ตอนที่ ๒๙ พระอุณรุทปราบท้าวกรุงพาณ

๏ ครั้นเสร็จซึ่งสรงคงคาลัย ก็ขึ้นจากสระใหญ่ไพศาล
อุ้มองค์อุษาเยาวมาลย์ เหาะทะยานมาโดยอัมพร

ฯ ๒ คำ ฯ เชิด

๏ ร่อนเรื่อยรีบหนักดั่งจักรผัน ถึงยอดเขาอังชันสิงขร
แลดูเห็นหมู่วิชาธร เข้าราญรอนสัประยุทธ์ชิงชัย
อสุรีตายยับแล้วกลับเป็น จะเห็นบางเบาตาก็หาไม่
ทรงพระดำริตริไป อ้ายนี่ฤทธิไกรมหึมา
อันกูจะฆ่าด้วยพระขรรค์ ไหนมันจะม้วยสังขาร์
จำจะเอาทิพย์เทพศัสตรา ฆ่าท้าวยักษาให้วายปราณ
คิดแล้วจึ่งถอดพระธำมรงค์ ออกทรงตั้งสัตย์อธิษฐาน
ครั้งนี้ขอเดชพระอวตาร จงผลาญกรุงพาณให้บรรลัย
ถึงมันจะมีมนตร์เวท เรืองเดชเท่าไรอย่าแก้ได้
พระธำมรงค์อันทรงฤทธิไกร จงไปล้างแต่รูปมารยา
อันพาณาราชอสุรินทร์ อย่าเพ่อให้สิ้นสังขาร์
เมื่อมันจะม้วยชีวา จงประจักษ์นัยนาขุนมาร
ว่าเราเป็นวงศ์พระทรงนาค ฤทธิรุทรภุชภาคย์มหาศาล
เสี่ยงเสร็จนัดดาพระอวตาร ผ่านฟ้าก็ขว้างไปทันใด

ฯ ๑๔ คำ ฯ เชิด

๏ ถูกรูปกรุงพาณต่างกาย สูญหายด้วยฤทธิ์ไม่ทันได้
แล้วพระธำมรงค์เกรียงไกร ตรงไปสังหารพาณา
ดั่งหนึ่งคมจักรารัตน์ ตัดแต่สิบแปดหัตถา
ขาดกระเด็นไปจากกายา ล้มลงยังมหาปัฐพี

ฯ ๔ คำ ฯ เชิด

๏ เมื่อนั้น ท้าวพาณาสูรยักษี
นอนกลิ้งอยู่กลางธรณี อสุรีเพียงสิ้นชีวัน
ดำรงจิตยอกรขึ้นเหนือเกศ ไหว้คุณพรหเมศรังสรรค์
กลั้นความเวทนาจาบัลย์ กุมภัณฑ์ร่ายมนต์อันศักดา

ฯ ๔ คำ ฯ ตระ

๏ ลูบกรซึ่งขาดก็ไม่ติด ให้คิดอัศจรรย์กังขา
แลขึ้นไปดูเมฆา เหล่าพวกวิทยานั้นหายไป
แต่หมู่อสุรโยธี ตายกลาดปัฐพีไม่นับได้
เหลือบเห็นมนุษย์วุฒิไกร อำไพวิลาศประหลาดนัก
ทรงเทพอาวุธฤทธิรอน คทาธรตรีศูลสังข์จักร
เพศกายคล้ายองค์พระหริรักษ์ ขุนยักษ์สยองโลมา
ก็ไม่แคลงแจ้งว่าพระสุริย์วงศ์ พระทรงครุฑภุชพงศ์นาถา
ประนมกรเหนือเกล้าอสุรา กราบบาทนัดดาพระนารายณ์
ให้เสียดายอาลัยแก่ชีวิต หวนคิดถึงตัวแล้วใจหาย
ชลเนตรไหลหลั่งพรั่งพราย บรรยายร่ำว่าพาที

