยไยแก่ชีวัน

ฯ ๑๐ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น นางสุดาเยาวยอดโฉมสวรรค์
ได้ฟังพี่เลี้ยงรำพัน กัลยาจึ่งตอบพจมาน
อันพี่ว่ากล่าวทั้งนี้ ก็ชอบทีด้วยปรีชาหาญ
แต่ความแค้นนั้นแน่นแดดาล พี่ทัดทานแล้วจะคอยดูที

ฯ ๔ คำ ฯ เจรจา

๏ เมื่อนั้น พระอุณรุทผู้ส่งรัศมี
แต่เฝ้าพระชนกชนนี อยู่จนสิ้นสีรวีวรรณ
จึ่งถวายประณตบทบงสุ์ ลาสองสุริย์วงศ์รังสรรค์
พาองค์วนิดาแจ่มจันทร์ ไปปราสาทสุวรรณพรรณราย

ฯ ๔ คำ ฯ เพลง

๏ ครั้นถึงจึ่งสถิตสิงหาสน์ อันโอภาสด้วยดวงวิเชียรฉาย
เรืองสิริวิลาศเพริศพราย งามคล้ายองค์อมรินทร
จึ่งมีมธุรสวาจา แก่โฉมวนิดาดวงสมร
แต่พี่ไปอยู่ด้วยบังอร ในนครรัตนาก็ช้านาน
ฝ่ายศรีสุดาเยาวเรศ พูนเทวษกำสรดสงสาร
เช้าคํ่ารํ่าทุกข์ทรมาน สิ้นกาลเป็นนิจนิรันดร์มา
พี่จะลาเจ้าเยาวลักษณ์ ดวงจักษุยอดเสน่หา
ไปเยี่ยมโฉมยงองค์สุดา สาวสวรรค์ขวัญฟ้าอยู่จงดี

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น นวลนางอุษามารศรี
ได้ฟังบัญชาพระสามี นบนิ้วชุลีแล้วทูลไป
ซึ่งพระองค์จะเสด็จยูรยาตร ไปหาวรนาฏพิสมัย
ข้าน้อยนี้พลอยดีใจ ด้วยจากไปเป็นหลายทิวารา
แม้นว่าพระองค์อยู่ช้านัก นงลักษณ์จะละห้อยคอยหา
จะแหนงน้องผู้รองบาทา เชิญเสด็จผ่านฟ้าจรลี

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระอุณรุททรงสวัสดิ์รัศมี
ได้ฟังวนิดาพาที ยิ้มแล้วจึ่งมีพจมาน
ดูก่อนโฉมเฉลาเยาวราช สายสวาทผู้ยอดสงสาร
เจ้าจงค่อยอยู่ให้สำราญ พี่ไปไม่นานจะกลับมา
ตรัสแล้วย่างเยื้องบทจร วาดกรกรีดกรายซ้ายขวา
งามเพียงเทวราชลีลา ไปปราสาทสุดาเทวี

ฯ ๖ คำ ฯ เพลง

๏ ครั้นถึงห้องศรีไสยาสน์ ลดองค์เหนืออาสน์มณีศรี
ลูบหลังแก้วกัลยาณี แล้วมีสุนทรตรัสไป
เจ้าดวงฤทัยนัยน์เนตร เยาวเรศผู้ยอดพิสมัย
แต่พี่พลัดพรากจากไกล อรไททนทุกข์เวทนา
จนผิวพรรณพักตร์พระนุชน้อง มัวหมองสลดลงหนักหนา
เสียศรีฉวีวรรณกายา อนิจจาสงสารเป็นสุดคิด
มิเสียทีที่เจ้ารักพี่ ร่วมชีวีร่วมใจร่วมจิต
พี่ก็แสนคะนึงถึงมิ่งมิตร ถึงตัวไปใจสถิตอยู่ด้วยน้อง
จงวายทุกข์เถิดนะแก้วตา พี่ยามาแล้วอย่าหม่นหมอง
จะถนอมกล่อมเนื้อนวลละออง ครองรักกว่าจะสิ้นชีวี

