ตอนที่ ๓๗ พระอุณรุทเสด็จไปหานางกินรี

๏ เมื่อนั้น พระอุณรุทผู้ปรีชาหาญ
ได้ฟังดั่งทิพชลธาร มาโสรจสรงสำราญอินทรีย์
จึ่งมีพระราชบัญชา สั่งมหาเสนาทั้งสี่
ท่านจงรักษาโยธี อย่าให้มีเหตุเภทภัย
เรากับพี่เลี้ยงร่วมชีวาตม์ จะไปประพาสป่าใหญ่
ในวงจังหวัดพลับพลาชัย สายัณห์ไรไรจะกลับมา
ครั้นเสร็จโสรจสรงทรงเครื่อง อร่ามเรืองดั่งเทพเลขา
จับพระขรรค์แก้วศักดา กับพี่เลี้ยงลีลาเข้าอารัญ

ฯ ๘ คำ ฯ เชิด

ชมดง

๏ เสด็จโดยมรคาพนาวาส สำราญราชหฤทัยเกษมสันต์
ชมสัตว์จัตุบาทอเนกนันต์ หลายพรรณเกลื่อนกลาดดาษดง
ระมาดละมั่งกวางทรายควายเปลี่ยว กระทิงเที่ยวขวิดดินกินป่ง
นรสิงห์วิ่งตามชายพง กิเลนลงเล่นนํ้าในลำธาร
โคเถลิงเบิ่งบ้าหวงสัด เสือมองหมอบฟัดเป็นอาหาร
เลียงผาเลียบผาเผ่นทะยาน ฝูงฟานเคล้าคู่อยู่ริมทาง
ตุ่นตามกระต่ายเต้นเม่นหมี จามรีเดินด้อมถนอมหาง
นางชะนีโหยไห้บนปลายยาง ลิงค่างบ่างรอกหยอกกัน
จักจั่นเรไรเรื่อยร้อง ทำนองพิณบรรเลงเพลงสวรรค์
ชมเพลินจำเริญใจในไพรวัน จรจรัลไปโดยวิถีไพร

ฯ ๑๐ คำ ฯ

๏ มาถึงซึ่งต้นนิโครธา แทบมหามุจลินท์สระใหญ่
พระแลลอดทอดทัศนาไป มิได้เห็นฝูงกินรี
จึ่งมีมธุรสพจนารถ แก่พี่เลี้ยงราชทั้งสี่
น้องเคยมาสรงในสระนี้ พบนางกินรีวิไลวรรณ
มาราร่อนฟ้อนขับประสานเสียง วิลาสเลิศพ่างเพียงนางสวรรค์
ดูประหลาดหลากใจอัศจรรย์ วันนี้เป็นไฉนไม่เห็นมา

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ บัดนั้น พระพี่เลี้ยงสุริย์วงศ์พงศา
จึ่งสนองพระราชบัญชา ผ่านฟ้าอย่าปรารมภ์ใจ
อันฝูงนวลนางกินริน เคยมามุจลินท์สระใหญ่
ลงเล่นสำราญฤๅทัย ยังไม่ถึงเวลากาล
ขอเชิญเสด็จยับยั้ง อยู่ยังพุ่มไม้ไพรสาณฑ์
คอยดูกินรายุพาพาล ไม่นานนางจักจรลี

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระองค์ทรงสวัสดิ์รัศมี
ได้ฟังดั่งได้ดุษฎี กับพี่เลี้ยงทั้งสี่ก็ลีลา

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ เข้าซุ่มอยู่พุ่มพระไทร ตั้งใจชะแง้แลหา
ต่างลอดสอดเนตรทัศนา คอยท่ากินรีวิไลวรรณ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ฝ่ายห้ากินราสาวสรรค์
ร่วมชนกชนนีเดียวกัน เป็นชาติชาวสวรรค์สถาวร
ทรงโฉมประโลมเลิศลักษณ์ พิมพ์พักตร์เพียงเทพอัปสร
จำเริญรุ่นเรียงอรชร เนื้อทิพย์ชะอ้อนอ่อนองค์
ดั่งดวงโกเมศวิมลมาศ ในสระราชสุวรรณเหมหงส์
พึ่งบานแบ่งรับแสงสุริยง ทรงสิริศรีสวัสดิ์วัฒนา
อยู่ยังถ้ำแก้วอลงกต บรรพตไกรลาสภูผา
เคียงเขาจิตรกูฏบรรพตา ใกล้มหาอโนดาตวารี
เคยมาโสรจสรงชลธาร ยังสถานมุจลินท์สระศรี
แทบชายหิมวาพนาลี เป็นที่แสนสุขสำราญใจ
ชมดวงโกสุมปทุมา จะเว้นวันเวลาก็หาไม่
ครั้นร้อนแรงแสงสุริโยทัย ทรามวัยแต่งองค์พร้อมกัน