ฯ ๑๐ คำ ฯ เชิด

โอ้

๏ ข้าแต่พระมิ่งมงกุฎเกศ ผู้พงศนเรศเรืองศรี
เที่ยงแท้จะปราบธาตรี อันตัวข้านี้กำเริบฤทธิ์
อหังการ์ทารุณองอาจ ต่อสู้เบื้องบาทนั้นโทษผิด
ด้วยโมหันกำบังให้มืดมิด ดลจิตไม่เชื่อพระบัญชา
ทั่งนี้ก็เพื่อผลกรรม น้อมนำให้สิ้นสังขาร์
ก็จะกราบถวายบังคมลา ก้มหน้าสู่สวรรคาลัย
ขอฝากอุษาเยาวเรศ ดวงเนตรผู้ยอดพิสมัย
เสมอเหมือนชีวิตจิตใจ ไว้ใต้เบื้องบาทภูธร
แม้นมาตรถ้านางพลั้งผิด ทรงฤทธิ์ได้โปรดช่วยสั่งสอน
ด้วยกำพร้าบิดามารดร จะถาวรก็เพราะพระเดชา
ฝากทั้งทศมุขสุริย์วงศ์ พระองค์จงเลี้ยงรักษา
ได้ฉลองรองเบื้องบาทา ไปกว่าจะสิ้นชนมาน
พี่น้องทั้งสองเยาวราช จะได้พึ่งภูวนาถเกษมศานต์
ฝากพลางโหยไห้อาลัยลาน ขุนมารสะอื้นโศกี

ฯ ๑๔ คำ ฯ โอด

๏ เมื่อนั้น พระอุณรุทสุริย์วงศ์เรืองศรี
ได้ฟังพจนารถอสุรี ภูมีสังเวชในวิญญาณ์
สิ้นความกริ้วโกรธพิโรธจิต พระทัยคิดปรานียักษา
จึ่งมีสิงหนาทบัญชา ดูก่อนพญากุมภัณฑ์
เราอ่อนง้อขอดีก็มิฟัง ทำโดยลำพังโมหัน
ด้วยผลเวรามาตามทัน จะให้ถึงชีวันบรรลัย
ท่านอย่าเศร้าโศกโศกี ทั้งนี้จะโทษใครได้
จงอุตส่าห์ระงับดับใจ จะได้ไปสู่สวรรค์ชั้นฟ้า
อันอุษาโฉมยงทรงลักษณ์ กับทศมุขลูกรักยักษา
อย่าทุกข์ร้อนอาวรณ์วิญญาณ์ จะเลี้ยงให้ผาสุกสำราญ
โดยจารีตกษัตริย์สุริย์วงศ์ คงแก่ยศศักดิ์อัครฐาน
ให้เลื่องชื่อลือทั่วสุธาธาร สืบพงศ์วงศ์วานอสุรี

ฯ ๑๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ท้าวพาณาสูรยักษี
ได้ฟังสุนทรวาที อสุรีค่อยสร่างสว่างใจ
เหลือบดูพระธิดายุพาพาล แสนสุดสงสารนํ้าตาไหล
ด้วยความเสน่หาอาลัย พิไรร่ำมธุรสพจนา

ฯ ๔ คำ ฯ

โอ้

๏ ปากหนึ่งว่าโอ้ขวัญเนตร บิตุเรศจะสิ้นสังขาร์
เจ้าจะรองบาทหลานพระจักรา อุตส่าห์จงรักภักดี
ปากสองว่าแม่จงเจียมจิต สำคัญคิดว่าเป็นทาสี
สิ่งใดซึ่งระคายเป็นราคี อย่าให้เคืองธุลีบทมาลย์
ปากสามอันความซึ่งสังวาส สำหรับราชกษัตริย์มหาศาล
ประดับด้วยแสนสนมบริวาร อย่าก่อการหึงหวงไม่ควรนัก
ปากสี่ว่าเจ้าจงฝากองค์ พระชนนีบิตุรงค์ของทรงจักร
ปรนนิบัติบำรุงให้ท้าวรัก จะจำเริญยศศักดิ์เป็นมงคล
ปากห้าว่าโอ้เป็นสตรี จงดูเยี่ยงจามรีรักขน
สงวนศักดิ์รักชาติกว่ารักชนม์ เป็นคนสู้ม้วยด้วยสัจจา
ปากหกอกพ่อนี้จะคราก ขอฝากทศมุขยักษา
ช่วยอุปถัมภ์บำรุงอนุชา จงคิดว่าเหมือนน้องนงคราญ
ปากเจ็ดฝากไวยกาด้วย ช่วยบำรุงสุริย์วงศ์ทวยหาญ
ทั้งแสนสาวสุรางค์บริวาร ราชฐานไพร่ฟ้าธานี
ปากแปดบิดาจะดับสูญ ลูกรักอนุกูลช่วยเผาผี
อย่าให้เวทนาในธาตรี จะเป็นที่อัปยศแก่โลกา
ปากเก้าว่าโอ้พระสุริย์วงศ์ พระองค์จงโปรดเกศา
ซึ่งได้ผิดตั้งแต่หลังมา อย่าให้เป็นเวรากันสืบไป
สิบปากสิ้นฝากสิ้นสั่ง สิ้นกำลังไม่ตั้งสติได้
สิ้นเสียงสิ้นชีพชีวาลัย ไปเกิดในเมืองฟ้าสถาวร

