ตอนที่ ๖ ท้าวบรมจักรกฤษณ์อภิเษกพระไกรสุท ครองกรุงณรงกา

๏ เมื่อนั้น ฝ่ายพระไกรสุทโอรสา
ค่อยจำเริญวัยใหญ่มา อายุศม์นั้นได้สิบเจ็ดปี
ประกอบด้วยรูปโฉมโนมพรรณ ดั่งพระจันทร์วันเพ็งจำรัสศรี
งามละม่อมพร้อมสิ้นทั้งอินทรีย์ หน่อกษัตริย์ทุกบุรีไม่เปรียบปาน
รู้ศิลปศาสตร์ไตรเพท ฤทธิเดชศักดากล้าหาญ
สารพัดศึกษาวิชาการ ชำนิชำนาญทุกสิ่งไป
เฉลียวฉลาดรู้รอบชอบผิด ราชกิจหนักเบาเอาใจใส่
ต่างเนตรต่างกรรณภูวไนย สิ่งใดมิได้อนาทร
ครั้นรู้ว่าองค์พระบิตุเรศ มาแต่หิมเวศสิงขร
ก็สระสรงทรงเครื่องอาภรณ์ อลงกรณ์ด้วยสุวรรณมณี
พร้อมพระพี่เลี้ยงอนงค์นาฏ นางราชกัลยาสาวศรี
ดั่งดาวล้อมจันทราในราตรี จรลีขึ้นเฝ้าพระบิดา

ฯ ๑๒ คำ ฯ เพลง

๏ ครั้นถึงน้อมเศียรกราบลง แทบเบื้องบาทบงสุ์ซ้ายขวา
ท่ามกลางอนงค์กัลยา ในมหาปราสาทพรายพรรณ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ท้าวบรมจักรกฤษณ์รังสรรค์
เห็นองค์โอรสร่วมชีวัน ผิวพรรณเพริศพร้อมทั้งอินทรีย์
รู้รอบในระบอบกษัตริย์สิ้น ภิญโญยศยิ่งจำเริญศรี
จะให้แทนองค์พระจักรี ในที่ณรงกาพระนคร
ควรจะมอบไอศูรย์สมบัติ มหาเศวตฉัตรประภัสสร
ครอบครองไพร่ฟ้าประชากร ให้ถาวรสืบสุริย์วงศ์ไป

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ คิดแล้วผินพักตร์มาปรึกษา แก่อัครชายาพิสมัย
ลูกเราผู้ร่วมหฤทัย จำเริญวัยรอบรู้วิชาการ
จะให้เป็นจอมโลเกศ ในมหานคเรศราชฐาน
ครอบครองไอศูรย์ศฤงคาร ทวยหาญไพร่ฟ้าประชาชี
อันโฉมนวลนางรัตนา ก็ร่วมราชวงศาเรืองศรี
จะอภิเษกเป็นเอกเทวี ปิ่นสนมนารีทั้งนั้น
ตัวเราจะช่วยสั่งสอน ใหถาวรเป็นสุขเกษมสันต์
โดยทางทศมิตรราชธรรม์ กัลยาจะเห็นประการใด

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระเทวีผู้มีอัชฌาสัย
ได้ฟังพระองค์ทรงภพไตร บังคมไหว้สนองพระบัญชา
ซึ่งจะให้โอรสผ่านสมบัติ สืบวงศ์จักรพรรดิไปภายหน้า
ก็ต้องด้วยประเวณีกษัตรา สุดแต่ผ่านฟ้าจะปรานี

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ท้าวบรมจักรกฤษณ์เรืองศรี
ครั้นเสร็จปรึกษาพระเทวี ภูมีเสด็จออกพระโรงคัล

ฯ ๒ คำ ฯ เสมอ

๏ ลดองค์ลงเหนือสิงหาสน์ งามวิลาสดังเทพรังสรรค์
พร้อมอำมาตย์สุริย์วงศ์พงศ์พันธุ์ บังคมคัลเฝ้าบาทดาษไป
จึ่งมีสีหนาทโองการ แก่โหราจารย์ผู้ใหญ่
จงหาศุภฤกษ์ยามชัย วันใดจะเป็นสวัสดี
จะทำการอภิเษกพระลูกรัก ให้เป็นหลักจรรโลงบุรีศรี
ครอบครองไพร่ฟ้าประชาชี ตามที่สุริย์วงศ์สืบมา

