ตอนที่ ๓๒ พระอุณรุทเสด็จกลับกรุงณรงกา

ช้า

๏ เมื่อนั้น พระอุณรุททรงสวัสดิ์รัศมี
เสร็จมอบสวรรยาธานี ยักษีทศมุขสุริย์วงศ์
พระเสวยสุโขมโหฬาร กับเยาวมาลย์อุษานวลหง
ประดับด้วยฝูงนาฏนางอนงค์ อันทรงเสาวภาคจำเริญใจ
บำรุงบำเรอด้วยรูปเสียง กลิ่นเกลี้ยงสัมผัสพิสมัย
รสรื่นชื่นชวนให้อาลัย ในเบญจคุณกามล้วนงามงอน
อยู่ยังรัตนาบุรีราช แสนสำราญลานสวาทสโมสร
ดั่งสถิตในเทวนคร สถาวรหลายทิวาราตรี
ให้คะนึงถึงองค์พระบิตุเรศ พระชนนีเกิดเกศเกศี
ทั้งองค์อัครราชเทวี เสนีสุริย์วงศ์อนงค์ใน

ฯ ๑๐ คำ ฯ

ร่าย

๏ จึ่งมีพจนารถอันสุนทร ดูก่อนเยาวยอดพิสมัย
แต่พี่มาจากเวียงชัย ช้านานได้หลายทิวารา
อันองค์พระชนกชนนี ป่านนี้จะละห้อยคอยหา
จะวิโยคโศกแสนโศกา เสวยทุกข์เวทนาจาบัลย์
ครั้นจะอยู่ช้านักก็มิได้ พี่จะพาดวงใจเฉลิมขวัญ
ไปยังนคเรศด้วยกัน บังคมคัลพระชนกชนนี

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น นวลนางอุษามารศรี
ได้ฟังบัญชาพระสามี เทวีทูลสนองไปทันใด
ซึ่งพระองค์จะเสด็จลีลาศ คืนณรงการาชบุรีใหญ่
เฝ้าสองกษัตริย์เลิศไกร ข้าดีใจเป็นพ้นคณนา
จะขอโดยเสด็จบทเรศ พระทรงเดชสุริย์วงศ์นาถา
เป็นเกือกทองรองเบื้องบาทา ไปกว่าจะสิ้นชนมาน
อันอยู่ในรัตนาธานี พระเมตตาไม่มีสิ่งสมาน
เกลือกไปถึงกรุงอันโอฬาร จะเกรงองค์นงคราญผู้ร่วมรัก
จะเสื่อมคลายหายความกรุณา ฝ่ายข้าจะทุกข์เพียงอกหัก
ยิ่งจะซ้ำร้ายได้อายนัก พระทรงจักรจงโปรดปรานี

ฯ ๑๐ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระอุณรุทผู้รุ่งรัศมี
ได้ฟังวนิดาพาที ภูมีรับขวัญกัลยา
แล้วมีพจนารถอันสุนทร ดวงสมรพี่ยอดเสน่หา
ว่าไยฉันนี้นะแก้วตา อนิจจาไม่ควรจะแคลงใจ
อันตัวของเจ้าเยาวเรศ เทเวศแกล้งมาสมให้
เป็นคู่ชีวิตชีวาลัย ก็แจ้งไปทั่วฟ้าธาตรี
ซึ่งองค์โฉมฉายสายสวาท หรือจะอาจล่วงพจมานพี่
จะบำรุงเยาวยอดนารี มิให้มีราคีแผ้วพาน
ร่วมเรียงอาสน์เอกเศวตฉัตร ในสวัสดิ์นิวาสราชฐาน
เป็นใหญ่กว่าสนมนงคราญ เยาวมาลย์อย่าร้อนอาวรณ์ใจ[๑]

ฯ ๑๐ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น นางอุษาผู้ยอดพิสมัย
ฟังรสพจนารถภูวไนย ดั่งได้สรงทิพธารา
เย็นซาบทั่วสารพางค์กาย โฉมฉายแสนโสมนัสสา
จึงนบนิ้วถวายบังคมลา มายังปราสาทพระชนนี

ฯ ๔ คำ ฯ เพลง

๏ ครั้นถึงน้อมเศียรอภิวาท กราบลงแทบบาทบทศรี
ให้สะท้อนถอนใจพันทวี ทูลพระชนนีนงคราญ
บัดนี้สมเด็จพระภัสดา จะกลับคืนพาราราชฐาน
ลูกรักขอลาบทมาลย์ ไปตามเสด็จหลานพระสี่กร

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น นวลนางไวยกาดวงสมร
ได้ฟังวาจาอันสุนทร บังอรมาอัญชุลีลา
ว่าจะไปโดยเสด็จพระสามี เทวีเศร้าโทมนัสสา
แสนสลดระทดวิญญาณ์ ก็โศกาครวญคร่ำรำพัน

ฯ ๔ คำ ฯ

โอ้

๏ โอ้ว่าลูกรักของแม่เอ๋ย แม่เคยประคองถนอมขวัญ
ถึงเจ้าเป็นบุตรบุญธรรม์ ก็สำคัญว่าเกิดในอุทร
เป็นพี่นางสนิททศมุข ร่วมทุกข์ร่วมสุขสโมสร
เช้าเย็นเห็นหน้านิรันดร เชยชมสายสมรทุกเวลา
พระบิตุรงค์เจ้าปลงชีวัน ยังไม่วายโศกศัลย์กันแสงหา
เห็นโฉมฉายค่อยสบายวิญญาณ์ ควรหรือแก้วตาจะจากไป
ตั้งจิตจะฝากชีวิตเจ้า ขวัญข้าวเยาวยอดพิสมัย
ทีนี้เป็นกรรมจะจำไกล เปล่าตาเปลี่ยวใจแม่นัก
อยู่หลังจะตั้งแต่ทุกข์ถึง แสนคะนึงรึงร้อนเพียงอกหัก
จะพรํ่ากินชลนัยน์ไม่วายพักตร์ ด้วยทรามรักนิราศแรมคลา
จะทานทัดขัดห้ามก็มิได้ จนใจสุดคิดนี่หนักหนา
ร่ำพลางกอดองค์พระธิดา โศกาเพียงสิ้นสมประดี