ฯ ๑๒ คำ ฯ

พระทอง

๏ ลำดวนร้อยสร้อยสังวาลมาศ พุทธชาดกรองสลับประดับถัน
พิกุลบุนนาคมะลิวัลย์ ซ้อนชั้นเป็นตาบแต่งองค์
สารภีช่างกรองเป็นทองกร สลับซ้อนมะลิลามหาหงส์
ชาตบุษย์พุดจีบประยงค์ กรองเป็นมงกุฎอำไพ
กุณฑลวิมลปทุเมศ การะเกดกรรเจียกดอกไม้ไหว
หอมตระหลบอบองค์ด้วยมาลัย เสร็จแล้วอรไทก็ไคลคลา

ฯ ๖ คำ ฯ เชิดฉิ่ง

มหลิม

๏ กินรินบินโดยอัมพร ราร่อนเรียงรายซ้ายขวา
วาดกรฟ้อนเล่นในเมฆา แล้วบินแย่งแข่งหน้าเคียงกัน
บ้างตีวงเวียนเปลี่ยนผลัด เฉวียนฉวัดเลี้ยวไล่ดั่งจักรผัน
ต่างร้องโหยหวนโอดพัน บรรเลงเพลงสวรรค์ละลานใจ
แล้วเปลี่ยนท่าราปีกฟายฟ้อน เรื่อยร่อนรำตามงามไสว
โผฝ่าราตรงลงไป ยังร่มไม้มุจลินท์กสิณธาร

ฯ ๖ คำ ฯ เพลงกินนรรำ

ช้า

๏ เมื่อนั้น พระทรงโฉมประโลมสงสาร[๑]
เห็นฝูงกินรายุพาพาล เยาวมาลย์มาลงใกล้คงคา
พระกับพี่เลี้ยงสุริย์วงศ์ พิศวงทรงนางทั้งห้า
ชิงช่องมองดูกินรา แล้วกระซิบเจรจาห้ามกัน
แสนพิศวาสนางกินเรศ พระทรงเดชรัญจวนหวนกระสัน
ผลักไสพี่เลี้ยงพัลวัน ต่างกำชับกันวุ่นไป

ฯ ๖ คำ ฯ พระทอง

๏ เมื่อนั้น นางกินรีเยาวยอดพิสมัย
ครั้นมาถึงฝังชลาลัย ก็ลงในสระน้ำสำราญ

ฯ ๒ คำ ฯ พระทอง

๏ ชำระกายในสายกระแสสินธุ์ วารินเย็นใสหอมหวาน
แหวกว่ายเวียนวนในชลธาร เกษมศานต์สัพยอกหยอกกัน
บ้างเก็บบุษบงจงกล สัตตบุษย์อุบลบัวผัน
เด็ดดวงโกมุทบุษบัน แซมถันชูชมภิรมยา
บ้างเล่นชิงช้าไกวแกว่ง เคียงแข่งบันเทิงเริงร่า
เรื่อยร้องทำนองพัดชา โอดพันภาษากินรี
บ้างเล่นไล่ไขว่คว้าหากัน สำรวลสรวลสันต์อึงมี่
แสนสนุกสุขเกษมเปรมปรีดิ์ ในที่มุจลินท์ชลธาร

ฯ ๘ คำ ฯ เพลงฉิ่ง

ช้า

๏ เมื่อนั้น พระอุณรุทผู้ปรีชาหาญ
ดูนางกินรีนงคราญ ผ่านฟ้าพิศวาสจะขาดใจ

ฯ ๒ คำ ฯ

ร่าย

๏ จึ่งตรัสแก่พี่เลี้ยงทั้งสี่ อันเป็นที่ร่วมจิตพิสมัย
ตัวพี่จงพากันไป พูดจาปราศรัยนางกินนร
โดยทางไมตรีจิตรมิตรภาพ ให้ทราบซึ่งเรื่องรักก่อน
ด้วยรสวาจาอันสุนทร พรรณนาว่าวอนนงคราญ
เล่าบอกออกนามของน้องนี้ ว่าละบุรีราชฐาน
ให้เห็นรักเห็นจริงทุกประการ อย่าให้เยาวมาลย์รังเกียจใจ

ฯ ๖ คำ ฯ

ร่าย

๏ เมื่อนั้น พระพี่เลี้ยงผู้มีอัชฌาสัย
จึ่งนบนิ้วกราบทูลสนองไป เพียงนี้ภูวไนยอย่าปรารมภ์
ข้าจะไปโอนอ่อนวอนว่า ให้กินราเห็นจริงทุกสิ่งสม
ด้วยแยบคายถ่ายเทเล่ห์ลม ให้นางนิยมยินดี
ว่าแล้วถวายอภิวาท เบื้องบาทพระบรมเรืองศรี
พากันย่างเยื้องจรลี ไปที่มุจลินท์กสิณธาร