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ บัดนั้น ขุนโหรผู้มียศถา
ก้มเกล้ารับราชบัญชา ตั้งดวงชันษาพระกุมาร
วางพระเคราะห์ตามจักรแล้วขับไล่ เคราะห์จรสอบใส่ตามฐาน
ราหูประหัศดิ์กับอังคาร ลงทวารสิบเอ็ดแก่ลัคน์
บริสุทธิ์เป็นอุดมโชค โยคเกณฑ์ถึงที่จุลจักร
ได้ฤกษ์โรหิณีดีนัก จะเป็นหลักโลกาประชากร
เสร็จแล้วนบนิ้วบังคมทูล นเรนทร์สูรสุริย์วงศ์ทรงศร
ซึ่งจะทำพิธีสยุมพร จะถาวรจำเริญสวัสดี
ด้วยดวงชันษาพระกุมาร พระอังคารกับเสาร์มาเป็นศรี
บรรดาเคราะห์ใหญ่ในปีนี้ ให้คุณต้องที่ทุกองค์ไป
ข้างขึ้นสองค่ำวันพุธ บริสุทธิ์อุดมพระฤกษ์ใหญ่
ยามจันทร์สวัสดีมีชัย กำหนดในสามโมงเพลา

ฯ ๑๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ท้าวบรมจักรกฤษณ์นาถา
ได้ฟังพยากรณ์โหรา ผ่านฟ้าชื่นชมยินดี
จึ่งมีมธุรสพจนารถ สั่งมหาอำมาตย์ทั้งสี่
จงจัดการพระราชพิธี โดยตำแหน่งที่ทุกประการ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ บัดนั้น เสนีผู้ปรีชาหาญ
ก้มเกล้ารับรสพจมาน ชุลีลาแล้วคลานออกมา

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ หมายบอกชาววังให้สั่งเวร เกณฑ์ทุกพนักงานซ้ายขวา
กำหนดฤกษ์วันเวลา ทั้งข้างหน้าข้างในพร้อมกัน

ฯ ๒ คำ ฯ เจรจา

๏ พนักงานก็แต่งปราสาท ทอดราชาอาสน์ฉายฉัน
ผูกม่านสองไขลายสุวรรณ ฉากพับกางกั้นเป็นหลั่นลด
ตั้งบัลลังก์รัตน์พรายแพร้ว ปักเศวตฉัตรแก้วอลงกต
ลาดหนังราชสีห์สำหรับยศ สังข์กลศวางเรียงเคียงมา
แว่นเวียนเทียนชัยใส่พานรอง บายศรีแก้วทองซ้ายขวา
แล้วตั้งสุวรรณเบญจา เก้าชั้นในหน้าพระลานชัย
ไว้ที่ไขท่อปทุมมาลย์ วารีหอมหวานเย็นใส
ห้อยพวงบุปผามาลัย แต่งไว้เสร็จตามพิธี

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ แล้วให้สังฆการีผู้ปรีชา ไปนิมนต์พระมหาฤๅษี
กับหมู่คณะโยคี เข้ามายังที่พิธีกรรม์

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ บัดนั้น ฝ่ายสังฆการีคนขยัน
แจ้งแล้วคำรพอภิวันท์ พากันรีบเร่งออกไป

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ ครั้นถึงจึ่งถวายมัศการ พระนารอทอาจาร์ผู้ใหญ่
แจ้งว่าพระองค์ทรงภพไตร ให้อภิเษกพระโอรส
ใช้ข้ารีบเร่งออกมา อาราธนาพระดาบส
กับหมู่คณะพระนักพรต กำหนดเข้าไปในวันนี้

