กกุฏวาณิชคำโคลง

แถลงเลศนิเทศพร้องเพรงนิทาน
ชาดกโดยดำนานเนติ์นี้
เป็นศุภคติสาส์นเชิญสดับ
ปรุงสติปัญญาชี้เชิดข้อคุณไข
สมัยกาลอดีตท้าวพรหมทัต
ครองพระราชสมบัติผ่านหล้า
พาราษสีรัฐนคเรศ ใหญ่แฮ
ปกเกศปวงไพร่ฟ้าเฟื่องแคว้นแดนดิน
ชินพงศ์สรรเพชญ์สร้อยโพธิสัตว์
ปางพระองค์อุบัติบุตรผู้
พาณิชตระกูลปฏิสนธิชาติ พระนา
นามว่าบัณฑิต[๑]รู้รอบค้าการขาย
มีสหายหนึ่งนั้นนามสฤษดิ์
เรียอติบัณฑิต[๒]เพื่อนได้
เป็นผู้ร่วมพาณิชการกับ ท่านแล
ร่วมทุกข์ร่วมยากไร้ร่วมทั้งทางไกล
เคยไปเป็นเพื่อนค้าขายภัณฑ์ ผองแฮ
ต่างรักโดยสมัครฉันท์ชอบเชื้อ
กำไรแบ่งปันกันตามมาก น้อยนา
กอบกิจวาณิชเกื้อประโยชน์เลี้ยงชีวา
เป็นมาอย่างนี้นิจนิรัน ดรนอ
พาณิชอติบัณ-ฑิตนั้น
นิสัยใฝ่อาธรรม์ฤๅเที่ยง ตรงเลย
ตั้งแต่คิดคาดคั้นคดแท้คอยที
มีทางโกงแล้วก็โกงที เดียวแล
ยังมิเหมาะช่องตีสนิทไว้
โพธิสัตว์ทราบคดีโดยผ่อน ปรนนา
จึงคบเพื่อนมาได้ยืดด้วยปัญญา
พาราณสิกผู้สองพา ณิชแล
เตรียมส่ำสินค้าสา-รพัดซื้อ
มากเล่มนับคณนาในหมู่ เกวียนแฮ
บรรทุกเทียบเพียบอื้ออีกทั้งเสบียงทาง
สองต่างพาพวกแคล้วคลาเกวียน ออกนา
สู่เทศเขตพาเหียรห่างคร้าน
มุ่งไปไม่จำเนียรจำหน่าย หมดนอ
รวมทรัพย์เสร็จกลับบ้านบ่ายหน้ามาถึง
๑๐ จึงแบ่งทุนต้นกับกำไร กันแฮ
อติบัณฑิตใจเจตน์จ้อง
หมายเอาเปรียบเกินไปปองโลภ เหลือแฮ
เห็นท่าไป่ขัดข้องคาดได้โดยคะนึง
๑๑ รำพึงเพื่อแย้งส่วนเอาสอง
ให้เพื่อนภาคหนึ่งมองมั่นได้
ด้านพูดอย่างคำของคนโหด พาลเฮย
ทรัพย์นี่สองส่วนให้แก่ข้าจึงควร
๑๒ ส่วนเดียวของท่านแท้ถูกธรรม์ นักนอ
ท่านชื่อบัณฑิตสมัญญ์เรียกร้อง
นามเราอติบัณ-ฑิตเหตุ นั้นนา
สองส่วนทรัพย์จำต้องตกข้าควรการณ์
๑๓ หน่อพิชิตมาร ตอบถ้อยทันใด
เออเพื่อนพูดอะไรเช่นนั้น
ธรรมเนียมที่ไหนใครบัญญัติ ไว้พ่อ
จึ่งเกี่ยงลำเอียงชั้นชื่อฉะนี้มีฤๅ
๑๔ ทุนหรือสินค้าแหละพาหนะ ก็ดี
ของท่านกับเราจะมากน้อย
เท่ากันก็ควรกะปันกึ่ง กันแล