ฯ ๖ คำ ฯ เพลงเร็ว

๏ เข้าแฝงสุมทุมพุ่มไม้ แทบฝั่งสระใหญ่ไพรสาณฑ์
แลลอดทอดทัศนาการ โฉมห้าเยาวมาลย์ละกลกัน
งามพักตร์เพ็งผ่องละอององค์ งามทรงดั่งทรงอัปสรสวรรค์
งามสิริวิลาสวิไลวรรณ งามผิวงามพรรณดั่งทองทา
งามนวลเพียงนวลอุบลโบษ งามโอษฐ์งามเนตรนาสา
งามละม่อมพร้อมจริตกิริยา ลักษณาประเสริฐเพริศเพรา
อันโฉมพระศรีอุณรุท ก็งามสุดเพียงเทพหล่อเหลา
ทั้งห้ากินรานงเยาว์ ก็ทัดเท่าพึงชมสมกัน

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ จึ่งมีพจนารถอันสุนทร ดูก่อนเจ้าผู้เฉลิมขวัญ
ชาติเชื้อนางฟ้าวิลาวัณย์ ทั้งห้าแก้วกัลยาณี
ตัวข้านำสารพระอุณรุท มงกุฎณรงกาบุรีศรี
มาแจ้งเยาวยอดนารี ขอพาทีด้วยอย่าน้อยใจ
เป็นกุศลผลบุญทั้งสองข้าง ได้สืบสร้างในทางพิสมัย
จึ่งดาลดลท้าวเทพไท ช่วยชักนำให้มาพบกัน
อันพระยอดฟ้าสุริย์วงศ์ พระองค์ครวญใคร่ใฝ่ฝัน
รัญจวนหวนสวาทไม่วายวัน ถึงขวัญเนตรน้องนงคราญ
จึ่งละสวรรยาธานี ยกพลโยธีทวยหาญ
บัดนี้มาตั้งอยู่ดงดาน ใกล้สถานกำจายบรรพตา
พระสู้แสนยากลำบากองค์ บุกป่าฝ่าดงมาเสาะหา
ด้วยจะขอร่วมรสวาจา สาวสวรรค์ขวัญฟ้าจงปรานี

ฯ ๑๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น นวลนางกินนรโฉมศรี
ได้ฟังสุนทรวาที เทวีเหลือบแลแปรไป
เห็นเป็นมนุษย์ทั้งสี่ชาย ความอายไม่มีที่เปรียบได้
ทั้งกลัวเกลือกว่าจะมีภัย แล้วคิดสงสัยในวิญญาณ์
อันมหามุจลินท์นทีธาร แสนทุเรศกันดารหนักหนา
พ้นมนุษย์วิสัยจะไปมา นี่ไฉนเป็นน่าอัศจรรย์
อาจมากล่าวคำบรรยาย เป็นแยบคายเล่ห์ลมคมสัน
จะถามดูให้รู้เหตุนั้น คิดแล้วกัลยาก็พาที
อันพระอุณรุทสุริย์วงศ์ ผู้พงศ์จักรพรรดิเรืองศรี
ใช่จะไร้แสนสนมนารี เจ้าว่าดั่งนี้ก็ผิดไป
ข้าเป็นชาติเชื้อกินนร จะควรคู่ภูธรนั้นหาไม่
อย่ากล่าวสุนทรให้อ่อนใจ เจ้านี้นามใดมาเจรจา

ฯ ๑๒ คำ ฯ

๏ บัดนั้น พระพี่เลี้ยงผู้มียศถา
ได้ฟังโฉมนางกินรา จึ่งตอบวาจาไปทันที
ตัวข้าชื่อพระเพียรพิชัย นี่พระไตรดาราวงศ์เรืองศรี
นั่นพระพิจิตรผู้ภักดี องค์นี้ชื่อพระบรมธรรม์
ล้วนเป็นพี่เลี้ยงร่วมจิต พระทรงฤทธิ์สุริย์วงศ์รังสรรค์
อันองค์พระอุณรุทนั้น ประกอบด้วยไอศวรรย์อันโอฬาร
ทั้งสนมนาฏพร้อมล้อมเฝ้า เหมือนคำเจ้าเยาวยอดสงสาร
แต่เผอิญทุกข์ทนทรมาน หวนหานงคราญเป็นนิจไป
เป็นความสัจจาพาที กินรีอย่าคิดสงสัย
เจ้าก็เชื้อชาวฟ้าสุราลัย จะหาไหนได้เหมือนกัลยา
ข้อซึ่งไม่คู่สู่สมกัน จะรำพันไปไยไม่ควรว่า
ขอเชิญนางสวรรค์จำนรรจา ด้วยผ่านฟ้าให้เป็นสวัสดี