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระนารอทมหาฤๅษี
ได้แจ้งแห่งคำสังฆการี ก็บอกหมู่โยคีบริวาร
ต่างนุ่งหนังเสือคากรอง ครองเครื่องดาบสบริขาร
กรกุมไม้เท้าจ้องธาร ก็พากันลนลานรีบไป

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ ครั้นถึงจึ๋งขึ้นปราสาท นั่งอาสน์อันดับน้อยใหญ่
ต่างองค์สมาธิสำรวมใจ อยู่ในมณฑลพิธีกรรม์

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ท้าวบรมจักรกฤษณ์รังสรรค์
ครั้นรุ่งรังสีรวีวรรณ ทรงธรรม์มีราชบัญชา
ให้พระไกรสุทสุริย์วงศ์ เอกองค์โอรสเสน่หา
เสด็จเข้าที่สรงคงคา ประดับกายาอลงการ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระไกรสุทผู้ปรีชาหาญ
น้อมเศียรประณตบทมาลย์ รับราชโองการพระบิดร

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ จึ่งเสด็จเข้าที่สรงชล ทรงสุคนธ์ธารทิพเกสร
ทรงสอดสนับเพลาเชิงงอน อุทุมพรภูษาค่าเมือง
ชายไหวชายแครงเครือมณี ทับทรวงจับสีฉวีเหลือง
ตาบทิศทับทิมอร่ามเรือง สอดสร้อยห้อยเฟื่องสุพรรณพราย
รัดองค์กุดั่นประดับบุษย์ สังวาลชมพูนุทสามสาย
พาหุรัดทองกรมังกรกลาย ธำมรงค์เพชรพรายอลงการ
ทรงพระมหามงกุฎแก้ว กรรเจียกจอนแล้วด้วยมุกดาหาร
ห้อยห่วงพวงทิพสุมามาลย์ งามดั่งมัฆวานเสด็จมา

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ท้าวบรมจักรกฤษณ์นาถา
จึ่งให้สมเด็จพระลูกยา ทรงมหายานุมาศพรายพรรณ
ประดับด้วยบังสูรย์มยุรฉัตร กรรชิงรัตน์ชุมสายฉายฉัน
เสนาแห่แหนแน่นนันต์ สังข์แตรแซ่สนั่นอึงอล
ชาวประโคมก็ประโคมฆ้องกลอง สำเนียงกึกก้องโกลาหล
ปลายเชือกเคลื่อนหมู่พยูห์พล ตามตาริ้วถนนวิถีจร
มหาดเล็กเชิญเครื่องเนื่องมา บ้างถือสาตราพระแสงศร
เป็นคู่คู่นบนิ้วประนมกร โดยเสด็จบทจรดำเนินไป

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ ครั้นถึงประทับกับเกยมาศ เสนาเกลื่อนกลาดบังคมไหว้
ประโคมแตรสังข์กลองฆ้องชัย มโหรีขับไม้เป็นโกลา
จึ่งเปลื้องเครื่องประดับจากองค์ ทรงเศวตพัสตร์ภูษา
เสด็จขึ้นยังมหาเบญจา บ่ายหน้าไปเบื้องบูรพทิศ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระนารอทมหานักสิทธ์
กับพระโควินผู้มีฤทธิ์ ก็สวดอิศรมนต์พร้อมกัน

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ ประโรหิตให้ลั่นฆ้องชัย แตรสังข์เสียงใสนี่สนั่น
พร้อมด้วยพระฤกษ์เทวัญ บันลือลั่นพิณพาทย์อึงอล

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ พนักงานก็ไขท่อทอง วารีเป็นละอองดั่งฝอยฝน
กลิ่นตลบอบรสเสาวคนธ์ ตกลงเบื้องบนพระกุมาร

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ บัดนั้น พระโหราผู้ปรีชาหาญ
กับทั้งชีพ่อพฤฒาจารย์ ก็โอมอ่านพระเวทอันฤทธี
ต่างถวายนํ้าสังข์นํ้ากลศ รินรดมูรธาภิเษกศรี
อวยพรมงคลสวัสดี ให้หน่อพระจักรีผู้ศักดา