ฯ ๑๒ คำ ฯ โอด

๏ เมื่อนั้น นวลนางอุษามารศรี
เห็นองค์สมเด็จพระชนนี โศกีครวญคร่ำรำพัน
ให้สงสารสลดรันทดจิต คิดยามวิโยคแล้วโศกศัลย์
สะอื้นพลางถอนใจจาบัลย์ กัลยากราบทูลสนองไป
ซึ่งลูกจะจากไปครั้งนี้ ใช่จะแกล้งหน่ายหนีนั้นหาไม่
สุดคิดสุดจิตจึ่งจำไกล พระองค์อย่าได้โศกา
ถึงไปใช่ว่าจะตายจาก เป็นแต่พรากว่างเว้นที่เห็นหน้า
นัยลูกจะกลับคืนมา รองเบื้องบาทาพระมารดร
ค่อยอยู่จงดีอย่ามีทุกข์ ศรีสวัสดิ์เป็นสุขสโมสร
นิราศโรคาสถาวร ร่มเกล้านิกรประชาชี

ฯ ๑๐ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น โฉมนางไวยกามารศรี
ฟังรสพจนารถพระบุตรี เทวีค่อยคลายโศกา
จึ่งมีวาจาอันสุนทร ดวงสมรแม่ยอดเสนหา
ตัวเจ้าจะจากพระมารดา ไปเป็นบริจาพระทรงฤทธิ์
อุตส่าห์จงรักภักดี ระวังองค์อย่าให้มีความผิด
จงฝากกายถวายชีวิต เจียมจิตต่ำเตี้ยเงี่ยตน
ถึงลำบากยากแค้นแสนสาหัส ตั้งใจปรนนิบัติบำรุงผล
ความชั่วอย่ากลั้วแปมปน ให้เคืองยุคลบาทา
จึงจะสมด้วยเกิดในโกเมศ เป็นปิ่นนคเรศเสน่หา
จงฟังคำจำสอนของมารดา จะประเสริฐเลิศฟ้าสถาวร

ฯ ๑๐ คำ ฯ

๏ ตรัสแล้วก็พาวรนาฏ เยาวราชธิดาดวงสมร
เสด็จจากห้องแก้วอลงกรณ์ บทจรไปเฝ้าภูวไนย

ฯ ๒ คำ ฯ เพลง

๏ ครั้นถึงจึงองค์อัคเรศ น้อมเกศบังคมประนมไหว้
ทูลว่าพระองค์ทรงฤทธิไกร จะเสด็จกลับไปยังธานี
อันอุษาโฉมเฉลาเยาวราช จะตามไปรองบาทบทศรี
สุริย์วงศ์พงศ์พันธุ์ก็ไม่มี กำพร้าชนนีบิดา
เห็นแต่พระวงศ์เทวัญ ดั่งฉัตรแก้วกั้นเกศา
จะจำเริญศรีสวัสดิ์วัฒนา ก็เพราะพระเดชาภูธร
แม้นมาตรประมาทราชกิจ พลั้งผิดได้โปรดช่วยสั่งสอน
อย่าเพ่อกริ้วโกรธเอาโทษกรณ์ ตัดรอนให้ได้อัประมาณ
ขอฝากใต้เบื้องพระบาทด้วย เหมือนช่วยชูชีพสังขาร
ให้แสนสุขเกษมสำราญ ผ่านฟ้าจงโปรดปรานี

ฯ ๑๐ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระสุริย์วงศ์พงศ์นารายณ์เรืองศรี
ฟังนางไวยกาพาที ฝากพระบุตรีด้วยอาลัย
จึ่งตรัสว่าดูก่อนเยาวมาลย์ ผู้มีปรีชาญอัชฌาสัย
ท่านอย่าทุกข์ร้อนอาวรณ์ใจ ด้วยองค์อรไทพระธิดา
อันซึ่งโฉมเฉลาเยาวเรศ ปานดั่งดวงเนตรซ้ายขวา
จะบำรุงเลี้ยงกัลยา เป็นปิ่นวนิดานารี
ค่อยอยู่จงดีอย่ามีทุกข์ ช่วยพญาทศมุขยักษี
ปกป้องไพร่ฟ้าประชาชี เสนีสุริย์วงศ์อนงค์ใน
ให้อยู่เย็นเป็นสุขสโมสร อย่าให้เดือดร้อนสิ่งใดได้
เรากับกัลยาจะลาไป อรไทอย่าเศร้าโศกา

ฯ ๑๐ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น นวลนางไวยกาเสน่หา
ได้ฟังมธุรสบัญชา ค่อยสว่างวิญญาณ์ยินดี
จึ่งนบนิ้วถวายอภิวาท พระสุริย์วงศ์ธิราชเรืองศรี
กรายกรย่างเยื้องจรลี กลับมาที่อยู่เยาวมาลย์

