ลิลิตสุภาพ จุลธนุคหะบัณฑิต

(จากชาดกในปัญจกนิบาต)

ร่าย

ศรีสิทธิชัยไอสวรรย์ สรรพส่ำโภคเสริมพูน สมบูรณ์เพียบสมบัติพิพัฒนากร สถาพรเพ็ญทุกข์เปรียบ เทียบทิพโลกแหล่งสถาน สำราญราษฎร์สำเริง บันเทิงทุกข์บรรเทา ทั่วทวยเนาในเขต สยามประเทศเทิดหล้า เกศเกษมสุดอ้า โอษฐ์อ้างอธิบาย ฯ

โคลง ๔
ทั้งหลายเล่านี้เพราะพระอา นุภาพนา
สมเด็จพระปรเมนทราธิราชเจ้า
ดิลกฉัตรขัตติยะมหาราชหาก ผดุงแฮ
ทรงพระคุณปกเกล้าปิ่นเกล้าชาวสยาม
พระนามปรากฏหล้าโลกสรร เสริญนา
พระยศยิ่งชนอนันต์นิตย์ซร้อง
พระเกียรติเกริกไกรวรรณ นาสุด สิ้นฤๅ
พระฤทธิ์ ผลิตร่ำพร้องพร่ำล้วนควรนิยม
เสร็จชมบารเมศจอมฉัฏ-ฐรัชแฮ
จะกล่าวชาดกอรรถ-ออกอ้าง
จุลธนุคคหะจัดพจน์แจก แจงนา
กลอนลิลิตสฤษดิ์สร้างสืบเชื้อเชิงกวี ฯ
ร่าย

เบื้องบรรพ์มีราชา นครพาราณสี มีพระนามนิยม พรหมทัตขัตติยะนาถ เสวยราชย์สมบัติ กาสีรัฐเจริญสุข ทุกนิคมคามสถาน กาลนั้นพระโพธิสัตว์ อุบัติเป็นโกสีย์ ยังมีหนึ่งมาณพ ปรารภเรียนวิทยา ลาบิดามารดร จรเท้าทางพนาเวศ ลุบุเรศตักกะศิลา สู่ทิศาปาโมกข์ กอปรประโยคพยายาม ตามอุปนิสัยสามารถ สืบศิลปศาสตร์ร่ำเรียน เพียรชอบรอบรู้จริง วิชายิงธนูแม่น แกว่นแกล้วกล้าปรากฏ นามกำหนดโดยคุณ จุลธนุคคหะบัณฑิต วันหนึ่งคิดคำนึง ถึงบิตุมาตา ผู้ชราภาพแล้ว ควรเพื่อจักเมื้อแคล้ว คลาดคล้อยคืนสถาน เดิมนา ฯ

โคลง ๒
ลาอาจารย์บอกแจ้งท่านย่อมสุดกล่าวแย้ง
เหตุห้ามตามใจเขานา
โคลง ๓
ทันใดท่านดำริตริว่ามาณพนี้
อันศิษย์เราแต่กี้ก่อนไซร้ ไป่เทียม เขาเลย
รู้ยิ่งเยี่ยมศิลปศาสตร์สามารถ ทราบหมดได้
ควรตอบความชอบให้บุตรน้อยรางวัล เขานอ
พลันปลงเปรมปรารภแก่มาณพ หนุ่มนั้น
สัมฤทธิ์สมรสหมั้นหมดข้อกังขา ฯ
โคลง ๔
ปราโมทย์ใครไป่แม้นมาณพ นั้นแล
ขอบจิตอาจารย์จบหัตถ์ไหว้
รับมอบชอบเคารพรีบจัด การแฮ
เพื่อจะเดินทางให้เสร็จพร้อมพลันนา
ลาอาจารย์ทั้งคู่เขาสอง
ธ ประสิทธิ์พรผองผ่องแผ้ว
สามีภริยาครองรักใคร่ กันเทอญ
เสร็จต่างอำลาแล้วลับลี้ลีลา
ร่าย

