ฉันท์เฉลิมพระเกียรติ งามพระเมรุทองท้องสนามหลวง

วสันตดิลกฉันท์ ๑๔
ปวงข้าสมาชิกะสโมสระนพทวาสนาม
สุดแสนจะอาลยะและความวิปโยคฤๅห่างหาย
โอ้ปิ่นนรินทร์บรมะนาถปิยะราชพระองค์วาย
ชนม์สูญพระชีพพระวระกายอุปบัติดุสิตสรวง
คงแต่พระนามพระคุณะอันพระสถิตเสถียรปวง
คัมภีระภาพสุขุมะตวงละก็ปัถะพีดล
ไหนเลยจะธารพระคุณะเทียบบมิเทียบมิพอขน
ลงสู่มหาสมุทชลก็ บ อาจจะเต็มตาม
ที่ได้ขยายยุบละกาพย์บทะทราบภิปรายความ
ภักดีนะปิ่นรัฐะสยามปรมินทร์พระภูเบนทร์
นับแต่ทิวาจระสวรรคตะปัญจมาสเจน
จวบเชิญพระโกศจระพระเมรุและถวายพระเพลิงกาล
ก่อนเคยประณตกระประนมทสะนัขสโมธาร
พรั่งพร้อม ณ มาสละทวิวารอภิวาทย์ถวายพวง
บุปผาและมาลยะประทีปสุวคันธ์ระรื่นทรวง
บูชาสการะนระปวงอภิรมย์จะหาไหน
ครั้งนี้และเป็นทิวัสะปัจฉิมะทัศนานัยน์
แม้เราจะปรารภะฤทัยจะคะนึงก็ห่อนเห็น
ข้าน้อยจะกล่าวพจนะอักขระพรรคสุภาณเป็น
ฉันท์พากย์ฉลองพระคุณะเย็นศิระเกล้ากระวีผอง
สำแดงแถลงบทะลิขิตขณะพิศพระเมรุทอง
ชาวไทยทฤษฎ์คุณะสนองและถวายพระเพลิงเป็น
เครื่องรู้ระลึกกมละมานฐิติกาลมิลืมเห็น
เป็นที่ชโลมหทยะเย็นขณะเมื่อวิจารณ์ฉันท์ ฯ
อินทรวิเชียรฉันท์ ๑๑
เอกูนะติงสาธิกะสัตสมัยพรรษ์
โสฬสนิยมวันพฤหัสบดิ์ มีนาคม
เป็นการประจวบวา-ระถวายพระเพลิงบรม-
ศพปิ่นปิโยดมปรมินทร์บดินทร
เริ่มการกุศลวัตรอดิเรกะบวร
ถึงวารทิวาตอนสุริย์ป่ายประชุมกัน
อัญเชิญพระศพปิ่นธิบดินทร์พระทรงธรรม์
พร้อมพรั่งพระวงศ์สรรพะอมาตย์อเนกมา
เคลื่อนคล้อยพระโกศจากพระสุวรรณะเบญจา
สู่ยานมาศคลาคณะชาวประโคมเคียง
แตรสังข์สนั่นกลองชนะร่ำประจำเรียง
วังเวงวิเวกเสียงและมโหรทึกดัง
ปืนใหญ่ระดมยิงสรนาทสนั่นฟัง
เสียงลั่นสะท้านวังระยะหยุดละนาที
คลาเคลื่อนขบวนโดยทิศะทางทวารศรี
สุนทรอธึกมี่จระออกทวารนาม
เทวาภิรมย์เคลื่นอนุกรมขบวนตาม
ดำเนินพินิจงามนยะเนตรตะลึงชม ฯ
โดยมรรคมหาราชยุรยาตรสง่าสม
ปวงราษฎร์มโนรม-ยตลอดถนนหลาม
ปิ่นฉัฐสยามเขตอิศวเรศร์พระทรงนาม
พร้อมด้วยพระวงศ์ตามวระโกศเสด็จถึง
วัดเชตุพนปวงมุขะเสวกาจึง
จัดแจงขบวนอึงอดิเรกมโหฬาร
อัญเชิญพระโกศขึ้นบุษบกประดิษฐาน
พิไชยนต์รถกาญจนะทาบประเทืองงาม
ตั้งริ้วพยุหยาตรรุจิเรขประกอบงาม
คู่เคียงประจำรามระยะเรียบสะพรึบพราย
เครื่องสูงก็พรักพร้อมอภิรุมและชุมสาย
แตรสังข์และกลองรายและมโหระทึกขาน