ฯ ๑๐ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น โฉมนางสุดามารศรี
ได้ฟังคั่งแค้นแสนทวี กัลยาถอยหนีภูวไนย
แล้วเบือนประณตบทบงสุ์ ทูลทางพลางทรงกันแสงไห้
พระทิ้งน้องเสียไม่อาลัย ช้านานได้หลายทิวารา
ไปเสวยเชยแสนสมบัติยักษ์ แล้วทรงจักรกลับว่าคะนึงหา
ข้ามิใช่นางในปทุมา พระแสร้งบัญชาให้ผิดที
ซึ่งน้องได้พบบทเรศ ก็เพราะเดชสองกษัตริย์เรืองศรี
หาไม่จะเสด็จมาไยมี แจ้งสิ้นครั้งนี้แล้วทรงธรรม์
เช้าค่ำพร่ำกินน้ำตา ตั้งแต่กลับมาจากไพรสัณฑ์
ทรงพระโกรธาไล่ฆ่าฟัน สำคัญว่าต้องเจ้าไพร
อนิจจาไม่รู้ว่าภูมี จะถูกต้องแรงผีพิสมัย
อยู่อยู่ก็จู่หายไป ให้พากันร้องไห้ทั้งพารา

ฯ ๑๒ คำ ฯ

โอ้โลม

๏ นงเอยนงลักษณ์ ดวงจักษุยอดเสน่หา
ซึ่งไปไม่บอกวนิดา ด้วยเป็นเพลาราตรีกาล
อย่าละห้อยน้อยใจเลยสายสวาท ไม่แกล้งบำราศยอดสงสาร
อดโทษพี่เถิดนะนงคราญ อย่าผูกใจภัยพาลนั้นไม่ดี
แม้นมิให้ไปตามกวางทอง นวลละอองหรือจะร้างอกพี่
อันซึ่งเกิดเหตุทั้งนี้ ก็เพราะด้วยมารศรีจะโทษใคร
นี่เป็นกุศลทั้งสองข้าง สร้างมาเทวาจึ่งนำให้
ที่จะได้ร่วมรักร่วมใจ กับสองนางสืบไปด้วยกัน
เพราะเหตุมีก่อนจึ่งมีผล อย่าเกียจกลขึ้งเคียดเดียดฉันท์
จะถนอมกล่อมเกลี้ยงโดยธรรม์ ขวัญข้าวอย่าทรงโศกี

ฯ ๑๐ คำ ฯ โลม

๏ พระเอยพระสุริย์วงศ์ เห็นแล้วว่าพระองค์ไม่หน่ายหนี
ไพเราะในรสวาที ใครฟังน่าที่ตายใจ
เดิมน้องสิให้ไปตามกวาง จะให้ไปตามนางก็หาไม่
มาหยิบยกโทษข้าด้วยอันใด ว่าไปพอรู้เท่าทัน
ซึ่งกุศลผลบุญได้เคยคู่ เชิญอยู่ให้สุขเกษมสันต์
วาสนามิได้สร้างมาด้วยกัน จะขอลาทรงธรรม์ไปบุรี

ฯ ๖ คำ ฯ

โลม

๏ ขวัญเอยขวัญเนตร เยาวเรศผู้มิ่งมารศรี
อนิจจาเจ้าไม่ปรานี ว่าไยฉะนี้วนิดา
สารพัดความจริงพี่บอกเล่า ควรหรือช่างเอาอะไรว่า
รักเจ้าเท่าดวงชีวา จงเมตตาพี่บ้างนะทรามวัย
อันจะตั้งรังเกียจเสียดแทง เหมือนแกล้งหาเอ็นดูไม่
อดเสียบ้างเถิดนะดวงใจ อย่าพิรี้พิไรรำพัน

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ ว่าพลางสัพยอกหยอกนาง โลมลูบปฤษฎางค์แล้วรับขวัญ
ชมเนตรเกษแก้มแกมกัน เชยถันคือทิพประทุมมาลย์
คลึงเคล้าเย้ายวนชวนสนิท จุมพิตเสาวรสหอมหวาน
เกลียวกลมสมสร้อยยุพินพาล เกษมสันต์ซาบซ่านสำราญใจ[๑]

ฯ ๔ คำ ฯ กล่อม

ช้า

๏ เมื่อนั้น นางสุดานารีศรีใส
ได้ประสบพบองค์พระทรงชัย ทรามวัยสุขเกษมเปรมปรีดิ์
ซึ่งความวิโยคโศกเศร้า ก็บรรเทาเบาใจนางโฉมศรี
แอบเมียงเคียงเฝ้าพาที ด้วยภักดีในองค์พระทรงธรรม์