ฯ ๒๐ คำ ฯ โอด

๏ เมื่อนั้น นวลนางอุษาสายสมร
เห็นองค์สมเด็จพระบิดร สั่งสอนแล้วสิ้นชีวาลัย
หวาดใจดั่งใครเอาดาบเพชร มาฟันเด็ดเศียรเกล้าไปได้
วิ่งเข้ากอดเบื้องพระบาทไว้ แล้วครวญคร่ำร่ำไรโศกี

ฯ ๔ คำ ฯ

โอ้

๏ โอ้ว่าสมเด็จพระบิตุเรศ ลือเดชทั่วฟ้าราศี
ควรฤๅมาม้วยชีวี อยู่เหนือปัฐพีธุลีทราย
ดั่งทรลักษณ์ล้ำต่ำชาติ แสนอนาถดูดูแล้วใจหาย
เพราะรักลูกผูกแค้นจึ่งจำตาย โอ้น่าเสียดายพระองค์นัก
เลี้ยงลูกด้วยเยาว์จนใหญ่มา สิ่งใดมิได้ว่าให้คำหนัก
มีแต่ผดุงบำรุงรัก ถนอมนักดังดวงชีวี
ลูกวอนชมจันทราดารากร หมู่นางอัปสรในราศี
พระโอบอุ้มเหาะไปด้วยฤทธี ชวนชี้ให้ชมได้ดั่งใจ
จะหาไหนเหมือนสมานพระผ่านเกล้า ตายแล้วเกิดเล่าก็ไม่ได้
อันซึ่งพระคุณของภูวไนย ไม่มีสิ่งใดเปรียบทั้งโลกา
ถึงกระไรได้ทดแทนบ้าง จะเริศร้างจากไปก็ไม่ว่า
นี่กลับทรยศต่อบาทา จนผ่านฟ้าสุดสิ้นชีวัน
ร่ำพลางข้อนทรวงเข้ากลิ้งเกลือก โหยไห้ซบเสือกกันแสงศัลย์
แสนเทวษอาทวาจาบัลย์ กัลยาสลบไม่สมประดี

ฯ ๑๔ คำ ฯ โอด

ยานี

๏ เมื่อนั้น ฝ่ายฝูงเทวาในราศี
ทั้งเทพธิดานารี ทุกที่เทเวศบรรพตา
แจ้งว่าพาณาปัจจามิตร สุดสิ้นชีวิตสังขาร์
ด้วยเดชสมเด็จพระนัดดา ผ่านฟ้าหริวงศ์ทรงสุบรรณ
ต่างองค์ปรีดาปราโมทย์ แย้มโอษฐ์สำรวลสรวลสันต์
บ้างร้องบอกกล่าวป่าวกัน เสียงสนั่นเอิกเกริกจักรวาล
ครั้งนี้เราท่านทั้งหลาย จะวายทุกข์เป็นสุขเกษมศานต์
บ้างถือทิพจุณจันทน์สุคันธ์ธาร ผกากาญจน์แก้วฟ้าสุมาลัย
ออกจากสถานพิมานมาศ พร้อมอนงค์ทิพนาฏน้อยใหญ่
เหาะระเห็จเตร็ดฟ้าด้วยว่องไว ตรงไปอังชันคีรี