ท่านแบ่งเอาสองข้อยหนึ่งได้เยียใด
๑๕ ทำไมไม่ถูกต้องพูดตาม เหตุนา
เพราะว่าสมญานามท่านนั้น
เรียกบัณฑิตโดยความหมายขีด คั่นฤๅ
เป็นชื่อสามัญนั้นต่ำทั้งยังเยาว์
๑๖ ฝ่ายเรามีชื่อตั้งอติบัณ ฑิตพ่อ
ดีกว่าท่านยืนยันอย่างนี้
ความยิ่งและหย่อนมันมีอยู่
สองส่วนควรเราชี้ชื่อนั้นเป็นประมาณ
๑๗ เป็นการขันท่านจ้อเจรจา ดีฤๅ
พูดง่ายฟังยากหนาเยี่ยงนี้
คนทั้งโลกเขาหาเห็นชอบ ด้วยเลย
แบบอย่างใครแต่กี้ก่อนนั้นมีไฉน
๑๘ อันวิสัยชื่อสิ้นสมมติ หมายนา
สูงต่ำจักกำหนดไม่ได้
อาศัยเพื่อความจดจำเรียก กันแล
ใช่เหตุสำคัญให้ยกขึ้นมาแสดง
๑๙ สองต่างแย้งต่างโต้ตอบความ
สองไป่ตกลงตามต่อสู้
สองเกิดทุ่มเถียงลามถึงทะเลาะ แล้วนา
สองแตกกับเหตุผู้หนึ่งนั้นอาธรรม์
๒๐ เป็นอันรำงับถ้อยไปที หนึ่งนา
สองต่างมีธุระมีเมื่อแล้ว
จักหาท่านผู้ปรี-ชาตัด สินแฮ
อติบัณฑิตแคล้วคลาดเข้าเรือนตน
๒๑ กังวลหวังเพื่อได้ดังหมาย
ตรองตรึกนึกเล่ห์หลายลึกล้ำ
เห็นช่องคล่องอุบายบทหนึ่ง
แน่จิตสมคิดก้ำเก่งแท้ทางโกง
๒๒ คุยโผงพูดเพ้อกับตัวเอง
ชิชะช่างเหมาะเหมงคิดแก้
คงชนะจะเกรงกลัวกริ่ง ใดฤๅ
บัณฑิตเพื่อนจักแพ้เพื่อนด้วยเชาวน์เรา
๒๓ เข้าไปหาแล้วบอกบิดา ตนนา
ทรัพย์ใหญ่จักมีมาแม่นแท้
ได้โดยสะดวกหาเห็นง่าย จริงเฮย
หากพ่อช่วยด้วยแล้ลาภนั้นพลันสม
๒๔ คนนิยมพฤกษ์ใหญ่โน้นนักหนา
ถือว่าศักดิ์สิทธิ์ปรา-กฏทั้ง
มีรุกขเทวดาสิงสถิต
ขนนบเคารพตั้งแต่เบื้องเบาราณ
๒๕ พฤกษ์สถานโน้นแหละโพรงมี ใหญ่แฮ
ปกปิดมิดชิดดีดั่งนั้น
พ่อจงซ่อนทำทีเหมือนเทพย์ รุกข์เทอญ
คอยอยู่ที่นั่นครันพวกข้ามาถึง
๒๖ จึงจักขอให้พ่อพินิจฉัย
ความแบ่งแห่งกำไรเรื่องนี้
ควรได้แก่ผู้ใดโดยส่วน ไฉนนา
แลพ่อก็จงชี้ชัดพร้องไปพลัน
๒๗ ใครนามบัณฑิตได้ส่วนปัน หนึ่งเฮย
คนชื่ออติบัณ-ฑิตแล้
ได้สองภาคโดยธรรม์ทางที่ ถูกพ่อ
พูดดั่งข้าสั่งแก้เกี่ยงแย้งคงยอม
๒๘ ด้วยความน้อมเทพท้อเทวทัณฑ์
บัณฑิตจำเป็นปันส่วนได้
เป็นสองเสร็จเพราะวัญ-จนะวากย์ แห่งพ่อ