ฯ ๑๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น นางแก้วกัลยาโฉมศรี
ได้ฟังมธุรสวาที เทวีก็เยื้อนตอบไป
ช่างกล่าวภิปรายให้ตายจิต แม้นไม่ทันคิดก็หลงใหล
อันลิ้นลมเจ้าพอเข้าใจ ถึงว่าไปก็เครื่องป่วยการ
ซึ่งจะเจรจากับภูธร อย่าพักว่าวอนด้วยอ่อนหวาน
กินรีนี้ชาวดงดาน ไม่คุ้นเคยผ่านฟ้าจะพาที
จงกลับไปทูลว่าตัวข้า บังคมลาใต้เบื้องบทศรี
ซึ่งมีจิตคิดถึงกินรี พระคุณพ้นที่จะรำพัน

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ บัดนั้น พระพี่เลี้ยงสุริย์วงศ์รังสรรค์
เห็นห้ากินราวิลาวัลย์ บิดผันกล่าวความงามงอน
ทำสะท้อนถอนใจแล้ววอนว่า อนิจจานางฟ้าสายสมร
พระอุณรุทสุดสวาทในบังอร มาตัดรอนไมตรีไม่อาลัย
จะกลับไปทูลองค์พระทรงเดช จะเทวษทุกข์ทนหม่นไหม้
เจ้าดวงดอกฟ้ายาใจ เที่ยวหาไม่ได้ทั้งไตรดาล
ควรคู่กับหน่อจักรพรรดิ อันเป็นปิ่นกษัตริย์มหาศาล
จะปรากฏยศศักดิ์อันโอฬาร ในนิเวศน์สถานธานี

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น นางแก้วกินนรโฉมศรี
ได้ฟังพจมานวาที จึ่งกระซิบแก่สี่กินรา
เขาระบือลือโฉมพระอุณรุท ว่างามล้ำมนุษย์ในแหล่งหล้า
ประเสริฐเลิศลักษณ์ดั่งเทวา จะจริงเหมือนดั่งว่าหรือฉันใด
จะดูเล่นให้เห็นประจักษ์เนตร แม้นว่าภูวเรศเข้ามาใกล้
จะพากันโผผินบินไป ใช่จะตามเราได้เมื่อไรมี
ว่าแล้วเยื้อนตอบด้วยสุนทร ดูก่อนพี่เลี้ยงทั้งสี่
อันซึ่งอาลัยไมตรี ใช่ที่ใช่ฐานอย่าเจรจา
เราดั่งหิ่งห้อยน้อยแสง ไม่ควรแข่งทินกรในเวหา
เจ้าแกล้งกล่าวมธุรสพจนา ตัวข้าทั้งห้าไม่เข้าใจ
พระจะทุกข์โศกก็ตามที อย่าเซ้าซี้หารู้ด้วยไม่
พอชายบ่ายแสงอโณทัย จึ่งจะไปถ้ำแก้วสุรกานต์

ฯ ๑๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระพี่เลี้ยงผู้ปรีชาหาญ
ได้ฟังกินรายุพาพาล พจมานเลี่ยงเลี้ยวเป็นที
ยี้มแล้วจึ่งกล่าววาจา ดูก่อนนางฟ้าโฉมศรี
แสนฉลาดคมสันพันทวี นางในธาตรีไม่เทียมทัน
งามจริตวาจามารยาท สมชาติเปนเชื้อชาวสวรรค์
ถ้าได้เป็นปิ่นพระกำนัล จะชวนกันพึ่งบุญเจ้าสืบไป
ค่อยอยู่ก่อนเถิดนะจะขอลา เอ็นดูอยู่ท่าให้จงได้
ว่าแล้วก็พากันคลาไคล ตรงไปเฝ้าหลานพระจักรี

ฯ ๘ คำ ฯ เชิด

๏ ครั้นถึงจึ่งประณตบทบงสุ์ ทูลพระสุริย์วงศ์เรืองศรี
ข้าบาทพากันจรลี ไปยังที่ใกล้กินรา
ได้พูดจาด้วยห้าเยาวเรศ ว่าทรงเดชรัญจวนครวญหา
จะใคร่สบพบแก้วกัลยา อุตส่าห์บุกมาด้วยยากใจ
อันนางกินราทั้งห้าองค์ ล้วนทรงลักขณาอัชฌาสัย
ฉลาดล้ำคำคมเป็นพ้นไป มิใคร่จะเยื้อนพาที
ข้าร่ำพรรณนาว่าวอน จึ่งค่อยอ่อนต่อเบื้องบทศรี
สั่งมาทั้งห้ากินรี ขอถวายอัญชุลีพระบาทา
ดูจริตยศยิ่งใช่หญิงทราม สุดงอนสุดงามนี้หนักหนา
บัดนี้ยังเล่นคงคา ขอเชิญผ่านฟ้าเสด็จไป