ฯ ๔ คำ ฯ

ช้า

๏ เมื่อนั้น พระอุณรุทรุ่งฟ้านราสรรค์
ครั้นแสงทองรองเรืองพรายพรรณ พระประคองรับขวัญกัลยา

ฯ ๒ คำ ฯ

ร่าย

๏ เจ้าเอยเจ้าพี่ มารศรีเยาวยอดเสน่หา
บัดนี้จะรุ่งสุริยา แก้วตาค่อยอยู่จะลาไป
กังวลด้วยหมู่อสุรา ซึ่งมาแต่รัตนากรุงใหญ่
สับสนอลหม่านทั้งเวียงชัย จะได้ให้กำชับตรวจตรา
ฝ่ายฝูงไพร่ฟ้าประชาชน จะปลอมแปลกปนกับยักษา
สั่งแล้วเสด็จลีลา มาจากปรางค์รัตน์มณี

ฯ ๖ คำ ฯ เพลงสัททะรา

๏ เมื่อนั้น องค์นางสุดามารศรี
คิดแค้นอุษานารี ทุกทิวาราตรีไม่เว้นวาย
นั่งนอนร้อนรำคาญจิต ดั่งเพลิงพิษติดทรวงไม่รู้หาย
แต่กลั้นกลั้นยิ่งชํ้าระกำกาย โฉมฉายจึ่งเรียกพี่เลี้ยงมา

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ พี่เอยพี่เจ้า ความทุกข์ของเรานี้หนักหนา
ด้วยพระโฉมเฉิดเลิศฟ้า รักนางอุษาเป็นพ้นไป
จนพระเสด็จมาเยี่ยมข้า แต่จะอยู่ช้าก็ไม่ได้
มันยิ่งขึ้นหน้าได้ใจ เหตุว่าภูวไนยปรานี
มิได้ยำเยงเกรงเจ้าผัว ตั้งตัวว่าเป็นมเหสี
พี่ห้ามข้าก็ฟังมาหลายที ครั้งนี้สุดคิดสุดใจ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ บัดนั้น พระพี่เลี้ยงผู้มีอัชฌาสัย
จึ่งทูลสนองไปทันใด ซึ่งพี่ห้ามไว้แรกมา
คิดว่าจะเคืองพระโฉมยง ไม่ควรแก่องค์ขนิษฐา
บัดนี้ก็ไม่สมจินดา จะนิ่งไว้ก็ทารกรรมใจ
ถึงมาตรมิว่าก็แจ้งอยู่ สุดรู้ที่จะออกปากได้
แต่ปรับทุกข์กันทุกวันไป ใช่ว่าไม่คิดเมื่อไรมี
อย่าว่าพระแม่ร้อนรน ถึงอกพี่ก็หม่นหมองศรี
จะละให้ขึ้นหน้าไปไยมี ทั้งนี้ก็ตามแต่เวรา

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น นางศรีสุดาเสน่หา
ได้ฟังพี่เลี้ยงทูลมา ต้องในวิญญาณ์นางเทวี
จึ่งเข้าที่สรงทรงเครื่อง รองเรืองแอร่มแจ่มศรี
เสด็จจากปราสาทอันรูจี พี่เลี้ยงสาวศรีก็ตามไป

ฯ ๔ คำ ฯ เพลงทยอย

๏ ครั้นถึงปราสาทพระสามี เทวียอกรบังคมไหว้
เห็นองค์อุษาทรามวัย เฟี้ยมเฝ้าอยู่ใกล้พระยอดฟ้า
ให้เคืองคายนัยน์เนตรเป็นพ้นนัก นงลักษณ์แลดูนางอุษา
แล้วชม้ายชายดูพระผ่านฟ้า นางค้อนไปมาด้วยเคืองใจ

ฯ ๔ คำ ฯ

ช้า

๏ เมื่อนั้น พระอุณรุทรัศมีศรีใส
เห็นนางศรีสุดาทรามวัย ก็แจ้งในจริตกิริยา
จึ่งมีมธุรสปราศรัย เจ้าดวงใจผู้ยอดเสน่หา
หยุดอยู่นั่นไยวนิดา เชิญมายังแท่นพรรณราย