ซ้อมสั่งกำชับให้ทราบสิ้นทุกประการ
๒๙ มาบ้านบัณฑิตผู้โพธิสัตว์
พลันบอกความตามนัดพ่อไว้
แน่ะท่านเรื่องเราขัดใจแห่ง กันแฮ
ต่างไม่ตกลงได้ดั่งนั้นฤๅควร
๓๐ จะมาชวนท่านให้ไปหา
พฤกษเทพยดาหนึ่งผู้
ศักดิ์สิทธิ์เดชสา-มารถบอก แบ่งแฮ
นั่นแหละเราจักรู้เรื่องนั้นเป็นไฉน
๓๑ เป็นไรไปเล่าถ้ายุติธรรม จริงแล
เราก็ต้องตามคำไป่ค้าน
จะสงบวิวาทสำ-เร็จเรื่อง ไปนา
ความยุ่งเป็นอย่างคร้านใคร่เปลื้องเร็วพลัน
๓๒ บัณฑิตพลางกล่าวแล้วครรไล
แต่จิตคิดสงสัยไม่สิ้น
พะวงเพื่อนคงใจคิดจัก โกงนอ
ดีก็ดีหากปลิ้นปลอกร้ายฤๅยอม
๓๓ สองพร้อมสู่ต้นพฤกษ์ไพรสถาน
ต่างก็นอบกายกรานกราบไหว้
กล่าวมูลคดีการณ์กลหะ ขึ้นแฮ
ขอจุ่งรุกขเทพไท้ท่านเกื้อกรุณา
๓๔ เทวดาปลอมผู้พ่อพาณิช โกงนา
ทำปรกติศัพท์ผิดแผกถ้อย
สองเจ้านี่ขัดจิตแตกจาก กันนอ
ด้วยเหตุนิดหนึ่งน้อยเท่านั้นอันมี
๓๕ เพียงนี้ก็เดือดร้อนถึงเรา ด้วยฤๅ
เจ้านับถือมาเคา-รพข้า
เถอะจะช่วยแบ่งเบาธุระแห่ง สูเฮย
ตามกิจเทวดาฮ้าแน่ะแฮ้จงฟัง
๓๖ ทั้งโลกหากขึ้นชื่อเทวดา แล้วแฮ
อันจะเที่ยงตรงหายากแท้
ผู้เดียวแต่ข้าอา-ธรรม์ไม่มีเลย
ฟังตัดสินจักแก้กล่าวให้เห็นจริง
๓๗ ความยิ่งแลหย่อนแล้วเป็นหลัก นาพ่อ
ชื่อต่ำต่ำตามศักดิ์เสื่อมแล้
ชื่อสูงผิวะสูงหนักนามประ เสริฐเฮย
ด้วยเหตุผลดั่งแก้กฎอ้างวางมี
๓๘ ชี้ขาดพิพากษ์ข้างอติบัณ ฑิตแล
ได้ส่วนสองเถียงกันไม่ได้
เทวดาโกรธลงทัณฑ์คอหัก เทียวเฮย
ไปเถิดไปแบ่งให้เสร็จสิ้นกันที
๓๙ ่อชินสีห์สดับถ้อยเทวรุกข์
วินิจฉัยใช่ยุกติ์อย่างนั้น
ดำริตริจักอุ-อาจเล่น ลองนา
เพื่อทราบอัตภาพนั้นใฝ่รู้ความจริง
๔๐ เทพสิงพฤกษ์นี้แท้เทวดา แน่ฤๅ
ฤๅมิใช่คงปรา-กฎแจ้ง
โพรงไม้ใหญ่นักหนามนุษย์อยู่ ได้แฮ
เผื่อจะมีใครแสร้งซ่อนเร้นเป็นกล
๔๑ ขวนขวายหญ้าแห้งหอบหามา
กอบเพียบโพรงพฤกษาเสร็จต้อง
เอาไฟไล่เทวดาดูฤทธิ์ ทีฤๅ
ธกล่าวพลางจ่อจ้องจุดเชื้อเพลิงพลัน
๔๒ ทันใดไฟติดหญ้าควันโขมง
ลามลุกเปลวเพลิงโพลงพลุ่งไหม้