ฯ ๑๐ คำ ฯ เจรจา

๏ เมื่อนั้น พระอุณรุทผู้มีอัชฌาสัย
ฟังสี่พี่เลี้ยงอันร่วมใจ ดั่งได้อำมฤควารี
พักตร์ผ่องเพียงจันทร์ทรงกลด หมดเมฆจำรัสรัศมี
จึ่งเสด็จย่างเยื้องจรลี พี่เลี้ยงทั้งสี่ก็ตามมา

ฯ ๔ คำ ฯ เพลง

๏ ครั้นถึงซึ่งท่าชลาลัย อันดาษไปด้วยปทุมบุปผา
พระลัดแลงเข้าแฝงกายา แอบพุ่มพฤกษาลัดดาวัลย์

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ บัดนั้น พระพี่เลี้ยงสุริย์วงศ์รังสรรค์
ตามเสด็จพระองค์ทรงธรรม์ ถึงขอบคันมุจลินท์กสิณธาร
จึ่งยอกรประณตบทบงสุ์ พระผู้ทรงจักรามหาศาล
แล้วชี้หัตถ์ให้ทัศนาการ โฉมห้าเยาวมาลย์กินรา
เห็นนางองค์นั้นจะเป็นพี่ ท่วงทีขำคมเป็นหนักหนา
ทั้งสุนทรงอนคำจำนรรจา พระบัญชาอย่าให้ระคายใจ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระสุริย์วงศ์ทรงฤทธิ์แผ่นดินไหว
ฟังพี่เลี้ยงร่วมหฤทัย ภูวไนยเล็งโฉมกินรี

ฯ ๒ คำ ฯ

ชมโฉม

๏ พิศรูปงามรูปอรชร เพียงทรงอัปสรสาวศรี
พิศพักตร์งามผ่องไม่ราคี ดั่งแว่นแก้วมณีทั้งห้านาง
พิศขนงงามก่งดังคันศิลป์ เนตรนิลขำคมทั้งสองข้าง
พิศกรรณเพียงกลีบอุบลบาง พิศปรางงามปรางดั่งปรางทอง
พิศโอษฐ์งามเอี่ยมเทียมจะแย้ม งามนาสิกแสล้มไม่มีสอง
พิศถันงามเนื้อนวลละออง ดั่งปทุมทองทิพอันโอฬาร์
พิศกรงามกรายเมื่อกรีดกร พิศองค์งามอ่อนดั่งเลขา
ยิงพิศยิงเพลินจำเริญตา พระแสนสุดเสน่หายุพาพาล

ฯ ๘ คำ ฯ

ร่าย

๏ จึ่งสั่งพี่เลี้ยงผู้ร่วมใจ อันไวปรีชากล้าหาญ
พี่จงซุ่มอยู่ที่ริมธาร น้องจะไปพจมานด้วยกินรี
อันสตรีเป็นที่ละอายจิต แม้นเห็นก็จะคิดสะเทินพี่
คอยดูกิริยาพาที ถ้าเห็นเทวีไม่อาลัย
จึ่งช่วยเลี้ยวลัดสกัดกั้น จับห้านางนั้นไว้ให้ได้
มาตรแม้นจะบินหนีไป น้องจะเหาะไล่ด้วยศักดา

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ สั่งแล้วย่างเยื้องยูรยาตร นวยนาดวาดกรทั้งซ้ายขวา
งามดั่งองค์อมรินทรา ลงมาจากทิพย์พิมาน[๒]

ฯ ๒ คำ ฯ

ฉุยฉาย

๏ ครั้นถึงซึ่งต้นไม้รัง ร่มชิดปิดบังสุริย์ฉาน
จึ่งปราศรัยกินรายุพาพาล ด้วยรสพจมานอันสุนทร

ฯ ๒ คำ ฯ

ชมตลาด

๏ เจ้าเอยเจ้าพี่ นวลนางกินรีสายสมร
ห้าองค์ทรงโฉมอรชร ดังเทพอัปสรในเมืองฟ้า
ความแสนพิศวาสนางโฉมยง บุกป่าฝ่าดงมาเสาะหา
หวังจะใคร่ได้แก้วแววตา แต่อุตส่าห์แรมร้อนนอนทาง
แสนลำบากยากเย็นเป็นสุดคิด พ่างเพียงชีวิตจะจากร่าง
วันนี้พี่ได้มาพบนาง ค่อยสว่างเร่าร้อนอาวรณ์ใจ
เป็นกุศลผลบุญด้วยกัน เทวัญช่วยชี้ช่องให้
ขอเชิญสายสมรอรไท มานั่งร่มไม้ด้วยพี่ยา