หลายราตรีทิวา สองภรรดาทาระ ดำเนิน ณ ดงดอน โดยสีขรเขตทุ่ง มุ่งลัดเลาะละเมาะไม้ ได้ลำบากลำบน ทนทุกข์ยากกรากกรำ ข้ามลำธารห้วยโตรก หินชะโงกเงื้อมง้ำ น้ำเนื่องพรรณผลไม้ ในป่าได้เป็นภักษ์ พำนักนอนกลางดิน ยินแต่เสียงส่ำสัตว์ เป็นเพื่อนพนัสยามยาก ตรากลมตรำน้ำค้าง เท้าสองข้างพุพอง ระบมหนองโลหิต ไต่เต้าติดตามกัน บรรลุถึงป่าเปลี่ยว คชหนึ่งเที่ยวดุ่มเดิน บังเอิญมาพานพบ มาณพกับภรรยา แล่นไล่ถลาแปร๋แปร๋น ทะลึ่งโลดโดยโกรธแค้น เคียดร้องคำรณ อยู่นา ฯ

โคลง ๒
มาณพยลเหตุนั้นบ ห่อนนึกหนีขยั้น
หยุดสู้ธนูศรแผลงนา
ถูกกุญชรชีพม้วยล้มอยู่ที่นั้นด้วย
พิษร้อนศรผลาญ 
เสร็จสังหารคชร้ายเข้าคู่ผัวเมียผ้าย
มรรคพ้นผายผัน 
ร่าย

หลายวันลุดงซึ่ง โจรพวกหนึ่งสำนัก พรรคพวกห้าสิบคน แต่ละตนใจฉกรรจ์ ฟันฆ่าคนเดินทาง วางวิ่งชิงสมบัติ มากสมรรถมือผจญ ชนพากันแสยงสยอน บางหมู่จรมาพบ ประสบสองเมียผัว เขากลัวขานกล่าวห้าม มาณพไป่ครั่นคร้าม ด่วนด้นดลสถาน โจรแล ฯ

โคลง ๓
ยลบริวารวนะโจรทมิฬโมนกาจแกล้ว
รายแทบริมทางแคล้วฆ่าเนื้อเถือกิน กันนา
ผินพักตร์พอบรรสพนายมาณพหนุ่มน้อย
สองกับภริยาคล้อยสู่เงื้อมมือเขา
อาภรณ์เพราพราวกายราคาหลายเลิศล้น
โลภจิตคิดใคร่ปล้นแกล่กลุ้มรุมโผน ชิงนา
โคลง ๔
นายโจรตระหนักแจ้งใจพินิจ
ประจักษ์ลักษณะพิศเพ่งรู้
ห้ามพวกอย่าพึงคิดพิฆาต เขาเลย
เชื่อแน่บุรุษผู้เผ่าฉะนี้ดีครัน
ปรารมภ์มั่นรู้แม่นมาณพ คะนึงนา
โจรไป่รอนราญรบรุกเร้า
คงเกรงเครื่องมือครบครันครั่น คร้ามแฮ
ควรจักขอเนื้อเจ้าพวกนี้ลองดู
สูเอยให้เนื้อย่างแก่เรา หน่อยรา
ไม้หนึ่งพอบรรเทาที่ข้า
หิวโหยประทังเอาบุญเถิด สูเอย
แน่ะแม้อย่านิ่งช้ารับเนื้อมาเทอญ
เชิญเถิดท่านอยากด้วยเดินทาง ไกลนา
หัวหน้าโจรตอบพลางส่งซั้น
ให้เนื้อย่างแก่นางไม้หนึ่ง
ฝ่ายพวกบริวารนั้นนึกแค้นใจเคือง
เปลืองเปล่าประโยชน์ได้เยียใด
เนื้อสุกให้ทำไมหมดสิ้น
เนื้อดิบจุ่งเอาไปเป็นภักษ์ ภุญชน์เทอญ
นี่แน่ะ นางหนึ่งชิ้นเชือดให้เอาบุญ ฯ
ร่าย 

จุลธนุคคหะบัณฑิต จิตโกรธกล่าวท้าทาย พวกเจ้าหมายอย่างไร ไยจึ่งดูแคลนเรา เห็นว่าเขลาหรือขลาด บังอาจลบหลู่ได้ ไว้วางตัวเกินเหตุ หมดความเมตตาจิต ไป่คิดตอบอารี ขอโดยดีควรเอื้อ นี่กลับแกล้งให้เนื้อ ดิบฉะนี้ดีไฉน ฯ

