นิราศนครราชสีมา

ศรีสุขทุกวันคืน พรุ่งมะรืนนิจนิรันดร์ อันพระเจ้าพระองค์ ทรงอนุญาตชีวิต พวกเราสถิตในโลก โชคดีได้เพียงไร เพียงนั้นใจและกาย พึงสบสบายอย่างร้าง ล้างภัยพาลราญเข็ญ เป็นดุจหมายทั้งหมด เถอะรสชาดศรีกรุง ชาวคณะปรุงไม่จืด ยืดยาวก้าวดำเนิน เดินอย่างฟรีถี่เร้า รีบออกหน้าเพื่อนเข้า เขตแคว้นความเจริญ

ยอเยินเพลินพล่ามให้พรนัว นุงนอ
ล้วนพูดเข้ากับตัวเท่านั้น
ขึ้นต้นอย่างอื่นกลัวเกรงจัก
คิดไม่ออกอัดอั้นอึดตื้อตันสมอง
จบแล้วตรองแต่งได้สะดวกดี ขึ้นนา
พวกระจิตการีทุกผู้
ถือกันว่าขลังมีคุณมาก
แต่ท่านต้องการรู้เรื่องแล้วเหลือแสดง
เสร็จแจงแจกสี่เบี้ยบรรยาย
ดูค่อยหายใจสบายหน่อยแล้ว
เริ่มเรื่องนิราศขยายยามเมื่อ เรียมฤๅ
จำจากหวานใจแคล้วคลาดน้องนานไกล
กระไรเวรกรรมก่อสร้างเสียจริง เจียวนอ
พระเคราะห์องค์ไหนสิงส่งให้
แต่โศกวิโยคชิงชังฉุด
โอกาสสุขเสียได้ดั่งนี้ดีไฉน
ไปทั่วโลกแล้วเสร็จกิจมี ก่อนแล
กลับไม่ทันไรดีธุระห้อม
ท่านผู้ประธานศรี-กรุงโหวด
ที่ประชุมเห็นพร้อมพรั่งนิ้วชูประดัง
คำสั่งแอ็บสลุตแท้เหลือทน เทียวพ่อ
บังคับ “แมวคราว” จนจิตล้ำ
สั่งไปเพื่อเป็นคนจัดกิจ การนา
ออฟฟิศริมแม่น้ำใหญ่นั้น นามโขง
กิจชักโยงให้พวกลาวคน ป่าแล
แถบอุดรอุบลเหล่านั้น
ทั่วแขวงเขตมณฑลคามนิ คมนา
บอกข่าวศรีกรุงคั้นคาดซื้อเร็วไว
จำใจจากเจ้าช่อยัสมิน แม่เอย
ความโศกกำสรดถวิลเหว่ว้า
มีสักเท่าไรชินหูท่าน แล้วนา
ไม่อยากกล่าวให้ช้าชักฟุ้งฟังอิม
สั่งจุ๋มจิ๋มเรียบแล้วเรียมลา
ฝ่าจิตฝืนจากมามุ่งเต้า
เร็วด่วนสู่สถา-นีรถ ไฟแฮ
รีบเร่งซื้อตั๋วเข้านั่งเอ้เตขรึม
พำพึมซึมเซื่องเพ้อภาวนา
สะกดจิตแต่ตาตื่นจ้อง
ขืนใจมิให้คลาคลายกลับ บ้านเลย
สละสลัดละน้องเสน่ห์เร้าฤๅหาย
อ๋าย? ห้ามไม่หยุดแล้วเลยตาม เลยวา
มันจะนึกเหลวตามเลื่อนเปื้อน
ช่างเถิดแต่พยายามอย่าปล่อย นักพ่อ
พลางลุกเขยิบเขยื้อนขยับแข้งแลชม
สตีมระดมรถเปิดอ้าวออกหวิว อกเวย
หนีทุ่งนาทิวริวเรื่อยเจื้อย
ทิ้งกรุงเทพฯ เฉื่อยฉิวชวนทัศ-นานา
ดูประดุจงูเลื้อยแล่นเร้าเร็วตะบึง