สมเด็จพระจอมสงฆสุธรรมสมาจาร
ไพบูลย์วิจารณ์ญาณประทับราชรถทรง
อ่านพุทธพจน์คืออภิธรรมประเสริฐมง-
คล, นำพระโกศบงศุภลักษณ์พิไลตา
สามโมงก็คล้อยเคลื่อนพระบรมศพคลา
ดำเนินขบวนมาณ ถนนสนามชัย
ภูมินทร์สยามขัต-ติยะฉัฐะปิ่นไทย
ทั่วด้วยผไทไกรก็เสด็จพระดำเนิน
พร้อมด้วยบรมวง-ศะอเนกขบวนเหิน
แห่แหนพินิจเพลินจระตามถนนหลวง
อัครราชทูตแทนรัฐะบาลประเทศปวง
เสนาบดีกระทรวงคณะเจ้าพระยาผอง
อีกเจ้าประเทศราชและอมาตย์ก็เนืองนอง
เลขานุการของคณะทูตสถานมวล
ข้าราชการปวงณ กระทรวงก็เดินขบวน
ลำดับมิสับสวนระยะงามสง่าฉงน
เมียงมองพระโกศมาศคณะราษฎร์สกลยล
กลับเศร้าระทมมนบมิรื่นระเริงเลย
คราวเมิลขบวนแห่ขณะแลภิรมย์เชย
ครั้นเมิลพระโกศเอ๋ยอุระตื้นฤทัยตน
พิศเพ่งพระโกศมาศบ มิอาจจะกลั้นชล
เนตรราษฎรยลณ ระหว่างวิถีสอง
แทบทุกนิกรต่างก็สะอื้นสุชลนอง
เช็ดชลเนตรมองพระบรมโกศพลาง
บางเหล่าก็รำพันคุณะนันต์พระองค์บาง
เหล่าพร่ำวิโยควางกรเหนือศิโรตม์ตน
โอ้โอ๋พระปิ่นแก้วพระจะแคล้วเสด็จหน
ใดเล่าพระจอมพลอุระข้าจะทำลาย
แต่นี้จะห่อนเห็นบ มิเห็นพระโกศหาย
สูญแล้วจะคืนคลายและประสบ ณ กาลไหน
โกศลับประหนึ่งชี-พิตะจักประลัยไป
แทบทั่วมิเว้นใครก็ละห้อยเพราะเสียดาย ฯ
วสันตดิลกฉันท์ ๑๔
อัญเชิญพระโกศบรมะโกศสุวิโรจน์สุวรรณราย
ถับถึงพระเมรุก็ขยายพระบรมะโกศกาญจน์
ขึ้นยานุมาศเศวตระฉัตรรุจิเรขมเหาฬาร
เวียนเมรุมาศตติยะวารก็สถิต ณ เมรุทอง
งามโกศพระโกศบรมนาถปิยะราชมิมีสอง
งามพรายพพรายวิมละมองก็มลังมเลืองพราย
งามลายสลักวิจิตระลักษณะเลิศประดับลาย
งามดุจประดุจวชิระฉายชวลิตกระจังเงา
งามเด่นสง่าวระสง่าสุภะพร่าพแพรวเพรา
งามพิศพิพิธรุจิเฉลาจิตระกรรมประจงทำ
งามสมอนุจฉวิกะสมพระบรมะศพนำ
งามมาสโมสระจะจำปริยายก็สุดแสน
งามเมรุมาศพิศะตระการกลเทพพิมานแมน
งามยอดตลอดอธิกะแทนทิพยะชั้นดุสิตสรวง
งามสรรพลักษณะผนังฉลุลายเฉลาปวง
งามหลากสลักบุษปะดวงพิศะเหลืองและเพดาน
งามดาวประดับดุจะประดิษฐ์ระดะด้วยมณีฉาน
งามฉัตรประจำระยะตระการและเศวตรฉัตรชัย
งามสุดประเสริฐวระวิสูตรก็วิจิตระสองไข
งามฉากขจิตรพิละพิไลสุภะภาพะเลขา
งามเมรุทิศดุจะสุวรรณระยับชโลมทา
งามพู่และพวงบุษปะมา-ลยะรื่นระรวยคันธ์
งามราชอาสน์ศุภะสะอาดก็ยะเยี่ยมประณีตครัน
งามเครื่องสังเค็ตอุดมะสรรพะระดับอร่ามพราว