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น นวลนางกินนรทั้งห้า
ได้ยินมธุรสวาจา เหลือบมาเห็นองค์พระทรงธรรม์
ยืนแฝงแย้มยิ้มพริ้มพราย งามคือนารายณ์รังสรรค์
รัศมีดั่งสีรวีวรรณ พักตร์ผ่องเพียงจันทร์อำไพ
นัยน์วเนตรคมแหลมดั่งแสงศร จะต่อเนตรภูธรก็มิได้
เลิศลํ้าเทวาสุราลัย ต่างตะลึงหลงใหลด้วยรูปทรง
งามละม่อมพร้อมพริ้มพิมพ์เพศ เยาวเรศเคลิ้มจิตพิศวง
แต่ชม้ายชายดูพระสุริยง ทั้งห้าอนงค์กินรา
ให้สะเทินเขินใจเป็นพ้นนัก เมินพักตร์บังคมก้มเกศา
เฟี้ยมแฝงบังใบปทุมา กัลยาไม่สนองพระโองการ

ฯ ๑๐ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระทรงโฉมประโลมสงสาร
เห็นนางไม่ตอบพจมาน แต่นงคราญนบนิ้วบังคมคัล

ฯ ๒ คำ ฯ

ชาตรี

๏ จึ่งมีบัญชาอันสุนทร ดวงสมรเยาวยอดโฉมสวรรค์
รักเจ้าเท่าเทียมชีวัน ควรหรือขวัญเนตรไม่ปรานี
สู้บุกป่าฝ่าหนามด้วยความยาก ไม่เห็นแสนลำบากในอกพี่
เมตตาบ้างเถิดนางกินรี จะได้ฝากชีวีกันสืบไป
มาตรแม้นเจ้ามิกรุณา จะกลับคืนพาราก็หาไม่
เหมือนได้ทำคุณการุญไว้ อย่าสูญใจเลยนะบังอร

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น นางแก้วกินราดวงสมร
ได้ฟังวาจาพระว่าวอน ประนมกรทูลสนองพระบัญชา
ซึ่งพระผ่านฟ้าว่าขาน ไพเราะเพราะหวานหนักหนา
สู้ดั้นดงบุกพงอรัญวา ตั้งใจมาหากินรี
ถ้าจริงเหมือนคำพระรำพัน พระคุณนั้นลํ้าฟ้าราศี
ซึ่งมิได้สนองพระวาที ข้อนี้จงให้อภัย
ด้วยเป็นชาวดงพงป่า ไม่เคยพูดจาปราศรัย
อันจะเรียกให้ข้าขึ้นไป เกรงเดชภูวไนยเป็นสุดคิด
ซึ่งพระจะตรัสว่าขาน ขอเชิญผ่านฟ้าประกาศิต
แจ้งแล้วจะลาพระทรงฤทธิ์ ไปสถิตถ้ำแก้วคีรี

ฯ ๑๐ คำ ฯ

โอ้โลม

๏ น้องเอยน้องรัก เยาวลักษณ์ผู้มิ่งมารศรี
ควรหรือวนิดาไม่ปรานี จะให้พี่ทนทุกข์ทรมาน
ความแสนพิศวาสเจ้าดวงเนตร สู้สละนคเรศราชฐาน
ตั้งจิตมาหายุพาพาล หวังฝากชนมานแก่บังอร
ถึงเจ้าเป็นชาวหิมวาศ ก็เชื้อชาตินางเทพอัปสร
ควรเป็นปิ่นอนงค์นิกร ในบวรสวรรยาธานี
เชิญเจ้ามาเถิดนะน้องรัก นงลักษณ์อย่าแหนงแคลงพี่[๓]
เอ็นดูช่วยชูชีวี นวลนางกินรีอย่าสูญใจ

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ คำเอยคำหวาน อำมฤตชลธารไม่เปรียบได้
ถึงข้าชาวดงพงไพร พอรู้เท่าภูวไนยบัญชา
พระเป็นหน่อจักรพรรดิอันเรืองเดช ใช่จะไร้อัคเรศเสน่หา
จะรักข้าชาติเชื้อสกุณา พระบัญชาดั่งนี้ไม่ควรการ
อันเหล่ากินรีนี้ต่ำวงศ์ อยู่ในแดนดงไพรสาณฑ์
ไม่ควรรองเบื้องบทมาลย์ พระผู้ผ่านแผ่นภพโมลี

ฯ ๖ คำ ฯ

โอ้โลม

๏ ดวงเอยดวงสมร เจ้างามงอนจำเริญสวาทพี่
อนิจจาช่างไม่ปรานี ว่าไยฉะนี้กัลยา
พี่กล่าวความตรงคงสัตย์ เจ้ามาตัดเยื่อใยเสน่หา
แสนรักสุดรักวนิดา สุดปัญญาไม่เล็งเห็นใจ
จะขอสนทนาด้วยโดยดี มารศรีหาเอ็นดูไม่
เหมือนจะแกล้งให้พี่บรรลัย อยู่ในหิมวาอารัญ
ว่าพลางย่างเยื้องยุรยาตร งามวิลาสดั่งเทพรังสรรค์
ออกจากพุ่มไม้ไพรวัลย์[๔] จรจรัลไปยังกินรา