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น นางศรีสุดาโฉมฉาย
ได้ฟังบัญชาอภิปราย ชม้ายเนตรแล้วทูลไปทันใด
พระเอยพระองค์ พระโฉมยงทรงศักดิ์เป็นใหญ่
อันจะเรียกให้น้องขึ้นไป ไม่ควรนั่งใกล้พระภูมี
แม้นเหมือนเมื่อก่อนแต่ไรมา ตัวข้าจะรองบทศรี
บัดนี้พระได้ผ่านบุรี รัตนาธานีเวียงชัย
ประกอบด้วยกฤษฎาธิการนัก จะคู่เคียงเรียงพักตร์กระไรได้
จะขอทูลบาทอยู่แต่ไกล หวังจะใคร่ชมบุญนางกัลยา

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น จึ่งโฉมนางอุษา
ได้ฟังคั่งแค้นในอุรา นัยนามืดมัวลงทันใด
ความเจ็บความอายเป็นพ้นนัก นงลักษณ์ไม่กลั้นกันแสงได้
สะอื้นพลางทางกราบทูลไป ได้ยินหรือไม่พระภูมี

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น นวลนางสุดามารศรี
ได้ฟังยิ่งแค้นแสนทวี ดั่งอัคคีร้อนรุมสุมใจ
จึ่งว่าไปพลันทันที นี่ใครว่าไรจึ่งร้องไห้
ช่างชะอ้อนอ้อนองค์พระภูวไนย จะให้มาทำไมหรือนางเทวี
ข้าเห็นมีบุญก็ชมบุญ เคืองขุ่นข้อไรนะโฉมศรี
เนื้อจะแกล้งแสร้งให้พระภูมี เคืองละอองธุลีบาทา

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น โฉมยงองค์นางอุษา
ได้ฟังคั่งแค้นในวิญญาณ์ จึ่งตอบวาจาไปทันใด
เจ้าเหน็บแนมแกมกลเจรจา ดั่งข้าหารู้เท่าไม่
ถึงกราบทูลองค์ภูวไนย จะทำไมเจ้าได้นางกัลยา
ข้าเห็นเป็นองค์มเหสี พระภูมีรัญจวนครวญหา
จึ่งจะช่วยกราบทูลพระจักรา กลับเปรียบปรายด้วยข้าอันใด
ซึ่งสมบัติในกรุงรัตนา จะเหมือนโรมพาราก็หาไม่
สารพัดจะน้อยทุกสิ่งไป จะชมบุญข้าไยนางเทวี

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น โฉมนางสุดามารศรี
ฟังคำช้ำใจใช่พอดี จึ่งตอบวาทีไปทันใด
รู้แล้วว่าจะช่วยเสนอหน้า คำหนักข้าจะว่าก็หาไม่
มาคอยเจ็บเก็บเอาไปใส่ใจ จะปรารถนาสิ่งใดนางเทวี
ชิชะเจ้าดวงปทุเมศ องค์อัคเรศมเหสี
ตกจะมิให้ได้พาที ด้วยพระภูมีหรือว่าไร
อนิจจาเป็นน่าละอายนัก จะรู้จักเจ้าผัวก็หาไม่
ข้าว่าแต่จะชมบุญไป เจ็บใจเจียวหรือนางเทวี
อันชาวเมืองโรมพารา รักหน้าอุตส่าห์สงวนศรี
ไม่เหมือนชาวรัตนาธานี รักดีไม่เกรงแก่นินทา

ฯ ๑๐ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น โฉมยงองค์นางอุษา
เจ็บใจในรสวาจา จึ่งตอบพจนาไปทันที
เออเจ้าจริงแล้วนางกัลยา อันชาวรัตนาบุรีศรี
รักหน้ามิให้มีราคี ถึงมาตรมิว่าก็แจ้งใจ
ตัวข้าใครใครไม่สู่ขอ แต่พอใจที่ดีจะใคร่ได้
จึ่งข้ามมหาสมุทรไท มายื่นยอขอให้ถึงบุรี
ชิชะนี่หรือคือเจ้าผัว ลิ้นลมสมตัวนางโฉมศรี
แม้นว่ารู้จักแต่เดิมที จะนบนอบเทวึให้ถึงใจ