ฯ ๔ คำ ฯ เสมอ

๏ เมื่อนั้น พระอุณรุทผู้ปรีชาหาญ
เสด็จจากห้องแก้วอลงการ ออกยังสถานพระโรงคัล

ฯ ๒ คำ ฯ เสมอ

ช้าสามไม้

๏ ลดองค์ลงเหนือบัลลังก์มาศ งามดังเทวราชรังสรรค์
พร้อมหมู่เสนากุมภัณฑ์ อภิวันท์หมอบกลาดดาษดา
จึ่งมีพระราชบรรหาร แก่ขุนมารทศมุขยักษา
แต่เรามาจากพารา นานหลายทิวาราตรี
ครั้นจะอยู่ช้านักก็มิได้ จะกลับไปนิเวศน์บุรีศรี
เจ้าจงจัดพลโยธี ให้ไปส่งพี่ถึงเวียงชัย

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ทศมุขผู้มีอัชฌาสัย
ได้ฟังพจนารถภูวไนย บังคมไหว้สนองพระบัญชา
อันพระองค์ทรงมหาการุญ พระคุณล้นเกล้าเกศา
ซึ่งจะกลับนิเวศน์สวรรยา มรคาท่าทางกันดาร
ข้าขอโดยเสด็จบาทบงสุ์ พระผู้พงศ์จักรพรรดิมหาศาล
จะชะลอปราสาทพระเยาวมาลย์ ไปส่งถึงสถานธานี
ให้พระเกียรติเดชาวรายศ ปรากฏทั่วหล้าราศี
ทูลแล้วถวายอัญชุลี ไปยังที่อยู่กุมภัณฑ์

ฯ ๘ คำ ฯ เสมอ

๏ ครั้นถึงจึ่งมีพจนารถ แก่มหาอำมาตย์คนขยัน
บัดนี้พระองค์วงศ์เทวัญ จะคืนไปเขตขัณฑ์ณรงกา
ท่านจงเกณฑ์พวกจัตุรงค์ เลือกล้วนอาจองแกล้วกล้า
ชะลอทั้งปราสาทรัตนา ไปส่งผ่านฟ้าถึงธานี

ฯ ๔ คำ ฯ เจรจา

๏ บัดนั้น จึ่งมหาอำมาตย์ยักษี
ก้มเกล้ารับราชวาที ถวายอัญชุลีแล้วออกไป

ฯ ๒ คำ ฯ ประถม

ยานี

๏ เกณฑ์พลจัตุรงค์องอาจ เป็นกองพยุหบาตรกระบวนใหญ่
ขุนช้างก็ผูกคชไกร สรรพ์ไปด้วยเครื่องคชาภรณ์
ขุนม้าก็ผูกพาชี ขับขี่ว่องไวดั่งไกรสร
ขุนรถเทียมรถอลงกรณ์ งามงอนอ่าอวดประกวดกัน
ขุนพลก็เตรียมพลยุทธ์ เลือกล้วนฤทธิรุทรแข็งขัน
เทียมทั้งรถทรงเรือนสุวรรณ รถประเทียบสาวสรรค์กัลยา
จัดพลอสุราที่เข้มแข็ง กำลังฤทธิแรงแกล้วกล้า
สิบโกฏิเพียบพื้นพสุธา ชะลอมหาปราสาทอำไพ

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ บัดนั้น ฝ่ายนางพี่เลี้ยงผู้ใหญ่
ทั้งฝูงอนงค์กำนัลใน ขอเฝ้าคนใช้ขันที
บรรดาจะโดยเสด็จเยาวมาลย์ ก็เตรียมการอุตลุดอึงมี่
ผ้าผ่อนเงินทองของดี หีบแป้งกระจกหวีที่นอน
ทั้งของกินของใช้ต่างต่าง บรรทุกใส่รถช้างเกวียนก่อน
พวกไพร่ก็แต่งหาบคอน ซับซ้อนแบกขนวุ่นวาย
บ้างเถียงกันอึงมี่ตีชก ถ้วยโถพลัดตกแตกหาย
ยังรุ่งมิได้เอนกาย ไพร่นายคอยเสด็จจรลี

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น นวลนางอุษามารศรี
เสด็จเหนือแท่นแก้วรูจี กับพระสามีนงคราญ
จึ่งนบนิ้วทูลองค์พระทรงเดช ผู้หน่อนเรศมหาศาล
ซึ่งจะพาข้าบาทบทมาลย์ ไปสถานกรุงแก้วณรงกา
อันองค์พระมหาดาบส ทรงยศยอดญาณฌานกล้า
เลี้ยงดูชูเกล้าแต่เยาว์มา พระคุณล้นฟ้าดินดอน
จะขอไปประณตบทบงสุ์ ลาองค์พระอัยกาก่อน
จึ่งจะเป็นศรีสวัสดิ์สถาวร ภูธรจงโปรดปรานี

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระอุณรุททรงสวัสดิ์รัสมี
ได้ฟังวนิดาพาที ภูมีสอดคล้องต้องใจ
จึ่งกล่าวมธุรสอันสุนทร ดวงสมรพี่ยอดพิสมัย
ซึ่งเจ้าว่าขานประการใด ไพเราะเพราะชอบระบอบธรรม์
ควรเราจะไปมัสการ ยังสถานศาลาพนาสัณฑ์
ลาองค์พระอัยกานั้น อันมีพระคุณกัลยา
สองกษัตริย์แต่ตรัสด้วยกันไป จนอุทัยเรื่อรางพระเวหา
ก็เสด็จลีลาศยาตรา มาเข้าที่สรงชลธาร