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระบิตุรงค์ธิราชนาถา
จึ่งให้สมเด็จพระลูกยา ทรงเครื่องรัตนาอาภรณ์
เสร็จแล้วกุมกรยุรยาตร งามวิลาสดั่งพญาไกรสร
อันออกจากถ้ำแก้วอลงกรณ์ บทจรขึ้นปราสาทรูจี

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ ให้สถิตเหนือแท่นภัทรบิฐแก้ว อันลาดแล้วด้วยหนังราชสีห์
ภายใต้เศวตฉัตรโมลี ในที่ท่ามกลางพิธีกรรม์

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ ครั้นได้มหาศุภฤกษ์ โหรเฒ่าให้เบิกบายศรีขวัญ
ลั่นฆ้องเข้าเป็นสำคัญ แตรสังข์แซ่สนั่นเป็นโกลา
ประโรหิตก็เข้าไปจุดเทียน ติดแว่นแล้วเวียนไปเบื้องขวา
พระสุริย์วงศ์รับส่งให้เสนา เป็นอันดับมาในมณฑล
โห่สนั่นครั้นครึกกึกก้อง พิณพาทย์ฆ้องกลองกาหล
เสียงเสนาะพร้อมเพราะอึงอล เป็นมหามงคลสวัสดี

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ ครั้นถ้วนเจ็ดรอบโดยตำรับ จึ่งดับเทียนชัยเฉลิมศรี
ประโรหิตโบกควันสามที ให้หน่อพระจักรีฤทธิไกร
เอาจุณเจิมเฉลิมพระนลาฏ โดยศาสตร์พิธีคัมภีร์ไสย
พร้อมกันอำนวยอวยชัย ให้จำเริญศรีสวัสดิ์วัฒนา

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ บัดนั้น ฝ่ายชาวพนักงานภูษา
น้อมเกล้าอัญชุลีด้วยปรีดา ถวายเบญจมหากกุธภัณฑ์
ชาวแสงถวายอัษฎาวุธ แก่หน่อจักรภุชรังสรรค์
ขุนม้าขุนรถคชกรรม์ ทั้งขุนพลขันธ์โยธี
ต่างถวายมิ่งม้าอัสดร พลากรรถรัตน์หัตถี
ขุนคลังถวายสัตตมณี กับแสนศรีสวรรยาราชัย
ท้าวฉลองพระโอษฐ์ผู้ปรีชา ถวายฝูงกัลยาน้อยใหญ่
ล้วนแต่ทรงโฉมประโลมใจ ครบในสิบสองพระกำนัล

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ท้าวบรมจักรกฤษณ์รังสรรค์
กับองค์อัครราชวิไลวรรณ จึ่งมอบไอศวรรย์พระลูกยา
ยกนางรัตนาเทวี ให้เป็นมเหสีเสน่หา
ครอบครองนคเรศณรงกา เป็นปิ่นไพร่ฟ้าประชากร
แล้วตรัสอวยพรประกาศิต จงทรงฤทธิ์ห้าวหาญชาญสมร
ปรากฏเกียรติยศขจายจร ถาวรจาเริญสวัสดี

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระไกรสุทผู้รุ่งรัศมี
รับพรพระชนกชนนี ใส่เหนือศีระเกล้าด้วยปรีดา
ยอกรถวายอภิวาท กราบลงแทบบาททั้งซ้ายขวา
ผิวพักตร์ผ่องเพียงจันทรา อันอยู่กลางมหานภาลัย

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระนารอททรงญาณอาจารย์ใหญ่
กับคณะโยคีชีไพร ครั้นเสร็จในการราชพิธี
จึ่งลาองค์พระจักรภุช กับท้าวไกรสุทเรืองศรี
ออกจากณรงกาธานี ไปที่อรัญศาลา

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ท้าวบรมจักรกฤษณ์นาถา
กับองค์อัคราชกัลยา พระวงศาสนมกรมใน
ทั้งหมู่เสนาพฤฒามาตย์ อำมาตย์ราชตระกูลน้อยใหญ่
เสร็จการมงคลเลิศไกร ก็กลับไปที่อยู่พร้อมกัน

ฯ ๔ คำ ฯ

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