“สละกันเพราะแต่งงาน”

(ละครฉันท์)

เป็นอินทรวิเชียรฉันท์เพราะฉะนั้นนะองก์ยาว
ความเนื่องแนะเรื่องราวระยะเว้นมิเป็นฉันท์

(องก์ ๑ ฉันพูด-หล่อนฟัง)

เปิดม่านสถานสวนพิศล้วนสล้างพรรณ
สิ่งสรรพประดับอันอุทยานจะควรมี
วันล่วงลุเวลาขณะกาละราตรี
แขไขประไพศรีณ นภางค์สว่างผอง
ส่ายจักษุจับซุ้มเฉพาะพุ่มผกากรอง
ภาพมีสตรีมองอรชรฉะอ้อนโฉม
พร้อมพรหมจารีย์ดรุณีณวัยโลม
โลกให้ตะลึงโหมมุหเหตุสิเนหา
เก้าอี้สนามตั้งเหมาะและบังกระทั่งตา
คนผู้จะจู่มาเจอะตลอดจะสอดฟัง
สาวน้อยสินั่งนิ่งกลกริ่งกมลยัง
หนักอกวิตกฝังหฤทัยและใฝ่ฝืน
จักเชื่อก็เหลือเชื่อจะมิเชื่อก็เหลือกลืน
ความรักประจักษ์ยืนดุจทิพย์พยานตรึง
ใกล้ร่างมิห่างลูบและจะจูบก็แทบถึง
คือภาพบุรุษพึงพิศวาสระหว่างสาว
นั่งชิดพินิจโฉมมนะโน้มสนิทราว
ชู้รักสุภักดิ์คราวปิยะใคร่คละเคลียครอง
สัมผัสหัตถ์กุมกรนุ่มประหนึ่งยอง-
ใยหยุ่นและครุ่นปองปฏิพัทธ์กระหวัดเคียง
ปากสั่นกระสันต์เย้ายุกระเส่ากระแสเสียง
พร่ำพรอดและออดเพียงชีวะปลงกะนงคราญ
กายใจอะไรยุต-ติอนุชจะเรียกขาน
ยอมยอบเพราะมอบปราณกะอนงค์นิรันดร
หลากหลายขยายพจน์มธุรส ณ บทกลอน
ยากกล่าวและยาวยอนอุระเยาวดีดล
เจ้าหล่อนจะงอนแง่พจิแก้ก็เพียงกล
เนื่องนั่งและฟังจนดุษณีคะนึงคำ
ลงท้ายก็คลายทิ-ฐิและจิตจางจำ
รับรักตระหนักนำแนะประนอมก็ยอมชาย
เกินจับและเกินจุม-พิตกุมตระกองกาย
เกินเพลินและเกินหมายเพราะพจีผจงแจง ฯ

(องก์ ๒ เจ้าหล่อนพูด-ฉันฟัง)

เปิดม่านสถานฉากคฤหะฉากจะสำแดง
โดยใดก็ดัดแปลงเหมาะกะเรื่องเถอะรู้กัน
เริ่มแรก บ แผกผิดกะชนิดบุรุษพรรค์
รุ่นหนุ่มกระชุ่มมันรสรับประเดิมโรง
หวังสาวปะคราวสมอภิรมย์กระไรโมง
ตุ้มนาฬิกาโคลงและคระไลลุเร็วเหลือ
ไม่อยากจะจากห่างสละต่างก็ต่างเจือ
จุนเปรมประดุจเรือจรรับกะลมฉิว
แล่นเฉื่อยระเรื่อยสิน-ธวะถิ่นและชมทิว
แทบฝั่งสะพรั่งริวระยะรุกขะรำไร
เป็นที่ประเทืองรื่นรติหื่นจะหาไหน
เปรอเปรียบประเทียบใจจุเสน่ห์ ณ หนุ่มสาว
ยิ่งวันและวันเปลี่ยนทินะเวียนลุวารยาว
ยิ่งรักและรักราวกะจะกลืนก็คืนกลาย
ค่อยกลับและนับแน่ขณะแต่จะแปรปราย
เหมือนผัวกะเมียรายพระเคราะห์ผิด ณ สมพงษ์
โดยเทพธิดาเธอศุภเลอลุเลยธง
แหล่งฐานะพางงและเพราะโง่จะโอ่งาม
เห็นเมืองมนุษย์เป็นภพเช่นสวรรค์หลาม
แหล่ล้วนประมวลความสุขะคว้าจะมาถึง
มีนี่จะเอานั่นและกระนั้นกระนี้จึง
จักสมนิยมพึงหฤทัยมิใคร่พอ
ตั้งแง่กะแหน่เง้าปะเหลาะเล้าและเลียมขอ
ไม่ให้ก็ใช้คลอชลนัยน์พิไรครวญ
ได้แล้วมิแคล้วเลิกธนะเบิก บ วายกวน
กิจบ้านสิพาลชวนจะละเว้นมิเป็นธูร
ภายหลังก็ตั้งต้นบทบ่น บ มีมูล
เรื่องน้อยสิคอยคูณทวิตรีพจียาว
แส่หาประดาเหตุทะเลาะเลศและชวนฉาว
ตูรับสดับราวกะมิรู้จะดูที
เจ้าหล่อนจะย้อนหยั่งสติดั่งสตรีดี
หรือไม่รึใช้ชี-วิตะเช่นกะเป็นมา

(องก์ ๓ ทั้งเจ้าหล่อนและฉันพูด-เพื่อนบ้านฟัง)