ฝ่ายเทวดาโกงตะโกนเอ็ด
เหนี่ยวลอดตามโพรงไม้ไต่ขึ้นทางบน
๔๓ โหนตนต่องแต่งห้อยหันหก
ตัวสั่นดุจลูกนกสติสิ้น
ปีนไปป่ายมาตกตูมใหญ่
ลงที่ดินนอนดิ้นแด่วร้องครางเครือ
๔๔ ร้อนเหลือทนละข้าขอขมา เถิดพ่อ
ไม่อยากเป็นเทวดาดั่งนี้
รับบาปอย่างหยาบหาคุณห่อน มีเลย
เพราะลูกอัปรีย์ปลี้ปลีกแท้ทำกู
๔๕ พาณิชผู้โฉดเจ้าอติบัณ ฑิตนา
นั่งเจ่ากอดเข่ารัน-ทดแท้
สังเวชพ่อสุดปัญ-ญาผ่อน ผันแฮ
ทุจริตจะคิดแก้ก็สิ้นโกงกล
๔๖ เทพทนร้อนไม่ได้พลางแสดง
โทษแห่งโกงร้ายแรงอย่างนี้
ทำเราที่มาแฝงกายช่วย โกงนอ
พลอยถูกไฟป่นปี้ปวดเนื้องหนังพอง
๔๗ สองคนคนชื่อตั้งบัณฑิต
ยังประโยชน์สฤษดิ์เรียบร้อย
ประกอบสุจริตจิตตรงต่อ เพื่อนแล
บ่ห่อนผิดสักน้อยหนึ่งแท้โดยธรรม์
๔๘ อติบัณฑิตผู้บุตรเรา
ดีชื่อสูงกว่าเขาเท่านั้น
คอยคิดคดโกงเอาเปรียบเพื่อน
หาประเสริฐแม้ชั้นแต่น้อยฤๅมี
๔๙ พาทีกันแล้วต่างกลับไป บ้านแฮ
เสร็จกิจพาณิชชไมมิตรครั้น
ตกลงแบ่งกำไรคนละ ครึ่งแล
กาลนับลำดับนั้นแยกค้าคลาขาย
๕๐ ตามสบายยังให้ชีพเป็นไป
ทนทุกข์ระคนในสุขบ้าง
โดยธรรมะดาวิสัยภพชาติ
สุดแต่กรรมนำสร้างส่งเอื้ออวยผล ฯ
-----------------------------
๏ อันคนทุจริตแล้วพึงเล็ง เห็นเทอญ
อวดฉลาดแกมโกงเก็งแต่ได้
ไม่ลองชั่งตราเต็งกับฝ่าย เสียเลย
ไหนจะหนักจักให้โทษร้อนถึงตน
๏ เห็นคนอื่นไป่รู้อะไร เทียวพ่อ
โง่เง่าเต่าตุ่นไปเช่นนั้น
ว่าทราบไม่ถึงในกลเล่ห์ ตนแล
คอยแต่จักขบคั้นเข่นเขี้ยวโกงเขา
๏ เหมาชาติเลียก็ได้คนพรรค์ นั้นนอ
ไป่ละพระพฤติวันหนึ่งแล้
ความทุกข์ขุกเข็ญภยัน-ตรายเยี่ยม เยียนนา
มิพักสนเท่ห์แท้ชนิดนี้มีหลาย
๏ หมายเชื่อมั่นเถิดด้วยธรรมดา
ควันแห่งไฟใครมาปิดไว้
ต้องปรากฏแก่ตาโลกสัก วันนอ
ชาดกสาธกไว้สดับแล้วควรคะนึง บารนี ฯลฯ


[๑] บัณฑิต (คุณนาม) แปลว่า เป็นบัณฑิต

[๒] อติบัณฑิต (คุณนาม) แปลว่า เป็น บัณฑิต กว่า

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ที่นี่ค่ะ