ปรึงปรึงเสียงเครื่องก้องกบหู
คลอกับในอกตูถี่เต้น
ตึกตักขลุกขลักดูแดหวาด
ชีพจะดับฤๅเร้นรอดม้วยคงคืน
เรียมยืนตรงหน้าต่างตามอง
ภูมิประเทศทั้งผองผ่านคล้อย
แทบทุกถิ่นจินต์จองจดจ่อ
อยู่แต่ยอดรักละห้อยละเหี่ยว้าหวิวหวาม
ถึง “สามเสน” ให้นึกคะนึงนาม เดิมนอ
เขาเรียกสามแสนความสับไขว้
คิดเกรงกริ่งกลัวทรามสวาทพี่ แลแม่
จิตจักเปลี่ยนแปรได้ดั่งนั้นเจียวฤๅ
“บางซื่อ” บรรลุแล้วแลนึก ใหม่นา
คงไม่เป็นเช่นตรึกตริไว้
บางซื่อชื่อก็ลึกลับอยู่
ช่วยสะกิดจิตหล่อนให้ซื่อแท้ตรงเรียม
กมลเกรียมรถเนื่องบ้านนาม “บาง-เขน” นา
คิดคู่เขนเชิดพลางนึกพร้อง
เขนคู่น่าอางขนางหนังปรุ
ปราศซึ่งวิญญาณข้องขัดโอ้ควรอาย
เรียงรายสเตชั่นคล้อยคลาดล
“หลักสี่” พี่ยังฉงนเงื่อนนี้
สัตย์, สุจริต, กังวล-เสน่ห์, รัก, พี่ฤๅ
สี่หลักหล่อนจักปลี้-ปลีกทิ้งจริงเจียว?
สักประเดี๋ยวดั้นดึ่ง“ดอนเมือง”
ลุ่มไม่ช้าน่าเคืองขุ่นแค้น
กลับขึ้นสู่ดอนเปลืองคิดเปล่า
หล่อมมิลุ่มดอนแม้นเล่ห์ละม้ายดอนเมือง
ละชำเลืองไม่ช้ามาฉิว
ถึง “หลักหก” หวนหวิววุ่นว้าง
หกหลักปักเป็นทิวบนอก พี่เอย
แน่นบ่เท่ารักร้างตอกรึ้งตรึงตรา
มา “คลองรังสฤษดิ์” ยั้งหยุดรถ
คลองรัฐบาลกำหนดแต่งไว้
เอกโฉมแม่ปรากฏงามยิ่ง
เทพหากรังสฤษดิ์ให้พี่เคลิ้มใหลหลง
ตรงต่อไปถิ่นชี้นาม “เชียง-ราก” แฮ
รากแห่งเมืองชื่อเสียงแปลกแท้
จักแน่นเท่าไรเพียงพลเทียบ
ราคโลกกลัวนิวาสแล้หลุดทึ้งถอนไฉน
บัดใจบรรลุอ้าง“บางปะอิน” นามนา
พระราชวังบดินทร์ดิลกหล้า
อินอินออกเสียงถวิลว่าลูก อินเอย
หวนนึกโฉมแม่น่าแน่งน้อยนวลอิน
“บ้านโพธิ์” มุนินทร์หน่อเนื้อชิเนนทร์ พระเอย
ประทับตรัสรู้เจนประจักษ์แจ้ง
รูปรสกลิ่นเสียงเบนเบือนตัด ขาดนอ
แต่พี่ไฉนจะแคล้วบ่วงคล้องคือกาม
ธานินทร์นามเพรียกพร้องเพรง “กรุง-เก่า” เฮย
เก่าบ่ห่อนใหม่คุงคู่หล้า
สมัญญานี่ควรพยุงหยั่งสติ ตรองแม่
ทิ้งเก่าเปลี่ยนใหม่อ้าอกโอ้อายเมือง
“บ้านม้า” เคืองแต่ม้าพาพระ รถแล
หนีแม่เมรีผละผลักได้
ใครเป็นพระรถจะนึกอย่าง ไรหนอ
เหตุเพราะม้าก่อให้ยุ่งแท้ดูขัน
“มาบพระจันทร์” ชื่อนี้ขวนคะนึง