ฯ ๑๐ คำ ฯ เหาะ

๏ ครั้นถึงจึ่งฝูงเทเวศ ลงยอดสีขเรศมณีศรี
เห็นองค์อุษาเทวี สลบล้มกับที่ธุลีลาน
ตกใจไขทิพวารีริน อันเกลากลิ่นฟุ้งหวนหอมหวาน
เป็นละอองต้ององค์เยาวมาลย์ ให้ดาลดับเพลิงโศกสุมใจ
บ้างโปรยปรายบุปผาผกามาศ สุคนธ์ทิพเกลื่อนกลาดลงมาให้
หอมฟุ้งตระหลบอบไป ที่ในอังชันบรรพตา

ฯ ๖ คำ ฯ สาธุการ

๏ เมื่อนั้น พระอัคเรศโฉมยงค์องค์อุษา
ครั้นต้องละอองทิพธารา วิญญาณ์เย็นสิ้นทั้งอินทรีย์
ก็เหือดหายวายร้อนศรโศก ที่วิโยคถึงพญายักษี
กลับฟื้นคืนได้สมประดี เทวีผุดลุกขึ้นทันใด

ฯ ๔ คำ ฯ

พระทอง

๏ เมื่อนั้น ฝ่ายฝูงเทเวศน้อยใหญ่
กับหมู่นางฟ้าสุราลัย เห็นทรามวัยได้สมประดีมา
ก็ชวนกันจับระบำรำฟ้อน ถวายกรหลานนารายณ์นาถา
ร่ายเรียงเคียงคู่ลีลา หันเวียนเปลี่ยนขวามาซ้าย
ทำทีทอดสนิทติดพัน กับอนงค์นางสวรรค์โฉมฉาย
เย้ายวนสรวลยิ้มพริ้มพราย แล้วเยื้องกรายย้ายท่าม้าตีคลี
รำรอคลอเคล้าเข้าใกล้ ฉวยฉุดยุดสไบอัปสรศรี
แกมกลปนไปในที สุขเกษมเปรมปรีดิ์ทุกเทวัญ

ฯ ๘ คำ ฯ

เบ้าหลุด

๏ เมื่อนั้น ฝูงเทพอนงค์นางสวรรค์
เห็นเทเวศรำชิดติดพัน ก็บิดผันเรียงร่ายชายไป
งอนจริตกรีดกรายย้ายท่า รำเป็นผาลาเพียงไหล่
ล่อเล่นโดยกระบวนให้ยวนใจ นัยนาชม้อยคอยที
ครั้นเทเวศรำเคล้าเข้ามาชิด ก็เบี่ยงบิดเมียงม่ายชายหนี
ทอดกรฟ้อนท่ากินรี ตีวงหันเวียนเปลี่ยนมา
ร้องเรื่อยเฉื่อยฉานขานขับ ประสานใส่โทนทับไปตามท่า
สำราญรื่นชื่นชมภิรมยา ทุกเทเวศนางฟ้ายุพาพาล

ฯ ๘ คำ ฯ เพลง

๏ ครั้นเสร็จจึ่งจับระบำบัน ฝูงเทพเทวัญทุกสถาน
ต่างองค์ออกโอษฐ์พจมาน สาธุการอำนวยอวยพร
พระองค์จงยิ่งภิญโญยศ ปรากฏสุรภาพชาญสมร
เรืองเดชศักดาสถาวร ฤทธิ์รอนดั่งดวงพระอาทิตย์
บรรดาศัตรูหมู่พาล อย่าอาจทานต้านต่อรอติด
ให้จำเริญพระชนม์ชีวิต ทศทิศจะได้ฟังพระเดชา
ครั้นแล้วจึ่งฝูงเทวัญ กับอนงค์นางสวรรค์ถ้วนหน้า
ชวนกันลาหลานพระจักรา กลับไปฟากฟ้าดุษฎี

ฯ ๘ คำ ฯ เหาะ

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