เหล่าโครไพรใจเดือด ไป่หายเหือดโทสะ กล่าวประกาศแก่กัน บรรดาเราทั้งหลาย ชื่อว่าชายใช่หญิง จริงในการประจัญ ชายเหมือนกันกลัวไฉน ใครอื่นยัง บ่ เคย กล่าวเกินเลยลบคม หลู่คารมข่มเรา ยอมฤๅเขาบังอาจ ชวนวิวาทด่าว่า พวกเราอย่าลดมือ ฮือเข้าช่วงชิงทรัพย์ เฮเข้าจับฟันฆ่า พล่าชีวิตผัวเสีย แล้วพาเมียมันไป นิ่งไยนั่งอยู่ช้า จงช่วยกันเถิดฮา ฮะเฮ้ยพวกเรา ฯ

โคลง ๒
เหล่าโจรพรูพรั่งพร้อมฉุกละหุกลุกล้อม
ไล่เลี้ยวพัลวัน 
รายกันเรียงรอบกั้นอาวุธครบมือมั่น
มุ่งจ้องหมายประจญ 
โรมรญรุกรบเร้าขับหมวดคุมหมู่เข้า
เข่นเขี้ยวแข็งขัน 
โคลง ๓
โจนโจมฟันฉาดฉับมาณพรับ ต่อแย้ง
ป้องปัดวัดเหวี่ยงแว้งไป่ต้องกายตน
ยลแกล้วกล้าสามารถโจรมิอาจชิดใกล้
ส่งดาบที่มือให้นิ่มเนื้อนวลนาง
โคลง ๔
พลางหยิบธนูพาดแหล้งเล็งหมาย
มือแม่นยิงโจรตายแตกม้วย
รวมสี่สิบเก้านายวินาศ ชีพนา
ยังแต่นายโจรด้วยสุดสิ้นลูกธนู
นับดูได้ห้าสิบสอดประจุ แหล้งนา
แต่หากยิชคชดุหนึ่งแล้ว
ยิงโจรลูกสมุนมุ-ทะลุมอด มรณ์นอ
หมายหมดลูกธนูแกล้วจิตกล้าราวี
ตีโจรตัวโจกล้มลงกับ ดินแล
เหยียบอกขู่สำทับสั่งถ้อย
แม่เอยแม่งามสรรพดาบส่ง พี่เทอญ
จักฆ่าโจรให้คล้อยชีพแคล้วบรรลัย ฯ
ร่าย 

หญิงจัญไรใจร้าย แลนา คิดยักย้ายวิปริต แลนา ผิดนอกใจสามี แลนา ยินดีรักนายโจร แลนา จิตเอนโอนหมดอาย แลนา หมายให้โจรฟันฆ่า แลนา พล่าชีพผัวตัวม้วย แลนา แล้วไปด้วยกับชู้ แลนา ผู้เป็นนายโจรไพร แลนา ทันใดจึ่งส่งดาบ แลนา โดยจิตบาปหยาบนัก แลนา

ทางฝักให้สามี แลนา โจรได้ทีจับด้าม แลนา บ่ ครั่นคร้ามชักปราด แลนา ฟันฟาดลงตรงคอ แลนา เต็มพอแรงแห่งหัตถ์ แลนา ตาวคมตัดคอชาย แลนา นายมาณพน้อยบุญ แลนา ศีรษะผลุนผลันพราก แลนา จากคีวะกระเด็น แลนา เลือดกระเซ็นซ่านล้า อนิจอาตม์อนาถอ้า อนัตโอ้อาสัญ ฯ