จันทร์ส่งรัศมีถึงมาบห้วย
ตัวเรียมอยู่ไกลจึงจำฝาก
แสงแห่งไมตรีด้วยส่องให้สมรเห็น
“พระแก้ว” เช่นพระแก้วกับนาง แก้วนา
พระเอกนางเอกวางศัพท์ไว้
สมคู่อยู่ครองจางจืดเจื่อน รักฤๅ
พี่และหล่อนอย่าให้เหตุร้ายมาราญ
“บ้านภาชี” ม้าฤทธิ์พระรถ อีกฤๅ
มาสิอย่าทำพยศเยี่ยงโน้น
รับเรียมหน่อยจักทดแทนขอบ คุณพ่อ
พาสี่สู่น้องโพ้นเปล่าเพ้อฤๅมี
สถานีต่อเนื่องนั้นนาม “หนอง-กวย” นอ
คราวครุ่นวุ่นจิตตรองตรึกท้อ
ไหนหนอชื่อกวยมองมันไม่ มีเลย
ขันยิ่งปัญหาข้อคิดบ้านหนองกวย
รถแล่นชวยหยุดบ้านบอก “หนอง-แซง” นา
นึกเหตุให้เราลองสุขนี้
ธุระยุ่งมุ่งมาจองจงแทรก แซงพี่
เพื่ออกบ่มหนองชี้ชื่อบ้านหนองแซง
แรงสตีมพาแคล้วลุ“ตลาด” นาม บ้านเฮย
ชาวตลาดผ่านพี่ตามเหลือบคล้อย
หาไหนจะมีงามโฉมเช่น สมรแม่
เศษหนึ่งในส่วนร้อยยากแท้แลหา
“หนองสีดา” ชื่อตั้งเตือนจิต
นึกเรื่องรามเกียรติ์คิดคาดคั้น
ความงามแห่งหญิงผิดแผกอื่น ไปฤๅ
พวกยักษ์ตายศึกนั้นนับด้วยอสงขัย
ต่อไป “ป๊อกแป๊ก” บ้านหมายความ อะไรนอ
อย่างเยี่ยงแบบบ้านนามอย่างนี้
คู่ทุกข์ร่วมสุขความจริงจิต ไฉนนา
ควรบอกกันทราบชี้ชัดรู้เหตุผล
ดลสถานีใหญ่พร้อง“ปากเพรียว” ชื่อแฮ
รำลึกโฉมเพรียวเปรียวโปร่งพริ้ง
มือแม่อ่อนนิ้วเรียวกระทัดรัด รูปฤๅ
โอ๋ย? สะโอดสะองสอิ้งเฉิดชะอ้อนอ้อนอรเพรียว
ครู่เดียวบรรลุบ้าน“หนองบัว”
บัวแต่ชื่อพี่มัวเหม่อจ้อง
ถึงเห็นก็ยั่วหัวใจสั่น เปล่าแม่
ไม่ดั่งบัวคู่น้องนุ่มเนื้อควรถนอม
“แก่งคอย” ตรอมจิตว้าวังเวง
มาไม่คอยพบเกรงกริ่งขึ้น
สั่งหน่อยแก่งคอยเล็งแลหล่อน บ้างพ่อ
แม้แม่มาอย่าอึ้งโปรดอ้อนวอนคอย
คล้อยคลามาถิ่นถ้อย“ทับกวาง” เรียกแล
ใดทับกวางขัดขวางจะชี้
แต่ที่พี่เดินทางทนทุกข์
ทับอกพี่ครั้งนี้หนักแท้เต็มทน
ดล “หินลับ” ชื่อลับลึกกะไร หล่อนฤๅ
จักลับลมคมในแน่ฉะนั้น ?
เชื่อเถิดไม่อาจไปเป็นเช่น นั้นเลย
อย่าเพ่อแกล้งกลั่นปั้นป่วนน้ำเป็นตัว
“มวกเหล็ก” ยั่วหยั่งให้เห็นความ
ชายอื่นจะมาตามติดเกี้ยว
ใจเด็ดเหล็กเพชรงามเงื่อนใฝ่ ฝันแม่
ฝังมั่นใครจะเลี้ยวล่อเล้าโลมไฉน ?