ชมแก้วระย้าระยะระยับรัศมีวะแวววาว
ชมสีประภัสะระและขาวนิละเหลืองวะวามนัยน์
ชมยามพระพายก็ประพัดพยุกวัดกวะแกว่งไกว
ชมแสงประเล่ห์วชิระใสศุภะสุกสะอาดตา
ชมหงส์สุพรรณพิหคะหงส์ดุจะร่อนระรี่มา
ชมเชยพระเมรุบรมะราชะเสมือนจะมีใจ
ชมแล้วก็หงส์สกุณช่วยมุขะคาบประทีปไฟ
ชมแสงประหนึ่งรชะนิในนภะภาคทิฆัมพร
ชมโคมสว่างประดุจะแก้วนพะรัตน์อลงกรณ์
ชมดั่งจะลอยและจะมิจรวะวะวับสลับศรี
ชมดูอร่ามกละจะแข่งศศิธรมิราคี
ชมชมก็เฉกดุจะมณีฆนะเจียระไนครัน
ชมที่พระราช ธ ประทับวรนามะทรงธรรม์
ชมช่อกระหนกสกละกรรณิกะแลก็ลำยอง
ชมยอดยะเยี่ยมพินิจะกาญจนะก้านก็เรืองรอง
ชมทั่ว ณ เบื้องอุปริผองก็จรัสจรูญพราย
ชมสิ้นตลอด ณ บริเวณวระเมรุ สุพรรณราย
ชมเพลินมนัสจะอธิบายก็บสิ้นบสุดลง
รวบรวมก็งามพิมละงามรุจิเรขะยรรยง
ดังเทพมหิทธิพละทรงนฤมิตสฤษดิ์หวัง
สำหรับสถิตบรมะศพธิบดินทร์พระจอมวัง
จึงได้วิไลประดุจะดั่งทิพะเวชยันต์ครัน
มากมวลพระวงศ์บรมะวง-ศก็ทรงประชุมกัน
มุขมาตย์อมาตย์สมุหะสรร-พกระทรวงอเนกา
ปวงชาวสยามสมณะพราหม-ณและราษฎรพา
กันมาถวายบุษปะมา-ลยะแลประทีปราย
พร้อมพรักสะพรั่งก็อลวนพิศะดูก็มากหลาย
โขมพัสตร์ประดับสริระกายก็สะอ้านสะอาดดี
ชาวต่างประเทศคณะประมาณก็อเนกอนันต์มี
ไว้ทุกขะตามนิมะยะจี-ระประเพณิทำมา
เรือนงามสง่าคณะสยา-มะนิกายอเนกา
เนืองแน่นกุลาหละมนาทระสามิภักดิ์คง
มาตรแม้นพระมิ่งมกุฎปิ่นปรมินทร์จุฬาลง-
กรณ์เกศสยามะรัฐะทรงพระเจริญพระชนม์ยล
ความงามฉะนี้พระก็จะปลื้มหทเยศสวัสดิ์ผล
เป็นที่เฉลิมวระกมลและจะทรงพระสำราญ
คิดคิดก็แค้นมัตยุราช ฉกรรจ์ฉกาจหาญ
จ้วงจาบพระชีพพระชนมานบ มิรู้จะทำไฉน
ในวาระโสฬสมะวารรัตติกาลนรินทร์ไทย
ท้าวทรงเสด็จจระคระไลณ พระเมรุ ถวายเพลิง
ครั้นแล้วก็ฝ่ายบรมะวงศถวายประทีปเถลิง
ฝ่ายในตลอดทิปะเถกิงก็เสด็จนิวัติพลัน
ข้าน้อยจะขอยุตินิพนธ์บทะพากย์ชเลงฉันท์
เรื่องชมพระเมรุ ฅุภะสุวรร-ณ ณกาละนี้แล
โอ้องค์ภูวนารถเจ้าจอมสยาม
ปัญจมะรัชกาลยามวิโยคแล้ว
คงสฤษฎิ์แด่พระนามอันประกอบ พระคุณนา
เลื่องลั่นบรรลือแผ้วโลกซร้องสรรเสริญ
อัญเชิญไตรรัตน์ทั้งเทพทรง ฤทธิ์เฮย
จงพิทักษ์บริรักษ์องค์เอกหล้า
สมเด็จพระปรเมนทร์มงกุฎเกศ สยามนา
เจริญจตุรพิธพรข้าบาทน้อยถวายชัย พระเทอญฯ

เมษายน ร.ศ. ๑๓๐

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ที่นี่ค่ะ