ฯ ๘ คำ ฯ เสมอ

๏ ชำระกายสายสินธุ์ปทุมทอง ใสเซ็นเป็นละอองหอมหวาน
ทรงสุคนธ์ปนสุวรรณอันโอฬาร รวยรินกลิ่นซ่านขจายจร
พระสอดใส่สนับเพลาเครือหงส์ ภูษาทรงลอยลายเชิงไกรสร
นางทรงผ้าทิพอุทุมพร เครือก้านกินนรกรกราย
พระทรงชายไหวชายแครงแก้ว ล้วนแล้วด้วยดวงวิเชีวยรฉาย
นางทรงสะพักกรองทองพราย สะอิ้งองค์เลิศลายกระหนกพัน
พระสุริย์วงศ์ทรงประดับทับทรวง ตาบทิศรุ้งร่วงดวงกุดั่น
นางทรงสร้อยสนสังวาลวรรณ ประดับถันแวววามอร่ามพลอย
ต่างทรงทองกรพาหุรัด ธำมรงค์เพชรจำรัสดั่งหิ่งห้อย
มงกุฎแก้วมรกตดวงลอย กรรเจียกจอนชดช้อยด้วยมุกดา
ห้อยสุวรรณมาลย์ดอกไม้มาศ โอภาสเพียงเทพเลขา
พร้อมพี่เลี้ยงกำนัลกัลยา เสด็จมาเกยรัตน์รูจี

ฯ ๑๒ คำ ฯ เพลง

๏ เมื่อนั้น ฝ่ายพญาทศมุขยักษี
จึ่งมีพระราชวาที สั่งหมู่เสนีพลไกร
ให้ชะลอมหาปราสาท เข้าในพยุหบาตรกระบวนใหญ่
โดยขนัดถัดราชรถชัย ให้ทันเสด็จบทจร

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ บัดนั้น จึงพวกพลมารชาญสมร
รับสั่งลูกท้าวยี่สิบกร ต่างแผลงฤทธิรอนมหิมา
บ้างเอาพวนเหล็กเข้าผูกพัน บ้างดันบ้างแบกฉุดคร่า
นายกองตีฆ้องสัญญา โห่สนั่นลั่นฟ้าสุธาธาร
อันซึ่งมหาปราสาท ก็เคลื่อนคลาดขึ้นจากที่ฐาน
ชะลอไปด้วยกำลังพลมาร ต้องตามโองการอสุรี

ฯ ๖ คำ ฯ เชิด

๏ เมื่อนั้น โฉมนางไวยกามารศรี
ครั้นรุ่งรางสว่างแสงพระรวี จวนฤกษ์ภูมีจะยกไป
จึ่งพาสุริย์วงศ์พงศ์พันธุ์ ฝูงสนมกำนัลน้อยใหญ่
ออกจากปราสาทแก้วแววไว ไปตามส่งเสด็จพระผ่านฟ้า

ฯ ๔ คำ ฯ เพลง

๏ เมื่อนั้น พระพงศ์จักรพรรดินาถา
เห็นโฉมนวลนางไวยกา มาพร้อมวงศาอสุรี
จึ่งมีพจนารถอันสุนทร แก่นิกรประยูรยักษี
บรรดาฝูงท่านทั้งหลายนี้ ค่อยอยู่จงดีอย่ามีภัย
สั่งเสร็จแล้วเสด็จกับวรนาฏ ขึ้นทรงรถราชยานใหญ่
พระพี่เลี้ยงสาวสนมกรมใน ก็ขึ้นรถอำไพอันดับมา
ให้เคลื่อนพหลโยธี แสนสุรเสนีซ้ายขวา
ออกจากบูรีรัตนา ไปโดยมรคาพนาดร

ฯ ๘ คำ ฯ

กราวนอก

๏ รถเอยรถแก้ว เรือนแปรกแอกแพร้วประภัสสร
ดุมกำประกอบกงอลงกรณ์ ธงงามสามงอนสะบัดบน
บัลลังก์ตั้งบุษบกรัตน์ แสงอร่ามเรืองจำรัสโพยมหน
เทียมสินธพสิบเริงรน ขุนรถขับร้นดำเนินกราย
ทศมุขเร่งหมู่พลามาตย์ ชะลอซึ่งปราสาทวิเชียรฉาย
มาหลังโดยหลานพระนารายณ์ สีแพรวแก้วพรายเมฆา
แสงปราสาทจับราชรถทรง สว่างพื้นไพรพงพฤกษา
งามพระองค์งามอนงค์วนิดา ดั่งดวงสุริยากับจันทร
งามรถประเทียบเรียบท้าย งามสุรางค์นั่งรายเพียงอัปสร
งามเครื่องสูงมาศจามร งามนิกรกลองประโคมโครมครึก
งามพหลพลแห่เป็นแถวถ่อง งามทหารโห่ร้องก้องกึก
เสนาะหวั่นสนั่นไหวไพรพฤกษ์ รีบกันคึกคึกดำเนินมา

ฯ ๑๒ คำ ฯ

ชมดง

๏ เดินทางไปหว่างศิขเรศ ข้ามเขตห้วยธารละหานผา
สำราญรื่นชื่นชมภิรมยา มาบนรถาทั้งสององค์
ทอดพระเนตรฝูงสัตว์จัตุบาท เที่ยวกลาดเกลื่อนห้องไพรระหง
หมู่ช้างพื้นชาติคเชนทรพงศ์ เป็นฝูงเดินในดงพนาดร
มฤคาเคล้าเคียงเมียงคู่ ระมาดหมู่โคลากาสร
ละมั่งหมีชะมดเม่นพังพอน กระจงจรเหล่าจามรีราย
เสือเหลืองเยื้องลัดพนัสลอบ เห็นเนื้อมองหมอบเขม้นหมาย
ทักกระทอนรสิงห์กวางทราย ตุ่นกระต่ายไล่เต้นตามกัน
ชะนีโหยเสียงหวนครวญก้อง เย็นสยองใจเยือกหวาดหวั่น
เรไรเรื่อยเฉื่อยร้องวังเวงวัน เสนาะศัพท์จักจั่นสนั่นไพร
พิศพลางชมเพลินจำเริญเนตร กับอัครเรศผู้ยอดพิสมัย
แล้วให้รีบพลดำเนินไป จนใกล้พระบรรณศาลา