ต่อไป “ปากช่อง” เข้าเขตดง ใหญ่แฮ
มิใช่รถไฟคงไม่เข้า
ปากช่องรกเรี้ยวพงทึบป่า เขานา
ช่องแห่งอันตรายเร้าดุร้ายเหลือสยอง
แคล่วคล่องคลาแล่นเจื้อยลุ “จัน-ทึก” เฮย
อกที่ทึกทักพลันสร้างลิ้น
ออกจากปากช่องอันพิลึกน่า กลัวนา
นับว่าเคราะห์ดีชิ้นหนึ่งพ้นคราเข็ญ
ขะมักเขม้นลุ “บ้านลาด-บัวขาว”
ไหนเล่าลาดบังยาวยืดสล้าง
ชูดอกออกฝังพราวพรางโผล่ น้ำฮา
งามยิ่งสระสวรรค์อ้างทีนี้มีหรือ
บ้านชื่อ “หนองน้ำขุ่น”คิดใน ใจนา
ขุ่นคล่ำบมิใสสักน้อย
น้ำขุ่นอาจแก้ไขขุ่นขาด ได้เฮย
ขุ่นวิตกในอกข้อยสุดข้นขังเสมอ
ผ่านเจอ “สีคิ้ว” แหล่งนามสถา นีแฮ
อา? พี่คิดคิ้วพงาเงื่อนล้ำ
ดำขลับรับขอบตาเตือนยั่ว ยวนพี่
ดกเก่งหาไหนก้ำกึ่งแม้นแทนทัน
บรรลุถึงบ้านชื่อ“สูงเนิน”
ใจพี่ลดต่ำเกินก่นเศร้า
ดูใดไป่เพลิดเพลินพลุ่งพล่าน จิตนา
สูงแต่เนินชื่อเย้ายั่วเย้ยยลแหนง
โดยแรงแล่นอ้าวถั่นถึง “กุฏ-จิก” แฮ
ลางหลากกระทบหยุดเยือกสะอื้น
กุฏเพื่อหากพี่สุดสูญชีพ ฝังฤๅ
คิดสลดอนาถตื้นวิตกซ้ำตันทรวง
ล่วงเข้า “โคกกรวด” แค้นเคืองเข็ญ
โคกก็ขึ้นยากเย็นอยู่แม้
มิหนำสิซ้ำเป็นพื้นกรวด อีกพ่อ
สองทุกข์ถมทับแท้พี่ท้อเหลือทน
ดล “ภูเขาลาด” แล้วเหลือทาย
ขึ้นนี่ยากเกือบตายแต่ถ้า
ลงลาดจะสบายเบาอย่าง ไรนอ
หวาดทุกข์สมทบคว้ารวบเร้ารุมรึง
ถับถึงโคราชสิ้นแสงสูริย์
ลาเหลี่ยมโลกยาตร์ยูรย่ำแล้ว
วิญญาณ์ยิ่งอาดูรแดโศก
ยินศัพท์จับโสตแจ้วเรียกเจื้อยฟังหวาน
ค่ำนานแล้วนี่แม้ทำไม
คุณช่างนอนขรึมไฉนป่านนี้
ลุกเถิดค่ะเชิญไปรับประ ทานเทอญ
สำรับเสร็จตะกี้อยู่ข้าจักหิว
หลิ่วตาตะลึงรู้สึกตัวลุก ขึ้นแฮ
มือจับป๊อกเก๊ตบุ๊คเพ่งค้าง
เออความคิดเราคลุกคละวุ่น จริงวา
คลั่งคิดผิดแปลกข้างพล่ามฟุ้งพูนฝัน
งานมันมากกลุ้มยุ่งเหยิงใน ใจนา
อ่านระยะทางรถไฟเท่านั้น
อยากจำก็ดูไปเพื่อติด ตาแฮ
นึกเรื่องนิราศฟั้นเลือกเฟ้นเอาความ
ตามจินต์กวีเก่าได้ดำเนิน แล้วเฮย
ดูชื่อสถานีเพลินพลอดจ้อ
สำนวนแบบเก่าเดินดุจท่าน แต่งแล
แต่มิใช่เลียนล้อริแล้วลองชิม ฯ

 

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ที่นี่ค่ะ