โคลง ๒
เหิมหรรษ์ปีติตื้นหัวหน้าโจรชื่นชื้น
แช่มช้อยชูใจยิ่งนา
รอดบรรลัยเพราะน้องบุญประสบพบพ้อง
พี่นี้ขอถามหน่อยเทอญ
ตระกูลนามแน่งน้อยวานแม่ จุ่งตอบถ้อย
ถิ่นบ้านสถานใดแม่เอย
ไยจึงมากับเจ้ามาณพหนุ่มน้อยเข้า
เขตแคว้นแดนไพรนี้นอ ฯ
โคลง ๔
ไปแห่งไรร้องชั่งเชิญแถลง
วานอย่าอางขนางแหนงนะน้อง
บอกเถิดไป่ควรแคลงคลางกริ่ง เกรงเลย
เรียมรอดปลอดชีพต้องตอบบ้างบุญคุณ
การุญเช่นนั้นก็ควรนัก แล้วพี่
บ่ คิดฆ่าข้าจักบอกแจ้ง
ขอเป็นที่พิงพักภายภาค หน้าเทอญ
พี่อย่ารังเกียจแกล้งเกลียดไร้อารี
น้องบุตรีท่านผู้ทิศาปา-โมกข์นา
สำนักตักกะศิลามา-ณพนี้
เนาเรียนวิชาสามารถทราบ เสร็จแฮ
เสมอท่านบิดาชี้ช่วยซั้นสรรสอน
บิดรจึ่งยกน้องเป็นราง-วัลนา
ข้อยสุดขืนขัดขวางท่านแท้
วันนี้ที่เดินทางโดยถิ่น ท่านแล
เพื่อกลับบ้านเขาแล้เล่านี้ตามจริง
น้องหญิงอย่ากริ่งข้องคิดสง สัยเลย
พี่ทราบความจำนงจิตน้อง
ส่งด้ามดาบโดยจงใจฆ่า เขาฤๅ
คงถูกดั่งพี่พร้องเพราะฉะนั้นพรั่นไฉน
ไปกับพี่เถิดน้องนวลพธู
พี่รักจักเลี้ยงดูไป่ทิ้ง
เป็นสุขสบายชูชมนิ-รันดร์นา
ใช่พูดกลับกลอกกลิ้งกล่าวด้วย ใจตรง ฯ
ร่าย 

ต่างตกลงปรองดอง ทั้งสองพากันไป นายโจรไพรดำริ ตริว่าผู้หญิงผู้นี้ ใช่กี้ใช่การเรา เอาไปไป่เป็นผล สามีตนยังฆ่า หากว่าเป็นชายอื่น จิตเหิมหื่นรักเขา คงฆ่าเราแม่นแท้ คิดเกี่ยงแก้เกียจกัน ทอดทิ้งมันเสียเถิด ประเสริฐกว่าพาไป หญิงจัญไรเช่นนี้ ใครพบควรหลบลี้ หลีกให้ไกลตา ฯ

โคลง ๒
พามาถึงแม่น้ำตื้นแต่ดูลึกล้ำ
กล่าวเลี้ยวหลอกลวง 
ดวงใจผู้คู่สร้างมองแม่น้ำใหญ่กว้าง
ลึกทั้งกุมภีร์ดุนา
ไม่มีแพพ่วงข้ามพี่นึกรู้สึกคร้าม
แม่น้องทำไฉนเล่านอ ฯ
โคลง ๓
นางขานไขตอบคำไยจึ่งทำจิตท้อ
ความคิดน้องหนึ่งข้อบ่ ข้องขัดเลย
พี่เอยเอาอาวรณ์ข้ามสาคร ฟากโน้น
วางพักยังฝั่งโพ้นผ่อนข้ามคืนมา
พาน้องว่ายข้ามฟากโดยเร็วจากที่นี้
อย่าปลีกหลีกเลี่ยงลี้ละทิ้งกลางทาง เล่านา
โคลง ๔
ว่าพลางนางเปลื้องเครื่องประดับ
ทุกสิ่งทั้งสิ้นสรรพส่งให้
นายโจรรีบเร็วรับรวบห่อ รวมแฮ
โดยจิตยินดีได้ทรัพย์พร้อมโดยประสงค์
ลงสู่สาคระแสร้งเสกล ลวงนอ
ทำเช่นกับว่ายชลเชี่ยวล้ำ
ตะเกียกตะกายทุรนทุรายเล่ห์ ลึกแล
ลุล่วงยังฝั่งน้ำฟากโน้นดังหวัง
เหลียวหลังมาเยาะยิ้มไยไพ
แสดงท่าจะคลาไคลคลาดคล้อย
นางเพรียกเรียกร้องใยรออยู่ เล่าพี่
รีบกลับมารับน้องน้อยอย่าช้าเชือนเฉย
พี่เอยเครื่องประดับทั้งปวงใน ห่อนอ
พี่ก็นำข้ามไปหมดแล้ว
มามาเถิดไวไวหน่อยพี่ นาพี่
กู่ก้องอยู่แจ้วแจ้วจะไจ้ใจความ
โจรตอบตามตัดพ้อพูดหลัก แหลมนา
อ้า แม่ผู้เจริญพักตร์ฝ่ายข้า
ใช่ผู้ที่เจ้าจักควรนับ ถือนอ
โดยพึ่งได้พบหน้าก่อนนั้นฤๅเคย
ชมเชยชิดชื่นแม้เพียงขณะ หนึ่งนา
เพราะเหตุไรเจ้าจะนอบน้อม
นับถือเทียบเช่นกะผัวก่อน เจ้าฤๅ
อย่าพูดหวานหว่านล้อมไป่ต้องการฟัง
ผัวเจ้ายังฆ่าได้โดยใจ ชั่วนา
ผิว่าเราพาไปปะพ้อง
พบชายหนึ่งหนุ่มใดคงดั่ง นี้นอ
อาจพิฆาตเราบ่ข้องขัดแท้ทีเดียว
คอยเหลียวหาผู้หึ่งพักอีก เทอญแม่
แต่ว่าเราขอปลีกปละเปลื้อง
นายโจรกล่าวพลางหลีกพลันล่วง
ลัดเลาะเหยาะย่างเยื้องยาตร์เข้าไพรสาณฑ์
ร่าย 