เปิดม่านสถานสน-ธิก็กลกะก่อนคลา
คราวโชคและชาตาปริวรรตระหว่างสอง
ทั้งสิ้นมิกินกันสหะฉันทะปรองดอง
เริ่มจางจะหมางหมองมิเสมอเสมือนมาน
เสียงค่อยและถ้อยพ่นพิษะบ่น บ แรงงาน
ยิ่งดังกระทั่งดาลทุษะแดและแหวเสียง
เกรี้ยวกราดตวาดด่าเอะอะท้าขรมเพียง
แหกปากกระชากเถียงทุรพจน์มิลดคำ
ขู่ปลอบ บ ชอบเพื่อพิเคราะห์เชื่อและเกรงยำ
ถือสิทธิคิดทำดุจใจมิให้ขวาง
ปุลลึงคะพึงทราบเถอะสภาพสตรีนาง
สมยุค ณ ทุกทางคติโลกเจริญเลอ
วิชาและสามารถก็ฉลาดและอำเภอ
ใจทำ บ พล่ำเผลอผลเผล็ดสิเพลาเกียรติ
เช่นชุดบุรุษกิต-ติสถิตสฤษดิ์เรียน
หญิงย่อมจะพร้อมเพียรประลุเท่าและทันชาย
แม่บ้านก็ปานมา-ดรฐานะแท้หมาย
เป็นใหญ่มิใช่ควายและบุรุษจะฉุดจูง
มากมูลเพราะพูนโท-สะอะโขลุขีดสูง
สุดธรรมจะอำรุงกุธะรั้งเพราะฟังคำ
แซ่ม้าณขวาหัตถ์ก็ทะมัดทะแมงกำ
หวดป่า บ ช้าทำสิกะร่างมิพอครือ
ดีมากนะปากกล้าแน่แหละข้าก็แข็งมือ
ที่สุดบุรุษคือปุถุชน บ ทนหยาม
เยี่ยสรรพะภรรดาภริยาผิหาความ
ร้อนหูมิรู้ความนิติหญิงนะสิ่งควร
เลือดน้องแน่ะนองหน้าเพราะสวามิทัณฑ์ทวน
กึ่งก้ำกะสำนวนนิรคุณและข่มผัว
ทันใดก็ได้ผลพหุดล ณ เขตครัว
เรือนแค่และแม้มัวนิทระม่อยก็พลอยมอง
กาลเนื่องก็เนื่องกา-รณะน่าระอาของ
เพื่อนเหย้าเพราะเราปองชนะด่าและตีกัน

(องก์ ๔ ศาลพูด-ฉันกับเจ้าหล่อนฟัง)

เปิดม่านสถานสิท-ธิพินิจคดีอัน
เผยยุติธรรมสรร-พะเผด็จ ณ ดุษฎี
ความแพ่งเพราะภรรยาสละหย่ากะสามี
เนื่องมาลุการีย์ธุระผู้พิพากษา
รับฟ้องและถ่วงถ้วนณ กระบวนพิจารณ์ตรา
ตรวจสอบประกอบฐา-นะพยานจะค้านติง
เสร็จสิ้นระบิลลัก-ษณะหลักประจักษ์อิง
สำนวน ณ ส่วนหญิงละนิยมและข่มชาย
ฝ่ายผัว บ ชั่วเช่นกะประเด็นก็เด่นหลาย
ข้อเกี่ยวประทุษกายและมิรักการุณเมีย
แม้เลี้ยงจะเที่ยงธรรมเถอะก็ดำริเริ่มเสีย
มาก่อนและผ่อนเพลียปริยะพร่องประพฤติคลา
ไม่ผ่อนกะอ่อนเพศพิเคราะห์เหตุเพราะภรรยา
ยั่วโกรธะโทสาคติแทรกก็แผกแผลง
ยกบทพระกฎหมายปริยายยุบลแจง
ขิงราและข่าแรงกลกันกะนั้นเทียว
ผัวเมียผิเกลี้ยไกล่บ มิได้เพราะใช้เคียว
กุมคนละเล่มเจียวเจอะก็จ้องประจญกัน
เช่นนี้จะมีผา-สุกภาวะสามัญ
เพียงเพื่อนก็เบือนผันผลสุข บ สู่สม
อยู่กันนิรันดร์ไปก็จะไร้ประโยชน์รมย์
รังแต่จะแปรตรมอุระตราบสภาพแปลง
ไป่ตายก็หน่ายร้างเฉพาะข้างมิคลางแคลง
คู่ครองมิหมองแหนงมนะคลายและกลายดี
ยากนักจะชักกลับผิวะนับนะโลกีย์
แต่ตั้งกระทั่งจี-ระสมัยมิใคร่เห็น
ชี้ขาดพิพาทยุต-ติประดุจแสดงเป็น
เหตุผลมิพ้นเข็ญอุปสรรคะเสื่อมเสีย
ให้พรากประจากฐา-นะสภาวะผัวเมีย
แห่งกันและกันเสียดุจยุติธรรมยล
เรื่องรักจะยักแยกและจะแตกเพราะต่างคน
ต่างกล้าและท้าทนบ มิไหวก็ลานวาร (หนึ่งแล) ฯ

จบตอน-ละครฉันท์

“สละกันเพราะแต่งงาน”

เพียงนี้แหละเป็นกาล เหมาะกะคำจะสำแดง

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ที่นี่ค่ะ