ฯ ๑๒ คำ ฯ เชิด

๏ จึ่งให้หยุดจัตุรงค์โยธี ลงที่เนินทรายชายป่า
ภูมิฐานสะอ้านสะอาดตา พฤกษารื่นร่มสำราญ
จึ่งชวนโฉมเฉลาเยาวราช ลงจากรถราชมุกดาหาร
พร้อมหมู่สาวสนมนงคราญ เข้าไปยังสถานพระมุนี

ฯ ๔ คำ ฯ เสมอ

๏ ครั้นถึงจึ่งสองสุริย์วงศ์ ต่างองค์ยอกรเหนือเกศี
ถวายธูปเทียนมาศมาลี พระอัยกาธิบดีด้วยปรีดา

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระสุธาอาจารย์ฌานกล้า
เห็นสองเยาวราชกษัตรา ออกมาดุษฎีชุลีกร
มีความชื่นชมโสมนัส พูนสวัสดิ์ภิรมย์สโมสร
จึ่งมีพจนารถอันสุนทร ดูก่อนนัดดายุพาพาล
ตานี้ตริตรึกระลึกนัก ถึงเจ้าเยาวลักษณ์ทั้งสองหลาน
แจ้งว่าครองกันสำราญ ในสถานอสุรีก็ดีใจ
ซึ่งยกโยธาออกมานี้ มีกิจกังวลเป็นไฉน
จะไปแห่งหนตำบลใด จึ่งได้มาถึงอัยกา

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระหน่อจักรพรรดินาถา
ได้ฟังพระมหาสิทธา ผ่านฟ้าจึ่งสนองวาที
อันนัดดาเมื่อมาจากบาท พระบิตุราชมารดรทั้งสองศรี
ก็เป็นเวลาราตรี มิได้ลาธุลีบทมาลย์
แต่มาอยู่ยังนคเรศ นิเวศน์อสุราราชฐาน
ล่วงไปได้หลายทิวาวาร พระจะทุกข์ถึงหลานทุกเวลา
บัดนี้ข้ามอบสมบัติ บุรีรัตน์ทวยหาญยักษา
แก่องค์ทศมุขอสุรา ให้ครองสวรรยาธานี
เสร็จแล้วจึ่งชวนอัครราช ออกมากราบบาทบทศรี
องค์พระอัยกาธิบดี ภูมีพระคุณอเนกนันต์
หวังมัสการลาบทเรศ กลับไปนิเวศน์ไอศวรรย์
ทูลบาทสองกษัตริย์ทรงธรรม์ ในเขตขัณฑ์กรุงแก้วณรงกา

ฯ ๑๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระนักสิทธ์ผู้ทรงสิกขา
ได้ฟังหลานรักพระจักรา จึ่งกล่าววาจาอันสุนทร
อันพระสุริย์วงศ์กับนงลักษณ์ บุญหนักได้สร้างแต่ปางก่อน
เทเวศผู้เรืองฤทธิรอน อุ้มจรนำสองให้ครองกัน
สำหรับล้างเหล่าบาปปราบยุค ให้ราบรื่นชื่นสุขเกษมสันต์
ปางนี้มนุษย์เทวัญ คนธรรพ์นักสิทธ์วิทยา
จะได้พึ่งพระเดชดับเข็ญ นิราศร้อนอยู่เย็นทั่วหล้า
ดั่งฉัตรแก้วกั้นแสงสุริยา ร่มเกศโลกาธาตรี
สององค์จงไปเกษมสวัสดิ์ สืบพงศ์จักรพรรดิเรืองศรี
จำเริญชันษาแสนปี โรคร้ายไพรีอย่าแผ้วพาน

ฯ ๑๐ คำ ฯ เจรจา

๏ เมื่อนั้น สองกษัตริย์สุริย์วงศ์มหาศาล
ได้ฟังมธุรสพจมาน ผ่านเกล้าผู้เป็นอัยกา
จึ่งน้อมเศียรคำนับรับพร สโมสรแสนโสมนัสสา
แล้วมีสุนทรวาจา ลาองค์พระมหานักธรรม์
พระอัยกาค่อยอยู่จำเริญสุข อย่ามีทุกข์ตราบเท่าชีวาสัญ
ว่าแล้วเคารพอภิวันท์ จรจรัลมายังโยธี