หญิงพาลอยู่ผู้เดียว เหลียวหาใครไป่เห็น จักมาเป็นที่พึ่ง ถึงซึ่งความพินาศ ปราศจากผัวจากชู้ เพราะเป็นผู้เลวทราม ความปรารถนาเกินส่วน น้ำจิตควรรวนเร โลภโลเลเหลือล้น พ้นพากย์พรรณาได้ นั่งร้องไห้โหยหา น้ำตานองเนตรชุ่ม อยู่ยังพุ่มตะไคร่น้ำ อกระบมบ่มช้ำ ชอกน้อยใจทวี ฯ

โคลง ๔
สุชัมบดีเทเวศร์ไท้โพธิสัตว์
เล็งทิพเนตรทราบชัดจึ่งท้าว
ทรงดำริกิจวัตรหวังเสด็จ
ไปเพื่อบริภาษน้าวหน่วงพ้อพอละอาย
บรรยายเทวราชเจ้าจัดทรง
สั่งเทพบุตรธำรงฤทธิ์กล้า
ปัญจสีขรองค์มาตะ ลีแล
ตามเสด็จหยุดณหล้าแหล่งใกล้ชลธี ฯ
โคลง ๒
มีโองการโปรดให้ปัญจสีขรเทพไท้
เพศเพี้ยนจำแลง 
เป็นนกแรงเรี่ยวแท้ฝ่ายเทพมาตลีแล้
กลับแกล้งเป็นปลา 
สัตว์สิงคาละไซร้สมเด็จอมเรนทร์ไท้
ธแสร้งแปลงสรรพ์ ฯ 
ร่าย 

เสร็จเบือนผันเบี่ยงเพศ อมเรศร์สิงคาลแปลง สำแดงกายสภาพ คาบก้อนเนื้อดำเนิน เดินสู่นางโดยด่วน ส่วนมัสยามาตลี แสดงอินทรีย์แล่นโลด โดดขึ้นจากนที โกสียสิงคาลเห็น ทำเป็นคายเนื้อพลัน หันเข้าคาบมัจฉา ปลาโดดน้ำดำหนี ทันทีจึ่งปักษิณ บินลงจากอากาศ ผาดผันคาบก้อนเนื้อ พาบินเมื้อลับไป ท้าวสหัสนัยน์จิ้งจอก ย้อนยอกยอบหมอบกาย เสียดายเนื้อแลปลา ทำกิริยาหงอยเหงา หน้าซบเซาเศร้าจิต เพ่งพิศกอตะไคร่น้ำ โศกยิ่งโศกเหลือล้ำ ล่อให้แลเห็น ฯ