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ ทรงเอยทรงเดช พระจงโปรดเกศเกศา
อย่าเสด็จดำเนินเข้ามา ข้ากลัวผ่านฟ้าพันทวี
แม้นพระองค์มิฟังกินริน จะพากันโผผินบินหนี
ว่าพลางขึ้นจากวารี มารศรีเดินร่ายชายไป
แล้วชม้อยข้อยเนตรชำเลืองค้อน ภูธรหาเอ็นดูไม่
จะขืนใกล้เข้ามานี้ว่าไร น้อยใจเป็นพ้นคณนา

ฯ ๖ คำ ฯ

โอ้โลม

๏ สุดเอยสุดสวาท นุชนาฏผู้ยอดเสน่หา
ช่างตัดรักหักได้ไม่เมตตา ให้พี่เวทนาอาวรณ์
แม้นมาตรถ้าเจ้าจะบินหนี ตัวพี่ไม่ละสายสมร
จะเหาะไล่ไปในอัมพร กว่าจะถึงสิงขรด้วยกัน
จะแสนยากลำบากประการใด พี่ก็ไม่อาลัยชีวาสัญ
ว่าพลางย่างเยื้องจรจรัล ทรงธรรม์เลี้ยวไล่กินรี

ฯ ๖ คำ ฯ เชิดฉิ่ง

๏ บัดนั้น จึ่งพระพี่เลี้ยงทั้งสี่
แลเห็นห้ากัลยาณี เดินร่ายชายหนีภูวไนย
ก็ออกจากพุ่มไม้ใบบัง มายังริมฝั่งสระใหญ่
แยกย้ายกั้นหน้านางไว้ สี่องค์รุกไล่เข้ามา

ฯ ๔ คำ ฯ เชิด

๏ เมื่อนั้น นวลนางกินนรทั้งห้า
หนีพระองค์ผู้ทรงลักขณา เห็นพี่เลี้ยงขวางหน้าประดากัน
ตกใจต่างร้องหวีดหวีด หน้าซีดความกลัวตัวสั่น
ห้านางวิ่งวุ่นพัลวัน ล้มปะทะปะกันไม่สมประดี

ฯ ๔ คำ ฯ เชิด

๏ เมื่อนั้น พระอุณรุททรงสวัสดิ์รัศมี
กับพี่เลี้ยงผู้ร่วมชีวี เลี้ยวไล่กินรีวุ่นไป
บ้างเด็ดสาวหยุดพุดซ้อน ทิ้งนางกินนรขวักไขว่
รายกันกั้นกางขวางไว้ ฉวัดเฉวียนเวียนไวไปมา

ฯ ๔ คำ ฯ กลม

๏ เมื่อนั้น นวลนางกินนรทั้งห้า
ความกลัวเพียงสิ้นชีวา กัลยาเวียนวนด้นไป
วิ่งพลางทางทูลภูวเรศ อนิจจาทรงเดชมาล้อมไล่
กินนรอ่อนเพียงจะขาดใจ ช่างไม่เวทนาปรานี

ฯ ๔ คำ ฯ

ศัพท์ไท

๏ สุดเอยสุดสวาท นุชนาฏผู้มิ่งมารศรี
เจ้าดวงชีวี มิได้อาลัย

ฯ ๒ คำ ฯ

รื้อ

๏ นงเอยนงลักษณ์ เจ้าจักเดินหนีพี่ไปไหน
ว่าพลางเลี้ยวไล่ คว้าไขว่ไปมา
ปรานีพี่บ้าง นวลนางทั้งห้า
มิได้แก้วตา ไม่ละบังอร

ฯ ๔ คำ ฯ

รื้อ

๏ พระเอยพระทรงเดช จงโปรดเกศก่อน
ทั้งห้ากินนร อ่อนใจพันทวี
แม้นพระภูวไนย ไม่โปรดเกศี
ทั้งห้ากินรี จะม้วยชีวา

ฯ ๔ คำ ฯ

รื้อ

๏ ดวงเอยดวงสมร เจ้างามงอนจำเริญเสน่หา
ควรหรือนางฟ้า มาตัดอาลัย
จักพูดด้วยเจ้า ขวัญข้าวหนีไป
หยุดก่อนอรไท อย่าเพ่อจรจรัล

ฯ ๔ คำ ฯ เชิด

ร่าย

๏ เมื่อนั้น ห้านางกินนรโฉมสวรรค์
นบนิ้วประนมบังคมคัล สนองบัญชาไปทันที
ข้าวอนว่าอ่อนหิวนัก พระทรงจักรไม่โปรดเกศี
ขอเชิญพระองค์อยู่จงดี ข้านี้จะถวายบังคมลา
ว่าพลางห้านางกินริน ก็โบยบินขึ้นโดยเวหา
ร่อนรายชายเนตรชำเลืองมา ดูพระยอดฟ้าแล้วรีบไป