ฯ ๖ คำ ฯ เสมอ

๏ เสด็จขึ้นรถทรงอลงการ กับองค์เยาวมาลย์มเหสี
ให้เลิกแสนสุรเสนี ไปโดยวิถีพนาดร

ฯ ๒ คำ ฯ

ชมดง

๏ ข้ามเขาลำเนาพนาเวศ ทอดพระเนตรชมชั้นสิงขร
หลายยอดสูงเยี่ยมอัมพร มีชะง่อนเงื้อมผาศิลาลาย
บ้างเป็นห้วยเหวเปลวปล่อง เชิงช่องลดหลั่นชั้นฉาย
ชะโงกง้ำถ้ำธารคิรีราย ดั่งฉากจีนจานระบายระเบียบงาม
บางแห่งเห็นแววเป็นแก้ววาบ ม่วงขาบเขียวเหลืองเรืองอร่าม
บ้างขาวแดงแสงสีสุวรรณวาม พลุ่งพลามเลื่อมลายพรายตา
มีท่อน้ำพุดุดั้น ไหลลั่นเซ็นซ่านฉานฉ่า
มิ่งไม้รุ่นรายดาษดา ทรงผลพวงผกาแบ่งบาน
สกุณาจับคลอพ้อกัน เสียงสนั่นรี่เรื่อยเฉื่อยฉาน
ดั่งสำเนียงพาทย์เพลงบรรเลงลาน วังเวงหวานสารศัพท์จับใจ
สองกษัตริย์ชมเพลินจำเริญเนตร ดั่งประเวศไกรลาสขุนไศล
แล้วรีบพหลพลไกร ไปโดยพนมพนาลี

ฯ ๑๒ คำ ฯ เชิด

๏ ล่วงทางทุเรศเขตเขา สิ้นลำเนาห้วยธารคีรีศรี
แรมรอนมาหลายราตรี ถึงที่พระไทรสถาวร

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ จึ่งมีมธุรสพจนารถ ตรัสบอกอัครราชสายสมร
เมื่อพี่มาเที่ยวพนาดร บทจรติดตามกวางสุวรรณ
วางม้าฝ่าไล่แต่เอองค์ พลัดหมู่จัตุรงค์พลขันธ์
มาถึงที่นี่พอสายัณห์ กวางนั้นคลับคล้ายหายไป
ครั้นพวกโยธามาพร้อมพักตร์ เข้าหยุดสำนักอาศัย
ให้บวงสรวงสังเวยพระไทร แล้วหลับไปในราษราตรี
เทเวศเรืองเดชอันอุดม พาพี่ไปสมมารศรี
จึ่งได้ครอบครองกันทั้งนี้ คุณท่านพ้นที่จะเปรียบปาน

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น นางอุษาเยาวยอดสงสาร
ได้ฟังมธุรสพจมาน นงคราญทอดทัศนาไป
เห็นต้นนิโครธไทรทอง ชั้นช่องมณฑลกว้างใหญ่
ดั่งฉัตรรัตนาอำไพ ดูไปเป็นที่จำเริญตา
ประดับด้วยกิ่งก้านย่านย้อย ยอดช้อยอรชรสาขา
ระบัดใบร่มแสงสุริยา พวงผลระย้าโอฬาฬาร
พ่างพื้นรื่นราบดั่งปราบไว้ อำไพพิศเห็นรโหฐาน
มีทั้งสระนํ้าลำธาร ตระการด้วยปทุมมาลี
จึ่งน้อมเกล้าสนองพระบัญชา ผ่านฟ้าได้โปรดเกศี
ที่นี้แสนสนุกพันทวี จงหยุดโยธีพลากร

ฯ ๑๐ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น หลานพระอวตารชาญสมร
ได้ฟังอัครราชบังอร ภูธรชื่นชมภิรมยา
จึ่งมีพจนารถวาที ตรัสสั่งเสนียักษา
จงหยุดจัตุรงค์โยธา ใกล้มหานิโครธอำไพ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ บัดนั้น จึ่งเสนามารผู้ใหญ่
รับสั่งพระองค์ทรงฤทธิไกร ก็หยุดลงโดยในบัญชาการ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระอุณรุทผู้ปรีชาหาญ
จึ่งชวนโฉมเฉลาเยาวมาลย์ ลงจากรถยานรูจี
พร้อมพระพี่เลี้ยงทั้งห้านาง แสนสุรางค์นิกรสาวศรี
โดยเสด็จดำเนินภูมี จรลีไปสรงคงคา

ฯ ๔ คำ ฯ

พระทอง

๏ พาอนงค์นาฏลงในลำธาร น้ำใสไหลซ่านฉานฉ่า
ดั่งสีแก้วไพฑูรย์จำรูญตา โอฬาร์สะอ้านสำราญองค์
พระพี่เลี้ยงทั้งห้านารี ช่วยลูบไล้ขัดสีธุลีผง
ให้สองสวัสดิ์สุริย์วงศ์ ฝูงอนงค์ลงล้อมเล่นสบาย
พระเลือกเก็บกรวดแก้วแววไว ประทานให้อัคเรศโฉมฉาย
นางรับชมแล้วงมทับทิมพราย ถวายหลานนารายณ์ด้วยภักดี
ฝ่ายฝูงสาวสวรรค์ก็หรรษา เล่นไล่ว่ายหากันอึงมี่
บ้างดำด้นซนซ่อนในวารี สรวลระริกซิกซี้ที่ท้องธาร
พระโสรจสรงกับองค์สายสวาท สำราญราชฤทัยเกษมศานต์
ดั่งประพาสสระนันท์โนทยาน ในสถานห้องฟ้าสุราลัย

ฯ ๑๐ คำ ฯ เพลงฉิ่ง

ร่าย

๏ ครั้นเสร็จก็พาพระนุชน้อง ขึ้นจากท้องธารใหญ่
พร้อมหมู่สาวสนมกำนัลใน เสด็จไปรถทรงอลงกรณ์

ฯ ๒ คำ ฯ เสมอ

๏ จึ่งมีพระราชบัญชา สั่งพี่เลี้ยงทั้งห้าสายสมร
จงแต่งเครื่องกระยาสถาวร จักอัญชุลีกรเทวัญ
แล้วสั่งมหาอำมาตย์มาร ผู้ร่วมรู้การชาญขยัน
ให้แต่งที่พลีจงครบครัน ตั้งกองป้องกันนอกใน