โคลง ๒
เป็นน่าขันยิ่งแล้จิ้งจอกโง่เง่าแท้
ดั่งนี้นางคะนึง 
ปรารถนารึงเร้าโลภมากลาภหายเศร้า
โศกน้อยใจตัว 
ชวนหัวเราะเยาะเย้าขันยิ่งขันจริงเจ้า
อดเนื้อแลปลาเสพย์นอ
สิงคาละสดับถ้อยกล่าวตอบนางแน่งน้อย
เสนาะน้ำคำเสนอ 
โคลง ๔
โอหนอ เออที่นี้นึกขำ ขันนา
มิใช่สถานนครรำขับร้อง
ใครหนานี่มาทำเพลงสนุก สนานนา
เสนาะศัพท์จับใจพร้องเพราะพริ้งจริงหนอ
อ่อ อ้อ แม่ผู้เพ็ญพักตร์
รูปร่างสำอางนักแน่งน้อย
เราสนเท่ห์ขอทักถามหน่อย เถิดนา
เหตุที่หัวเราะข้อยประโยชน์ข้อใดมี
ไฉนนี่สุนัขจิ้งจอกพาล
มิใช่กิจใช่การเกี่ยวเจ้า
เอ็งสิสัตว์ซมซานเซอะโง่ งมเฮย
ไยไม่นิ่งซบเซ้าเสือกหน้ามาถาม
ปัญญาความคิดน้อยนักหนา
จึงอดเสพย์เนื้อปลาเปล่าสิ้น
สันดานโลภเจตนานึกน่า อายนอ
ลาภขาดปราศคุณชิ้นชาติเจ้าเขลาจริง
คิดยิ่งขันนักแฮ้เหตุคน เรานอ
โทษท่านผู้อื่นยลหยิบอ้าง
ได้โดยง่ายดายจนจบเรื่อง ราวแฮ
พูดไป่มีติดค้างขุดคุ้ยคุยขยาย
ฝ่ายโทษตนนั้นสิแสนสา หัสเฮย
เห็นยากหากผลปรา-กฏได้
ปกปิดมิดชิดหาเหตุห่อน แสดงแฮ
เหมือนเช่นกับหล่อนไซร้เสื่อมทั้งสองสถาน
ตรองการณ์ลึกแล้วหล่อนแลเรา
เหตุที่ต้องซบเซาโศกฉะนี้
โทษสองฝ่ายคิดเขาเปรียบชั่ง ดูเทอญ
น้ำหนักหน้าเขาชี้ชัดให้แลเห็น
หล่อนเป็นผู้เสื่อมสิ้นจากสา มีแล
ยังมิหนำซ้ำมาม่ายชู้
นั่งเศร้าเจ่าจุกหาหนแห่ง พึ่งแฮ
คิดว่าเขาไม่รู้เรื่องร้ายตนฤๅ
คือหล่อนทำให้หล่อนลำเค็ญ เองแล
ยากยิ่งสิ่งที่เย็นว่าร้อน
กงจักรไฉนเห็นเป็นดอก บัวแม่
หล่อนอย่าเหมาเราข้อนทุกข้อความจริง
ร่าย 

โดยคำสิงคาลกล่าว ผะผ่าวจิตหญิงพาล สิ้นโวหารจักแก้ แพ้สุนัขจิ้งจอก ชอกช้ำจิตคิดอาย แสนเสียดายกายตน เป็นมลทินโทษร้าย สุดยักย้ายบ่ายเบี่ยง เกี่ยงแก้แปรคืนดี มีคำปราชญ์เบาราณ ท่านกล่าวขานตักเตือน เหมือนเพชรงามครามครัน สดสีสรรน้ำนวล ควรราคาค่ายิ่ง เป็นสิ่งของเขานิยม ชมกันทั่วทุกผู้ หากเขารู้รอยสลาย ร่อยร้าวรายร่องสลัว มัวพร่างพร่าราคี มีราคาหย่อนเยา ผู้ซื้อเขารังเกียจ เกลียด บ่ อยากต้องกา เห็นปานฉะนี้ฉันใด ในหมู่สตรีมวล ควรยลอย่างนางนี้ ชี้ให้เห็นฉันนั้น ครั้นรู้สึกตนสิ เหลือดำริตริแก้ ก็ดุจเพชรร้าวแล้ จักให้คืนดี ได้ฤๅ ฯ