ฯ ๖ คำ ฯ เชิด

๏ เมื่อนั้น พระทรงโฉมประโลมพิสมัย
ครั้นนางกินรายาใจ หนีไปโดยทางอัมพร
พระเร่าร้อนฤทัยอาลัยจิต ทั้งคิดเสียดายสายสมร
เหาะขึ้นด้วยกำลังฤทธิรอน ตามกินนรไปโดยเมฆา

ฯ ๔ คำ ฯ เชิด

๏ งามดั่งพญาราชหงส์ อันตามเหมอนงค์ปักษา
แกว่งพระขรรค์ดั้นเมฆทะยานมา บัดเดี๋ยวทันห้ากินรี
จึ่งมีพจนารถอันสุนทร ดูก่อนเยาวยอดเฉลิมศรี
บินได้แต่เจ้าเมื่อไรมี ตัวพี่ก็เรืองฤทธิไกร
อันโฉมนุชนาฏนฤมล จะหนีพ้นมือพี่ก็หาไม่
ตรัสพลางติดพันกระชั้นไป เลี้ยวไล่ไขว่คว้ากินรา

ฯ ๖ คำ ฯ เชิด

๏ เมื่อนั้น นวลนางกินนรทั้งห้า
ตกใจเพียงสิ้นชีวา กัลยาไม่เป็นสมประดี
ต่างนางบินเบียดเสียดแซง ขึ้นหน้าเคียงแข่งกันรีบหนี
เข้าในถํ้าแก้วรูจี ยังคีรีไกรลาสหิมวัน

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ ทั้งห้ากระจัดพลัดพราย รายกันเร้นซ่อนไม่มีขวัญ
ไปตามเปลวปล่องช่องชั้น ดั้นหนีดั่งจะม้วยมรณา

ฯ ๒ คำ ฯ เชิด

๏ นางแก้วสุดสิ้นกำลังองค์ ก็ตกลงในห้องเหวผา
อันลึกประมาณพันวา กัลยาพ่างเพียงจะขาดใจ

ฯ ๒ คำ ฯ โอด

๏ เมื่อนั้น พระทรงภพลบโลกแผ่นดินไหว
เห็นนางกินนรตกลงไป ในเหวลึกใหญ่กันดาร
ตกใจตะลึงไปทั้งองค์ ครวญคิดพิศวงสงสาร
ความรักความเสียดายเยาวมาลย์ เหาะทะยานตามลงไปทันที

ฯ ๔ คำ ฯ เชิดฉาน

๏ เห็นนางเจ็บช้ำลำบากกาย เพียงชีวิตจะวายลงกับที่
ยิ่งตระหนกตกใจพันทวี ภูมีอุ้มองค์วนิดา
ค่อยประคองขึ้นวางเหนือตัก พิศพักตร์เยาวยอดเสน่หา
เห็นแตกหักย่อยยับทั้งกายา ผ่านฟ้าสลดระทดใจ

ฯ ๔ คำ ฯ โอด

โอ้

๏ โอ้อนิจจาเจ้าพี่เอย กรรมสิ่งไรเลยมาซัดให้
รักเจ้าเท่าดวงฤทัย ไม่คิดอาลัยแก่ชีวัน
อุตส่าห์พยายามตามมา หวังว่าจะร่วมภิรมย์ขวัญ
ควรหรือวนิดาดวงจันทร์ มาทุกข์แทบอาสัญชีวี
ทั้งนี้เพราะเจ้าไม่เชื่อใจ เผอิญให้แก้วตาบินหนี
อกเอ๋ยจะทำไฉนดี มารศรีจะฟื้นคืนกาย
ร่ำพลางสะท้อนจิต พระครวญคิดอาลัยแล้วใจหาย
สำคัญว่าสิ้นชีวาวาย หลานนารายณ์ตะลึงไปทั้งองค์

ฯ ๘ คำ ฯ


[๑] ในต้นฉบับหนังสือสมุดไทย บทกลอนตอนนี้ เลขที่ ๕๓๕ ใช้ทำนองเพลงช้าทรง เลขที่ ๕๔๕ ใช้ทำนองร่ายและช้า

[๒] ใช้ตามต้นฉบับหนังสือสมุดไทย เลขที่ ๕๔๕ แต่ในต้นฉบับหนังสือสมุดไทย เลขที่ ๕๓๕ ความต่างออกไปว่า

“๏ สั่งแล้วย่างเยื้องยุรยาตร นวยนาดวาดกรทั้งซ้ายขวา
แหวกชัฏลัดลอดเร็วมา ยังที่กินรายุพาพาล”

[๓] ต้นฉบับหนังสือสมุดไทย เลขที่ ๕๔๕ เป็น “นงลักษณ์อย่าสอดแคล้วพี่”

[๔] ต้นฉบับหนังสือสมุดไทย เลขที่ ๕๔๕ เป็น “ออกจากสวนจิตลัดดาวัลย์”

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