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ บัดนั้น ห้านางพี่เลี้ยงผู้ใหญ่
ทั้งมหาเสนาปรีชาไว บังคมไหว้รับราชบัญชา

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ แต่งเครื่องสังเวยดุษฎี ผจงจัดบายศรีซ้ายขวา
พานทองรองตั้งสะอาดตา มังสาเมรัยชัยบาน
ผลไม้ต่างต่างวางเทียบ พร้อมระเบียบโอชารสาหาร
ธูปเทียนเครื่องต้นสุคนธ์ธาร อลังการบุปผามาลี
ฝ่ายมหาอำมาตย์ก็เกณฑ์กัน เหล่าพวกพลขันธ์ยักษี
ให้รายราชวัติรูจี ปลูกศาลตามที่เพียงตา
ตั้งกองบริรักษ์กันกง ล้อมวงนอกในแน่นหนา
กำชับทุกหมวดตรวจตรา เสร็จโดยบัญชาพระทรงธรรม์[๒]

ฯ ๘ คำ ฯ เจรจา

๏ เมื่อนั้น พระองค์จักรพรรดิรังสรรค์
ครั้นสิ้นรังสีรวีวรรณ แสงจันทร์จำรัสโพยมบน
ประดับด้วยดาราดาดาษ โอภาสพุ่มไม้ไพรสณฑ์
ส่องสว่างพ่างพื้นสุธาดล มณฑลนิโครธไพโรจน์เรือง
งามสุรางค์พรั่งพร้อมล้อมเฝ้า งามเหล่าโยธาขนัดเนื่อง
จึ่งชวนโฉมอัคเรศมิ่งเมือง ย่างเยื้องขึ้นยังบัลลังก์รถ
ให้เคลื่อนเข้าร่มไทรไพศาล อันรุ่งเรืองโอฬารอลงกต
สองกษัตริย์สุริย์วงศ์ทรงยศ กำหนดสังเวยเทวัญ

ฯ ๘ คำ ฯ

สระบุหร่ง

๏ จึ่งจุดธูปเทียนดุษฎี พลีไทเทวราชรังสรรค์
ถวายเครื่องกระยาอเนกนันต์ อภิวันท์สรรเสริญด้วยปรีดา
พระองค์ผู้พงศ์สุรารักษ์ ดิหลักแห่งพระไทรสาขา
ประกอบคุณมหันต์กรุณา โปรดข้าด้วยศรีสวัสดี
ให้ลุลาภประสงค์อันยงยิ่ง ดั่งมอบมิ่งทิพโลกเฉลิมศรี
ได้แผ่ยศปรากฏทั้งธาตรี มีสุขเกษมสันต์นั้นฉันใด
ให้พระองค์ทรงเทวฤทธิ์รุ่ง เรืองพุ่งเพียงดวงอุทัยไข
ภิญโญยิ่งสิ่งสุขจำเริญไป ในมไหศูรยราชเทวัญ
วัฒนากว่านี้ทวีสวัสดิ์ เพียงสมบัติไตรตรึงศ์ดึงส์สวรรค์
บำเรอรมย์สมสุเรศอเนกนันต์ เป็นนิรันดร์ไปชั่วกัลปา
แล้วประโคมเภรินพิณพาทย์ กัมปนาทครื้นครั่นสนั่นป่า
ถวายกรสังเวยเทวา ทุกอนงค์กัลยานารี

ฯ ๑๒ คำ ฯ สาธุการ

๏ เมื่อนั้น ฝ่ายพระไทรเทเวศเรืองศรี
สถิตทิพพิมานมาศมณี ด้วยสุรางค์นารียุพินพาล
ได้ยินเสียงสรรเสริญเจริญพร เอมโอษฐ์สุนทรอ่อนหวาน
ทั้งสำเนียงพาทย์เพลงบรรเลงลาน ปี่ซอเฉื่อยฉานประสานกัน
ไพเราะเสนาะจับใจ เพลิดเพลินฤทัยเกษมสันต์
ใครหนอพาสนมกำนัล มาภิวันท์สังเวยบูชา
พิศดูรู้ว่าพระอุณรุท กับโฉมวรนุชนางอุษา
ขอบใจสองสวัสดิ์กษัตรา อุตส่าห์มาดุษฎีชุลีกร
ก็เบิกบานแกลแก้วพิมานมาศ เยี่ยมพักตร์โอภาสประภัสสร
โปรยทิพมาลาขจายจร ประกาศิตพระพรอำนวยชัย
จงสองครองกันอย่ารู้ร้าง แหห่างมิตรภาพพิสมัย
เป็นหลักโลกจรรโลงเลิศไกร ปรากฏเกียรติไปในธาตรี
ฝูงประชามานุษย์เทเวศ จะได้พึ่งพระเดชทั้งสองศรี
จงเกษมเปรมสุขสวัสดี อย่ามีอันตรายภัยพาล

ฯ ๑๔ คำ ฯ

ร่าย

๏ เมื่อนั้น สองกษัตริย์ผู้ปรีชาหาญ
ได้ฟังมธุรสพจมาน เทเวศซ้องสารเสนาะใจ
มีความชื่นชมโสมนัส ยกหัตถ์ประนมบังคมไหว้
แล้วเอนองค์ลงเหนืออาสน์อำไพ หลับไปในรถรัตนา