โคลง ๒
แสนบัดสียิ่งล้ำอกระบมบ่มช้ำ
ชอกน้อยใจนาง 
พลางร้องไห้เกลือกกลิ้งกล่าวตอบสุนัขจิ้ง-
จอกท้าวโกสีย์ 
โคลง ๓
ข้ามีความรู้สึกนึกเห็นโทษที่อ้าง
ทุกสิ่งทั้งสิ้นข้างท่านได้แสดงมา
สารภาพรับผิดในคำใดท่านกล่าวแล้ว
คำเหล่านั้นไม่แคล้วคลาดล้วนเป็นจริง
ประวิงหวังพะวงจำนงใจแน่นแฟ้น
ไป่จะทำข้อแค้นขุ่นข้องราศี
ได้สามีอื่นอีกมิขอปลีกปลดเปลื้อง
ความรักบ่ ยักเยื้องอย่างนี้สืบไป
จักอยู่ในถ้อยคำอำนาจผัวแน่แท้
จึงดั่งข้าว่าแล้ประพฤติล้วนควรการณ์
โคลง ๔
ฟังสารสุนัขจิ้ง-จอกหัว เราะฮา
ใครจักเชื่อใจรัวแต่นี้
จิตหญิงที่เมามัวมักมาก
เหมือนเช่นภาษิตชี้ชัดแท้แปลไข
ผู้ใดสามารถน้อมนำไป
ซึ่งภาชนะดินใจชอบแล้ว
ผู้นั้นก็เร็วไวหวังจัก-
พาภาชน์สำริดแคล้วคลาดได้โดยพลัน
ฉันใดความชั่วล้วนลามก
ที่หล่อนทำแล้วยกอย่างนี้
ต่อไปก็คงตกลงดุจ เดิมแล
จะประพฤติดั่งกี้ก่อนแท้เราทาย ฯ
ร่าย 

บรรยายเย้ยหยันเยาะ ข้อนขอดเคาะขานคำ ทำอิสตรีนั้นให้ ได้รับความอับอาย ปรายเปรยปริภาษเสร็จ สมเด็จไท้เทวินทร์ อมรินทราธิราช เหินเวหาส บ่ หึง สู่ดาวดึงส์พิภพ เลอแหล่งลพเทวะโลก โศกเศร้าจิตหญิงพาล ผู้เดียวดาลทุเรศ เหตุเมามัวชั่วชาติ ประวิงหวาดประหวั่นว้า ถวิลโอ้เทวษอ้า อกเพี้ยงพังลาน แลนา ฯ

โคลง ๔
นิทานชักนิทัสนชี้ชาดก
นิบาตแจ้งณเบญจกแจกอ้าง
นิยมหยิบนิยายยกยลเยี่ยง หญิงเทอญ
นิเทศส่ำนิโทษสร้างสืบเชื้อกวีชาย

นายชิต บุรทัตผู้ผูกพจน์ เดาแต่งดูตามบทแบบอ้าง แปลเขียนเปลี่ยนคำมคธคิดคัด คงพลาดขาดพลั้งบ้างบอกให้อภัยทัณฑ์ สรรสฤษดิ์ลิขิตไว้หวังผล อ่านเล่นเห็นแยบยลเยี่ยงบ้าง พอเกลากล่อมกมลมาโนช เพ่งประโยชน์ บ่ ร้างบ่ ไร้คงมี เป็นศรีสวัสดิ์สร้อยศุภลักษณ์ แห่งคณะพธุชักเชิดชี้ รู้ไว้ใช่ว่าจักเทินบ่า แบกนา เก็บเลือกเปลือกกะพี้เพื่อทิ้งเทไป ใดเป็นประโยชน์เกื้อแก่นสาร หากคิดเห็นควรการเก็บไว้ เพื่อประดับดวงมาลย์สมรแม่ แลแม่ สิ่งชั่วเกรงแกล่ใกล้เกลือกกลั้วกลัวขาม เพชรจะงามที่แท้เรือนทอง รับนา จึ่งประเทืองเรืองรองอร่ามได้ สตรีรูปงามผองพอจัก พอฤๅ ประพฤติดี บ่ ไร้โลกรู้งามเจริญ เชิญอนงค์อนุชเอื้ออาทร ตามสาสน์บุราณสอนสืบไว้ ความดีจะพาขจรขจายชื่อ โฉมนา หอมยิ่งหอมดอกไม้ไม่แม้นเหมือนเสมอ ร่าย

สารเสนอสาส์นสนอง บทละบองแบบละเบง แลชเลงลักษณ์เฉลย พจน์พิเปรยพากย์ภิปราย อธิบายอรรถบท แจงจรดจดจรุง เพื่อพยุงผลภิโย ชเอมโอชะอรโอษฐ์ เห็นประโยชน์หากประหยัด นิพัธสุขนิพันธ์โสตถิ์ ประลาตโทษประลัยทุกข์ นิราศขุกนิรเข็ญ จรัสเพ็ญจรูญพูน ชูตระกูลเชิดตระการ ลิลิตสารลิสาสสร้อย ประมาณถ้วนประมวลถ้อย สฤษดิ์สิ้นสรุปเสริม โสตถิ์เทอญฯ

พ.ศ. ๒๔๗๑

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ที่นี่ค่ะ