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น นางสุดาเทวีศรีใส
ฟังถ้อยน้อยจิตเป็นพ้นไป คิดได้จึ่งตอบวาจา
อันตัวข้านี้แหละมักดี ประหลาดกว่าสตรีในแหล่งหล้า
ใช้ให้พี่เลี้ยงลอบมา อุ้มพาผัวไปซ่อนไว้
จึ่งเกิดการณรงค์ยงยุทธ์ จนบิดาม้วยมุดตักษัย
เขารู้อยู่สิ้นทั้งแดนไตร เจ้าจะว่าไปไยให้ได้อาย

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น นางอุษาโฉมฉาย
ฟังคำชํ้าเจ็บด้วยแยบคาย ดั่งกายจะทรุดทำลายไป
ชลเนตรคลอเนตรนางเทวี อายแค้นไม่มีที่เปรียบได้
จึ่งประณตบทบงสุ์พระทรงชัย อรไททูลพลางทางโศกี
ได้ยินหรือไม่พระโฉมยง ถ้อยคำขององค์มเหสี
ไพเราะเพราะรสวาที พระภูมีฟังเล่นสำราญใจ

ฯ ๖ คำ ฯ เจรจา

๏ เมื่อนั้น พระอุณรุทรัศมีศรีใส
ได้ฟังขุ่นเคืองหฤทัย ภูวไนยตริตรึกไปมา
ครั้นจะว่าแต่ศรีสุดาเล่า จะน้อยใจว่าเข้าด้วยอุษา
จึ่งมีพระราชบัญชา แก่สองวนิดาด้วยพลัน
เจ้าผู้มิ่งมงกุฎนารี อันมีลักษณ์วิไลเฉิดฉัน
ย่อมเชื้อสุริย์วงศ์พงศ์พันธุ์ ลือทั่วเขตขัณฑ์ธานี
อนิจจาควรเป็นฉะนี้ได้ เหตุไรจึ่งไม่เอ็นดูพี่
มาผิดหมองพ้องกันฉันนี้ ให้เป็นที่ติฉินนินทา
ชอบสองจะผดุงบำรุงสวาท ร่วมชีวาตม์กันไปวันหน้า
ธรรมดาจารีตกษัตรา สองอัครชายาก็ย่อมมี
เหตุใดหวนหักไม่รักหน้า แกล้งให้ภัสดาหมองศรี
จะเกรงใจใครบ้างก็ไม่มี เห็นดีแล้วหรือนางกัลยา

ฯ ๑๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ทั้งสองอัคเรศเสน่หา
สะดุ้งจิตคิดเกรงพระอาญา ฟังพระวาจาก็จับใจ
เสื่อมหายคลายความพิโรธกัน ต่างองค์อภิวันท์ด้วยแจ่มใส
นางศรีสุดาก็คลาไคล เข้าไปกราบลงกับบาทา
แล้วจึ่งทูลองค์พระภูมี โทษข้านี้ผิดเป็นหนักหนา
ทีนี้จะตามพระบัญชา สิ่งใดไม่ว่าให้เคืองใจ
นางอุษาจึ่งทูลพระทรงฤทธิ์ ซึ่งน้องผิดให้ขัดอัชฌาสัย
เพราะโมโหโกรธาก็ว่าไป พระภูวไนยจงได้ปรานี
อันตัวของน้องผู้รองบาท หรือจะอาจให้เคืองบทศรี
จำเป็นจึ่งจำพาที ทีนี้จะดีไปด้วยกัน

ฯ ๑๐ คำ ฯ เจรจา

๏ เมื่อนั้น พระอุณรุทภุชพงศ์รังสรรค์
เห็นสองนางต่างกล่าวรำพัน เป็นชั้นเชิงคมขำทั้งสองรา
ยิ้มแย้มละไมในพักตร์ ดูสองเยาวลักษณ์เสน่หา
หยอกเย้าสรวลสันต์จำนรรจา ด้วยสองวนิดานารี
พระลูบปฤษฎางค์ทั้งสององค์ รับขวัญอนงค์ทั้งสองศรี
เชยชมสมสองเทวี ที่ในแท่นแก้วแพรวพรรณ

ฯ ๖ คำ ฯ กล่อม


[๑] จบต้นฉบับหนังสือสมุดไทยเลขที่ ๕๔๔

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