ฯ ๔ คำ ฯ ตระ

ช้าปี่

๏ ดาวเดือนเคลื่อนคล้อยนภากาศ เลี้ยวเหลี่ยมเมรุมาศภูผา
เข้าปัจจุสมัยเวลา ฟ้าหล้าชอุ่มพุ่มพง
เสนาะทิพดนตรีปี่แก้ว วังเวงแว่วจับจิตพิศวง
ด้วยฝูงเทพสุรางค์นางอนงค์ บำเรอองค์พระไทรเทวัญ
เหมือนจะแกล้งแสร้งสอบตอบคุณ ด้วยการุญรักสองเฉลิมขวัญ
หลากลํ้าฉํ่าเพราะเสนาะกรรณ สวาทหวั่นใฝ่ฟุ้งระลุงลาน
พระพายชายเชยรำเพยกลิ่น ผกาแก้วรวยรินหอมหวาน
นํ้าค้างพร่างพรมสุธาธาร เยือกเย็นทวยหาญโยธา
เสียงระหึ่งผึ้งภุมรินร่อน เอาซาบเกสรบุปผา
สกุณก้องพร้องเพรียกอรัญวา เร้าเร่งสุริยารุโณทัย
เสียงช้างเสียงม้าโกลาหล เสียงพลเสียงประโคมวังเวงไหว
พระตื่นจากอาสน์แก้วแววไว พร้อมองค์อรไทดวงชีวี

ฯ ๑๒ คำ ฯ

ร่าย

๏ เสด็จเข้าที่สรงทรงเครื่อง อร่ามเรืองนวลละอองทั้งสองศรี
สถิตอาสน์ราชรถรูจี ชุลีลาพระไทรฤทธิรอน
ให้เลิกจัตุรงค์ทวยหาญ แสนเสนามารชาญสมร
ออกจากนิโครธสถาวร บทจรไปโดยมรคา

ฯ ๔ คำ ฯ เชิด

๏ สองกษัตริย์เสด็จบนรถมาศ งามวิลาสลํ้าเทพเลขา
สำราญรมย์ชมหมู่สกุณา โจนจับพฤกษาริมทาง
นกหว้าจับหว้าแล้วบินร่อน ยูงจับยูงฟ้อนแพนหาง
คณายางจับเยื้องบนยอดยาง นกลางจับลางลิงลอย
แก้วจบแก้วพูดภาษานก หกจับตาลหกแล้วโหนห้อย
คับแคจับแคหาคู่คอย แอ่นลมจับลอยบนสนลม
อัญชันจับต้นชิงชัน นวลจันทน์จับจันทน์เคล้าคู่สม
เบญจวรรณไต่วัลย์น่าชม ช่างทองร้องระงมบนต้นทอง
สาลิกาจับกิ่งเพกา กระทาจับคนธาขันก้อง
เค้าโมงจับโมงเมียงมอง เปล้าจับเปล้าร้องวังเวงวัน
พระยกหัตถ์ตรัสชี้ให้นางชม แสนภิรมย์ปลื้มเปรมเกษมสันต์
ทั้งพี่เลี้ยงเหล่าสนมกำนัล ชวนกันชมเล่นสำราญใจ

ฯ ๑๒ คำ ฯ

๏ รอนแรมมาในพนาเวศ ล่วงเขตหิมวาป่าใหญ่
รีบรถรีบพลดำเนินไป เข้าแดนกรุงไกรณรงกา
จึงให้หยุดพหลพลยักษ์ ลงพักแรมอยู่ที่ในป่า
ปากด่านต้นทางอรัญวา เขตพาราราชธานี

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ทศมุขสุริย์วงศ์ยักษี
จึงมีพจนารถวาที ตรัสสั่งเสนีผู้ปรีชาญ
จงเกณฑ์กันตั้งพลับพลา ในที่โอฬาร์ภูมิฐาน
ให้แสนสนุกสำราญ เร่งรัดจัดการอย่านอนใจ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ บัดนั้น จึ่งมหาเสนาผู้ใหญ่
รับสั่งพระองค์ทรงฤทธิไกร บังคมไหว้แล้วรีบออกมา

ฯ ๒ คำ ฯ ประถม

๏ เกณฑ์หมู่พหลโยธี ตามหมวดอสุรีซ้ายขวา
ให้ตั้งที่ประทับพลับพลา โดยดั่งบัญชาพญามาร

ฯ ๒ คำ ฯ เจรจา

๏ บัดนั้น ฝ่ายพวกอสุราทวยหาญ
ได้ฟังเสนาปรีชาชาญ ก็จับการเอิกเกริกเป็นโกลี
บ้างตัดไม้กล่อมเสาเกลาฟาก แบกลากขุดหลุมอึงมี่
ตั้งราชพลับพลาขึ้นทันที มีมุขสมด้านชานพาไล
พร้อมทั้งที่สรงที่เสวย ทิมเกยท้องพระโรงกว้างใหญ่
หลังคาดาดแดงอำไพ ข้างหน้าข้างในครบครัน
บางพวกผูกม่านเพดานดัด ผจงจัดทอดที่มู่ลี่กั้น
มีระเนียดเรียดรอบเป็นขอบคัน เสร็จทันโดยราชบัญชา

ฯ ๘ คำ ฯ เจรจา



[๑] จบต้นฉบับหนังสือสมุดไทยเลขที่ ๕๓๓ เริ่มต้นฉบับหนังสือสมุดไทยเลขที่ ๕๓๔

[๒] เริ่มต้นฉบับหนังสือสมุดไทยเลขที่ ๕๔๔ ตรวจสอบกับต้นฉบับหนังสือสมุดไทยเลขที่ ๕๓๔

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